วิดีโอคลิป มีดีกว่าที่คิด

หนังเรื่องนี้ก็นานมาแล้วนะครับ แต่เพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อไม่นานมานี้ ช่วงที่หนังเรื่องนี้โปรโมทอยู่นึกว่าจะเป็นหนังที่เน้นฉากหวือหวาเซ็กซี่ๆ อาศัยกระแสวิดีโอคลิปหลุดที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในช่วงนั้น แต่พอได้ดูแล้วหนังมีดีกว่าที่คิดไว้ และมีการหักมุมที่ใช้ได้เลยทีเดียว แต่อาจจะขาดความสมจริงไปบ้างในบางจุดก็เท่านั้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสมากมายนัก

หนังเดินเรื่องได้น่าติดตามดี และจบได้หัดมุมอย่างสะเทือนความรู้สึกแถมด้วยข้อคิดและอุทาหรณ์เกี่ยวกับเรื่องการถ่ายคลิปส่วนตัว มันร้ายแรงกว่าที่บางคนคิด และอาจจะทำให้ใครบางคนถึงตายได้

โดยความคิดเห็นแล้วส่วนตัวแล้ว วิธีแก้ง่ายๆก็คืออย่าไปถ่ายมันเลย หากวันหนึ่งมันหลุดออกมาและถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว มันจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ตัวอย่างง่ายๆก็คือดาราหนังร้องสาวที่เป็นข่าวฮือฮาเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้เธอเองก็สูญเสียงานในวงการบันเทิงไปแล้วยังต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆเพราะความอับอาย ที่พูดไม่ได้จะตอกย้ำอะไรเค้านะครับ แค่ยกตัวอย่างก็เท่านั้นเอง แต่ก็มีบางทีที่เราเองไม่ได้เป็นคนถ่ายเก็บไว้แต่โดนแอบถ่ายก็มี กรณีนี้น่าสงสารกว่าเพราะไม่ได้อยากถ่าย ดังนั้นก่อนจะทำอะไรก็ควรระวังตัวและสำรวจให้ดีๆครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีแอบถ่ายก็พัฒนาไปเรื่อยๆ กล้องที่ซ่อนไว้ก็เล็กลงทุกที ต้องระวังให้มากก่อนจะเกิดปัญหาทีหลัง เพราะเมื่อมันถูกเผยแพร่ไปแล้ว เราไม่สามารถจัดการกับมันได้เลย

นางเอกหนังเรื่องนี้น่ารักดี แต่ไม่รู้ว่ามีงานอื่นๆต่อจากหนังเรื่องนี้อีกหรือเปล่า ใครรู้บอกกันด้วยนะ
เช่นเคยครับ ยังพอหาดูได้ตามร้านVCDทั่วไป ใครไม่รู้จะดูอะไรช่วงนี้แล้วยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ก็ลองพิจารณาดูครับ

(เครดิต รูปจาก http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/7231 และ http://www.madoomovie.com/movie_show.php?plid=479)

ร็อคนรกโยกลืมติ๋ม ฮาดี

หนังเรื่องนี้ได้มาจากเพื่อนนานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง หนังเรื่องนี้เป็นหนังตลกครับ(ดูหนังตลกซะเยอะครับ ชอบ) เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่จริงๆแล้วเป็นคนติ๋มๆ เรียบร้อย มีความฝันอยากเป็นนักร้องเพลงป๊อบแนวรักใสๆ แต่เหตุการณ์พลิกผันทำให้เค้าต้องมาเป็นนักร้องนำและมือกีตาร์ของวงร็อคปีศาจทำเพลงหนักๆและมีเนื้อหารุนแรง ดูจากปกเอานะครับ สองคนนั้นคือคนเดียวกันครับ ฮ่าๆ
พระเอกเรื่องนี้คือคนที่แสดงเป็น L ในหนังเรื่อง Death Note (หา จริงดิ)

ดูรูปกันชัดๆ ตัวเอกตอนติ๋มๆ ตอนเป็น L และตอนเป็นท่านเคราเซอร์ นักร้องสุดโฉด

เนื้อเรื่องโดยรวมๆก็เกี่ยวกับเรื่องของความฝันและแรงบันดาลใจของคนที่อยากทำความฝันให้สำเร็จ กับคนที่ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเอาแบบไหนกับชีวิตดี ระหว่างแนวเพลงที่ตัวเองชอบ แต่ดันทำเพลงออกมาไม่ได้เรื่องคนไม่สนใจ กับแนวเพลงที่ต้องฝืนตัวเองแต่ทำได้ดี มีคนชอบ และกลายเป็นขวัญใจที่สาวกติดตามงานเพลงมากมายและยึดเค้าเป็นแบบอย่าง(ในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่)
ผู้หญิงที่แอบรักอยู่ก็ดันไม่ชอบเพลงและพฤติกรรมของแฟนเพลงของตัวเอกในภาคโหดเท่าไหร่ แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย

