NoNotaro129

เรื่องราวเรื่อยเปื่อยของชายคนหนึ่ง

DVD คอนเสิร์ต Raptor 2011 คอนเสิร์ตย้อนเวลากระชากวัย


เมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อนๆใน Facebook ของผมหลายๆคนแชร์ข่าวคราวของการกลับมารวมตัวกันเล่นคอนเสิร์ตของสองหนุ่ม Raptor บอยแบนด์ดูโอ้ ที่เปรี้ยงที่สุดวงนึงเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนเพื่อนแชร์วิดีโอนี้ลงเฟซบุ๊คได้ดูแล้วถึงกับขนลุกเลยทีเดียว

การกลับมาครั้งนี้ กระแสเริ่มมาจากโลกอินเตอร์เนทตามเว็บบอร์ดชื่อดัง เมื่อทางคลื่นวิทยุคลื่นหนึ่งเห็นว่ากระแสแรงพอสมควร จึงจัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา ตอนนั้นคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่รู้จัก มีแต่คนบอกว่าจะไปดูคนเสิร์ตนี้ให้ได้ บางคนเคลียร์คิว จัดตารางงาน เตรียมเงินไว้พร้อมสรรพ แต่เรื่องที่หลายๆคนคาดไม่ถึงคือ กระแสมันแรงมาก แรงจนบัตรขายหมดภายในเวลาอันรวดเร็วเกินคาด สร้างความผิดหวังให้ผู้คนจำนวนมากที่อยากชมคอนเสิร์ตนี้ เพิ่มรอบสองก็แล้ว ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้จัดคอนเสิร์ตเองก็คงคาดไม่ถึงเหมือนกัน เพราะเลือกสถานที่จัดงาoขนาดกลางๆที่จุผู้คนได้ไม่มาก เสียงผู้ผิดหวังต่างก่นประนามว่า “ทำไมไม่ไปจัดอิมแพคว้าาาาา” อื้ออึงระงมทั่วโลกไซเบอร์สเปซ

แน่นอนว่าเมื่อของมันดีขนาดนี้ก็ต้องมีบันทึกการแสดงสดตามมา เราเองในฐานะผู้พลาดหวังคนนึงก็ไม่พลาดที่จะจัดหามารับชมสักหน่อย

นั่งดูคอนเสิร์ตไป รู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปในช่วงเวลานั้น เพลงนี้ตอนเราอยู่ ม. นี้ เพลงนี้เราเคยร้องตอนเราชอบสาวคนนี้ เพลงนี้ตอนนั้นเรา…..ฯลฯ

รู้สึกว่าไม่ใช่แค่ความบันเทิงเท่านั้นนะเนี่ย แต่คอนเสิร์ตนี้ยังมีคุณค่าทางจิตใจอย่างประหลาดอีกด้วยฮ่าๆ แถมด้วยแขกรับเชิญอย่างรุ่นพี่ที่โด่งดังไม่แพ้กันในยุคนั้นอย่าง ลิฟท์กับออย ที่มาเรียกเสียงกรี๊ดได้ไม่น้อยหน้าเจ้าของคอนเสิร์ตเลย

ดูคอนเสิร์ตนี้แล้ว เหมือนย้อนเวลาได้ คิดว่าหลายๆคนที่ได้ดูก็คงคิดเหมือนกัน

การที่คอนเสิร์ตนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก อาจจะเกินความคาดหมายของหลายๆคนไปด้วยซ้ำก็คงเพราะความรักและความคิดถึงที่แฟนๆและศิลปินมีให้กัน มาบรรจบกันในเวลาที่พอเหมาะ หลายๆคนเมื่อยุคโน้นตอนเป็นเด็กอาจจะอยากมีโอกาสชมคอนเสิร์ตของแรพเตอร์สักครั้งแต่ไม่มีโอกาส อาจจะเพราะไม่มีเงินซื้อบัตรเพราะยังเด็ก บ้านอยู่ต่างจังหวัด อะไรก็แล้วแต่ ทั้งๆที่อยากมาดูใจจะขาด มาตอนนี้เขาเหล่านั้นก็อยู่ในวัยทำงานเรียบร้อย ไม่มีปัญหาเรื่องเงิน บางคนตอนนี้เข้ามาทำงานอยู่ที่เมืองหลวงพอดี ที่อยู่ต่างจังหวัดก็นั่งเครื่องบินมาดูได้เดี๋ยวนี้ตั๋วเครื่องบินไม่แพงเหมือนเมื่อก่อน เวลาที่ผ่านมา 13 ปีที่แรพเตอร์ไม่ได้ร้องเพลงด้วยกันออกสื่อเลย ทุกๆปัจจัยมาบรรจบเหมาะเจาะกันจนอาจจะเรียกได้ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้สร้า้งปรากฎการณ์ที่น่าทึ่งที่วงการเพลงต้องบันทึกไว้เลยทีเดียว

