เด็กน้อยผู้น่าสงสาร

ณ ม้านั่งหน้าชมรมแห่งหนึ่งของคณะเก่าแก่หลังมช. ที่นี่เป็นที่ที่สมาชิกมักจะใช้เป็นที่นั่งพักผ่อน พูดคุย กิน ดื่ม และแม้กระทั่งใช้เป็นที่ซุกหัวนอนในบางกรณี

ในตอนกลางคืน ใครไปไหนมาไหน ยังไม่กลับหอ ก็อาจจะแวะมาดูว่ายังมีใครนั่งอยู่กันบ้าง หรือใครเบื่อก็มานั่งเล่น ง่วงก็ค่อยกลับไปนอนหอ

และเมื่อถึงช่วงเวลาใกล้สอบ ก็จะมีบรรดาๆสมาชิกที่ลี้ภัยจากที่พัก มาหาที่สงบอ่านหนังสือหนังหากัน แต่การมาอ่านหนังสือที่ชมรมไม่ค่อยได้อ่านกันหรอกครับ นั่งคุยกันซะมากกว่า ส่วนใหญ่จะไปหาที่สงบๆอ่านกันตามใต้ตึกและอาคารเรียน เวลาอยากพักก็ขี่รถมานั่งเล่น มาคุยกันที่ชมรมเอา

วันนั้นก็เหมือนกับทุกๆที ไม่ว่าจะเป็นเวลาดึกแค่ไหน ชมรมก็ยังมีพี่ๆ เพื่อนๆ น้อง มานั่งเล่นกัน ไม่ก็พลัดกันไป พลัดกันมา แวะเวียนกันมาไม่ขาดสายเนื่องจากว่าช่วงนั้นเป็นเวลาใกล้สอบ

และระหว่างที่กำลังนั่งคุยกันอยู่นั้น เพื่อนคนหนึ่งก็ได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปรกติไปจากทุกๆวัน

เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ หน้าตาน่าเอ็นดู ส่วนสูงน้อยว่าถุงขยะสีดำใบใหญ่ที่เค้าแบกพาดบ่า เดินเข้ามาในคณะ เดินไปเดินมาหาเก็บขยะรีซายเคิลได้พวก ขวดน้ำ กระป๋องน้ำอัดลม
ตอนนั้นก็เป็นเวลาดึกพอสมควรแล้ว มันควรจะเป็นเวลาพักผ่อนของเด็กในวัยขนาดเขา ควรจะนอนหลับสบายอยู่บนที่นอน ไม่น่าจะต้องมาทำอะไรอย่างนี้

เราเห็นแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรในคืนแรก แต่ว่าหลังจากนั้น เราพบเห็นเด็กชายคนนี้เข้ามาเดินเก็บขยะตอนกลางคืนบ่อยๆ พวกเราจึงเริ่มให้ความสนใจ และเด็กคนนี้ก็เริ่มเป็นประเด็นในวงสนทนาของพวกเรา

“ดูเด็กคนนั้นสิ น่ารักเนาะ ขยันจัง แต่ก็น่าสงสาร ครอบครัวต้องจนมากๆแน่เลย”

“เอ็นดูมันเนาะ อ้อ..อ๊อย… ละอ่อนตั๋วเต่าอี้ เซาะหาซะตังค์ไจ้คนเดียว”

เื่มื่อบ่อยๆเข้า ก็มีเพื่อนๆน้องๆบางคนสงสาร บางคนก็เก็บขยะพวกขวดน้ำ กระป๋องน้ำอัดลม ไว้ เวลาเด็กนี่มาก็เอาให้ไป

เพื่อนคนหนึ่ง ชื่อบอย สงสารเด็กนี่มาก เลยมักจะเอาเงินให้เด็กนี่ไปด้วย ครั้งละสิบ ยี่สิบบาทก็ว่ากันไป เด็กนั่นก็มักจะดีใจและยกมือไหว้เพื่อนเราอย่างน่าเอ็นดู

“สงสารเด็กมัน”

………………….

