UNDER ARMOUR จัดส่งสินค้ามาไทย

ช่วงนี้สนใจ Brand เสื้อผ้า ชื่อ Under Armour อยู่ครับ เพราะเห็นว่ากำลังเป็นแบรนด์ที่มาแรงและมีเสื้อผ้าสวยๆเยอะ สินค้าเน้นเทคโนโลยีที่น่าประเภทเก็บความร้อน แห้งเร็ว ระบายอากาศ ได้ข่าวว่าเล่นเอาแบรนด์ยักษ์ใหญ่หลายๆเจ้าหนักอกหนักใจไปตามๆกัน ตอนนี้ก็เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นเรื่อยๆในบ้านเรา และได้ข่าวแว่วๆว่า UNDER ARMOUR จะบุกไทยประมาณปีหน้า

ยังไม่ทันจะได้ศึกษาอะไร แค่เปิดเข้าไปที่เว็บไซต์ www.underarmour.com ก็ได้ใจผมไปทันที เพราะมีรูปนี้เด้งขึ้นมาครับ

รูปไม่ค่อยชัดครับ ใจความสำคัญมีดังนี้
“UNDER ARMOUR ขนส่งไปยังประเทศไทย ให้เราซื้อสินค้าจากประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย ราคาสินค้าทั้งหมดคิดเป็นเงินบาทไทย อากรและภาษีมูลค่าจะคำนวนที่ขั้นตอนการชำระเงิน อัตราค่าขนส่งระหว่างประเทศต่ำ รับประกันต้นทุนนำเข้า(ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อส่งสินค้า)”

ได้ใจกันไปเลยแบบนี้ ที่แบรนด์ระดับนี้จัดส่งสินค้ามาไทย แถมยังทำหน้าเว็บที่คิดราคาสินค้าเป็นเงินไทยไว้ให้เรียบร้อย

แบบนี้ใครที่สนใจอยากซื้อสินค้าของ UNDER ARMOUR ก็สั่งซื้อออนไลน์ได้ง่ายๆ

นี่ขนาดยังไม่ได้ค้นข้อมูลอะไรมาก ผมว่าผมชักชอบแบรนด์ อันเดอร์ อาเมอร์นี่ซะแล้ว เพราะดูให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศไทยดี ที่ผ่านมาผมเองเคยอยากซื้อเสื้อผ้าสินค้าแบรนด์ดังๆหลายแบรนด์ ไปดูในเว็บไซต์แล้วอยากสั่งซื้อก็สั่งไม่ได้ เค้าไม่ส่งมาไทย ถ้าอยากได้ต้องก็จำรุ่นไปเดินดูที่Shopในห้าง ซึ่งบางทีก็ไม่มีรุ่นที่เราอยากได้ขายอยู่ หรือไม่ก็ต้องเอาชื่อรุ่นไปค้นหาตามเว็บขายของอื่นๆที่ส่งสินค้ามาไทย หรือไม่ก็สั่งที่เค้ารับหิ้วมาจากเมืองนอก มันก็ลำบากลำบนพอสมควรนะครับ

สำหรับผมเองเห็นทีต้องดูกันยาวๆแล้วครับ กับสินค้าแบรนด์ UNDER ARMOUR นี้ เท่าที่ดูๆมาก็มีที่น่าสนใจหลายตัว ไม่แน่นะ อาจจะได้อุดหนุนกัน

แต่ถ้าใครอยากจัดของจาก UNDER ARMOUR อยู่แล้ว จะช้าอยู่ใย

ใครที่อยากสั่งซื้อก็ลองแวะเข้าไปดูกันครับ ที่ www.underarmour.com

โลกของ OZ

ในบรรดานิยายสำหรับเด็กที่เราๆท่านรู้จักกันดี หรือไม่ก็ต้องเคยอ่านผ่านหูผ่านตามาบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต หนึ่งในนั้นต้องมี เรื่อง “พ่อมดแห่งออซ” (The Wonderful Wizard of Oz) ที่ทำออกมาหลายเวอร์ชั่นเหลือเกิน ทั้งแบบหนังสือภาพ นิยาย หนังสือนิทาน ภาพยนต์ ภาพยนต์การ์ตูน ทีวีอนิเมชั่น