หนังเป็นหนังแนวตลกยุ่งเหยิงแบบเดียวกับการ์ตูนญี่ปุ่น และก็มารู้ตอนหลังว่าหนังเรื่องนี้ก็สร้างมาจากการ์ตูนนั่นแหละ
ความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ก็คือชอบครับ ตลกดี มีสาระบ้างนิดหน่อย อย่าไปสนใจเรื่องความสมจริงกับเนื้อเรื่องเลย หนังตลกก็ดูเอาฮาดีกว่าอย่าไปซีเรียส

ยังพอหาดูได้ตามร้านVCDและกระบะลดราคาตามห้างทั่วไปครับ

(เครดิตรูปประกอบบทความโดยคุณ~LastOrder~จาก http://8th.bitanime.net/index.php?showtopic=8563&mode;=linear)

ยิปมัน หนังบู๊ดูสนุกครบรส

เพื่อนแนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้ครับ ตอนแรกเห็นชื่อกับโปสเตอร์หนังและตัวอย่างผ่านๆแล้วรู้สึกว่าหนังไม่น่าสนใจ คนแสดงก็หน้าตาไม่น่าจะต่อยตีเก่ง ก็เลยปล่อยไว้ ไม่ได้ดูตามคำแนะนำของเพื่อน
ส่วนหนึ่งนั้นเป็นผลมาจากการดูหนังของจาพนมมากเกินไป หลังๆมาดูหนังเรื่องไหนที่เค้าว่าบู๊ๆสนุกๆก็ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ เพราะดันติดความมันส์สไตล์ต่อยตีแบบจาพนม กับฉากบู๊ที่ดูสมจริง เลยดูหนังบู๊ที่ใช้สลิงแบบไม่เนียนมากๆไม่สนุกไปเลย สู้หนังพี่จาเราไม่ได้เลย(เฉพาะฉากบู๊นะครับ ไม่นับเรื่องบทครับ) หลังๆมาเวลามีหนังใหม่ๆเรื่องไหนที่ว่าเป็นหนังบู๊สนุกๆเลยไม่ค่อยอยากเชื่อคำโฆษณาเพราะว่าทำผิดหวังมาหลายเรื่องแล้ว
แต่แล้ววันหนึ่งช่องทีวีทางดาวเทียมได้เอามาฉายให้ดูพอดี ก็เลยเอาวะ นั่งดูซักหน่อยดีกว่า เพราะเพื่อนคนนี้ไม่ใช่คนที่จะชอบหนังเรื่องไหนง่ายๆเหมือนกัน ถ้าหนังที่คนๆนี้บอกชอบได้แสดงว่าต้องมีอะไรดีแน่ๆ
พอได้ดูแล้วก็ต้องบอกเลยว่า ชอบครับ ชอบมากๆ

เป็นหนังบู๊ที่มีฉากต่อสู้ถึงจะใช้สลิงบ้างแต่ก็ไม่น่าเกลียด ทำออกมาไม่โอเวอร์มากเกินไป คนแสดงเป็นพระเอกคืออาจารย์ยิปมันนั้นแสดงได้ดีมาก ต่างจากตอนแรกที่คิดสงสัยว่าคนหน้าตาแบบนี้จะต่อยตีเก่งเหรอ ผิดคาดครับ แสดงเป็นคนใช้กังฟูได้เร้าใจดีจริงๆ ทำให้เรารู้สึกว่าคนๆนี้เป็นคนดีและเก่งกังฟูมาก แสดงฉากต่อสู้ได้ดี แถมยังมีความถ่อมตน ไม่โอ้อวดตัวเองว่าเป็นคนเก่ง แต่ด้วยความที่เก่งจริงๆผู้คนเลยยกย่องชื่นชมไปเองโดยอัตโนมัติ นอกจากเรื่องฉากต่อสู้ดุเดือดที่หนังบู๊มีแล้ว ยังมีฉากที่สะเทือนอารมณ์หลายๆฉากด้วยกัน หนังเปิดตัวมาด้วยภาพชีวิตดีๆหรูหราของตัวเอกและครอบครัวในตอนต้นเรื่อง แต่เมื่อเข้าสู่สภาวะสงคราม ทุกอย่างกลับพลิกตาลปัตร ชีวิตต้องอยู่อย่างแร้นแค้น อดๆอยากๆในที่พักโทรมๆ แถมยังถูกบังคับให้ต้องสู้ทั้งๆที่เป็นคนที่ไม่ชอบมีเรื่องกับใครก่อน แล้วก็ต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนจีนและของวิชากังฟูที่ตัวเองรัก
ดูจบแล้ว รู้สึกประทับใจมากๆ รู้สึกผิดจริงๆที่ตอนแรกไม่สนใจคิดที่จะดู พอดูจบรู้ว่ามีภาค2ออกมาแล้ว ก็ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนคนเดิมหามาให้ดู ดูภาค2 ก็สนุกเหมือนเดิม อารมณ์ที่ต้องต่อสู้ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงครอบครัวและต้องต่อสู้กับศัตรูด้วยวิชากังฟูก็ยังอยู่ครบ แถมยังต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนจีนและวิชากังฟูเหมือนเดิม ดูจบแล้ว ชอบเหมือนเดิม ผ่านครับ นึกว่าภาค2จะทำออกมาได้ไม่ดีเหมือนหนังเรื่องอื่นๆซะอีก