เมื่อย้อนกลับไปในตอนนั้นศิลปินนักร้องอย่างแรพเตอร์หรือวงแนวบอยแบนด์หรือเกิลกรุ๊บวัยรุ่นยุคนั้นๆมักถูกปรามาสจากนักวิจารณ์หรือสื่อต่างๆออกไปในแนวที่ว่า “เพลงแบบนี้ดังแป๊บเดียวเดียวคนก็ลืม” จากคอนเสิร์ตนี้คงลบคำสบประมาทตรงนี้ได้ เพราะการที่คนยังระลึกถึงศิลปินได้ขนาดนี้ ร้องเพลงตามได้ขนาดนี้ คอนเสิร์ตของวงบอยแบนด์ที่ไม่มีผลงานใหม่ออกมา สิบกว่าปี มีผลตอบรับที่ดีขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะเกิดขึ้นได้ แสดงว่าเพลงของแรพเตอร์ยังมีคนจำได้ ไม่ได้ถูกลืมเลือนไปอย่างที่ใครได้พูดไว้

นั่งชมจนจบคอนเสิร์ต ร้องตามได้ทุกเพลงเลยจริงๆ ก็มันเป็นเพลง “ยุคนั้น” อ่ะนะ คนดูในแต่ละคนในคอนเสิร์ตก็ไม่น้อยหน้าวัยรุ่นเลย ทั้งเสียงกรี๊ดทั้งเต้นตาม ถ้าไม่รู้มาก่อนก็ดูไม่ออกนะเนี่ยว่านี่คอนเสิร์ตของคนมีอายุ ในงานคอนเสิร์ตทุกคนคงกลับไปป็นวัยรุ่นกันหมดล่ะนะ ฮ่าๆๆๆ (ศิลปินปัจจุบันบางกลุ่มอาจจะมีเคืองนะเนี่ย แบบว่าดังในยุคปัจจุบันแท้ๆแต่ยังไม่มีคอนเสิร์ตใหญ่ขนาดนี้เลยสักครั้ง)

ใครที่จะอินกับคอนเสิร์ตนี้ได้ อายุไม่ใช่น้อยๆนะเนี่ย ฮ่าๆๆ

และดูท่าว่าปรากฎการณ์นี้จะยังไม่จบลงแค่เพียงเท่านี้ สงสัยกระแสคนพลาดหวังยังมีเยอะ คราวนี้เฮียเลยลงมาจัดเองเลยครับ จัดเป็นคอนเสิร์ตที่ใหญ่กว่าคราวที่แล้ว คราวนี้ IMPACT ARENA ซะที หุหุ จัดกันในนาม RS เลยด้วยนะ ไม่ใช่จัดในนามของคลื่นวิทยุแบบครั้งก่อน

เอ้า ใครที่พลาดคราวก่อนไป นี่อาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายจริงๆแล้วนะครับ บัตรก็เตรียมตัวแย่งกันซื้อได้เลย ติดตามข่าวคราวกันให้ดีๆนะครับ

เริ่มจำหน่ายบัตรวันแรก วันที่ 10 มีนาคม 2555
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsfriends.com/raptor2012
และ www.thaiticketmajor.com

แต่กระนั้นตัวผมเองก็คงต้องรอ DVD อีกตามเคย
อยากให้จัดรวมศิลปินบ้าง เอาแบบเยอะๆจะได้หายคิดถึงกัน ประมาณรวมศิษย์เก่าอะไรแบบนี้ ถ้าจะเวิร์คนะ