เรื่องราวของเด็กสาวที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดในแคนซัส รัฐที่เกิดพายุเฮอริเคนบ่อยๆและก็เป็นพายุเฮอริเคนนั่นเองที่พัดเอาบ้านของหนูน้อยโดโรธีไปตกในโลกอีกโลกหนึ่ง ที่นี่เด็กน้อยต้องผจญภัยเพื่อหาทางกลับบ้าน ระหว่างทางก็ได้พบกับ คุณสิงโตขี้ขลาดที่อยากได้ความกล้า หุ่นไล่กาที่อยากได้สมอง หุ่นกระป๋องที่อยากได้หัวใจ และผู้ที่จะช่วยทุกๆคนได้ก็มีเพียงพ่อมดแห่งออซเท่านั้น การเดินทางนั้นไม่ง่าย ต้องพบกับอุปสรรคและตัวร้ายอย่างแม่มดใจร้าย ตอนจบจะเป็นอย่างไรนั้น ทุกคนที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้ต่างก็รู้แล้วทั้งนั้น

แล้วจะเขียนทำไมละแบบนี้ ฮ่วย เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่ครั้งหนึ่งผมเคยสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของโลกแห่ง OZ ขึ้นมา เพราะว่าจากการที่เราได้อ่าน ได้ดูในแต่เวอร์ชั่นที่ผ่านๆมานั้น จะีมีในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆที่แต่ละเวอร์ชั่นไม่เหมือนกัน มีเวอร์ชั่นการ์ตูนทีวีที่เคยออกอากาศทางช่อง3 ที่มีเรื่องราวต่อจากตอนที่โดโรธีกลับบ้านไปแล้วด้วย จนเกิดความสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นเรื่องราวที่เป็นต้นฉบับจริงๆนั้นเป็นอย่างไร เกิดอยากลองอ่านเวอร์ชั่นออริจินอล ต้นฉบับดั้งเดิมแท้ๆขึ้นมา

คิดได้ดังนั้นก็เลยลองค้นหาข้อมูลดู และโชคดีที่ว่าที่ห้องสมุดแห่งหนึ่งมีหนังสือเล่มนี้ให้ยืม เป็นแบบต้นฉบับภาษาอังกฤษเสียด้วย ได้ดูรูปเล่ม กระดาษและอาร์ตเวิร์คแล้ว ต้องบอกว่ามันช่างคลาสสิคยิ่งนัก สุดท้ายก็ได้อ่านสมใจ และทำให้ได้รู้ว่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับดินแดนที่ชื่อว่า OZ นั้น มีทำออกมาเป็นหนังสือภาคต่อจากเล่มแรกอีกหลายเล่มทีเดียว

อยากรู้อีกแล้วล่ะทีนี้ ว่าเรื่องราวของเล่มอื่นๆภาคอื่นๆจะเป็นอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอ่านให้ครบทุกเล่ม แต่ทว่าเมื่อได้ลองค้นหาข้อมูลต่อก็พบว่ามีหนังสือที่เป็นเรื่องราวในดินแดน OZ อีกหลายสิบเล่มเลย

มีกี่เล่ม ลองมาดูกันครับ (ข้อมูลจาก Wikipedia) ทุกเล่มเป็นภาษาอังกฤษนะครับ คลิกที่ชื่อหนังสือจะนำไปสู่เว็บที่สามารถอ่านหนังสือเล่มนั้นได้ อันไหนคลิกไม่ได้ก็คือไม่มีนะครับ