โดยรวมสรุปว่าหนังเรื่องนี้ที่ดูสนุกและประทับใจได้นั้นเรื่องของบทหนังเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว ถ้าใครจะทำหนังบู๊ให้มีหลากอารมณ์ครบรสควรจะดูหนังเรื่องนี้ไว้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สักแต่ว่าจะเอาบู๊อย่างเดียว เพราะว่าหนังมันจะมีแค่มิติเดียวคือเรื่องของความมันส์ สะใจ สนุกก็จริง แต่มันจะไม่เป็นที่น่าจดจำ หรือถ้าทำได้ก็จะได้รับความฮืออาเฉพาะภาคแรกๆเท่านั้น ยกตัวอย่างเลย หนังของจา พนมนี่แหละครับ ภาคแรกที่คนฮือฮา ทำรายได้ถล่มทลายเพราะเราไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูตื่นตาตื่นใจไปหมด แต่พอมาหนังเรื่องหลังๆของจาพนมเราก็รู้แล้วว่า จา ทำอย่างนี้ได้ ทำอย่างนั้นได้ ถึุงจะมีลูกเล่นใหม่ๆ วิชาใหม่ๆ มันก็ช่วยได้ไม่มาก หนังเรื่องหลังๆของจาพนมเลยไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องบทหนังที่มีเสียงวิจารณ์กันมากว่าทำได้ไม่ค่อยดี ซึ่งผมก็เห็นด้วย
พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหนังของโทนี่ จา ของเรานะครับ แต่ผมเอาจากความรู้สึกของตัวเองล้วนๆเลยครับ ผมติดตามหนังของจา ทุกเรื่อง ไปดูในโรงทุกเรื่อง ตอนองค์บาก1 กับต้มยำกุ้ง มันก็ยังสนุกตื่นตาตื่นใจดีอยู่ แต่พอมา องค์บาก2 ดูจบแล้วมันเริ่มอยากได้อะไรจากหนังมากกว่าดูฉากต่อสู้แล้ว พอมาองค์บาก3 เกิดอาการลังเลว่าจะไปดูดีไหม จนสุดท้ายก็ไม่ได้ไปดู

แหมพูดเรื่องหนังยิปมันอยู่ดีๆไปเกี่ยวเอาหนังพี่จาของเรามาได้ไงไม่รู้ แต่ที่ติไปก็เพื่อก่อนะครับ เพราะชอบคุณจาและหนังของเขามากๆ เลยอยากให้หนังที่จะออกมาต่อจากนี้ไปมีอะไรมากกว่าจะมาต่อยๆตีๆโชว์ความสามารถของจาพนมอย่างเดียว

