ลาก่อน MSN

ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันตอนที่ได้รู้ข่าวนี้จากเพื่อนๆแชร์กันใน facebook ตอนแรกนึกว่ามุขอะไรหรือเปล่า แต่ในที่สุดก็มีบทความที่เขียนถึงการประกาศอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับโปรแกรมแชทที่เคยรุ่งเรืองสุดๆอย่าง MSN (ที่เปลี่ยนเป็น Windows live messenger แล้ว แต่ด้วยความเคยชินก็มักจะเรียกกันติดปากว่า MSN อยู่ดี) กำลังจะยกเลิกการให้บริการในเร็วๆนี้ (ประมาณต้นปี 2013)

ลองมานึกๆดู เราเองก็ไม่ได้ออนเอ็มมานานแล้ว กี่เดือนก็จำไม่ได้ อาจจะเป็นปีแล้วด้วยซ้ำ (ออนเอ็ม หมายถึงการล็อกอินเข้าใช้งานโปรแกรม MSN เพื่อแชทกับเพื่อน บอกไว้เผื่อมีเด็กรุ่นใหม่ๆที่ไม่รู้จัก MSN ไม่เข้าใจ ฮ่าๆๆ) ถามเพื่อนๆและคนรู้จักหลายๆคน เค้าก็บอกว่าไม่ได้ใช้งาน MSN มานานแล้วเหมือนกัน

พอได้ข่าวนี้แล้วก็ใจหายนะครับ เพราะเราเองเคยใช้งานโปรแกรมนี้ ช่วงหนึ่งของชีวิตก็ติด MSN มากพอๆกับเฟซบุ๊คตอนนี้เลยทีเดียว เปิดคอมปุ๊บ ต้องออนเอ็มก่อนทำทุกอย่างเลย เหมือนกับที่ตอนนี้เราต้องเปิด facebook ก่อนอย่างอื่นยังไงอย่างงั้น เรียกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้

บางส่วนของความทรงจำสำคัญของใครหลายๆคน คงมีเจ้า MSN มาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง คนไกลเพื่อน ไกลคนรัก อยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างประเทศ ใช้พูดคุยติดต่อกันเพราะสะดวกและประหยัดกว่าการโทรศัพท์ จีบสาวจีบหนุ่มก็แชทคุยกัน บางคนบอกเลิกแฟนหรือแฟนบอกเลิกกันทาง MSN นั่งร้องไห้หน้าคอมพิวเตอร์กันเลยทีเดียว

ถ้ามองกลับไปหาอดีตที่รุ่งเรืองเมื่อตอนนั้น ก็คงไม่มีใครคิดว่าจะมีวันที่ MSN ความนิยมลดน้อยลงอย่างมากจนถึงกับต้องปิดบริการ ประโยคที่ว่า “ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า” คงใช้กับกรณีนี้ได้เป็นอย่างดี

ใจหายเหมือนกันนะครับกับข่าวนี้ แต่มันก็เป็นสัจจะธรรม ก็คงจะแบบเดียวกับ Pirch, ICQ, Hi5 ที่เคยรุ่งเรืองมากในอดีต

ลาก่อน MSN นายจะอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคนแน่นอน

………………………….

