DVD I AM ออกแล้วนะครับ

วันนี้เดินผ่านร้าน DVD มา ก็เห็นว่ามีหนังใหม่ๆออกมาเพียบ ซัมบาลาก็ออกแล้วใครสนใจก็ไปหามาดูได้

แต่ที่อยากบอกต่อก็คือ DVD ภาพยนต์เรื่อง I AM หนังจากค่ายเพลงเกาหลีชื่อดังอย่าง SM entertainment หรือ SMTOWN หนังที่บันทึกเอาเรื่องราวการเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตที่ เมดิสันแสควร์การ์เด้น ของบรรดาศิลปินในค่าย ไม่ว่าจะเป็น Super Junior, Girls’ Generation, ดงบังชิงกิ, f(x), Shinee, Kangta, BOA (ต้องบอกให้ครบ ตกหล่นใครไปนี่อาจโดนแฟนคลับเคืองเอาได้ ^_^! อ้อ แฟน EXO อย่าเพิ่งเคืองนะครับ EXO มีโผล่มาในหนังนิดๆจ้า) รวมถึงย้อนอดีตเรื่องราวต่างๆของศิลปินว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้นั้น ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เคยเขียนถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อครั้งไปดูในโรงมา ในบทความบล็อกเรื่อง ไปดู I AM มา ด้วยรูปแบบการขายตั๋วและราคาค่าตั๋ว หลายๆคนอาจพลาดโอกาสชมหนังเรื่องนี้ไป ตอนนี้ หามาดูกันได้แล้วง่ายๆ ในรูปแบบ DVD จากร้าน DVD ใกล้บ้านท่านครับ (แผ่นละสองร้อยกว่าบาท) ถ้าเป็นแฟนอยู่แล้ว ไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

ไม่แน่ใจว่าที่บ้านเรามีแบบพิเศษวางขายรึเปล่า เพราะต่างประเทศที่วางขายก่อนหน้าเรามีแบบ Special box set ที่เพิ่มเบื้องหลังการถ่ายทำ ฉากพิเศษและบันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ตล้วนๆมาด้วย แบบนั้นก็น่าสะสมนะครับ

ถ้าใครอยากได้แบบพิเศษอาจจะสั่งจากเว็บ Yesasia.com ดูก็ได้นะ

ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนรึเปล่านะครับ เพราะผมเองก็เพิ่งทราบวันนี้เอง (6 ธค. 2555) เอาเป็นว่ามาบอกคนที่ยังไม่รู้ก็แล้วกันนะครับ ^_^

* เพิ่มเติม สั่งซื้อจากเว็บร้านแมงป่องเอาก็ได้นะครับ > DVD ฝันไกล I AM – www.mangpong.co.th

DVD คอนเสิร์ต Raptor 2011 คอนเสิร์ตย้อนเวลากระชากวัย


เมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อนๆใน Facebook ของผมหลายๆคนแชร์ข่าวคราวของการกลับมารวมตัวกันเล่นคอนเสิร์ตของสองหนุ่ม Raptor บอยแบนด์ดูโอ้ ที่เปรี้ยงที่สุดวงนึงเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนเพื่อนแชร์วิดีโอนี้ลงเฟซบุ๊คได้ดูแล้วถึงกับขนลุกเลยทีเดียว

