เมื่อ Blogger เปลี่ยน Dashboard interface ใหม่

ผู้ใช้งาน Blogger หลายๆท่านคงได้ลองเปลี่ยนมาใช้งาน User interface ใหม่กันบ้างแล้ว โดยความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว ผมชอบ UI ใหม่นี่เหมือนกันนะ เรียบง่ายดี พื้นสีขาว ตัวหนังสือและปุ่มคำสั่งต่างๆเป็นสีส้มเรียบง่าย สบายตา

ใหม่ๆก็คงต้องปรับตัวกันนิดหน่อย บางทีหาคำสั่งบางอย่างไม่เจอนอกจากเรื่อง UI แล้ว ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่ผมสังเกตได้ก็คือในส่วนของ template ของบล็อก เราสามารถปรับความกว้างของหน้าบล็อกได้เพิ่มขึ้น จากที่เมื่อก่อนเหมือนจะล็อกไว้ที่ 1000 pixel ตอนนี้สามารถปรับได้กว้างสุดถึง 1500 pixel ซึ่งก็น่าจะถูกใจใครหลายๆคนที่ทำบล็อกแบบแบ่งคอลัมน์เยอะๆ คราวนี้จะได้ปรับแต่งความกว้างของ sidebar และ widget ต่างๆ ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น

ส่วนความเปลี่ยนแปลงอื่นๆยังไม่ได้สังเกตครับ ใครรู้บ้างว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปอีกบ้าง
ถ้าไม่ชอบก็สามารถปรับกลับไปใช้รูปแบบเดิมที่คุ้นเคยได้ครับ
ว่าด้วยเรื่องของ UI ใหม่ เวลาหลายๆเว็บหรือหลายๆโปรแกรมเปลี่ยนแปลงหน้าตากันทีบางทีก็สร้างความลำบากให้เราพอสมควรเลยนะครับ โดยเฉพาะคำสั่งบางอย่า่งที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนfacebook เอย twitter เอย เปลี่ยนทีก็ต้องมาปรับตัวกันใหม่ หลายๆครั้งกลับมีความรู้สึกว่าชอบแบบเก่ามากกว่า

มีอยู่ครั้งนึงที่เฟซบุ๊คเปลี่ยนการกดปุ่ม Enter ให้เป็นการโพสคอมเมนต์ทันทีแทนที่จะเป็นการขึ้นบรรทัดใหม่แบบเดิม เล่นเอาหลายๆคนงงไปตามๆกัน จะเริ่มบรรทัดใหม่ดันกลายเป้นกดส่งคอมเมนต์ไปซะงั้น ยังพิมพ์ไม่จบเลย (ถ้าอยากขึ้นบรรทัดใหม่ให้กด Shift + Enter)

ถึงยังไงตราบใดที่เรายังต้องใช้งานเว็บหรือโปรแกรมนั้นๆอยู่ ชอบไม่ชอบก็ต้องใช้กันล่ะครับ เนาะ ^_^

โลกของ OZ

ในบรรดานิยายสำหรับเด็กที่เราๆท่านรู้จักกันดี หรือไม่ก็ต้องเคยอ่านผ่านหูผ่านตามาบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต หนึ่งในนั้นต้องมี เรื่อง “พ่อมดแห่งออซ” (The Wonderful Wizard of Oz) ที่ทำออกมาหลายเวอร์ชั่นเหลือเกิน ทั้งแบบหนังสือภาพ นิยาย หนังสือนิทาน ภาพยนต์ ภาพยนต์การ์ตูน ทีวีอนิเมชั่น