Credit: บทความจากเว็บ blognone ครับ

พิมพ์ซองจดหมายง่ายๆด้วย Ink scape

เรื่องมันมีอยู่ว่า วันหนึ่งผมได้รับมอบหมายจากน้องสาวให้ไปส่งเอกสารให้บริิษัทแห่งหนึ่ง เอกสารที่จะให้ไปส่งนั้นเป็นเอกสารที่สำคัญเสียด้วย แต่ด้วยความประมาทผมเผลอทำซองจดหมายเลอะ จึงต้องพิมพ์ซองจดหมายใหม่
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ตอนใช้โปรแกรม Microsoft Word อยู่ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะเคยใช้พิมพ์ซองจดหมายมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เครื่องเราดันลงโปรแกรม Open office ไว้นี่สิ ด้วยความที่ไม่รู้จะไปปรับตรงไหน ก็เลยพิมพ์ซองจดหมายออกมาไม่ได้ตามที่ต้องการสักที ตัวหนังสือหลุดขอบแถมซองแถมมีขนาดเล็กมาก
งมอยู่นานครับ หาอ่านใน Help ทำตามที่ข้อมูลใน Help บอกไว้ก็พิมพ์ออกมาไม่ได้อย่างที่ใจต้องการสักที ทำยังไงดี ละเนี่ย
ไปๆมาๆเลยลองใช้โปรแกรมอื่นๆที่มีในเครื่องดู นึกถึง Gimp กับ Ink scape ก่อนเลย พอลองใช้ Gimp ค่าต่างๆก็ยังตั้งไม่เป็น พิมพ์ออกมาก็ไม่ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องอย่างที่ต้องการ ไม่ต่างกันกับตอนใช้ Open office พิมพ์เท่าไหร่เลย คงต้องฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่ Ink scape แล้วล่ะ

โชคดีครับ โปรแกรม Ink scape ใช้พิมพ์ซองจดหมายออกมาได้ผลงานเป็นที่น่าพอใจมาก ง่ายด้วย เลยจะเอามาแบ่งปันให้อ่านกัน เผื่อจะช่วยใครที่กำลังมีปัญหาในการพิมพ์ซองจดหมายอยู่ตอนนี้ได้บ้าง

ก่อนอื่นก็มารู้จักกับโปรแกรมชื่อ Ink scape กันก่อน โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมวาดรูป Vector แบบเดียวกับ Adobe illustrator แต่เป็นโปรแกรม Open source ที่มีให้ดาวน์โหลดไปงานได้ฟรี แต่สำหรับโพสนี้ เราจะมาใช้งานแค่พิมพ์ซองจดหมายเท่านั้น

Continue reading “พิมพ์ซองจดหมายง่ายๆด้วย Ink scape”

วิธีแก้ปัญหาตอนย้ายข้อมูล Blogger มา WordPress


ตอนที่ย้ายข้อมูลจาก Blogger มา WordPress นั้น ผมเจอปัญหาตอนอิมพอร์ตข้อมูลมา WordPress ครับ คิดว่าคนอื่นๆอาจจะเจอปัญหานี้เหมือนกันในอนาคต เลยเอามาเล่าให้ฟังและบอกวิธีแก้ไข

ปรกติถ้าไม่มีปัญหาติดขัดอะไร การ import ข้อมูลบล็อกจาก Blogger มา WordPress สามารถทำได้อย่างง่ายๆ แต่พอผมทำแล้วเกิดปัญหาอิมพอร์ตไม่ได้ครับ จะมีข้อความแจ้งเตือนประมาณว่าเว็บไซต์ที่เราจะย้ายข้อมูลไปไม่ได้ลงทะเบียนไว้ ตามนี้

ไม่สามารถแสดงหน้าเว็บที่คุณขอได้ ไซต์อื่นได้ส่งคำขอเพื่อเข้าถึง บัญชีผู้ใช้ Google ของคุณ แต่เป็นคำขอที่มีข้อบกพร่อง โปรดติดต่อไซต์ที่คุณพยายามใช้เมื่อคุณได้รับข้อความนี้เพื่อแจ้งข้อผิดพลาด ข้อความแสดงข้อผิดพลาดมีรายละเอียดดังต่อไปนี้:
ยังไม่ได้ลงทะเบียนเว็บไซต์ “http://XXXXX.com”

บางทีข้อความอาจจะเป็นภาษาอังกฤษนะครับ แต่ใจความก็จะประมาณนี้
ยุ่งละสิ เราเองเป็นคนที่ทำทุกอย่างตามหนังสือซะด้วย พอมันไม่เป็นไปอย่างที่หนังสือบอกไว้ก็ถึงกับไปไม่เป็นเลย