การกลับมาครั้งนี้ กระแสเริ่มมาจากโลกอินเตอร์เนทตามเว็บบอร์ดชื่อดัง เมื่อทางคลื่นวิทยุคลื่นหนึ่งเห็นว่ากระแสแรงพอสมควร จึงจัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา ตอนนั้นคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่รู้จัก มีแต่คนบอกว่าจะไปดูคนเสิร์ตนี้ให้ได้ บางคนเคลียร์คิว จัดตารางงาน เตรียมเงินไว้พร้อมสรรพ แต่เรื่องที่หลายๆคนคาดไม่ถึงคือ กระแสมันแรงมาก แรงจนบัตรขายหมดภายในเวลาอันรวดเร็วเกินคาด สร้างความผิดหวังให้ผู้คนจำนวนมากที่อยากชมคอนเสิร์ตนี้ เพิ่มรอบสองก็แล้ว ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้จัดคอนเสิร์ตเองก็คงคาดไม่ถึงเหมือนกัน เพราะเลือกสถานที่จัดงาoขนาดกลางๆที่จุผู้คนได้ไม่มาก เสียงผู้ผิดหวังต่างก่นประนามว่า “ทำไมไม่ไปจัดอิมแพคว้าาาาา” อื้ออึงระงมทั่วโลกไซเบอร์สเปซ

แน่นอนว่าเมื่อของมันดีขนาดนี้ก็ต้องมีบันทึกการแสดงสดตามมา เราเองในฐานะผู้พลาดหวังคนนึงก็ไม่พลาดที่จะจัดหามารับชมสักหน่อย

นั่งดูคอนเสิร์ตไป รู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปในช่วงเวลานั้น เพลงนี้ตอนเราอยู่ ม. นี้ เพลงนี้เราเคยร้องตอนเราชอบสาวคนนี้ เพลงนี้ตอนนั้นเรา…..ฯลฯ

รู้สึกว่าไม่ใช่แค่ความบันเทิงเท่านั้นนะเนี่ย แต่คอนเสิร์ตนี้ยังมีคุณค่าทางจิตใจอย่างประหลาดอีกด้วยฮ่าๆ แถมด้วยแขกรับเชิญอย่างรุ่นพี่ที่โด่งดังไม่แพ้กันในยุคนั้นอย่าง ลิฟท์กับออย ที่มาเรียกเสียงกรี๊ดได้ไม่น้อยหน้าเจ้าของคอนเสิร์ตเลย

ดูคอนเสิร์ตนี้แล้ว เหมือนย้อนเวลาได้ คิดว่าหลายๆคนที่ได้ดูก็คงคิดเหมือนกัน

การที่คอนเสิร์ตนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก อาจจะเกินความคาดหมายของหลายๆคนไปด้วยซ้ำก็คงเพราะความรักและความคิดถึงที่แฟนๆและศิลปินมีให้กัน มาบรรจบกันในเวลาที่พอเหมาะ หลายๆคนเมื่อยุคโน้นตอนเป็นเด็กอาจจะอยากมีโอกาสชมคอนเสิร์ตของแรพเตอร์สักครั้งแต่ไม่มีโอกาส อาจจะเพราะไม่มีเงินซื้อบัตรเพราะยังเด็ก บ้านอยู่ต่างจังหวัด อะไรก็แล้วแต่ ทั้งๆที่อยากมาดูใจจะขาด มาตอนนี้เขาเหล่านั้นก็อยู่ในวัยทำงานเรียบร้อย ไม่มีปัญหาเรื่องเงิน บางคนตอนนี้เข้ามาทำงานอยู่ที่เมืองหลวงพอดี ที่อยู่ต่างจังหวัดก็นั่งเครื่องบินมาดูได้เดี๋ยวนี้ตั๋วเครื่องบินไม่แพงเหมือนเมื่อก่อน เวลาที่ผ่านมา 13 ปีที่แรพเตอร์ไม่ได้ร้องเพลงด้วยกันออกสื่อเลย ทุกๆปัจจัยมาบรรจบเหมาะเจาะกันจนอาจจะเรียกได้ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้สร้า้งปรากฎการณ์ที่น่าทึ่งที่วงการเพลงต้องบันทึกไว้เลยทีเดียว