ใครชอบหนังบู๊ ยังไม่เคยดู แนะนำกันเลยครับ ยิบมัน(Ip man)ภาค1และ2 น่าจะชอบกัน

คนเฮงดวงซวย

ไปเจอหนังเรื่องนี้กองอยู่ในชั้น เลยอยากเขียนถึงสักหน่อย เพราะเคยคิดจะเขียนแนะนำหนังเรื่องนี้ในบล็อกนี้ตั้งนานแล้วแต่ก็ลืมทุกที เป็นหนังเก่าเมื่อประมาณสิบกว่าปีมาแล้ว(หรือนานกว่านั้น)
สำหรับหนังเรื่องนี้นั้น เป็นตัวอย่างที่ดีของการตั้งชื่อหนัง เพราะผมจำหนังเรื่องนี้ได้เพราะชื่อมันโดน และติดปากผมมานาน ฝังไว้ในหัว แงะยังไงก็ไม่ออกโดยที่ไม่มีโอกาสได้ไปดูหนังเรื่องนี้เลยเมื่อตอนฉายในโรง
กว่าจะมีโอกาสได้ดูก็เมื่อหลายปีต่อมาตอนเรียนมหาลัยปีสุดท้าย เจอในร้านขายวีซีดีร้านหนึ่งแถวๆกาดต้นพยอม เลยคิดว่า เอาวะ ซื้อมาดูซักหน่อย หนังอะไรไม่รู้ ไม่เคยดู แต่ชื่อดันติดปากมาติดหูมาตั้งนาน
พอได้ดูแล้ว ก็ดีเลยครับ ถือเป็นหนังที่ตลกมากเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว แถมยังมีหักมุมจบในตอนท้ายด้วย

เรื่องราวก็เป็นเรื่องวุ่นๆของชายคนหนึ่งที่จับได้ว่าเมียที่รักกันมานานจับมือกับเจ้านายที่บริษัทสวมเขาให้เขา การเดินทางประชดรักประชดชีวิตจึงได้เริ่มขึ้น โดยมีชายหนุ่มผิวสีที่ชีวิตนี้ไม่เคยมีอะไรดีเลย แม่ดุ เมียด่า มาตกกระไดพลอยโจนต้องร่วมเดินทางไปด้วยกัน
เกิดเป็นเรื่องราวมากมาย และทั้งสองก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างในชีวิต ทั้งของตัวเองและคนที่เดินทางไปด้วยกัน

หนังเก่ามาก ดูจากไตเติ้ลเปิดเรื่องนี่รู้เลยว่าเก่า ถ้าใครหาหนังตลกๆดูอยู่ เจอเรื่องนี้ก็หยิบมาได้เลยครับ น่าจะถูกใจกัน

คิดไม่ออก ก็รักใสใส


ก่อนที่บ้านเราจะโดนกระแสเกาหลีฟีเวอร์ถาโถมเข้าใส่แบบปัจจุบัน
เมื่อครั้งกระโน้นตอนที่ซี่รีส์ไต้หวันเรื่องรักใสใสหัวใจ4ดวง ออกอากาศที่บ้านเราทางไทยทีวีสีช่อง3ได้สร้างปรากฎการณ์F4ฟีเวอร์ขึ้นในบ้านเรา ช่วงนั้นจำได้ว่าอะไรๆก็F4 แถมยังส่งผลให้มีซีรีส์ไต้หวันและดารานักร้องไต้หวันอีกหลายๆคนเป็นที่รู้จักในบ้านเรามากขึ้น
คอนเสิร์ตF4ครั้งที่จัดขึ้นในบ้านเรานั้นก็นับว่าเป็นคอนเสิร์ตที่บัตรราคาสูงมากๆแต่แฟนๆก็ยังตามไปุอดหนุนกันอย่างเหนียวแน่น
แต่สิ่งหนึ่งที่เหลือทิ้งไว้นอกจากความนิยมของF4แล้ว ยังมีอีกสิ่งนึงที่เป็นผลพวงมาจาก รักใสใสหัวใจหัวใจ4ดวงก็คือ
เมื่อมีการตั้งชื่อ หนัง ซี่รีส์ หรือหนังสือนิยายแนวรัก มักจะตั้งโดยมีคำ รักใสใส ไว้ในชื่อ 555
ไม่รู้ว่าคนตั้งชื่อหมดไอเดีย หรือจริงๆการตั้งชื่อว่ารักใสใส นั้นให้ผลที่ดีทางการตลาดก็ไม่ทราบได้ หรืออาจจะเพราะว่ามันเป็นชื่อง่ายๆและดูดีก็ได้
แต่ไปเจอชื่อแนวๆนี้ที่ไหนทีไรผมก็อดขำไม่ได้ 555 จะรักใสใสอะไรกันนักหนา ลองตั้งชื่ออื่นดูบ้างไหม