เวลาผ่านไปสักพัก เด็กนั่นก็ยังวนเวียนมาเก็บขยะอยู่เรื่อยๆ

วันหนึ่งเรายกขโยงกันไปกินนมร้านแถวๆหลังมอกันกลุ่มใหญ่ เมื่อบทสทนาวกเข้ามาถึงเรื่องเด็กน้อยคนนั้น บอยก็เล่าให้ฟังว่า

“ฮาจะม่ัะเอาตังค์ฮื้อไอ่ละอ่อนนั้นละ”

“เยียะใดวะ” “ทำไม่ล่ะ พี่บอย”

“ฮาไปหันมันเล่นเกมอยู่ตี้ร้านหลังมอน่ะก่ะ ฮาว่าตี้มันไปเก็บขยะมาขายมันเอาตังค์มาเล่นเกมแน่ๆ เสียความรู้สึก”

“เป๋นจะอั้นไปเหีย ฮานิบ่ะเฮ้ย”

“นั่นเนาะ”

“วันนั้นมันเข้ามาเก็บขยะแหม ฮาก่อเลยสอนมันไป ว่าเยียะใดม่ะเก็บตังค์ไว้ เอาไปเล่นเกมเยียะใด มันก่อม่ะปากสักกำ แล้วเดินหนีฮาไปเลย”

หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ช่วยเหลืออะไรเด็กคนนี้อีกต่อไป และพอสักพักเด็กชายตัวน้อยก็ไม่มาเก็บขยะในคณะเราให้พวกเราเห็นอีกเลย

เธอคนนั้น ณ หอชาย

ในเวลาวันหยุด หรือช่วงที่ไม่มีเรียน และไม่รู้จะไปไหน ใต้หอพักก็ดูจะเป็นสำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุด โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนที่ไม่มีเงินมากพอจะนำพาตัวเองออกไปเที่ยว เพราะต้องจำกัดจำเขี่ยเงินที่เหลืออยู่น้อยนิดให้พอใช้ไปจนกว่าจะถึงเดือนใหม่ และการที่จะนอนอยู่แต่ในห้องก็น่าเบื่อเกินไป

ใต้หอพักก็จะมีทีวีพร้อม UBC(เดี๋ยวนี้เค้าเรียกว่า True Visions) ให้ดู ส่วนใหญ่เรามักจะไม่ได้เป็นผู้เลือกช่องหากเราไม่ได้โชคดีได้เป็นคนเปิดดูเป็นคนแรก ก็ต้องนั่งดูอะไรที่เค้ากำลังดูอยู่ ทั้งๆที่อยากจะเปลี่ยนช่องไปดูอย่างอื่นใจจะขาด

ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ที่โต๊ะสำหรับอ่านหนังสือพิมพ์ ซึ่งเล่มใหม่ล่าสุดมักจะไม่ค่อยว่าง เลยต้องใช้วิธีอ่านเล่มเก่าๆที่โต๊ะข้างๆรอ(ทั้งๆที่เล่มนั้นก็อ่านแล้วอ่านอีกมาหลายรอบแล้ว) จนกว่าคนที่อ่านอยู่จะลุกไป

ที่ชอบมากๆอีกอย่างก็คือการได้นั่งกินข้าว ดื่มน้ำอัดลมที่ม้านั่งใต้หอกับเพื่อนๆ นั่งดูสาวๆที่มาหาเพื่อน มากินข้าว มาหาแฟน เดินผ่านไปมา ตามประสาคนโสด

“เฮ้ย คนนั้นสวยดีนะ”

“แอ๊ะ นั้นน่ะงามคิง”

“สเปคฮาเลยคนนั้น”

“เฮ้ย คนนั้นเรียนคณะฮา มีแฟนแล้ว”

“จ่างมันหยัง เฮาผ่อบะดายล่อ ม่ะไจ่จะไปจีบ”

ดูสาวๆเพลินๆกันตามประสาหนุ่มๆ บ้างก็เจอเพื่อนคณะมากินข้าวที่หอ ก็ทักทายกันไป

“เฮ้ยๆๆๆ มึงดู”

สาวสวย ขาว หมวย รูปร่างดี ผมยาว ย้อมสีออกทองๆนิดๆ เดินเข้ามาที่โรงอาหาร ทำเอาพวกเราทั้งกลุ่มมองกันเป็นตาเดียว