เมื่อย้อนกลับไปในตอนนั้นศิลปินนักร้องอย่างแรพเตอร์หรือวงแนวบอยแบนด์หรือเกิลกรุ๊บวัยรุ่นยุคนั้นๆมักถูกปรามาสจากนักวิจารณ์หรือสื่อต่างๆออกไปในแนวที่ว่า “เพลงแบบนี้ดังแป๊บเดียวเดียวคนก็ลืม” จากคอนเสิร์ตนี้คงลบคำสบประมาทตรงนี้ได้ เพราะการที่คนยังระลึกถึงศิลปินได้ขนาดนี้ ร้องเพลงตามได้ขนาดนี้ คอนเสิร์ตของวงบอยแบนด์ที่ไม่มีผลงานใหม่ออกมา สิบกว่าปี มีผลตอบรับที่ดีขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะเกิดขึ้นได้ แสดงว่าเพลงของแรพเตอร์ยังมีคนจำได้ ไม่ได้ถูกลืมเลือนไปอย่างที่ใครได้พูดไว้

นั่งชมจนจบคอนเสิร์ต ร้องตามได้ทุกเพลงเลยจริงๆ ก็มันเป็นเพลง “ยุคนั้น” อ่ะนะ คนดูในแต่ละคนในคอนเสิร์ตก็ไม่น้อยหน้าวัยรุ่นเลย ทั้งเสียงกรี๊ดทั้งเต้นตาม ถ้าไม่รู้มาก่อนก็ดูไม่ออกนะเนี่ยว่านี่คอนเสิร์ตของคนมีอายุ ในงานคอนเสิร์ตทุกคนคงกลับไปป็นวัยรุ่นกันหมดล่ะนะ ฮ่าๆๆๆ (ศิลปินปัจจุบันบางกลุ่มอาจจะมีเคืองนะเนี่ย แบบว่าดังในยุคปัจจุบันแท้ๆแต่ยังไม่มีคอนเสิร์ตใหญ่ขนาดนี้เลยสักครั้ง)

ใครที่จะอินกับคอนเสิร์ตนี้ได้ อายุไม่ใช่น้อยๆนะเนี่ย ฮ่าๆๆ

และดูท่าว่าปรากฎการณ์นี้จะยังไม่จบลงแค่เพียงเท่านี้ สงสัยกระแสคนพลาดหวังยังมีเยอะ คราวนี้เฮียเลยลงมาจัดเองเลยครับ จัดเป็นคอนเสิร์ตที่ใหญ่กว่าคราวที่แล้ว คราวนี้ IMPACT ARENA ซะที หุหุ จัดกันในนาม RS เลยด้วยนะ ไม่ใช่จัดในนามของคลื่นวิทยุแบบครั้งก่อน

เอ้า ใครที่พลาดคราวก่อนไป นี่อาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายจริงๆแล้วนะครับ บัตรก็เตรียมตัวแย่งกันซื้อได้เลย ติดตามข่าวคราวกันให้ดีๆนะครับ

เริ่มจำหน่ายบัตรวันแรก วันที่ 10 มีนาคม 2555
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsfriends.com/raptor2012
และ www.thaiticketmajor.com

แต่กระนั้นตัวผมเองก็คงต้องรอ DVD อีกตามเคย
อยากให้จัดรวมศิลปินบ้าง เอาแบบเยอะๆจะได้หายคิดถึงกัน ประมาณรวมศิษย์เก่าอะไรแบบนี้ ถ้าจะเวิร์คนะ

เพิ่งได้ดูหนังเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย ดูแล้วเศร้าใจ

หลังจากที่ชื่นชอบผลงานของหม่อมน้อยจากอุโมงค์ผาเมืองก็ได้ไปหาผลงานเรื่องชั่วฟ้าดินสลายมาดู หลังจากที่ได้ดูแล้วก็ต้องบอกว่าชอบหนังเรื่องนี้ในเรื่องความสวยงามของภาพ ภาษาที่ใช้ในหนัง บทภาพยนต์ เมื่อดูหนังจบแล้วพูดได้ว่ามันเป็นโศกนาฎกรรมที่ดูแล้วเศร้าใจ

ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ปล่อยให้ความต้องการในรักมาบังตาจนไม่มองถึงศีลธรรมและความถูกต้องได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ ที่จะทำให้ชีวิตของทั้งสองต้องเปลี่ยนไปสู่หนทางแห่งความทุกข์ระทม

