ฟองน้ำหูฟัง Ear Bud ของ Audio-technica

SPARE EAR PIECES audio-technica-ER-40_01

เพราะมีหูฟังแบบ Ear Bud ใช้งานอยู่ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องมีใช้งานและต้องมีการเปลียนเมื่อถึงเวลาอันควรนั่นก็คือฟองน้ำ

เมื่อก่อนใช้หูฟัง Ear Bud ไม่เคยใช้ฟองน้ำเลย มีติดมาก็เอาออก รู้สึกไม่ชอบ แต่หลังๆมาก็ต้องเปลี่ยนความคิดเนื่องจากถ้าไม่ใส่ฟองน้ำอาจทำให้ฝุ่นเล็ดลอดเข้าไปที่ Driver ของหูฟัง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพเสียงและลดอายุการใช้งานของหูฟังลง

ฟองน้ำหูฟังก็มีให้เลือกใช้งานมากมาย ที่หาได้ง่ายๆก็ของยี่ห้อ Asaki หลากสีที่มีขายตามร้านอุปกรณ์ iT หรือ สั่งซื้อแบบที่คุณภาพดีขึ้นมาอีกหน่อยจากร้านมั่นคง (มีแค่สีเดียวคือสีดำ) และตอนนี้เห็นที่ซื้อง่ายๆอีกเจ้านึงก็เห็นมีขายที่ร้าน Diaso มีสีสันให้เลือกหลายสีเช่นกัน

วันนี้ที่จะมาเขียนถึงเป็นของแบรนด์ Audio-technica แบรนด์หูฟังและอุปกรณ์เกี่ยวกับเรื่องเสียงเจ้าดัง

เนื่องการที่ซื้อของและสั่งของจากเว็บ CDJapan อยู่เป็นประจำ บางครั้งก็ลองค้นๆหาสินค้าประเภทอื่นนอกเหนือจากแผ่น CD, DVD หรือ Blu-Ray ที่เป็นสินค้าหลัก ก็ไปเจอว่า CDJapan ขายหูฟังและอะไหล่ส่วนของฟองน้ำและจุกยางด้วย ( ปล. หูฟังบางรุ่น สั่งซื้อได้ราคาถูกกว่าซื้อในไทย ) เลยลองสั่งฟองน้ำหูฟังมาใช้ดู

ราคามันก็เอาเรื่องอยู่นะ คิดเป็นเงินไทยตอนนี้ชุดนึงได้ฟองน้ำ 2 คู่ ราคาเกือบ 150 บาท แต่ตอนที่ลองซื้อมาค่าเงินเยนอ่อนกว่านี้มาก ตกชุดละ 120 กว่าบาท ตอนนั้นไม่คิดอะไรมาก แค่อยากลองซื้อมาใช้ดูว่าจะแตกต่างจากที่เคยใช้งานมาแค่ไหน อารมร์อยากรู้ อยากลองอ่ะนะครับ

ถ้าจะสั่งซื้อมาเดี่ยวๆเลยเนี่ย พอรวมค่าส่งของเข้าไปอีกคิดว่าไม่คุ้ม นอกจากจะสั่งมาทีละเยอะๆ สำหรับผมใช้วิธีสั่งมาพร้อมกับเวลาสั่ง CD หรือ DVD เพราะเป็นของชิ้นเล็ก น้ำหนักไม่มาก เลยไม่ต้องเพิ่มค่าส่งแต่อย่างใด มีสีให้เลือกคือ ดำ, เทา, น้ำเงิน, น้ำตาล, แดง และ แบบข้างละสี เขียว+ชมพู

ผมลองซื้อมาใช้ สองสี คือแดง กับ สีเทา

SPARE EAR PIECES audio-technica-ER-40_02

สีแดง พอมาดูจริงๆแล้ว ผมว่ามันออกไปทางสีส้มมากกว่า ชอบ สีสันมันสะดุดตาดี ฟองน้ำเนื้อเนียน ละเอียด เหนียวดี ใช้งานได้นาน เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้แกะสีเทามาใช้เลย ใช้สีแดงนี้มาเกือบปีแล้ว ทั้งนี้ความคงทนก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและเก็บรักษาของเราด้วยครับ ของผมใช้แล้วเก็บไว้ในที่เก็บหูฟังอย่างดี (บทความ : รีวิว ที่เก็บหูฟังของ Audio Technica )

SPARE EAR PIECES audio-technica-ER-40_03

จากที่ใช้งานมา ข้อเสียคือสีมันซีด จางเร็วมาก ใช้ไปสักพักสีสันไม่สดใสเหมือนเคย

ของสีเทาพอมาดูของจริงแล้ว มันเป็นเทาเข้มมาก ถ้าไม่มองดีๆจะคิดว่าเป็นสีดำมากกว่า ไม่รู้ใช้ๆไปจะซีดจนเห็นว่าเป็นสีเทาชัดขึ้นรึเปล่า จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้แกะมาใช้เลย