1. เล่มแรก เล่มที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด The Wonderful Wizard of Oz (1900)
2. The Marvelous Land of Oz (1904)
3. Ozma of Oz (1907)
4. Dorothy and the Wizard in Oz (1908)
5. The Road to Oz (1909)
6. The Emerald City of Oz (1910)
7. The Patchwork Girl of Oz (1913)
8. Tik-Tok of Oz (1914)
9. The Scarecrow of Oz (1915)
10. Rinkitink in Oz (1916)
11. The Lost Princess of Oz (1917)
12. The Tin Woodman of Oz (1918)
13. The Magic of Oz (1919)
14. Glinda of Oz (1920)
15. The Royal Book of Oz (1921)
16. Kabumpo in Oz (1922)
17. The Cowardly Lion of Oz (1923)
18. Grampa in Oz (1924)
19. The Lost King of Oz (1925)
20. The Hungry Tiger of Oz (1926)
21. The Gnome King of Oz (1927)
22. The Giant Horse of Oz (1928)
23. Jack Pumpkinhead of Oz (1929)
24. The Yellow Knight of Oz (1930)
25. Pirates in Oz (1931)
26. The Purple Prince of Oz (1932)
27. Ojo in Oz (1933)
28. Speedy in Oz (1934)
29. The Wishing Horse of Oz (1935)
30. Captain Salt in Oz (1936)
31. Handy Mandy in Oz (1937)
32. The Silver Princess in Oz (1938)
33. Ozoplaning with the Wizard of Oz (1939)
34. The Wonder City of Oz (1940)
35. The Scalawagons of Oz (1941)
36. Lucky Bucky in Oz (1942)
37. The Magical Mimics in Oz (1946)
38. The Shaggy Man of Oz (1949)
39. The Hidden Valley of Oz (1951)
40. Merry Go Round in Oz (1963)
41. Yankee in Oz (1972)
42. The Enchanted Island of Oz (1976)
43. The Forbidden Fountain of Oz (1980)
44. The Ozmapolitan of Oz (1986)
45. The Wicked Witch of Oz (1993)
46. The Runaway in Oz (1995)
47. The Rundelstone of Oz (2001)
48. The Emerald Wand of Oz (2005)
49. Trouble Under Oz (2006)
50. Sky Pyrates Over Oz (forthcoming)

นี่ยังไม่รวมอีกหลายเล่มที่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับ OZ แต่เป็นแบบ non-canonical อีกตั้ง 30 เล่ม (ดูได้จาก Wikipedia Portal:Oz)
หุหุ แค่อ่านรายชื่อก็เหนื่อยแล้วครับ ความตั้งใจที่ว่าจะตามอ่านให้หมดทุกเล่มก็เป็นอันต้องล้มเลิกไป เล่ม1-14นั้นเป็นเล่มที่แต่งโดยผู้แต่งต้นฉบับ L. Frank Baum ส่วนเล่มอื่นๆหลังจากนั้นเป็นเล่มที่แต่งขึ้นหลังจากที่ L. Frank Baum เสียชีวิตแล้ว (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก List of Oz books : Wikipedia)
ดูจากปีที่หนังสือออกวางแผง บางเล่มก็เพิ่งมาแต่งเอาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง โดยเฉพาะเล่มที่ 50 นี่ยังไม่ออกมาเลยด้วยซ้ำ

ความคิดเลยเปลี่ยนเป็นว่าจะลองอ่านจากเล่มที่สนใจไปเรื่อยๆคงจะดีกว่าครับ เอาเท่าที่อ่านได้พอ แหะๆ (แพลนไว้หลายปีแล้วยังไม่ได้เริ่มเลย ฮ่าๆๆ)