เรื่องราวของเด็กสาวที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดในแคนซัส รัฐที่เกิดพายุเฮอริเคนบ่อยๆและก็เป็นพายุเฮอริเคนนั่นเองที่พัดเอาบ้านของหนูน้อยโดโรธีไปตกในโลกอีกโลกหนึ่ง ที่นี่เด็กน้อยต้องผจญภัยเพื่อหาทางกลับบ้าน ระหว่างทางก็ได้พบกับ คุณสิงโตขี้ขลาดที่อยากได้ความกล้า หุ่นไล่กาที่อยากได้สมอง หุ่นกระป๋องที่อยากได้หัวใจ และผู้ที่จะช่วยทุกๆคนได้ก็มีเพียงพ่อมดแห่งออซเท่านั้น การเดินทางนั้นไม่ง่าย ต้องพบกับอุปสรรคและตัวร้ายอย่างแม่มดใจร้าย ตอนจบจะเป็นอย่างไรนั้น ทุกคนที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้ต่างก็รู้แล้วทั้งนั้น

แล้วจะเขียนทำไมละแบบนี้ ฮ่วย เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่ครั้งหนึ่งผมเคยสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของโลกแห่ง OZ ขึ้นมา เพราะว่าจากการที่เราได้อ่าน ได้ดูในแต่เวอร์ชั่นที่ผ่านๆมานั้น จะีมีในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆที่แต่ละเวอร์ชั่นไม่เหมือนกัน มีเวอร์ชั่นการ์ตูนทีวีที่เคยออกอากาศทางช่อง3 ที่มีเรื่องราวต่อจากตอนที่โดโรธีกลับบ้านไปแล้วด้วย จนเกิดความสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นเรื่องราวที่เป็นต้นฉบับจริงๆนั้นเป็นอย่างไร เกิดอยากลองอ่านเวอร์ชั่นออริจินอล ต้นฉบับดั้งเดิมแท้ๆขึ้นมา

คิดได้ดังนั้นก็เลยลองค้นหาข้อมูลดู และโชคดีที่ว่าที่ห้องสมุดแห่งหนึ่งมีหนังสือเล่มนี้ให้ยืม เป็นแบบต้นฉบับภาษาอังกฤษเสียด้วย ได้ดูรูปเล่ม กระดาษและอาร์ตเวิร์คแล้ว ต้องบอกว่ามันช่างคลาสสิคยิ่งนัก สุดท้ายก็ได้อ่านสมใจ และทำให้ได้รู้ว่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับดินแดนที่ชื่อว่า OZ นั้น มีทำออกมาเป็นหนังสือภาคต่อจากเล่มแรกอีกหลายเล่มทีเดียว

อยากรู้อีกแล้วล่ะทีนี้ ว่าเรื่องราวของเล่มอื่นๆภาคอื่นๆจะเป็นอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอ่านให้ครบทุกเล่ม แต่ทว่าเมื่อได้ลองค้นหาข้อมูลต่อก็พบว่ามีหนังสือที่เป็นเรื่องราวในดินแดน OZ อีกหลายสิบเล่มเลย

มีกี่เล่ม ลองมาดูกันครับ (ข้อมูลจาก Wikipedia) ทุกเล่มเป็นภาษาอังกฤษนะครับ คลิกที่ชื่อหนังสือจะนำไปสู่เว็บที่สามารถอ่านหนังสือเล่มนั้นได้ อันไหนคลิกไม่ได้ก็คือไม่มีนะครับ