SPARE EAR PIECES audio-technica-ER-40_04

โดยรวมถือว่าราคาอาจจะสูงไปนิด แต่ก็ได้ของดีๆมาใช้งาน ที่สำคัญคือบางสียี่ห้ออื่นไม่มี ก็เหมาะสำหรับคนที่อยากได้สีที่แตกต่างไปครับ

ถ้าไม่อยากยุ่งยากก็เอาที่มีขายในบ้านเรานี่แหละ อันนี้ที่ผมซื้อมาก็เพราะอยากลองดูเท่านั้นเอง มาเขียนรีวิวลงบล็อกไว้เผื่อคนที่อยากมองหาตัวเลือกแปลกๆใหม่ๆสำหรับฟองน้ำหูฟังแบบ Ear Bud ครับ

ถ้าสนใจอยากสั่งซื้อก็ตามลิงค์นี้ครับ สีแดง, สีเทา ส่วนสีอื่นๆจะมี Link ให้เลือกในหน้านั้นๆด้วยครับ

Motorhead earphone : Trigger

หูฟังตัวนี้ซื้อมานานแล้ว ซื้อมาก่อนจะซื้อ PK2 ซะอีก แต่พึ่งได้เขียนถึง เพราะกะจะเขียนถึงการใช้งานและเรื่องเสียงด้วย เลยให้เวลากับหูฟังตัวนี้จะได้เขียนถึงอย่างละเอียดๆ

ตัวนี้เป็นตัวแรกที่ไปอุดหนุนร้านเฮียมั่นครับ ไปที่สาขาพารากอน เพราะรู้สึกว่าไปง่าย ที่ทางสะดวกกว้างขว้างดี

ก่อนไปได้เล็งๆไว้หลายรุ่น MotorHead Trigger นี่ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่กะไปลองดู อ่านจากรีวิวหลายๆเจ้าก็คิดว่าเสียงน่าจะถูกใจเรา เมื่อเทียบๆกันกับหลายๆเจ้าแล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อตัวนี้มา (ตัวเลือกในตอนนั้นมี JBL J33, Sol Republic JAX, Sony XBA-10)

แบรนด์ MotorHead เป็นชื่อของวงดนตรีเฮฟวี่เมทัลรุ่นเก๋า ที่มาทำหูฟังของตัวเอง เน้นเสียงที่เหมาะกับแนวเพลงที่เจ้าของแบรนด์เล่นนั่นเอง นอกจากเสียงแล้ว ดีไซน์ของแต่ละรุ่นก็ออกมาดุดันสมกับเป็นหูฟังชาวเมทัล ชาวร๊อคซะจริง ชื่อรุ่นของหูฟังแต่ละรุ่นก็เอามาจากชื่อเพลงของ MotorHead เอง (Bomber, Ironfist, Motorizer, Oevrkill และ Trigger)

รุ่นอื่นๆมีรุ่นอะไรบ้าง ไปที่ดูเว็บ  www.motorheadphones.com กัน

รุ่น Trigger กับรุ่น Overkill นั้นต่างกันแค่ Trigger เป็นรุ่นธรรมดา แต่ Overkill นั้นมี Mic และ Control สำหรับใช้กับ Smart Phone  ใช้รับสาย ควบคุมการเล่นเพลง

ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบใช้งานหูฟังที่มีไมค์ มีรีโมทเท่าไหร่ เนื่องจากกลัวมันพังง่าย และมักจะมาพังตรงไมค์นี่แหละ (แต่ก็ยอมรับว่าใช้งานสะดวกกว่าจริงๆ ไม่ต้องงัดเครื่องเล่นออกจากกระเป๋าเวลาจะเลี่ยนเพลง หรือรับสาย)

มาดูกล่องกันครับ ออกแบบสมกับเป็นหูฟังเพื่อชาวร็อค เมทัล เฮฟวี่เมทัลจริงๆ

Continue reading “Motorhead earphone : Trigger”

แก้ปัญหา iTunes หา iPod ไม่เจอ

หลังจากกระเป๋าหาย ไอพอดหายไปกับทุกอย่างในกระเป๋า ก็ใช้ชีวิตห่างหายจาก Gadget มาเป็นเวลาครึ่งค่อนปี สุดท้ายอดใจไม่ไหว ยอมเป็นหนี้ถอยไอพอดใหม่มาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความบันเทิงและ Social ของตัวเราเอง โดยผมเลือก iPod touch Gen 5 มาครับ

แต่ก็เกิดปัญหาคือ คอมพิวเตอร์เห็นไอพอดแล้ว แต่โปรแกรม iTunes ไม่เจอ ทำให้ซิงค์เพลง ซิงค์แอพไม่ได้

เอาแล้วไงครับ ทำไงดี ถ้าเป็นเพลงที่ซื้อมาจาก iTunes เราก็โหลดใหม่ผ่าน Wifi ได้ แต่เพลงที่ริบมาจาก CD ยังไงก็ต้องลงผ่านไอทูนส์

พยายามอยู่นานครับ ด้วยหลายๆวิธี แม้กระทั้งทำตามคำแนะนำตามหน้าช่วยเหลือของ Apple เองตามลิ้งค์นี้  iPod: ปรากฏใน Windows แต่ไม่ปรากฏใน iTunes