ถ้าใครมี Kindle ลองหาเวอร์ชั่นสำหรับ Kindle มาอ่านดูจะดีกว่าครับ อ่านบนเว็บจากจอคอมพิวเตอร์แล้วมันบั่นทอนสุขภาพตาเหลือเกิน อ้อเกือบลืม มี Kindle App สำหรับ PC, iPhone, iPod touch, iPad, Blackberry, Android และอุปกรณ์อื่นๆให้เลือกใช้ด้วยนะครับ ลองอ่านจากบทความนี้ดูครับ Kindle for PC แก้ขัดไปก่อน

จะหาแบบที่มีให้โหลดฟรีหรือซื้อเอาใน Kindle Store ก็ตามละดวกครับ เท่าที่ค้นๆดูที่น่าสนก็มีแบบรวม 14 เล่ม ไว้ใน e book เล่มเดียวก็มี

โลกของ OZ นั่นช่างกว้างใหญ่จริงๆ ให้ตายเถอะ จะเริ่มจากเล่มไหนก่อนดีล่ะเนี่ย

เล่น Facebook หลายบัญชีพร้อมกัน ทำยังไง

เทคนิคเล็กๆน้อยๆที่หลายๆคนอาจะนึกไม่ถึง แต่หลายๆคนอาจจะใช้กันเป็นประจำอยู่แล้ว

หลายๆครั้งมักจะมีคนมาถามว่า อยากใช้ Facebook หลายๆไอดีพร้อมๆกันบนเครื่องเดียวกันต้องทำยังไง?

คำตอบก็คือ ให้เปิดผ่านต่างโปรแกรม Web browser กันก็ทำได้แล้ว (คนที่รู้แล้วอย่าหาว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน สอนหนังสือให้จระเข้ สอนสังฆราชให้ว่ายน้ำเลยนะครับ เพราะยังมีคนที่เค้าไม่รู้อยู่จริงๆ)

กล่าวคือ บัญชีหนึ่งเปิดใน IE อีกบัญชีหนึ่งเปิดใน Chrome อีกอันเปิดใน Firefox เท่านี้ก็ทำได้แล้วครับ

ง่ายมากๆเลยใช่ไหมล่ะครับ

ถ้า3อันยังไม่พอ อาจจะต้องลง Safari, Opera, Avant หรือโปรแกรมท่องเน็ทตัวอื่นๆ ที่มีให้ดาวน์โหลดมาใช้ฟรีๆอีกมากมาย

ธรรมดาแล้วแค่ 3 ตัวก็น่าจะพอนะครับ มากกว่านี้ถ้าใช้พร้อมกันในเครื่องเดียวกันอาจจะทำให้อินเตอร์เนทช้า อืดอาดได้
คราวนี้ก็สบายแล้วครับ ออน Facebook หลายๆบัญชีได้พร้อมกัน บนเครื่องเดียว เวลาน้องจะเลี้ยงหมู หลานจะทำฟาร์ม พี่จะอัพสเตตัส จะได้ไม่ต้องล็อกเอาท์ ล็อกอินกันบ่อยๆ เปิดค้างไว้แล้วก็สลับโปรแกรมเล่นเอา

ไม่ใช่แค่ Facebook เท่าันั้นนะครับ อยากใช้หลายๆบัญชีพร้อมๆกันกับเว็บอื่นๆก้สามารถทำได้แบบเดียวกัน จะกับ Twitter, Gmail, Hotmail, Yahoo mail และอื่นๆ อีกมากมายได้หมดเลย

เรื่องของเรื่องเริ่มมาจากช่วงหนึ่งต้องคอยเก็บผักให้เพื่อนอีกคนนึง กับเราก็ทำของเรา ระหว่างที่รอต้องสลับล็อกเอาท์ ล็อกอิน สลับไอดีไปมา ในที่สุดก็เกิดความขี้เกียจเลยลองเปิด โปรแกรม Web browser อีกโปรแกรมนึงขึ้นมาแล้วก็ล็อกอินเข้าไป ทำให้ค้นพบได้โดยบังเอิญครับ และมีอยูวันนึงหลานสองคนจะเลี้ยงหมูพร้อมกัน เลยให้เค้าสองคนใช้สองไอดีพร้อมกัน แล้วใช้วิธีสลับหน้าต่างโปรแกรมเล่นเอา เร็วกว่าต้องล็อกอินล็อกเอาท์ มันไม่ทันใจเด็กน้อย

หวังว่าหลายๆท่านคงได้ใช้ประโยชน์จากเทคนิคเล็กๆน้อยๆนี้ครับ

CouCafe ดีลดีๆสำหรับกทม.