จะทิ้งไว้นานๆก็ไม่ดี ทำยังไงดีล่ะทีนี้

แน่นอนว่าก็ต้องไปหาข้อมูลจาก Google ดู ก็พบวิธีแก้ไขดังนี้ครับ

1. ให้เราเซฟข้อมูลของ Blogger เป็นไฟล์สำหรับ Back up ข้อมูลเสียก่อน ให้เข้าไปที่หน้าจัดการบล็อก คำสั่งจะอยู่ใน เมนู Setting>Other เลือก Export Blog จากนั้นเลือกเซฟไฟล์ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์

2. ไปที่ blogger2wordpress.appspot.com แล้วเลือกไฟล์ที่เราเซฟเก็บไว้จากข้อ 1. เพื่อแปลงไฟล์ข้อมูลบล็อกจาก Blogger เป็นไฟล์ของ WordPress หน้าเว็บจะมีหน้าตาแบบนี้ แต่เว็บค่อนข้างมีปัญหาเวลาจะเข้าไปแปลงไฟล์ นานๆถึงจะเข้าได้สักที ใครเข้าไปแล้วไม่เจออะไรก็อย่าตกใจครับ รอสักพักก็ค่อยเปิดเข้าไปใหม่ อันนี้แล้วแต่ดวง ตอนผมทำผมรอเกือบๆ 5 ชั่วโมงกว่าจะเข้าไปแปลงไฟล์ได้ ตรงนี้ต้องอดใจรอกันสักหน่อยครับ

3. เมื่อเราแปลงไฟล์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กลับไปที่หน้า import อีกที แต่คราวนี้ให้เลือก WordPress แทนที่จะเป็น Blogger

เมื่อทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว รอแค่แป๊บเดียว ข้อมูลก็จะย้ายมาที่ บล็อก WordPress แห่งใหม่ของเราเรียบร้อยครับ

จะเหนื่อยก็ตรงที่ต้องมาติดแท็กใหม่ทีละบทความนี่แหละ เหนื่อยจริงๆ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบล็อกเกอร์ทุกท่านที่เจอปัญหาเดียวกันนี้ครับ

รายชื่อเพลง เกม Band Master

หลังจากที่เขียนถึงเกม Band Master ไปเมื่อครั้งก่อน ก็ได้มีคนเข้ามาค้นหารายชื่อเพลงในเกมกันพอสมควร บล็อกนี้เลยอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชมบล็อก ด้วยการทำรายชื่อเพลงทั้งหมดที่มีตอนนี้ ของเกม Band Master online (Thai)มาให้ เผื่อบางคนจะเอาไว้ประกอบการตัดสินใจว่าจะมีเพลงที่เราชอบไหม จะโหลดมาเล่นดีหรือปล่า อะไรแบบนี้

รายชื่อเพลง Band Master (ณ เวลาเขียนบล็อก)

ชื่อเพลง                                            ชื่อนักร้อง
Dreaming                                          Freetempo
I gotta feeling                                     Black Eyed Peas
This Love                                           Maroon 5
The Reason                                        Hoobastank
Bad Case of Loving you                       Emerson Hart
Easy Lover                                         Philip Bailey
Smooth                                             Santana
Im Alright                                          Neil Zaza
Glamourous Sky                                 Nakashima Mika
Just A Girl                                         No Doubt

Continue reading “รายชื่อเพลง เกม Band Master”

ความสำคัญของ Driver ที่ผมมองข้ามไป

วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับ Driver ครับ

เราๆท่านๆรู้กันดีอยู่แล้วว่า Computer ที่เราใช้งานอยู่นั้นมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เป็นตัวทำหน้าที่ต่างๆและต้องการไดร์เวอร์ (Driver)ที่ต้องติดตั้งลงไปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆเหล่านั้นทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการ์ดแลน การ์ดจอ การ์ดเสียง พรินเตอร์ และอื่นๆ