เพิ่งได้ดูหนังเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย ดูแล้วเศร้าใจ

หลังจากที่ชื่นชอบผลงานของหม่อมน้อยจากอุโมงค์ผาเมืองก็ได้ไปหาผลงานเรื่องชั่วฟ้าดินสลายมาดู หลังจากที่ได้ดูแล้วก็ต้องบอกว่าชอบหนังเรื่องนี้ในเรื่องความสวยงามของภาพ ภาษาที่ใช้ในหนัง บทภาพยนต์ เมื่อดูหนังจบแล้วพูดได้ว่ามันเป็นโศกนาฎกรรมที่ดูแล้วเศร้าใจ

ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ปล่อยให้ความต้องการในรักมาบังตาจนไม่มองถึงศีลธรรมและความถูกต้องได้ทำในสิ่งที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ ที่จะทำให้ชีวิตของทั้งสองต้องเปลี่ยนไปสู่หนทางแห่งความทุกข์ระทม

ก่อนที่จะได้ดูหนังเรื่องนี้ ได้อ่านเรื่องย่อมาคร่าวๆและคิดว่าการลงโทษที่ทั้งสองคนได้รับมันโหดร้ายเกินไปรึเปล่า แต่เมื่อได้ดูหนังแล้วสิ่งที่ทั้งสองคนทำกับพะโป้มันก็โหดร้ายต่อความรู้สึกไม่ใช่น้อย

คนดีๆที่เป็นพ่อพระของเหล่าลูกน้องและข้ารับใช้ เปลี่ยนเป็นคนใจโหดเหี้ยมที่ทรมานลงโทษคนอื่นด้วยวิธีที่โหดร้ายทารุณกว่าการเอาไปฆ่าให้ตายได้ลงคอ


ถึงหนังจะมีเนื้อหาที่หนักแต่ก็แอบแทรกมุขตลกไว้ 1 มุขถ้วน ผมชอบมุขแนวนี้นะ

เรื่องนี้ดูง่ายกว่าอุโมงค์ผาเมือง แต่เรื่องของความสวยงามของภาพ ฉาก เสื้อผ้า ภาษาพูด และองคืประกอบต่างๆในหนังนั้นสวยงามไม่แพ้กัน(แต่ของอุโมงค์ผาเมืองดูอลังการกว่า)

หดหู่ใจจัง ตอนดูจบแล้ว ถึงจะมีมุขตลก 1 มุขถ้วนมาช่วยคลายอารมณ์ก่อนหนังจบแล้วก็ตาม

ชั่วฟ้าดินสลาย มันนานแค่ไหนกันนะ

“จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนักเพราะว่าเสาของวิหารนั้นก็ยืนอยู่ห่างกัน และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันไ­ด้” เป็นบทของพะโป้ที่พูดไว้ในหนัง มาจากหนังสือ ปรัชญาชีวิต ของ คาลิล ยิบราน (The Prophet)

ค้นหาดูในอินเตอร์เนทแล้ว เห็นเค้าบอกว่าถ้าชอบหนังเรื่องนี้ให้ลองหาเวอร์ชั่น Director’s cut มาดูหนังจะมีฉากต่างๆที่ถูกตัดออกไปเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ1ชั่วโมง (ขอบคุณ www.rachanont.com )

ต้องไปหามาดูอีกแล้วสิเรา

…………………………………………
(เครดิตรูปประกอบบทความจาก www.dektube.com)

วิดีโอคลิป มีดีกว่าที่คิด

หนังเรื่องนี้ก็นานมาแล้วนะครับ แต่เพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อไม่นานมานี้ ช่วงที่หนังเรื่องนี้โปรโมทอยู่นึกว่าจะเป็นหนังที่เน้นฉากหวือหวาเซ็กซี่ๆ อาศัยกระแสวิดีโอคลิปหลุดที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในช่วงนั้น แต่พอได้ดูแล้วหนังมีดีกว่าที่คิดไว้ และมีการหักมุมที่ใช้ได้เลยทีเดียว แต่อาจจะขาดความสมจริงไปบ้างในบางจุดก็เท่านั้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสมากมายนัก

หนังเดินเรื่องได้น่าติดตามดี และจบได้หัดมุมอย่างสะเทือนความรู้สึกแถมด้วยข้อคิดและอุทาหรณ์เกี่ยวกับเรื่องการถ่ายคลิปส่วนตัว มันร้ายแรงกว่าที่บางคนคิด และอาจจะทำให้ใครบางคนถึงตายได้

โดยความคิดเห็นแล้วส่วนตัวแล้ว วิธีแก้ง่ายๆก็คืออย่าไปถ่ายมันเลย หากวันหนึ่งมันหลุดออกมาและถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว มันจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ตัวอย่างง่ายๆก็คือดาราหนังร้องสาวที่เป็นข่าวฮือฮาเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้เธอเองก็สูญเสียงานในวงการบันเทิงไปแล้วยังต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆเพราะความอับอาย ที่พูดไม่ได้จะตอกย้ำอะไรเค้านะครับ แค่ยกตัวอย่างก็เท่านั้นเอง แต่ก็มีบางทีที่เราเองไม่ได้เป็นคนถ่ายเก็บไว้แต่โดนแอบถ่ายก็มี กรณีนี้น่าสงสารกว่าเพราะไม่ได้อยากถ่าย ดังนั้นก่อนจะทำอะไรก็ควรระวังตัวและสำรวจให้ดีๆครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีแอบถ่ายก็พัฒนาไปเรื่อยๆ กล้องที่ซ่อนไว้ก็เล็กลงทุกที ต้องระวังให้มากก่อนจะเกิดปัญหาทีหลัง เพราะเมื่อมันถูกเผยแพร่ไปแล้ว เราไม่สามารถจัดการกับมันได้เลย

นางเอกหนังเรื่องนี้น่ารักดี แต่ไม่รู้ว่ามีงานอื่นๆต่อจากหนังเรื่องนี้อีกหรือเปล่า ใครรู้บอกกันด้วยนะ
เช่นเคยครับ ยังพอหาดูได้ตามร้านVCDทั่วไป ใครไม่รู้จะดูอะไรช่วงนี้แล้วยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ก็ลองพิจารณาดูครับ

(เครดิต รูปจาก http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/7231 และ http://www.madoomovie.com/movie_show.php?plid=479)

ร็อคนรกโยกลืมติ๋ม ฮาดี

หนังเรื่องนี้ได้มาจากเพื่อนนานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง หนังเรื่องนี้เป็นหนังตลกครับ(ดูหนังตลกซะเยอะครับ ชอบ) เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่จริงๆแล้วเป็นคนติ๋มๆ เรียบร้อย มีความฝันอยากเป็นนักร้องเพลงป๊อบแนวรักใสๆ แต่เหตุการณ์พลิกผันทำให้เค้าต้องมาเป็นนักร้องนำและมือกีตาร์ของวงร็อคปีศาจทำเพลงหนักๆและมีเนื้อหารุนแรง ดูจากปกเอานะครับ สองคนนั้นคือคนเดียวกันครับ ฮ่าๆ
พระเอกเรื่องนี้คือคนที่แสดงเป็น L ในหนังเรื่อง Death Note (หา จริงดิ)

ดูรูปกันชัดๆ ตัวเอกตอนติ๋มๆ ตอนเป็น L และตอนเป็นท่านเคราเซอร์ นักร้องสุดโฉด

เนื้อเรื่องโดยรวมๆก็เกี่ยวกับเรื่องของความฝันและแรงบันดาลใจของคนที่อยากทำความฝันให้สำเร็จ กับคนที่ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเอาแบบไหนกับชีวิตดี ระหว่างแนวเพลงที่ตัวเองชอบ แต่ดันทำเพลงออกมาไม่ได้เรื่องคนไม่สนใจ กับแนวเพลงที่ต้องฝืนตัวเองแต่ทำได้ดี มีคนชอบ และกลายเป็นขวัญใจที่สาวกติดตามงานเพลงมากมายและยึดเค้าเป็นแบบอย่าง(ในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่)
ผู้หญิงที่แอบรักอยู่ก็ดันไม่ชอบเพลงและพฤติกรรมของแฟนเพลงของตัวเอกในภาคโหดเท่าไหร่ แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย

หนังเป็นหนังแนวตลกยุ่งเหยิงแบบเดียวกับการ์ตูนญี่ปุ่น และก็มารู้ตอนหลังว่าหนังเรื่องนี้ก็สร้างมาจากการ์ตูนนั่นแหละ
ความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ก็คือชอบครับ ตลกดี มีสาระบ้างนิดหน่อย อย่าไปสนใจเรื่องความสมจริงกับเนื้อเรื่องเลย หนังตลกก็ดูเอาฮาดีกว่าอย่าไปซีเรียส

ยังพอหาดูได้ตามร้านVCDและกระบะลดราคาตามห้างทั่วไปครับ

(เครดิตรูปประกอบบทความโดยคุณ~LastOrder~จาก http://8th.bitanime.net/index.php?showtopic=8563&mode;=linear)

ยิปมัน หนังบู๊ดูสนุกครบรส

เพื่อนแนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้ครับ ตอนแรกเห็นชื่อกับโปสเตอร์หนังและตัวอย่างผ่านๆแล้วรู้สึกว่าหนังไม่น่าสนใจ คนแสดงก็หน้าตาไม่น่าจะต่อยตีเก่ง ก็เลยปล่อยไว้ ไม่ได้ดูตามคำแนะนำของเพื่อน
ส่วนหนึ่งนั้นเป็นผลมาจากการดูหนังของจาพนมมากเกินไป หลังๆมาดูหนังเรื่องไหนที่เค้าว่าบู๊ๆสนุกๆก็ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ เพราะดันติดความมันส์สไตล์ต่อยตีแบบจาพนม กับฉากบู๊ที่ดูสมจริง เลยดูหนังบู๊ที่ใช้สลิงแบบไม่เนียนมากๆไม่สนุกไปเลย สู้หนังพี่จาเราไม่ได้เลย(เฉพาะฉากบู๊นะครับ ไม่นับเรื่องบทครับ) หลังๆมาเวลามีหนังใหม่ๆเรื่องไหนที่ว่าเป็นหนังบู๊สนุกๆเลยไม่ค่อยอยากเชื่อคำโฆษณาเพราะว่าทำผิดหวังมาหลายเรื่องแล้ว
แต่แล้ววันหนึ่งช่องทีวีทางดาวเทียมได้เอามาฉายให้ดูพอดี ก็เลยเอาวะ นั่งดูซักหน่อยดีกว่า เพราะเพื่อนคนนี้ไม่ใช่คนที่จะชอบหนังเรื่องไหนง่ายๆเหมือนกัน ถ้าหนังที่คนๆนี้บอกชอบได้แสดงว่าต้องมีอะไรดีแน่ๆ
พอได้ดูแล้วก็ต้องบอกเลยว่า ชอบครับ ชอบมากๆ

เป็นหนังบู๊ที่มีฉากต่อสู้ถึงจะใช้สลิงบ้างแต่ก็ไม่น่าเกลียด ทำออกมาไม่โอเวอร์มากเกินไป คนแสดงเป็นพระเอกคืออาจารย์ยิปมันนั้นแสดงได้ดีมาก ต่างจากตอนแรกที่คิดสงสัยว่าคนหน้าตาแบบนี้จะต่อยตีเก่งเหรอ ผิดคาดครับ แสดงเป็นคนใช้กังฟูได้เร้าใจดีจริงๆ ทำให้เรารู้สึกว่าคนๆนี้เป็นคนดีและเก่งกังฟูมาก แสดงฉากต่อสู้ได้ดี แถมยังมีความถ่อมตน ไม่โอ้อวดตัวเองว่าเป็นคนเก่ง แต่ด้วยความที่เก่งจริงๆผู้คนเลยยกย่องชื่นชมไปเองโดยอัตโนมัติ นอกจากเรื่องฉากต่อสู้ดุเดือดที่หนังบู๊มีแล้ว ยังมีฉากที่สะเทือนอารมณ์หลายๆฉากด้วยกัน หนังเปิดตัวมาด้วยภาพชีวิตดีๆหรูหราของตัวเอกและครอบครัวในตอนต้นเรื่อง แต่เมื่อเข้าสู่สภาวะสงคราม ทุกอย่างกลับพลิกตาลปัตร ชีวิตต้องอยู่อย่างแร้นแค้น อดๆอยากๆในที่พักโทรมๆ แถมยังถูกบังคับให้ต้องสู้ทั้งๆที่เป็นคนที่ไม่ชอบมีเรื่องกับใครก่อน แล้วก็ต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนจีนและของวิชากังฟูที่ตัวเองรัก
ดูจบแล้ว รู้สึกประทับใจมากๆ รู้สึกผิดจริงๆที่ตอนแรกไม่สนใจคิดที่จะดู พอดูจบรู้ว่ามีภาค2ออกมาแล้ว ก็ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนคนเดิมหามาให้ดู ดูภาค2 ก็สนุกเหมือนเดิม อารมณ์ที่ต้องต่อสู้ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงครอบครัวและต้องต่อสู้กับศัตรูด้วยวิชากังฟูก็ยังอยู่ครบ แถมยังต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนจีนและวิชากังฟูเหมือนเดิม ดูจบแล้ว ชอบเหมือนเดิม ผ่านครับ นึกว่าภาค2จะทำออกมาได้ไม่ดีเหมือนหนังเรื่องอื่นๆซะอีก