บทความก่อนหน้านี้เขียนถึง Ensogo ไปแล้ว บทความนี้มาต่อกันอีกนิดสำหรับคนที่สนใจดีลดีๆ ขอเสนอพิเศษๆต่างๆ ที่ จัดให้เฉพาะสำหรับ กรุงเทพมหานครฯเท่านั้น ที่ www.coucafe.com

โดยรวมแล้ว CouCafe ก็เป็นอีกเว็บหนึ่งที่มีดีลให้เลือกเยอะดี เสียดายที่มีแต่ใน กทม. เท่านั้น ต่างจาก Ensogo ที่มีมาเผื่อแผ่แถวๆเชียงใหม่ใกล้ๆนี่มั่ง (ผมอยู่ลำพูนอ่ะนะ)

ช่วงนี้ผมรู้สึึกสนใจเว็บแนวขายดีลมากเป็นพิเศษ เผื่อว่าจะมีดีลอะไรดีๆให้เราได้ประหยัดกัน

อีกหน่อยคิดว่าพฤติกรรมผู้บริโภคบางส่วนน่าจะเปลี่ยนไปใช้บริการเว็บดีลมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาวางแผนจะออกไปดินเนอร์ ไปกินข้าวนอกบ้าน ไปเที่ยวต่างจังหวัด ต้องการที่พัก อาจจะต้องแวะเข้าไปเช็คเว็บขายดีลก่อน จะได้มีตัวเลือกมากขึ้น ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลยทีเดียว

จากนี้ไปคงมีเว็บขายดีลแนวนี้ออกตามมาอีกเพียบแน่ๆ และผู้ประกอบการร้านรวงต่างๆก็คงหันมาใช้บริการเว็บดีลกันมากขึ้นเพราะเป็นการประชาสัมพันธ์และขายโปรโมชั่นไปในตัว ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้บริโภคอย่างเรา

แต่ทุกอย่างในโลกนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเราซื้อดีล ซื้อคูปอง เท่าที่จำเป็นก็จะเป็นการประหยัด แต่ถ้าหลงมัวเมาในส่วนลด อาจจะกลายเป็นแทนที่จะประหยัด ได้ส่วนลดก็จริง แต่ก็ซื้อเพราะเห็นแก่ส่วนลด ไม่ได้ซิ้อเพราะจำเป็น อันนี้ก็จะกลายเป็นสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะจ่ายเงินซื้อดีลอะไรก็เช็คเงื่อนไขและระยะเวลาให้ดีด้วยนะครับ

ถ้าได้ไปเที่ยว กทม.คราวหน้า อาจจะต้องจัดดีลจาก CouCafe มั่งแล้วสิเนี่ย

Ensogo คืออะไร ยังไง

ช่วงนี้มีสิ่งหนึ่งที่เห็นผ่านหูผ่านตาผมไปแว๊บๆตามหน้าเว็บต่างๆ นั่นก็คือโฆษณาของ Ensogo
แรกๆก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกครับ แต่หลังๆมาเห็นบ่อยๆเข้าก็เลยอยากรู้ว่ามันคืออะไร เลยลองหาข้อมูลดู พบว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยเลยทีเดียวครับ
Ensogo.com เป็นเว็บขายดีล Deal คืออะไร ก็คือข้อตกลงพิเศษที่เราจะได้รับส่วนลดของสินค้าหรือบริการต่างๆ โดยที่ทาง Ensogo จะมีข้อเสนอ หรือ Deal ต่างๆ ออกมาเสนอให้เรา หากเป็นสินค้าและบริการที่เราสนใจ เราสามารถซื้อ Deal นั้นๆ เพื่อใช้เป็นส่วนในการซื้อหรือใช้บริการนั้นๆได้