ก่อนที่จะได้ดูหนังเรื่องนี้ ได้อ่านเรื่องย่อมาคร่าวๆและคิดว่าการลงโทษที่ทั้งสองคนได้รับมันโหดร้ายเกินไปรึเปล่า แต่เมื่อได้ดูหนังแล้วสิ่งที่ทั้งสองคนทำกับพะโป้มันก็โหดร้ายต่อความรู้สึกไม่ใช่น้อย

คนดีๆที่เป็นพ่อพระของเหล่าลูกน้องและข้ารับใช้ เปลี่ยนเป็นคนใจโหดเหี้ยมที่ทรมานลงโทษคนอื่นด้วยวิธีที่โหดร้ายทารุณกว่าการเอาไปฆ่าให้ตายได้ลงคอ


ถึงหนังจะมีเนื้อหาที่หนักแต่ก็แอบแทรกมุขตลกไว้ 1 มุขถ้วน ผมชอบมุขแนวนี้นะ

เรื่องนี้ดูง่ายกว่าอุโมงค์ผาเมือง แต่เรื่องของความสวยงามของภาพ ฉาก เสื้อผ้า ภาษาพูด และองคืประกอบต่างๆในหนังนั้นสวยงามไม่แพ้กัน(แต่ของอุโมงค์ผาเมืองดูอลังการกว่า)

หดหู่ใจจัง ตอนดูจบแล้ว ถึงจะมีมุขตลก 1 มุขถ้วนมาช่วยคลายอารมณ์ก่อนหนังจบแล้วก็ตาม

ชั่วฟ้าดินสลาย มันนานแค่ไหนกันนะ

“จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนักเพราะว่าเสาของวิหารนั้นก็ยืนอยู่ห่างกัน และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันไ­ด้” เป็นบทของพะโป้ที่พูดไว้ในหนัง มาจากหนังสือ ปรัชญาชีวิต ของ คาลิล ยิบราน (The Prophet)

ค้นหาดูในอินเตอร์เนทแล้ว เห็นเค้าบอกว่าถ้าชอบหนังเรื่องนี้ให้ลองหาเวอร์ชั่น Director’s cut มาดูหนังจะมีฉากต่างๆที่ถูกตัดออกไปเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ1ชั่วโมง (ขอบคุณ www.rachanont.com )

ต้องไปหามาดูอีกแล้วสิเรา

…………………………………………
(เครดิตรูปประกอบบทความจาก www.dektube.com)

วิดีโอคลิป มีดีกว่าที่คิด

หนังเรื่องนี้ก็นานมาแล้วนะครับ แต่เพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อไม่นานมานี้ ช่วงที่หนังเรื่องนี้โปรโมทอยู่นึกว่าจะเป็นหนังที่เน้นฉากหวือหวาเซ็กซี่ๆ อาศัยกระแสวิดีโอคลิปหลุดที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในช่วงนั้น แต่พอได้ดูแล้วหนังมีดีกว่าที่คิดไว้ และมีการหักมุมที่ใช้ได้เลยทีเดียว แต่อาจจะขาดความสมจริงไปบ้างในบางจุดก็เท่านั้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสมากมายนัก

หนังเดินเรื่องได้น่าติดตามดี และจบได้หัดมุมอย่างสะเทือนความรู้สึกแถมด้วยข้อคิดและอุทาหรณ์เกี่ยวกับเรื่องการถ่ายคลิปส่วนตัว มันร้ายแรงกว่าที่บางคนคิด และอาจจะทำให้ใครบางคนถึงตายได้