โดยรวมสรุปว่าหนังเรื่องนี้ที่ดูสนุกและประทับใจได้นั้นเรื่องของบทหนังเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว ถ้าใครจะทำหนังบู๊ให้มีหลากอารมณ์ครบรสควรจะดูหนังเรื่องนี้ไว้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สักแต่ว่าจะเอาบู๊อย่างเดียว เพราะว่าหนังมันจะมีแค่มิติเดียวคือเรื่องของความมันส์ สะใจ สนุกก็จริง แต่มันจะไม่เป็นที่น่าจดจำ หรือถ้าทำได้ก็จะได้รับความฮืออาเฉพาะภาคแรกๆเท่านั้น ยกตัวอย่างเลย หนังของจา พนมนี่แหละครับ ภาคแรกที่คนฮือฮา ทำรายได้ถล่มทลายเพราะเราไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูตื่นตาตื่นใจไปหมด แต่พอมาหนังเรื่องหลังๆของจาพนมเราก็รู้แล้วว่า จา ทำอย่างนี้ได้ ทำอย่างนั้นได้ ถึุงจะมีลูกเล่นใหม่ๆ วิชาใหม่ๆ มันก็ช่วยได้ไม่มาก หนังเรื่องหลังๆของจาพนมเลยไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องบทหนังที่มีเสียงวิจารณ์กันมากว่าทำได้ไม่ค่อยดี ซึ่งผมก็เห็นด้วย
พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหนังของโทนี่ จา ของเรานะครับ แต่ผมเอาจากความรู้สึกของตัวเองล้วนๆเลยครับ ผมติดตามหนังของจา ทุกเรื่อง ไปดูในโรงทุกเรื่อง ตอนองค์บาก1 กับต้มยำกุ้ง มันก็ยังสนุกตื่นตาตื่นใจดีอยู่ แต่พอมา องค์บาก2 ดูจบแล้วมันเริ่มอยากได้อะไรจากหนังมากกว่าดูฉากต่อสู้แล้ว พอมาองค์บาก3 เกิดอาการลังเลว่าจะไปดูดีไหม จนสุดท้ายก็ไม่ได้ไปดู

แหมพูดเรื่องหนังยิปมันอยู่ดีๆไปเกี่ยวเอาหนังพี่จาของเรามาได้ไงไม่รู้ แต่ที่ติไปก็เพื่อก่อนะครับ เพราะชอบคุณจาและหนังของเขามากๆ เลยอยากให้หนังที่จะออกมาต่อจากนี้ไปมีอะไรมากกว่าจะมาต่อยๆตีๆโชว์ความสามารถของจาพนมอย่างเดียว