เ่ท่าๆที่ดูมาข้องเสนอหรือดีล ต่างๆก็เป็นที่น่าสนใจทีเดียว ช่วยให้เราประหยัดเงินไปได้เยอะทีเดียว

ตัวอย่างดีลที่น่าสนใจ

– ตั๋วชมภาพยนต์ที่เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ ลด 50 เปอร์เซนต์



และแต่ละดีลจะมีรายละเอียดการใช้งานบอกไว้อย่างชัดเจน
รายละเอียด:
• คูปองใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 ถึง 31 พฤษภาคม 2555
• ลูกค้า 1 ท่าน มีสิทธิ์ซื้อคูปองได้เพียง 2 ใบเท่านั้น
• รับเฉพาะคูปองในรูปแบบกระดาษเท่านั้น (ไม่รับคูปองในรูปแบบ sms)
• สามารถใช้คูปอง 1 ใบต่อท่านต่อการรับชมภาพยนตร์ 1 เรื่อง สำหรับที่นั่งปกติ (ขึ้นอยู่กับวันและสาขาที่ใช้บริการ)
• สามารถอัพเกรดที่นั่งหรือโรงภาพยนตร์ได้ โดยสามารถชำระเงินส่วนต่างโดยตรงให้กับทางโรงภาพยนตร์
• สามารถใช้ได้กับ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ทุกสาขา อีจีวีซีนีม่าทุกสาขา, เอสพละนาดซีนีเพล็กซ์สาขางามวงศ์วาน – แคราย และพาราไดช์ ซีนีเพล็กซ์
• ไม่สามารถใช้ได้กับ สาขาพารากอน ซีนีเพล็กซ์, กรุงศรี ไอแมกซ์ เธียเตอร์และเอสพละนาดซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก
• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นได้ที่ 02-511-5427-36 ต่อ 248, 539
• สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคูปองและการชำระเงิน กรุณาติดต่อ Ensogo ที่ 02-238-5400
• รายละเอียดทั่วไป
– คูปองนี้สามารถให้ผู้อื่นใช้แทนหรือมอบเป็นของขวัญได้
– ราคานี้เป็นราคาสุทธิ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการแล้ว)
– มูลค่าที่เหลือจากการใช้ในคูปองนี้ไม่สามารถแลกคืนเป็นเงินสดหรือเครดิตได้
– คูปองนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลด หรือโปรโมชั่นอื่นๆ ได้

น่าสนใจดีนะครับ คิดว่าคงมีคนสนใจเยอะมาก จนดีลนี้ขายหมด Sold Out กันเลยทีเดียว ดีลนี้ขายออกไปตั้งเกือบสองหมื่นดีล

เท่าที่ดูตอนนี้ดีลที่มีมาเสนอในส่วนของประเทศไทยยังมีเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ๆอย่าง กรุงเทพๆ เชียงใหม่ หัวหินและชะอำ ภูเก็ต พัทยา และขอนแก่น เท่านั้น ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะเพิ่มเติมในส่วนของจังหวัดอื่นๆหรือเปล่า

ดีลต่างๆที่เสนอมานั้นถ้าตรงกับความต้องการและจังหวัดของเราพอดี น่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้เราได้มากทีเดียวครับ

กรณีนี้เลย ช่วงหนึ่งผมทำงานอยู่ที่เชียงใหม่และคิดอยากจะหาสระว่ายน้ำดีๆไว้ออกกำลังกาย ถ้าผมมาเจอดีลนี้เข้า