เรื่องที่ผมจะเล่ามีอยู่ว่า ผมเองเวลาลง Windows ทีไร ก็มักจะไม่สนใจเรื่องไดร์เวอร์สักเท่าไหร่ครับ มีแค่ไดร์เวอร์การ์ดจอเท่านั้นที่จะโหลดมาจากเว็บของผู้ผลิต ส่วนอุปกรณ์อื่นๆที่เวลาลงวินโดวส์แล้วมันใช้งานได้ทันทีเพราะแผ่นวินโดวส์มันลงให้พอใช้งานได้อย่างไดร์เวอร์การ์ดเสียงและระบบแลนนั้น ผมเห็นว่ามันใช้ได้ก็คิดว่าคงไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับมัน และก็คิดเช่นนั้นใช้งานแบบนั้นมาตลอด จนมาวันหนึ่ง ก็เกิดเหตุทำให้ผมต้องเปลี่ยนความคิดนั้นโดยบังเอิญ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อลงผมฟอร์แมทล้างเครื่องเพื่อลงวินโดวส์ใหม่แล้วเกิดความผิดพลาดขึ้น ระบบอินเตอร์เนทไม่ทำงานเพราะหาไดร์เวอร์แลนไม่เจอ หลังลงวินโดวส์ใหม่แล้วใช้อินเตอร์เนทไม่ได้นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะครับ เพราะเราไม่สามารถอัพเดทแอนตี้ไวรัส สปายแวร์ และโหลดโปรแกรมจำเป็นหลายๆโปรแกรมมาใช้ไม่ได้

นั่นทำให้ผมต้องลงวินโดวส์ใหม่อีกรอบนึง(เสียเวลาจริงๆ)เพื่อให้การ์ดแลนทำงานได้ เมื่อลงเสร็จ ผมก็เห็นว่าเราควรโหลดพวกไดร์เวอร์ของเมนบอร์ดเก็บไว้ด้วย เผื่อมีปัญหาแบบเมื่อกี้อีกจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงวินโดวส์ใหม่


ผมก็ต้องแงะเคสเพื่อดูรุ่นเมนบอร์ดแล้วจัดการโหลดพวกไดร์เวอร์ชิปเซ็ต แลน และซาว์นการ์ด มาเก็บไว้ในเครื่อง

โหลดเสร็จแล้วจะเก็บไว้เฉยๆก็กระไรอยู่ ฉุกคิดได้ว่า ไดร์เวอร์ที่มาจากผู้ผลิตเมนบอร์ดโดยตรงที่ทำมาเพื่อเมนบอร์ดรุ่นนั้นๆโดยเฉพาะ มันน่าจะดีกว่าเมนบอร์ดจับฉ่ายที่มากับวินโดวส์นี่นะ ว่าแล้วก็ติดตั้งไดรว์เวอร์ทั้งหมดที่โหลดมาได้ใหม่ทั้งหมด แล้วก็ลองดูข้อแตกต่างๆในด้านการใช้งานดู

จากการใช้งานไปสักพัก ส่วนอื่นๆอาจจะไม่เห็นข้อแตกต่างชัดเจนมานัก แต่ที่เห็นจะจะเลยก็คือ ระบบเสียงครับ

ไดร์เวอร์เสียงเดิมๆจะมีแค่ตัวปรับระดับเสียงพื้นฐานที่มีมา แต่ไดร์เวอร์ใหม่ที่ลงแทนอันเก่า มีตัวควบคุมเสียงของ SoundMAXเพิ่มมา ปรับกันสนุกเลยทีนี้ เอาล่ะครับ เห็นอย่างนี้แล้วก็ต้องลองฟังเสียงกันหน่อย ว่ามันจะแตกต่างกันมากแค่ไหน

หน้าตาแผงควบคุมเสียงแบบเดิมๆปรกติทั่วไปที่เราคุ้นเคย

อันนี้เป็นแบบที่มีเพิ่มมาหลังลงไดร์เวอร์ใหม่ครับ (แบบเดิมก็ยังอยู่นะครับ)