โดยความคิดเห็นแล้วส่วนตัวแล้ว วิธีแก้ง่ายๆก็คืออย่าไปถ่ายมันเลย หากวันหนึ่งมันหลุดออกมาและถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว มันจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ตัวอย่างง่ายๆก็คือดาราหนังร้องสาวที่เป็นข่าวฮือฮาเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้เธอเองก็สูญเสียงานในวงการบันเทิงไปแล้วยังต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆเพราะความอับอาย ที่พูดไม่ได้จะตอกย้ำอะไรเค้านะครับ แค่ยกตัวอย่างก็เท่านั้นเอง แต่ก็มีบางทีที่เราเองไม่ได้เป็นคนถ่ายเก็บไว้แต่โดนแอบถ่ายก็มี กรณีนี้น่าสงสารกว่าเพราะไม่ได้อยากถ่าย ดังนั้นก่อนจะทำอะไรก็ควรระวังตัวและสำรวจให้ดีๆครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีแอบถ่ายก็พัฒนาไปเรื่อยๆ กล้องที่ซ่อนไว้ก็เล็กลงทุกที ต้องระวังให้มากก่อนจะเกิดปัญหาทีหลัง เพราะเมื่อมันถูกเผยแพร่ไปแล้ว เราไม่สามารถจัดการกับมันได้เลย

นางเอกหนังเรื่องนี้น่ารักดี แต่ไม่รู้ว่ามีงานอื่นๆต่อจากหนังเรื่องนี้อีกหรือเปล่า ใครรู้บอกกันด้วยนะ
เช่นเคยครับ ยังพอหาดูได้ตามร้านVCDทั่วไป ใครไม่รู้จะดูอะไรช่วงนี้แล้วยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ก็ลองพิจารณาดูครับ

(เครดิต รูปจาก http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/7231 และ http://www.madoomovie.com/movie_show.php?plid=479)

ร็อคนรกโยกลืมติ๋ม ฮาดี

หนังเรื่องนี้ได้มาจากเพื่อนนานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง หนังเรื่องนี้เป็นหนังตลกครับ(ดูหนังตลกซะเยอะครับ ชอบ) เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่จริงๆแล้วเป็นคนติ๋มๆ เรียบร้อย มีความฝันอยากเป็นนักร้องเพลงป๊อบแนวรักใสๆ แต่เหตุการณ์พลิกผันทำให้เค้าต้องมาเป็นนักร้องนำและมือกีตาร์ของวงร็อคปีศาจทำเพลงหนักๆและมีเนื้อหารุนแรง ดูจากปกเอานะครับ สองคนนั้นคือคนเดียวกันครับ ฮ่าๆ
พระเอกเรื่องนี้คือคนที่แสดงเป็น L ในหนังเรื่อง Death Note (หา จริงดิ)

ดูรูปกันชัดๆ ตัวเอกตอนติ๋มๆ ตอนเป็น L และตอนเป็นท่านเคราเซอร์ นักร้องสุดโฉด

เนื้อเรื่องโดยรวมๆก็เกี่ยวกับเรื่องของความฝันและแรงบันดาลใจของคนที่อยากทำความฝันให้สำเร็จ กับคนที่ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเอาแบบไหนกับชีวิตดี ระหว่างแนวเพลงที่ตัวเองชอบ แต่ดันทำเพลงออกมาไม่ได้เรื่องคนไม่สนใจ กับแนวเพลงที่ต้องฝืนตัวเองแต่ทำได้ดี มีคนชอบ และกลายเป็นขวัญใจที่สาวกติดตามงานเพลงมากมายและยึดเค้าเป็นแบบอย่าง(ในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่)
ผู้หญิงที่แอบรักอยู่ก็ดันไม่ชอบเพลงและพฤติกรรมของแฟนเพลงของตัวเอกในภาคโหดเท่าไหร่ แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย

หนังเป็นหนังแนวตลกยุ่งเหยิงแบบเดียวกับการ์ตูนญี่ปุ่น และก็มารู้ตอนหลังว่าหนังเรื่องนี้ก็สร้างมาจากการ์ตูนนั่นแหละ
ความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ก็คือชอบครับ ตลกดี มีสาระบ้างนิดหน่อย อย่าไปสนใจเรื่องความสมจริงกับเนื้อเรื่องเลย หนังตลกก็ดูเอาฮาดีกว่าอย่าไปซีเรียส