ผมคิดว่าผมคงซื้อดีลนี้อย่างไม่ต้องลังเลเลยครับ ค่าบริการสระน้ำต่อครั้งจะลดลงจากครั้งละ 60 บาท เหลือแค่ 29 บาท เท่านั้น
ถ้าเราจะไปว่ายน้ำบ่อยๆอยู่แล้ว 10 ครั้ง ซื้อเหมาทีเดียว 290 ก็คุ้มกว่า

แหม เสียดายตอนนั้นไม่มีอะไรแบบนี้

สนใจดีลดีๆที่จะช่วยคุณประหยัดไปกับส่วนลดมากมาย ก็ไปดูที่ ensogo.com ได้เลย

โดยรวมๆแล้วถ้ามีดีลที่ตรงกับความต้องการของคุณอยู่แล้วจะเป็นอะไรที่คุ้มมาก ผมว่าแบบนี้ก็แฟร์ๆดีนะครับ ซื้อเอาเลย ไม่ต้องไปคอยสะสมแต้มไว้แลกเอาจากบัตรโน่น บัตรนี่ ซึ่งบางทีก็ยุ่งยากและไม่ตรงกับความต้องของเรา

นอกจะจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อแล้ว ฝ่ายผู้ขายสินค้าและบริการเองก็จะได้มีช่องทางสำหรับประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของตัวเองด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้นคุ้มหรือไม่คุ้มก็แล้วแต่วิจารณญาณและความต้องการของแต่ละคนนะครับ และก่อนจะตัดสินใจซื้อดีลต่างๆก็ควรพิจารณาระยะเวลาและข้อจำกัดของดีลนั้นๆอย่างรอบคอบ

ไว้ถ้าเจอดีลแจ่มๆผมว่าจะลองจัดสักดีลดูเหมือนกันนะครับ ใครที่เคยใช้บริการ Ensogo ดูแล้ว ดีไม่ดียังไงเอาประสบการณ์มาแชร์กันบ้างก็ดีนะครับ


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ensogo Blog me if you can!
Powered by ensogo.com เว็บดีลอันดับหนึ่งของเมืองไทย

SHOUTcast.com ฟังวิทยุออนไลน์ทั่วโลก

เคยเขียนแนะนำ SHOUTcast ไปเมื่อหลายปีมาแล้วใน Space ของ MSN ในตอนนั้นการฟัง SHOUTcast ยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควรเพราะต้องติดตั้งโปรแกรมที่จะใช้ฟัง SHOUTcast อย่าง Winamp หรือ VLC player เสียก่อนถึงจะฟังได้

ประจวบกับช่วงนี้เกิดเบื่อเพลงที่เปิดฟังเองในคอมพิวเตอร์ขึ้นมา อยากฟังเพลงที่ดีเจเค้าเปิดให้ฟังบ้าง เลยลองกลับมาหาวิทยุออนไลน์ฟังอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ฟังมานานมาก เลยลองกลับไปเยี่ยม SHOUTcast อีกครั้ง ผลที่ได้ก็คือ ชอบมาก ชอบกว่าของเดิมเพราะหน้าตาเว็บดูดีกว่าของเดิมมาก(ลองคลิกไปดูหน้าตาแบบเก่าจากลิงค์บทความเก่าข้างบนนะครับ) แถมไม่ต้องใช้โปรแกรมฟังแล้ว เปิดฟังจากหน้าเว็บได้เลย มันต้องแบบนี้สิ สะดวกดี

นอกจากเรื่องหน้าตาของเว็บแล้ว เดี๋ยวนี้ความเร็วอินเตอร์เนทที่เร็วขึ้น(ตอนเขียนบทความเก่าตอนนั้นความเร็วเนทอยู่ที่1เมก แต่ใช้ได้จริงๆจะประมาณไม่เกิน ห้าร้อยกว่าเมกเท่านั้น) ทำให้การฟังเพลงเร็วขึ้นและไม่สะดุดเหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนจะฟังทีบางสถานีกว่าเสียงจะมาต้องรอหลายนาที แถมพอมาแล้วหลุด ค้าง หาย บ่อยๆเข้าก็ทำเอาเซ็งอารมณ์กันไป เดี๋ยวนี้เท่าที่ลองฟังมายังไม่มีปัญหาติดขัดอะไรให้เสียอารมณ์เลย ชอบๆ