ขนาดทำตามเว็บเจ้าของผลิตภัณฑ์บอกเองแล้ว ก็ยังแก้ไขไม่ได้ แล้วใครจะมาช่วยเราได้ล่ะเนี่ยยย

หลายๆเว็บแนะนำให้ Uninstall โปรแกรม iTunes ออกก่อน แล้วลงใหม่ ผมทำแล้วก็ไม่ได้ผล

นั่งลองนั่นลองนี่จนดีกดื่น ก็ไม่สำเร็จ

มาลองต่ออีกวัน ในที่สุดก็แก้ปัญหาได้ครับ โดยมีคนบอกว่า ไม่ใช่เอาออกแค่โปรแกรม iTunes เท่านั้น ต้องถอนการติดตั้งโปรแกรมอื่นๆที่มากับ iTunes ทั้งหมดออกไปทั้งหมดด้วย ซึ่งก็หมายถึง
– iTunes
 – QuickTime
 – Apple Software Update
– Apple Mobile Device Support
– Bonjour
– Apple Application Support
เอาออกให้หมดเลยครับ เสร็จแล้วรีสตาร์ทหนึ่งครั้ง แล้วค่อยลง iTunes ใหม่

หลังจากที่ใช้วิธีนี้ก็แก้ได้สำเร็จครับ นี่ดีนะที่ยังไม่ลงวินโดวส์ใหม่แบบที่บางเว็บบอก เพราะคิดว่ามันเวอร์ไป เอะอะอะไรก็ลงวินโดวส์ใหม่ เลยลองหาวิธีไปเรื่อยๆ จนมาเจอวิธีนี้

ใครเจอปัญหานี้กับ iPhone หรือ iPad เวลาซื้อเครื่องใหม่มาก็ลองทำตามนี้ดู เผื่อจะช่วยได้ครับ ถ้ายังไม่ได้ ก็ ตัวใครตัวมันครับ แฮ่!

เครดิต  : คุณ spur-2008: จากลิ้งค์นี้ www.rap3g.com/forum/

ลำโพง Marshall Stanmore มาแล้ว

หลังจากออก ลำโพง รุ่น Hanwell มากระตุ้นความอยากได้ แต่ก็ทำเอาหลายๆคนต้องถอยเมื่อเห็นราคา คิดว่า Marshall เองก็คงรู้ว่ามีคนอยากได้ Hanwell กันเยอะ แต่สู้ราคาไม่ไหว คงมีเสียงเรียกร้องให้ทำรุ่นที่คล้ายๆกันแต่ราคาถูกกว่าออกมา ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ในที่สุดทาง Marshall ก็ได้ออกลำโพงรุ่นน้องของ Hanwell ที่ตัวเล็กกว่า ราคาครึ่งหนึ่ง ชื่อลำโพงรุ่นนี้คือ Stanmore ครับ

คราวนี้เพิ่มระบบเชื่อมต่อเล่นเพลงแบบ Bluetooth มาด้วย ว้าว!

Stanmore มีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล่นเพลงที่หลากหลายกว่า Hanwell ครับ นอกจาก Bluetooth แล้ว ก็มี RCA และ Optical cable ด้วย โดยตัว Hanwell สามารถต่อเครื่องเล่นโดยใช้สาย jack 3.5 มิล ทั่วไปได้แบบเดียวเท่านั้น

เห็นรูปโฉมแล้วโดน โดนจริงๆ ครับ

ตอนเห็น Hanwell ก็อยากได้นะ แต่เจอราคา 1,000 USD ที่คิดเป็นเงินไทย สามหมื่นกว่าๆแล้ว ได้แต่ยิ้มๆ แล้วก็หัวเราะครับ หึหึ (มีตัวแทนจำหน่ายในไทยเอามาขายในราคา 29,990 บาทครับ สนใจลองอ่านจาก Link นี้ได้ th.lifestyleasia.com )

ณ ตอนนี้มี Stanmore ออกมา 2 สีคือดำกับขาวครับ

ใครที่มองหาลำโพงไว้ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล หรือ โทรศัพท์มือถือ ที่ออกแนวคลาสสิคๆ นอกจากใช้ฟังเพลงยังใช้แต่งบ้าน แต่งห้องได้อีก ตัวนี้น่าจะถูกใจนะครับ กับราคาขนาดนี้ที่น่าจะพอจัดหามากันได้ 500 USD ก็น่าจะตกหมื่นกลางๆถ้าเข้ามาขายในบ้านเรา

ไปดูรายละเอียดอื่นๆเพิ่มจากเว็บ www.marshallheadphones.com กันครับ (Picture Credit รูปประกอบก็มาจากหน้าเว็บนี้เช่นกันครับ)

แปะคลิปรีวิวของตัว Hanwell ทิ้งท้ายไว้ เพราะตอนเขียนโพสนี้ยังไม่มีคลิปรีวิวของรุ่น Stanmore ออกมาเลยครับ รีวิวโดยเฮียมั่นกับคุณเบียส จากร้าน Munkonggadget

เอ้า เก็บตังค์กันครับ เก็บตังค์ ^_^