1. เล่มแรก เล่มที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด The Wonderful Wizard of Oz (1900)
2. The Marvelous Land of Oz (1904)
3. Ozma of Oz (1907)
4. Dorothy and the Wizard in Oz (1908)
5. The Road to Oz (1909)
6. The Emerald City of Oz (1910)
7. The Patchwork Girl of Oz (1913)
8. Tik-Tok of Oz (1914)
9. The Scarecrow of Oz (1915)
10. Rinkitink in Oz (1916)
11. The Lost Princess of Oz (1917)
12. The Tin Woodman of Oz (1918)
13. The Magic of Oz (1919)
14. Glinda of Oz (1920)
15. The Royal Book of Oz (1921)
16. Kabumpo in Oz (1922)
17. The Cowardly Lion of Oz (1923)
18. Grampa in Oz (1924)
19. The Lost King of Oz (1925)
20. The Hungry Tiger of Oz (1926)
21. The Gnome King of Oz (1927)
22. The Giant Horse of Oz (1928)
23. Jack Pumpkinhead of Oz (1929)
24. The Yellow Knight of Oz (1930)
25. Pirates in Oz (1931)
26. The Purple Prince of Oz (1932)
27. Ojo in Oz (1933)
28. Speedy in Oz (1934)
29. The Wishing Horse of Oz (1935)
30. Captain Salt in Oz (1936)
31. Handy Mandy in Oz (1937)
32. The Silver Princess in Oz (1938)
33. Ozoplaning with the Wizard of Oz (1939)
34. The Wonder City of Oz (1940)
35. The Scalawagons of Oz (1941)
36. Lucky Bucky in Oz (1942)
37. The Magical Mimics in Oz (1946)
38. The Shaggy Man of Oz (1949)
39. The Hidden Valley of Oz (1951)
40. Merry Go Round in Oz (1963)
41. Yankee in Oz (1972)
42. The Enchanted Island of Oz (1976)
43. The Forbidden Fountain of Oz (1980)
44. The Ozmapolitan of Oz (1986)
45. The Wicked Witch of Oz (1993)
46. The Runaway in Oz (1995)
47. The Rundelstone of Oz (2001)
48. The Emerald Wand of Oz (2005)
49. Trouble Under Oz (2006)
50. Sky Pyrates Over Oz (forthcoming)

นี่ยังไม่รวมอีกหลายเล่มที่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับ OZ แต่เป็นแบบ non-canonical อีกตั้ง 30 เล่ม (ดูได้จาก Wikipedia Portal:Oz)
หุหุ แค่อ่านรายชื่อก็เหนื่อยแล้วครับ ความตั้งใจที่ว่าจะตามอ่านให้หมดทุกเล่มก็เป็นอันต้องล้มเลิกไป เล่ม1-14นั้นเป็นเล่มที่แต่งโดยผู้แต่งต้นฉบับ L. Frank Baum ส่วนเล่มอื่นๆหลังจากนั้นเป็นเล่มที่แต่งขึ้นหลังจากที่ L. Frank Baum เสียชีวิตแล้ว (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก List of Oz books : Wikipedia)
ดูจากปีที่หนังสือออกวางแผง บางเล่มก็เพิ่งมาแต่งเอาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง โดยเฉพาะเล่มที่ 50 นี่ยังไม่ออกมาเลยด้วยซ้ำ

ความคิดเลยเปลี่ยนเป็นว่าจะลองอ่านจากเล่มที่สนใจไปเรื่อยๆคงจะดีกว่าครับ เอาเท่าที่อ่านได้พอ แหะๆ (แพลนไว้หลายปีแล้วยังไม่ได้เริ่มเลย ฮ่าๆๆ)

ถ้าใครมี Kindle ลองหาเวอร์ชั่นสำหรับ Kindle มาอ่านดูจะดีกว่าครับ อ่านบนเว็บจากจอคอมพิวเตอร์แล้วมันบั่นทอนสุขภาพตาเหลือเกิน อ้อเกือบลืม มี Kindle App สำหรับ PC, iPhone, iPod touch, iPad, Blackberry, Android และอุปกรณ์อื่นๆให้เลือกใช้ด้วยนะครับ ลองอ่านจากบทความนี้ดูครับ Kindle for PC แก้ขัดไปก่อน

จะหาแบบที่มีให้โหลดฟรีหรือซื้อเอาใน Kindle Store ก็ตามละดวกครับ เท่าที่ค้นๆดูที่น่าสนก็มีแบบรวม 14 เล่ม ไว้ใน e book เล่มเดียวก็มี