วิธีฟังก็ง่ายมาก เข้าไปที่ www.shoutcast.com แล้วอยากฟังเพลงแนวไหน ประเทศไหน ก็พิมพ์ในกล่อง SEARCH แล้วก็จะมีรายชื่อสถานีวิทยุออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหานั้นๆมาให้เราเลือกฟังกันเยอะแยะมากมาย ฟังกันแทบไม่หมดเลยทีเดียว ส่วนตัวแล้วลองฟังไม่เกิน5สถานีก็มักจะเจอสถานีที่ถูกใจแล้ว

สถานีวิทยุมีให้เลือกฟังจากทั่วโลก เลือกกันตามใจชอบเลยครับ แต่ของไทยที่มีให้ฟังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ ไม่มีคลื่นดังๆเลย แต่ก็อย่างว่า ถ้าใครอยากฟังคลื่นที่มีในไทยหาฟังเอาจากเว็บในไทยเอาดีกว่า

ใครที่เบื่อเพลงในคอมของตัวเอง เพลงที่บ้าน เปิดวิทยุเจอแต่สถานีต่อยหอย พูดมากกว่าเปิดเพลง เล่นเกมส์ชิงรางวัลกันตลอดเวลา ลองดูครับ แล้วจะติดใจ บางคลื่นเปิดเพลงกันเป็นเมดเล่ย์ต่อกันเป็นชั่วโมงไม่พูดสักแอะก็มี โดยเฉพาะใครที่มีร้านอินเตอร์เนท ร้านอาหารต่างๆที่อยากเปิดเพลงสร้างบรรยากาศในร้านก็เหมาะดีนะครับ ไม่ต้องกลัวโดนพวกแอบอ้างลิขสิทธิ์เพลงมาไถด้วย ใครทำเว็บหรือทำบล็อก มี EMBED CODE ไว้ให้เอาไปแปะในเว็บหรือบล็อกได้ด้วยนะ

ก่อนจบบทความของแนะนำสถานีที่ผมชอบฟังครับ

อันแรก อย่างที่รู้ๆกันว่าช่วงนี้ผมชอบฟังเพลงเกาหลี ดังนั้นจึงต้องหาสถานีเพลงเกาหลี Kpop ไว้ฟัง ที่แนะนำคือ SEOULFM ครับ เพลงเพราะ เปิดต่อเนื่อง เพลงดังๆทั้งนั้น
ถ้าไม่ฟังในSHOUcastสามารถไปฟังโดยตรงในเว็บ seoul.fm เข้าไปคุยไปขอเพลงกันได้

อีกอันที่ชอบมากคือ Absolute Alternative @ Distortion Radio นานๆทีกลับมาฟังเพลงอัลเตอร์ฯบ้างก็สนุกดีครับ หลังจากที่ไม่ได้ฟังเพลงแนวนี้มาตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เปิดมาฟังเพลงอัลเทอร์เนทีฟสากลใหม่ๆทั้งๆที่ไม่รู้จักสักเพลงแต่ก็ฟังได้เพลินๆ มีเพลงเพราๆะเยอะ ติดหูดีครับ ฟังแล้วรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ปล่อยแก่กันไป แฮ่ๆ
ถ้าไม่ฟังในSHOUcastสามารถไปฟังโดยตรงในเว็บ www.distortionradio.com/channel/absolute-alternative

ชอบเพลงแนวไหน ภาษาไหน ค้นหาดูกันเอาเองนะครับ ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