ใครชอบหนังบู๊ ยังไม่เคยดู แนะนำกันเลยครับ ยิบมัน(Ip man)ภาค1และ2 น่าจะชอบกัน

แกมาทำอะไรตอนนี้วะ แกะกล่องเพื่อนสนิท DVD Box

ใช่แล้ว แกมาทำอะไรเอาตอนนี้วะ หนังเรื่องนี้มันก็นานมาแล้วนะ ทำไมแกมาแกะกล่องอะไรเอาตอนนี้
ตอบ เพราะก็เพิ่งนึกได้ ว่ามี DVD Box ชุดพิเศษของหนังเรื่อง เพื่อนสนิทอยู่ไงละ

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผมชอบมากๆครับ ที่ชอบเพราะมันมีต้นกำเนิดและมีเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ที่ผมเรียนจบมานั่นเอง ดังนั้นจึงมีอารมณ์ร่วมกับมันมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็คิดว่าศิษย์เก่าที่นี่ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้คงรู้สึกเหมือนๆกัน ความประทับใจที่มีต่อหนังจึงดูว่ามันเป็นความรู้สึกที่พิเศษ และรู้สึกถึงความคุ้นเคย
หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตเลยครับ ที่ผมติดตามข่าวคราวของมันตั้งแต่ก่อนที่จะสร้าง ก่อนที่จะเข้าฉายด้วยซ้ำ และได้แต่เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่จะได้ดู เพราะเห็นว่าเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องราวของมหาลับที่เราเรียนจบมา แล้วยังเป็นหนังเรื่องแรกของน้องนุ่น ศิรพันธ์ ที่เป็นศิษย์เก่าที่นี่อีกด้วย (บ้ามากสถาบันครับ) เป็นการรอคอยที่ยาวนานจริงๆ

จนเวลาล่วงเลย ในที่สุดก็มาถึงช่วงโปรโมทหนังก่อนเข้าฉาย ได้ดูตัวอย่างหนังก็โอ้ ตัวอย่างก็น่าดูทีเดียว โปสเตอร์โปรโมทหนังก็สวย รอคอยอย่างใจจดจ่อว่าเมื่อไหร่จะฉายจริง

และแล้วเมื่อได้ไปดูหนังที่เราเฝ้ารอคอยมาจบแล้ว รู้สึกไม่เสียใจเลยที่รอดูมาเป็นปีๆ บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังจริงๆ หนังโดนใจดี โดยเฉพาะเรื่องของการแอบรักเพื่อน ถ้าใครเคยมีความรู้สึกแบบนี้ก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องที่ทำให้ผมเสียน้ำตาในโรงหนังได้ ตอนไหนรู้ไหม ก็ฉากสะเทือนใจ ที่นางเอกบอกพระเอกว่า “แกมาทำอะไรตอนนี้วะ” แล้วน้ำตาเราก็ไหลริน ฮือๆ เพราะเข้าความรู้สึกของพระเอกที่แอบรักเพื่อนมานาน แต่ปล่อยไว้นานเกินไปจนความเป็นเพื่อนมันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ จี๊ดดดดตรงหัวใจจริงๆ

หนังเรื่องนี้พอออกเป็น VCD ก็ซื้อมาดู แต่เวลาไปเดินร้านเห็น DVD Box พิเศษแล้วก็อยากได้ แต่ตอนนั้นไม่มีเงิน ช่วงนั้นตอนออกใหม่ๆชุดนี้ราคา 599 บาท ซึ่งก็ไม่แพงมากถ้าคิดว่าเป็น กล่องพิเศษสำหรับสะสม แต่ตอนนั้นเงินทองขัดสนจริงๆ

แต่ ของมันจะเป็นของเรา สักวันมันก็ต้องเป็นของเรา

หลังจากนั้นปีหรือสองปีก็มีโอกาสได้ไปทำงานที่กทม. ไปเจอโดยบังเอิญที่ร้านแห่งหนึ่ง ขายราคาแค่ 299 บาท โอ้ ลดลงมาตั้ง 300 เชียวนะ
ไม่รีรอช้าทันใดซื้อมาไว้ในครอบครอง ซึ่งตอนนั้นมีเครื่องเล่น DVD เป็นของตัวเองแล้ว จะเอาไปดูให้แจ่มใจสบายอุราเลย