เธอมาคนเดียว มาสั่งอาหาร นั่งกินคนเดียว ท่าทางเรียบร้อยเป็นกุลตรี

“โอ้วว นี่ สเปคฮาเหมือนกัน”

“งามง่าวบ่ะ”

“คนนี้ฮาฮักแต้นา”

ตั้งแต่เธอเดินเข้ามา พวกเราทั้งกลุ่มไม่ละสายตาจากเธอเลย สวย งาม พร้อม

กินเสร็จเธอเดินมาดื่มน้ำที่ตู้กด ใกล้กับโต๊ะที่เรานั่ง ดูเธอเองก็คงสักเกตแล้วว่าเรามองเธออยู่ แต่คนสวยๆแบบเธอคงชินกับการถูกมองแล้วล่ะ

เธอเดินผ่านพวกเรา เธอกำลังจะจากพวกเราไปแล้ว จะได้เจอเธออีกเมื่อไหร่กัน โอ้

เธอเดินไปที่บันไดขึ้นหอ แลกบัตร แล้วก็เดินขึ้นหอไป

เธอเดินขึ้นหอพักไปแล้ว แต่นี่มันหอพักชายนะเว้ย

………
………
ห๊ะ อะอะ อะไร วะ เราทั้งกลุ่มอึ้งกันไปหมดทั้งโต๊ะ

ฮ่วย เซ็งกันเลยทีเดียว

พอเราตั้งสติและรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ต่างคนก็ต่างขำ โอ้โห เดี๋ยวนี้เพศที่สามสวยได้ขนาดนี้เลยเรอะ นี่เราแอบเผลอใจให้เพศเดียวรึเนี่ย

(เมื่อก่อนกระเทยสวยๆแบบน้องปอยยังหาดูยากมากครับ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่แยกแทบไม่ออก มีเยอะไปหมด)

ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในชีวิตมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาน้องใหม่ ปีหนึ่ง(ในตอนนั้น)อย่างเราต้องเรียนรู้อีกมาก เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“จงอย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น” โดยเฉพาะสาวสวยตามหอชาย ดูดีๆก่อน

ใคร ในห้อง?

ชีวิตหอพักในมหาวิทยาลัย มักมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ดีร้ายต่างกันไป

นี่ก็เป็นอีกเรื่องนึง

กลับจากไปเตร็ดเตร่จนดึกดื่น ผมก็เดินขึ้นมาที่ห้องพัก ซึ่งอยู่ที่ชั้น3 ของหอพักชายในมหาวิทยาลัย

ภาพที่เห็นคือเพื่อนข้างห้องที่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยม กำลังยืนคุยกันอยู่ที่หน้าห้อง ทั้งสามคนกำลังทำหน้าเหมือนสงสัยอะไรสักอย่าง และกำลังปรึกษาอะไรกันอยู่

“ทำอะไรกันวะ ไม่เข้าไปคุยกันในห้อง”

“มึงเข้าไปดูสิ ใครไม่รู้นอนอยู่ในห้อง”

พอถามรายละเอียดดูก็เพิ่งรู้ว่า มีใครก็ไม่รู้ อยู่ๆเปิดห้องเข้ามานอนบนเตียงของเพื่อน รูมเมทคนแรกอ่านหนังสืออยู่ก็ไม่เอะ ใจ ก็นึกว่าเพื่อนกลับมานอน คนที่สองเข้ามาไม่ได้มองดีๆก็นึกว่า คนที่นอนอยู่คือเจ้าของเตียงนั้นแหละ มารู้ตัวเอาตอนที่เจ้าของเตียงกลับมา พร้อมหน้ากันสามคนนี่แหละ ถึงได้รู้ว่าทั้งสามคนไม่มีใครรู้จักคนที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้เลย

“ตอนแรกกูก็นึกว่าเพื่อนใครรึเปล่า ถามดูก็ไม่รู้จักสักคน”

“เอาไงดีวะ”

“กลิ่นเหล้าหึ่งเลย”