ยังพอหาดูได้ตามร้านVCDและกระบะลดราคาตามห้างทั่วไปครับ

(เครดิตรูปประกอบบทความโดยคุณ~LastOrder~จาก http://8th.bitanime.net/index.php?showtopic=8563&mode;=linear)

ยิปมัน หนังบู๊ดูสนุกครบรส

เพื่อนแนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้ครับ ตอนแรกเห็นชื่อกับโปสเตอร์หนังและตัวอย่างผ่านๆแล้วรู้สึกว่าหนังไม่น่าสนใจ คนแสดงก็หน้าตาไม่น่าจะต่อยตีเก่ง ก็เลยปล่อยไว้ ไม่ได้ดูตามคำแนะนำของเพื่อน
ส่วนหนึ่งนั้นเป็นผลมาจากการดูหนังของจาพนมมากเกินไป หลังๆมาดูหนังเรื่องไหนที่เค้าว่าบู๊ๆสนุกๆก็ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ เพราะดันติดความมันส์สไตล์ต่อยตีแบบจาพนม กับฉากบู๊ที่ดูสมจริง เลยดูหนังบู๊ที่ใช้สลิงแบบไม่เนียนมากๆไม่สนุกไปเลย สู้หนังพี่จาเราไม่ได้เลย(เฉพาะฉากบู๊นะครับ ไม่นับเรื่องบทครับ) หลังๆมาเวลามีหนังใหม่ๆเรื่องไหนที่ว่าเป็นหนังบู๊สนุกๆเลยไม่ค่อยอยากเชื่อคำโฆษณาเพราะว่าทำผิดหวังมาหลายเรื่องแล้ว
แต่แล้ววันหนึ่งช่องทีวีทางดาวเทียมได้เอามาฉายให้ดูพอดี ก็เลยเอาวะ นั่งดูซักหน่อยดีกว่า เพราะเพื่อนคนนี้ไม่ใช่คนที่จะชอบหนังเรื่องไหนง่ายๆเหมือนกัน ถ้าหนังที่คนๆนี้บอกชอบได้แสดงว่าต้องมีอะไรดีแน่ๆ
พอได้ดูแล้วก็ต้องบอกเลยว่า ชอบครับ ชอบมากๆ

เป็นหนังบู๊ที่มีฉากต่อสู้ถึงจะใช้สลิงบ้างแต่ก็ไม่น่าเกลียด ทำออกมาไม่โอเวอร์มากเกินไป คนแสดงเป็นพระเอกคืออาจารย์ยิปมันนั้นแสดงได้ดีมาก ต่างจากตอนแรกที่คิดสงสัยว่าคนหน้าตาแบบนี้จะต่อยตีเก่งเหรอ ผิดคาดครับ แสดงเป็นคนใช้กังฟูได้เร้าใจดีจริงๆ ทำให้เรารู้สึกว่าคนๆนี้เป็นคนดีและเก่งกังฟูมาก แสดงฉากต่อสู้ได้ดี แถมยังมีความถ่อมตน ไม่โอ้อวดตัวเองว่าเป็นคนเก่ง แต่ด้วยความที่เก่งจริงๆผู้คนเลยยกย่องชื่นชมไปเองโดยอัตโนมัติ นอกจากเรื่องฉากต่อสู้ดุเดือดที่หนังบู๊มีแล้ว ยังมีฉากที่สะเทือนอารมณ์หลายๆฉากด้วยกัน หนังเปิดตัวมาด้วยภาพชีวิตดีๆหรูหราของตัวเอกและครอบครัวในตอนต้นเรื่อง แต่เมื่อเข้าสู่สภาวะสงคราม ทุกอย่างกลับพลิกตาลปัตร ชีวิตต้องอยู่อย่างแร้นแค้น อดๆอยากๆในที่พักโทรมๆ แถมยังถูกบังคับให้ต้องสู้ทั้งๆที่เป็นคนที่ไม่ชอบมีเรื่องกับใครก่อน แล้วก็ต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนจีนและของวิชากังฟูที่ตัวเองรัก
ดูจบแล้ว รู้สึกประทับใจมากๆ รู้สึกผิดจริงๆที่ตอนแรกไม่สนใจคิดที่จะดู พอดูจบรู้ว่ามีภาค2ออกมาแล้ว ก็ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนคนเดิมหามาให้ดู ดูภาค2 ก็สนุกเหมือนเดิม อารมณ์ที่ต้องต่อสู้ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงครอบครัวและต้องต่อสู้กับศัตรูด้วยวิชากังฟูก็ยังอยู่ครบ แถมยังต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนจีนและวิชากังฟูเหมือนเดิม ดูจบแล้ว ชอบเหมือนเดิม ผ่านครับ นึกว่าภาค2จะทำออกมาได้ไม่ดีเหมือนหนังเรื่องอื่นๆซะอีก