โลกของ OZ นั่นช่างกว้างใหญ่จริงๆ ให้ตายเถอะ จะเริ่มจากเล่มไหนก่อนดีล่ะเนี่ย

Google+ App มีให้โหลดแล้วนะจ๊ะ

ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ แต่ Google ก็ได้ปล่อย แอปปลิเคชั่น Google+ ออกมาให้โหลดบน App Store เรียบร้อยแล้ว
( App Store US นะครับ ของไทยยังไม่เห็น)
ตอนนี้ยังใช้งานได้เฉพาะ iPhone เท่านั้นนะครับ iPod touch กับ iPad ก็ต้องรอกกันไปก่อน หุหุ
งานนี้กูเกิลโดนคอมเมนต์หนักตรงที่ iPod touch ใช้แอฟนี้ไม่ได้ คนเข้าคอมเมนต์ไปบ่นใน Custumer Review กันใหญ่ อ่านแล้วฮาดีครับ ประมาณว่าคุณจะกั๊กไว้ทำไม ไอพอดทัชมันต่อไวไฟได้นะเฟ้ย

Google+ – Google

ใครที่มีบัญชี Google+ อยู่ ใช้ iPhone ลองโหลดมาเล่นกันดูได้แล้วนะครับ ใครยังไม่มีก็หาคน invite ไม่ก็รอ Google+เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการซะก่อน

งานนี้ Google น่าจะไม่แป้กแบบตอน Google Buzz กระมัง (หลายคนคงทำหน้างงว่า มันคืออะไร? Google Buzz คือบริการคล้ายๆกับ Twitter จากทางกูเกิล ที่ใช้งานได้ผ่านหน้า Gmail ครับ) เพรากระแสตอบรับดีเหลือเกิน เห็นมีแต่คนสนใจ
ส่วนตัวแล้วสนใจความสามารถ Hang out ของ Google+ มาก เพราะช่วยให้คุยกับเพื่อนผ่านวิดีโอแชทได้ทีละหลายๆคน แต่ถ้ามาจริงๆต้องลองดูว่าจะเวิร์คไหม ตั้งแต่ Skype จำกัดระบบวิดีโอแชททีละหลายๆคนให้เป็นแบบเสียเงิน ก็ไม่ได้คุยกับเพื่อนเป็นหมู่คณะทางอินเตอร์เนทอีกเลย

ใครที่รอการเปิดให้ใช้งาน Google+ อย่างเป็นทางการ ไปลงทะเบียนไว้ได้ ถ้ามีการเปิดใช้งานแล้วเค้าจะแจ้งทางอีเมล
https://services.google.com/fb/forms/googleplusth/

มารอดูกันดีกว่าจะจะตี Facebook ได้ไหม หรือจะแป้กแบบ Buzz หุหุ

DISQUS ไม่มีบัญชีอะไรสักอย่างแต่อยากคอมเมนต์ ทำยังไง

บล็อก nonotaro129.com เปลี่ยนระบบคอมเมนต์เป็นระบบจาก DISQUS แล้ว สวยงามน่าใช้น่าพิมพ์คอมเมนต์มากกว่าแบบเก่าเยอะ แปะรูปบนคอมเมนต์ก็ได้
แต่ว่าก็คงมีหลายๆท่านที่ไม่อยากใช้IDเหล่านั้น อาจจะกลัวเป็นการเปิดเผยตัวตนเกินไป ขี้เกียจ หรือไม่มีบัญชีเหล่านั้นเลยซักกะอย่าง
ไม่เล่น Twitter ไม่ชอบใช้ Facebook ไม่มีบัญชี Google, Yahoo, Open ID
ถ้าอย่างนั้นแล้วผมแนะนำว่าให้ทำบัญชีของ DISQUS ขึ้นมาอีกอันหนึ่ง เอาไว้คอมเมนต์ตามเว็บไซต์หรือบล็อกต่างๆ เพราะเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ก็ใช้บริการระบบของ DISQUS กันทั้งนั้น

แต่ว่าถ้าไม่อยากยุ่งยากขนาดนั้นมีแค่อีเมลก็พอครับ

แล้วมันอยู่ตรงไหนละ ที่ให้กรอกแต่อีเมล หาไม่เจอ

ถ้าเป็นระบบจาก DISQUS แล้วให้พิมพ์คอมเมนต์ลงไปก่อนครับ

จากนั้นค่อยกดโพส ถึงจะมีหน้าต่างให้กรอกชื่อและอีเมล สามารถแนบที่อยู่เว็บไซต์ของเรา(ถ้ามี)ได้ด้วย