อึ้งไปเลยครับ เสียงดีขึ้นจมเลย ดีขึ้นจนรู้สึกได้ และไม่ได้คิดไปเอง โดยเฉพาะการแยกมิติเสียงซ้าย-ขวา ดีขึ้นมากครับ และเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นถ้าใช้หูฟัง เปรียบเทียบเอาจากเพลงหลายๆเพลง หนังหลายๆเรื่องที่มีในเครื่อง มันดีขึ้น ชัดเจนมาก

นี่ผมหลงผิดมาตลอดเลยรึนี่ เราไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ของเราอย่างคุ้มค่ามาตลอดตั้งแต่เราได้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มาเลยสินะ ความเคยชินมันบดบังเอาไว้

จริงๆสำหรับบางคนแล้วเนี่ย มันอาจจะจะเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญก็ได้ แต่สำหรับผมที่ชอบฟังเพลงและเล่นหูฟังอยู่แล้ว การที่เราได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเดิมมากบนคอมเครื่องเดิมๆที่เราใช้อยู่มันสำคัญมากๆครับ โดยเฉพาะคนที่ขลุกอยู่ในห้อง Gadget Pantip เป็นประจำอย่างผม

จากนี้ไปเวลาจะลงวินโดวส์ใหม่ก็คงต้องลงไดร์เวอร์ที่มากับเมนบอร์ดโดยตรงแบบนี้ดีกว่า ได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า

เรื่องนี้พอผมไปเล่าให้ใครฟัง เค้าก็มักจะพูดตอบกลับมาทำนองว่า
“คนอื่นเขาก็ทำอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ แกนั้นแหละที่เพิ่งมารู้ตัว”
“ไปอยู่ไหนมานิ คนเค้ารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง”
ฮ่าๆๆๆเขิน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงเอาเรื่องนี้มาเขียนลงบล็อก ก็เพราะว่ามันอาจจะมีประโยชน์กับคนที่กำลังเป็นแบบที่ผมเคยเป็นอยู่ก็ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นความแตกต่างระหว่างก่อนกับหลังเปลี่ยนไดร์เวอร์นั้นก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของแต่ละท่านด้วยนะครับ ถ้าท่านลองทำตามผมแล้วมันแตกต่างกันไม่มากก็อย่าต่อว่าผมล่ะ ^_^ นี่ยังไม่รวมตัวแปรอื่นๆอีกนะครับ เช่น คุณภาพหูฟังที่คุณใช้ ค่า Bitrate ของเพลงที่คุณฟัง (ควรจะเป็น 320 kbps ถ้า128kbps นี่น้อยไปครับ) ก็จะทำให้เห็นความแตกต่างมากขึ้นครับ
รายละเอียดของไฟล์เพลง Mp3 ที่จะปรกฎขึ้นมาเมื่อเอาเมาส์ไปชี้ครับ

ถ้าเป็นไฟล์แบบ 320 Kbps เพลงนึงก็จะมีขนาดไฟล์ประมาณ 7-10 MB

จริงๆถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องเสียงอะไรมาก บทความนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรสักเท่าไหร่เนอะ ในส่วนของอุปกรณ์อื่นๆก็ไม่สังเกตเห็นความแตกต่างอะไรที่ชัดเจนครับ การใช้งานอินเตอร์เนทรู้สึกว่ามันดีขึ้นแต่ก็ไม่เห็นความแตกต่างชัดเจนเลยไม่อยากฟันธง อาจจะคิดไปเองก็ได้

ยังไงยังไงก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์(มั๊ง)สำหรับผู้อ่านนะครับ