แต่ ผลปรากฏว่า DVD แผ่นที่เป็นแผ่นหนัง ดูไม่ได้ครับ ฮ่วย มันเป็นอะไรไม่รู้ กระตุกๆทั้งเรื่อง มิน่าล่ะัมันถึงเหลือและเอามาลดราคาขนาดนี้ เฮ้อ แต่โชคดีที่อีกแผ่นที่เป็นแผ่นพิเศษที่รวมฉากพิเศษต่างๆไม่มีปัญหา ไม่งั้นจะมีไว้ทำไมล่ะเนี่ย

นอกเรื่องมาเยอะครับ มาดูกันเลยว่าได้อะไรมาบ้าง กล่องออกแบบมาคล้ายๆกล่องพัสดุไปรษณีย์ มีฉลากติดเหมือนเวลาเราไปส่งพัสดุที่ไปรษณีย์(รูปบน) เมื่อเอาฉลากนั้นออกก็จะได้ดังรูป โดยตัวกล่องทำออกมาให้ดูเหมือนกล่องเก่าๆ

ส่วนนี้คือด้านหลังกล่อง

เมื่อแกะกล่องออกมา ก็จะเป็นแบบนี้

ของที่มีในกล่องคือ DVD กล่องออกแบบพิเศษมาสำหรับใส่ DVD คู่ สองแผ่น โปสการ์ดรูปจากหนัง และสมุดบันทึกของไข่ย้อยแบบที่เห็นในหนังแบบย่อส่วนให้เล่มเล็กลงมา

เมื่อกางกล่องDVDออก

DVD สองแผ่น แผ่นแรกเป็นแผ่นหนัง อีกแผ่นเป็นแผ่นพิเศษ เช่น ฉากที่ถูกลบ คอมเมนต์หนังโดยนักแสดงแบบหลายมุมกล้อง ตัวอย่างหนัง มิวสิควิดีโอ รูปภาพ ฯลฯ กล่องสวยดีแข็งแรงดี

โปสการ์ดสวยๆ แต่ไม่ได้มีไว้ส่งนะเพราะมันถูกเขียนโดยไข่ย้อยไว้แล้ว เป็นประโยคแบบเดียวกับในหนังเลย (เพิ่งรู้ว่าบ้านดากานดาอยู่ในซอยวัดอุโมงค์ล่ะ อยากไปเที่ยวบ้านดากานดาจัง)

ส่วนสมุดบันทึกของไข่ย้อยในนั้นก็จะมีรูปหรือบันทึกที่เขียนโดยไข่ย้อยตามเนื้อเรื่องในหนังเลย เช่น ตอนที่บันทึกเรื่องขี้เหล็กอเมริกันกับวาดรูปดากานดาเป็นนางแก้ว เป็นของแถมที่ได้อารมณ์ของหนังมาเต็มๆ

บางคนดูหนังเรื่องนี้แล้วนอกจากความสนุกและประทับใจแล้ว ก็ทำให้คิดถึง คิดถึงตอนนั้น ตอนที่ยังเรียนอยู่ ตอนที่ยังเป็นนักศึกษา ได้อยู่กับเพื่อนๆ ได้เรียน ได้เที่ยว ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะหนังมีเรื่องที่เราเคยทำตอนเรียนอยู่ เช่น ไปเที่ยวงานลูกทุ่งวิจิตร รับน้องขึ้นดอย ไปกินนม และ โดยเฉพาะขโมยผลผลิตคณะเกษตร(ในหนังไปขโมยไข่ไก่ แต่เพื่อนผมเคยไปขโมยข้าวโพดครับ พี่แกเล่นขี่มอไซด์ไปดึงมาจากแปลงทั้งต้นเลย แล้วก็ขี่มาต้มกินที่ตึกชมรมที่คณะ ข้าวโพดคณะเกษตรอร่อยมาก) ความทรงจำเหล่านั้นต่างแว๊บเข้ามาระหว่างดูหนัง ทำให้บางคนที่ร้องไห้หลังจากดูหนังเรื่องนี้บางคนบอกว่า “กูไม่ได้ร้องเพราะหนังมันซึ้ง แต่กูคิดถึงตอนเรียน คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงคืนวันเก่าๆโว้ยยยย ฮือๆ”

อยากกลับไปตอนนั้นจัง