ถ้าอยากรู้ว่ามีใครมาคอมเมนต์ต่อจากเรา ก็เช็คในช่อง ติดตามทุกความเห็นโดยอีเมล์ ระบบจะส่งอีเมล์ไปแจ้งเตือนเมื่อมีคนมาคอมเมนต์ต่อจากเรา จากนั้นกดโพส แล้วก็เรียบร้อย

ระบบกล่องคอมเมนต์ของเจ้าอื่นๆก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ คล้ายๆกันครับ

หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับคนที่หาวิธีคอมเมนต์แบบใช้ชื่อกับอีเมล์เ่ท่านั้นอยู่ บางคนหาไม่เจอเพราะว่าเราต้องพิมพ์ข้อความแล้วกดโพสก่อนถึงจะเจอ บางคนอยากคอมเมนต์แต่หาวิธีไม่ได้ ก็เลยไม่คอมเมนต์มันซะเลย

ลองทดสอบดูกับของจริงข้างล่างนี่ก็ได้นะครับ

* ปล.สำหรับบางเว็บไซต์ เจ้าของอาจจะปิดการแสดงความคิดเห็นในแบบผู้เยี่ยมที่ว่านี้หรือในส่วนของบัญชีอื่นๆไว้ครับ ดังนั้นก่อนคอมเมนต์ต้องดูว่าเค้าอนุญาติให้ใช้บัญชีไหนได้บ้าง

เล่น Facebook หลายบัญชีพร้อมกัน ทำยังไง

เทคนิคเล็กๆน้อยๆที่หลายๆคนอาจะนึกไม่ถึง แต่หลายๆคนอาจจะใช้กันเป็นประจำอยู่แล้ว

หลายๆครั้งมักจะมีคนมาถามว่า อยากใช้ Facebook หลายๆไอดีพร้อมๆกันบนเครื่องเดียวกันต้องทำยังไง?

คำตอบก็คือ ให้เปิดผ่านต่างโปรแกรม Web browser กันก็ทำได้แล้ว (คนที่รู้แล้วอย่าหาว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน สอนหนังสือให้จระเข้ สอนสังฆราชให้ว่ายน้ำเลยนะครับ เพราะยังมีคนที่เค้าไม่รู้อยู่จริงๆ)

กล่าวคือ บัญชีหนึ่งเปิดใน IE อีกบัญชีหนึ่งเปิดใน Chrome อีกอันเปิดใน Firefox เท่านี้ก็ทำได้แล้วครับ

ง่ายมากๆเลยใช่ไหมล่ะครับ

ถ้า3อันยังไม่พอ อาจจะต้องลง Safari, Opera, Avant หรือโปรแกรมท่องเน็ทตัวอื่นๆ ที่มีให้ดาวน์โหลดมาใช้ฟรีๆอีกมากมาย

ธรรมดาแล้วแค่ 3 ตัวก็น่าจะพอนะครับ มากกว่านี้ถ้าใช้พร้อมกันในเครื่องเดียวกันอาจจะทำให้อินเตอร์เนทช้า อืดอาดได้
คราวนี้ก็สบายแล้วครับ ออน Facebook หลายๆบัญชีได้พร้อมกัน บนเครื่องเดียว เวลาน้องจะเลี้ยงหมู หลานจะทำฟาร์ม พี่จะอัพสเตตัส จะได้ไม่ต้องล็อกเอาท์ ล็อกอินกันบ่อยๆ เปิดค้างไว้แล้วก็สลับโปรแกรมเล่นเอา

ไม่ใช่แค่ Facebook เท่าันั้นนะครับ อยากใช้หลายๆบัญชีพร้อมๆกันกับเว็บอื่นๆก้สามารถทำได้แบบเดียวกัน จะกับ Twitter, Gmail, Hotmail, Yahoo mail และอื่นๆ อีกมากมายได้หมดเลย