ลองเช็คไดร์เวอร์อุปกรณ์ต่างๆของคอมพิวเตอร์ของท่านดูสิครับ ลงตัวที่ถูกต้องอาจจะช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณมีประสิทธิเพิ่มขึ้นได้ วิธีการเบื้องต้นก็คือถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ก็ให้ดูรุ่นของเมนบอร์ด โน้ตบุ๊คก็ดูรุ่นดูรหัสแล้วเข้าไปที่เว็บของผู้ผลิดหรือหาจาก Google โหลดไดร์เวอร์รุ่นล่าสุดมาแล้วก็ลงใหม่แทนอันเดิม ต้องให้แน่ใจด้วยนะครับว่าเป็นไดร์ของระบบไหน เคยมีครั้งหนึ่งผมลงไดร์เวอร์ตั้งนานทำไมลงไม่ได้ แปลกใจ โมโห ดูไปดูมา อ่าว โหลดของ Windows7 มานี่นา เราใช้ XP มิน่าล่ะ ฮ่าๆๆ

เขียนมาซะยาวเลย มีแต่น้ำซะเยอะนะเนี่ย งั้นก็ขอจบบทความไว้เท่านี้ก็แล้วกันครับ

อ่อ ถ้าใครอยากลองทดสอบดูว่า การแยกมิติเสียงของอุปกรณ์ของท่านนั้นเป็นอย่างไร ลองทดสอบดูจากคลิปนี้ก็ได้ครับ

ตอนฟังลองหลับตาฟังดูครับ คนพูดจะเปลี่ยนตำแหน่งเดินไปมา ถ้าเรารู้สึกถึงตำแหน่งที่ต่างกันไปของคนที่พูดอยู่ในคลิป ซ้าย-ขวา ใกล้-ไกล บน-ล่าง(ของผมเองก็ยังแยกไม่ออกตรง บน-ล่าง นะครับ แต่ ซ้าย-ขวา กับ ใกล้-ไกล นี่ชัดเจนมาก)ก็แสดงว่าระบบเสียงที่มีนั้นใช้ได้
(ตกใจเสียงโทรศัพท์กันไหมเนี่ย ^_^)

Band Master ชอบเกมเพราะเพลงมันโดน

ย้อนกลับไปเมื่อตอนเกมเต้นรุ่งเรืองสุดๆ ผมเคยมีคำถามกับตัวเองว่าเกมแบบนี้น่ะมันสนุกยังไง ถ้าคนที่เล่นโดยใช้แผ่นเต้นผมยังพอเข้าใจได้ว่ามันสนุกตรงได้ออกท่าทาง ออกกำลังกายกันไป แต่กับคนที่นั่งกดจอยตามปุ่มที่เลื่อนลงมาให้มันถูกจังหวะน่ะ มันสนุกตรงไหนเนี่ย?

เวลาผ่านล่วงเลยไปผมเองก็ไม่ได้หาคำตอบให้กับตัวเอง จนมาวันหนึ่งได้มาลองเล่นเกมแนวนี้บนเครื่อง iPod touch ของเพื่อน ชื่อเกม Bruno Mars Revenge เป็นเกมแนวกดปุ่มตามจังหวะเพลง( บ้างก็เรียก Music game, Rhythm game ส่วนตัวแล้วผมเรียกง่ายๆเข้าใจคนเดียวว่าเกมแนว แต๊บเพลง ^_^ ) ในซีรีส์ Revenge จากค่ายเกมดังอย่าง tapulous ที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมแนวนี้อย่างมากบน App Stores ก็รู้สึกว่า เออ มันก็สนุกดีนะ ทั้งๆที่เกมมันก็ไม่มีอะไรเลยอย่างที่เราเคยสงสัย แต่มันจะสนุกเมื่อเวลาเรามีอารมณ์ร่วมไปกับเพลง

ชักชอบแล้วสิ เอาไงดี หามามาเล่นมั่งดีกว่า แต่เรายังไม่มีเครื่องเล่นเกมอื่นเลยนอกจากคอมพิวเตอร์นี่นา ถ้ามี PSP, iPod touch, iPhone หรือ iPad ก็คงหาเล่นไม่ยาก แต่พอเป็นเกมแนวนี้ของเครื่อง PC แล้ว นึกไม่ออกเลยว่ามีเกมอะไรบ้าง เจอเกมชื่อ DJ Max ก็ราคาแพงเอาการ หาดูจากเกมออนไลน์ก็มีเกมอย่าง Audition แต่รูปแบบการเล่นก็ยังไม่โดนใจ ไปๆมาๆก็มาเจอเกม Band Master นี่แหละ