นี่รักใสใสหัวใจสีรุ้ง


รักใสใสหัวใจซ่อมได้


หนังที่Sohee Wonder girls แสดง
รักใสใสหัวใจ3ฤดู

ยังมีอีกเยอะ เช่น รักใสหัวใจเกินร้อย, รักใสหัวใจดวงเดียว(หรือจะมีกี่ดวงก็ว่าไป), รักใสหัวใจกิ๊ก, รักใสใสของยายตัวแสบ, รักใสใสหัวใจอัศจรรย์ และอีกมากมาย เอามาให้ดูเท่านี้ก่อนเพราะถ้าเอามาหมดบทความนี้คงยาวมากแน่ๆ
ไม่ได้ต่อว่าอะไรใครนะครับ แซวๆเล่นขำๆมากกว่า เลยเอามาเขียนให้อ่านเล่นๆ เพราะการจะตั้งชื่ออะไรสักอย่างมันยากเหมือนกันนะ
ดังนั้นถ้านึกอะไรไม่ออก จัด รักใสใสไปละกัน555

โอเคเบตง หนังดีที่อยากแนะนำครับ


หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เก่ามากแล้ว นำแสดงโดย คุณว่าน – ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง กับ คุณยุ้ย – จีรนันท์ มะโนแจ่ม
ที่ผมอยากแนะนำเพราะว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วเกิดความรู้สึกดีๆกับเราเมื่อเราดูจบครับ อธิบายยากเหมือนกันครับว่าเป็นความรู้สึกแบบใด
เนื้อเรื่องเป็นเรื่องของพระหนุ่มที่บวชมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ และคิดว่าจะบวชไปตลอดชีวิต แต่จู่ๆก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องสึกออกมาอย่างกระทันหันและไม่คาดฝัน

แล้วก็มีเหตุการณ์มากมายที่นำความเปลี่ยนแปลงในชีวิตมาสู่ทิดหนุ่ม ซึ่งสุดท้ายแล้วเค้าต้องหาทางจัดการและต้องเลือกหนทางในการใช้ชีวิตของเขาต่อไป
หนังเรื่องนี้กำกับกับโดย คุณ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิตบุตร ซึ่งก่อนหน้านั้นผลงานกำกับของเขาทุกเรื่องเป็นที่ฮือฮาและสร้างรายได้อย่างมาก ทั้ง 2499 อันธพาลครองเมือง หรือนางนาค แต่พอมาถึงหนังเรื่องนี้ ถือว่าค่อนข้างเงียบและรายได้ไม่เป็นอย่างที่คาดไว้อาจจะเป็นเพราะเป็นหนังที่ดูยาก บางคนดูแล้วบอกไม่รู้เรื่อง บางคนบอกดูแล้วง่วง แต่สำหรับผมดูแล้ว มันสนุกอย่างบอกไม่ถูก และยังมีมุขขำๆสอดแทรกมานิดหน่อยๆ หนังทั้งเรื่องอาจจะดูแบบเรื่อยๆเอื่อยๆ แต่ก็น่าติดตามดูว่าสุดท้ายตอนจบจะเป็นอย่างไร
ถ้าไม่นับเรื่องรายได้และกระแสความนิยม ผมว่านี่เป็นหนังที่คุณอุ๋ยทำออกมาได้ดีมากๆไม่แพ้นางนาค กับ 2499 อันธพาลครองเมืองเลยทีเดียว ความคิดส่วนตัวนะครับ
นักแสดงทุกคนในเรื่องก็แสดงได้ดี เหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับ โดยเฉพาะพระเอกกับหลานสาวที่ผมว่าแสดงได้น่ารักทั้งคู่
หนังยังพอหาซื้อได้ครับ ลองเดินตาม ห้าง หรือร้านขายซีดี ทั่วไปน่าจะยังมีอยู่ ตอนผมซื้อเค้าลดราคาเหลือแค่ 69 บาทเอง เป็นDVDนะครับ แต่นั่นราคาเมื่อสองปีกว่ามาแล้ว ตอนนี้ถ้าเจออาจจะซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่านี้
หนังเรื่องนี้ช่วยเป็นกำลังใจได้ดีครับ เมื่อใดที่ผมรู้สึกผิดหวัง ท้อแท้ผมมักจะดูหนังเรื่องนี้ เมื่อดูจบแล้วมักจะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น
ใครที่กำลังผิดหวังกับอะไรในชีวิตอยู่ ผมแนะนำให้ลองหาหนังเรื่องนี้มาดูครับ
ขอจบด้วยข้อความจากtrailerหนังเรื่องนี้ครับ
“ภาพยนต์ที่จะนำความสุขกลับมาสู่คุณอีกครั้ง”
ชีวิตก็เหมือนการขี่จักรยาน จะสนุกได้ มันต้องรู้จักถีบ

อ่านเรื่องย่อแบบเต็มๆได้ที่นี่ครับ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/baytong/okbt.html
หรือเยี่ยมชมรายละเอียดอื่นๆที่ Wikipedia