โดยรวมสรุปว่าหนังเรื่องนี้ที่ดูสนุกและประทับใจได้นั้นเรื่องของบทหนังเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว ถ้าใครจะทำหนังบู๊ให้มีหลากอารมณ์ครบรสควรจะดูหนังเรื่องนี้ไว้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สักแต่ว่าจะเอาบู๊อย่างเดียว เพราะว่าหนังมันจะมีแค่มิติเดียวคือเรื่องของความมันส์ สะใจ สนุกก็จริง แต่มันจะไม่เป็นที่น่าจดจำ หรือถ้าทำได้ก็จะได้รับความฮืออาเฉพาะภาคแรกๆเท่านั้น ยกตัวอย่างเลย หนังของจา พนมนี่แหละครับ ภาคแรกที่คนฮือฮา ทำรายได้ถล่มทลายเพราะเราไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูตื่นตาตื่นใจไปหมด แต่พอมาหนังเรื่องหลังๆของจาพนมเราก็รู้แล้วว่า จา ทำอย่างนี้ได้ ทำอย่างนั้นได้ ถึุงจะมีลูกเล่นใหม่ๆ วิชาใหม่ๆ มันก็ช่วยได้ไม่มาก หนังเรื่องหลังๆของจาพนมเลยไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องบทหนังที่มีเสียงวิจารณ์กันมากว่าทำได้ไม่ค่อยดี ซึ่งผมก็เห็นด้วย
พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหนังของโทนี่ จา ของเรานะครับ แต่ผมเอาจากความรู้สึกของตัวเองล้วนๆเลยครับ ผมติดตามหนังของจา ทุกเรื่อง ไปดูในโรงทุกเรื่อง ตอนองค์บาก1 กับต้มยำกุ้ง มันก็ยังสนุกตื่นตาตื่นใจดีอยู่ แต่พอมา องค์บาก2 ดูจบแล้วมันเริ่มอยากได้อะไรจากหนังมากกว่าดูฉากต่อสู้แล้ว พอมาองค์บาก3 เกิดอาการลังเลว่าจะไปดูดีไหม จนสุดท้ายก็ไม่ได้ไปดู

แหมพูดเรื่องหนังยิปมันอยู่ดีๆไปเกี่ยวเอาหนังพี่จาของเรามาได้ไงไม่รู้ แต่ที่ติไปก็เพื่อก่อนะครับ เพราะชอบคุณจาและหนังของเขามากๆ เลยอยากให้หนังที่จะออกมาต่อจากนี้ไปมีอะไรมากกว่าจะมาต่อยๆตีๆโชว์ความสามารถของจาพนมอย่างเดียว

ใครชอบหนังบู๊ ยังไม่เคยดู แนะนำกันเลยครับ ยิบมัน(Ip man)ภาค1และ2 น่าจะชอบกัน