เรื่องของเรื่องเริ่มมาจากช่วงหนึ่งต้องคอยเก็บผักให้เพื่อนอีกคนนึง กับเราก็ทำของเรา ระหว่างที่รอต้องสลับล็อกเอาท์ ล็อกอิน สลับไอดีไปมา ในที่สุดก็เกิดความขี้เกียจเลยลองเปิด โปรแกรม Web browser อีกโปรแกรมนึงขึ้นมาแล้วก็ล็อกอินเข้าไป ทำให้ค้นพบได้โดยบังเอิญครับ และมีอยูวันนึงหลานสองคนจะเลี้ยงหมูพร้อมกัน เลยให้เค้าสองคนใช้สองไอดีพร้อมกัน แล้วใช้วิธีสลับหน้าต่างโปรแกรมเล่นเอา เร็วกว่าต้องล็อกอินล็อกเอาท์ มันไม่ทันใจเด็กน้อย

หวังว่าหลายๆท่านคงได้ใช้ประโยชน์จากเทคนิคเล็กๆน้อยๆนี้ครับ

CouCafe ดีลดีๆสำหรับกทม.

บทความก่อนหน้านี้เขียนถึง Ensogo ไปแล้ว บทความนี้มาต่อกันอีกนิดสำหรับคนที่สนใจดีลดีๆ ขอเสนอพิเศษๆต่างๆ ที่ จัดให้เฉพาะสำหรับ กรุงเทพมหานครฯเท่านั้น ที่ www.coucafe.com

โดยรวมแล้ว CouCafe ก็เป็นอีกเว็บหนึ่งที่มีดีลให้เลือกเยอะดี เสียดายที่มีแต่ใน กทม. เท่านั้น ต่างจาก Ensogo ที่มีมาเผื่อแผ่แถวๆเชียงใหม่ใกล้ๆนี่มั่ง (ผมอยู่ลำพูนอ่ะนะ)

ช่วงนี้ผมรู้สึึกสนใจเว็บแนวขายดีลมากเป็นพิเศษ เผื่อว่าจะมีดีลอะไรดีๆให้เราได้ประหยัดกัน

อีกหน่อยคิดว่าพฤติกรรมผู้บริโภคบางส่วนน่าจะเปลี่ยนไปใช้บริการเว็บดีลมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาวางแผนจะออกไปดินเนอร์ ไปกินข้าวนอกบ้าน ไปเที่ยวต่างจังหวัด ต้องการที่พัก อาจจะต้องแวะเข้าไปเช็คเว็บขายดีลก่อน จะได้มีตัวเลือกมากขึ้น ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลยทีเดียว

จากนี้ไปคงมีเว็บขายดีลแนวนี้ออกตามมาอีกเพียบแน่ๆ และผู้ประกอบการร้านรวงต่างๆก็คงหันมาใช้บริการเว็บดีลกันมากขึ้นเพราะเป็นการประชาสัมพันธ์และขายโปรโมชั่นไปในตัว ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้บริโภคอย่างเรา

แต่ทุกอย่างในโลกนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเราซื้อดีล ซื้อคูปอง เท่าที่จำเป็นก็จะเป็นการประหยัด แต่ถ้าหลงมัวเมาในส่วนลด อาจจะกลายเป็นแทนที่จะประหยัด ได้ส่วนลดก็จริง แต่ก็ซื้อเพราะเห็นแก่ส่วนลด ไม่ได้ซิ้อเพราะจำเป็น อันนี้ก็จะกลายเป็นสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะจ่ายเงินซื้อดีลอะไรก็เช็คเงื่อนไขและระยะเวลาให้ดีด้วยนะครับ

ถ้าได้ไปเที่ยว กทม.คราวหน้า อาจจะต้องจัดดีลจาก CouCafe มั่งแล้วสิเนี่ย