ผมเลยลองเข้าไปดูในห้อง

ตอนแรกก็ติ่นเต้นไม่น้อยเลย เราจะช่วยอะไรเพื่อนๆมันได้รึเปล่าก็ไม่รู้
แต่เมื่อดูจากเสื้อของคนที่นอนอยู่บนเตียงใส่อยู่ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

โชคดีเป็นบ้า ไอ้คนที่นอนอยู่ตอนนี้มันเป็นน้องคณะผม วันนี้วิชาเอกมันมีเลิ้ยงน้อง คงเมาปลิ้นจนเข้าห้องผิด

ผมเลยไปเรียกรุ่นน้องรุ่นเดียวกันกับน้องที่มานอนบนเตียงที่อยู่หอเดียวกันมาดู จะได้พามันไปนอนถูกห้อง

“โห พี่มันอยู่หอ6ชาย ชั้นสี่นู่นน่ะ”

ฮ่วย ไม่ใช่แค่ผิดห้องแฮะ มันผิดหอด้วย

ผมเลยลองปลุกน้องคนนั้นดู โชคดีที่มันยังติ่นขึ้นมาได้ และยังพอพูดรู้เรื่องอยู่ ผมเลยให้รุ่นน้องที่เรียกมาดูตามไปส่งให้ถึงห้องเลย
“ดูแลเพื่อนด้วยนะ”

เรื่องราวก็คลี่คลายไปได้ด้วยดี เพื่อนผมก็กลับเข้าไปในห้องได้ละทีนี้ และจากวันนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เราพูดถึงทีไรก็ขำเมื่อนั้น

และรุ่นน้องคนนั้นก็มีเรื่องให้เพื่อนๆในคณะได้แซวกันเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเรื่อง

กว่างานเลี้ยงจะเลิกรา

ฝนตกโปรยปรายในฤดูปลายฝนต้นหนาว สำหรับพิ้นที่เชิงดอย นอกจากความเปียกชิ้นของสายฝน ยังแทรกไปด้วยลมหนาวพัดผ่าน ที่อาจจะทำให้คนเหงา เหงาได้มากกว่าเวลาปรกติ

คนอกหัก อาจจะเศร้าได้มากกว่าปรกติ

คนที่หัวใจเหน็บหนาว มองออกไปเห็นหมอกบดบังดอยสุเทพ หัวใจอาจจะรู้สึกหนาวกว่าช่วงเวลาปรกติ

ที่ม้าหินอ่อนหน้าชมรมถ่ายภาพของคณะเก่าแก่คณะหนึ่ง

รุ่นพี่รุ่นน้องมานั่งพักคุยกันตามประสา อย่างที่เห็นกันเป็นประจำหลังเลิกเรียน

“ฝนตกจะอี้ เฮาจะเยียะจะใดดีหา”

“สักหน่อยก่ะ”

“วันนี้วันศุกร์โตยนา”

นั่นเป็นสัญญาณ ที่แสดงให้เราเห็นว่ากำลังจะมีปาร์ตี้เล็กๆ ที่มีเครื่องดื่มมึนเมาเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นปัจจัยหลักเกิดขึ้นในหมู่พี่น้อง

ใครไปทำอะไร เจออะไรมา เล่าสู่กันฟัง เรื่องเล่าต่างๆที่รุ่นพี่รุ่นน้องเล่าสู่กันฟัง เรื่องแปลกๆ เรื่องลึกลับ เรื่องฮาๆ นิน
ทารูมเมท คนต่างเพศที่ต้องใจและหมายปอง มากมายหลายเรื่อง ทำให้รู้จักกันมากขึ้น ผูกพันธ์กันมากขึ้น

บรรยากาศแบบนี้ มันช่างเป็นใจต่อการตั้งวงจริงๆ นอกเหนือจากการนอนห่มผ้าอยู่บนที่นอน

เวลาผ่านไปจนดึกดื่น

“เหล้าหมดแล้ว แค่นี้ก่อนไหมครับวันนี้”

“โห โซดากับน้ำแข็งมันเหลือเยอะมากเลยนะ”

“เอาไงดี”

ทำเป็นมองหน้ากัน สุดท้ายก็ต้องไปหามาเพิ่มอีกขวด

กาลเวลาผ่านไปอีก นี่จะตีสองเข้าไปแล้ว

“น้ำแข็งหมดแล้ว วันนี้แค่นี้ก่อนไหม”