ศึกษาจากหน้าเว็บของเกมดูแล้ว รูปแบบการเล่นเป็นแบบที่เราสนใจอยู่ เลยตัดสินโหลดมาเล่นดู ตอนแรกกะว่าถ้าไม่สนุกค่อย unistall ออกไปก็ได้ เกมมันเล่นฟรีอยู่เแล้ว (แต่ว่าเป็นเกมออนไลน์ เวลาเล่นต้องต่ออินเตอร์เนทนะครับ) หลังจากที่ได้ลองเ่ล่นดูแล้ว สนุกกว่าที่คิดไว้ตอนแรก และที่โดนใจไปกว่านั้นก็คือรายชื่อเพลงที่มีให้เล่นครับ โอ้วว มีเพลงที่เราชอบอยู่เยอะเลย และด้วยความที่เกมแนวนี้จะสนุกมากๆเมื่อเราอินกับเพลงนั้นๆ สุดท้ายเกมนี้ก็เลยยังอยู่ในคอมเอาไว้เล่นเวลาว่างๆ ช่วงที่เริ่มเล่นใหม่ๆถึงกับติดเลยทีเดียวครับ

รายชื่อเพลงที่คนวัยเราน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี
Smooth > Santana
Glamorous Sky > Mika Nakashima (NaNa Ost.)
This Love > Maroon 5
Smell like teen spirit, Lithium, Come as you are > Nirvana
Take a look around > Bimp Bizkit
Don’t look back in anger > Oasis
Mmm Bop > Hanson
Endless Rain, Silent Jealousy > X Japan
         Driver High > L’Arc en Ciel

นอกจากนี้ยังมี Offspring, Sum 14 และเพลงไทยดังๆอย่าง จิ๊จ๊ะ(ซิลลี่ฟูลส์) วิงวอน(อัสนี วสันต์) แม่(โลโซ) และเพลงดังอื่นๆอีกมากมาย
         (อ่านรายชื่อเพลงในเกมทั้งหมดได้ที่ รายชื่อเพลง Band Master)

ถึงแม้ว่าเกมนี้จะเป็นเกมออนไลน์แต่ถ้าเราไม่อยากเล่นกับคนอื่น สามารถเล่นโหมด Single Player เล่นคนเดียวสนุกๆก็ได้ ผมทำบ่อย เพราะไม่ชอบสุงสิงกับใคร บางทีเจอเกรียนแล้วเซ็ง แต่ยังไงก็ต้องต่ออินเตอร์เนทนะครับ เพราะมันเป็นเกมออนไลน์ เล่นก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกครับ เน้นสนุกมากกว่า เน้นเล่นเพลงที่กดง่ายๆ

วิดีโอตัวอย่างเกมครับ

ตอนนี้เข้าใจอารมณ์ความสนุกเวลาเราเล่นเกมแนวนี้แล้วครับ โดยเฉพาะเพลงบางเพลงที่ทำให้เรานึกถึงตอนเรียนมัธยม ใส่ขาสั้น เพื่อนเล่นกีตาร์ แล้วเรากับเพื่อนๆก็นั่งร้องเพลง บางเพลงก็เป็นเพลงที่ชอบมากๆตอนยังใช้ชีวิตนักศึกษา ดังนั้นเกม Band Master นี้นอกจากเด็กๆวัยรุ่นแล้ว วัยกลางคนอย่างผม(และอาจจะเป็น “คุณ” ด้วยก็ได้ ^_^ ) น่าจะชอบได้ไม่ยาก เป็นเกมที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ
สนใจเกม Band Master แวะไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเกมได้ที่ bandmaster.in.th