“เฮ้ย เหล้ายังเหลืออีกเยอะเลยนะ ไปซื้อมาอีก เสียดาย กินให้มันหมดๆไป”

และบทสนทนาเดิมๆ ก็จะวนเวียนมาจนกว่าจะมีใครกล้าลุกออกจากวง ซึ่งนั่นก็ป็นเวลาเกือบเช้าแล้ว บางคนกลับไม่ไหวก็อาศัยนอนในชมรม หน้าชมรม เพื่อที่จะเป็นที่น่าขบขันของผู้พบเห็นในตอนเช้าของวันนั้น

นักศึกษานอนระเนระนาด เรี่ยราดอยู่ที่ม้าหินอ่อน หน้าชมรมแแห่งนั้น

บ้างที่กลับไปที่หอ บางคนก็ไม่ได้กลับถึงห้อง ไปหลับในห้องน้ำ เข้าไปนอนหอใคร ห้องใครก็ไม่รู้ อย่างนี้ก็มี

…………………………

สำหรับบรรยากาศปลายฝนต้นหนาว หลายๆคนต่างมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป หงา เศร้า ซึ้ง อะไรก็ว่ากันไป
แต่สำหรับบางกรณี บางสถานการณ์ คนบางกลุ่มแล้วนั้น
มันเป็นเพียงข้ออ้างในการเริ่มต้นตั้งวงเหล้าเท่านั้นเอง

ก็ บรรยากาศมันให้อ่ะ

………………………..
หมายเหตุ เมื่อก่อนยังไม่มีกฎหมายห้ามดื่มสุราและของมึนเมาในสถานศึกษานะครับ

ความประทับใจที่มีต่อพี่รหัส

โพสนี้ผมจะเขียนถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อพี่รหัสของผมครับ

พี่คนนี้เป็นบุคคลที่น่าเลื่อมใส น่าเคารพนับถือ และดูแลน้องรหัสคนนี้อย่างดีมาตลอด ผมเป็นลูกคนโต ไม่มีพี่ บางครั้งรู้สึกเหมือนเค้าเป็นพี่ของเราจริงๆ
ทุกๆคนในคณะรู้จักพี่เค้าเป็นอย่างดี เพราะเป็นนักกิจกรรมตัวยง มีความเป็นเองและสนุกสนานกับน้องๆ ถ้าพี่เค้าเป็นชายแท้ สาวๆในคณะคงกรี๊ดเค้าน่าดู
เป็นบุคคลที่มีความรู้สามารถและเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เรียนมาอย่างแตกฉาน

วันนี้จะมานึกถึงความหลังในตอนนั้นกัน

เจอกันครั้งแรก วันสอบสัมภาษณ์โควต้า

หลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จ พี่ๆที่มาดูแลน้องว่าที่นักศึกษาใหม่ก็เชิญน้องๆไปร่วมทำกิจกรรมร่วมกันที่สนามหญ้าหน้าคณะ

ชายหนุ่มรูปร่างบอบบาง หน้าตายิ้มแย้มเป็นมิตร ชวนน้องๆเล่นเกมส์ร่วมกันอย่างสนุกสนาน
พี่คนนี้ถือร่มกระดาษลายไทยวิจิตรสวยงาม เค้าบอกว่านี่เป็นสมบัติของเดือนคณะ

หา! พี่คนนี้คือเดือนคณะเหรอ คณะที่เราจะเข้ามาเรียนนี่มีคนหน้าตาดีที่สุดแค่นี้เหรอ
แต่เค้าอาจจะคัดที่ความสามารถก็ได้ พี่เค้าดูเป็นคนมีความสามารถและฉลาดมาก

จบกิจกรรม แยกย้ายกลับบ้าน

………………

กลับมาที่คณะอีกครั้ง วันรายงานตัว

ตอนเปิดเทอมใหม่ ที่เรียนใหม่ บรรยากาศใหม่ เพื่อนใหม่

พี่ๆคณะนัดไปพบกันที่ห้องประชุมคณะเพื่อนัดทำกิจกรรม วันนั้นเป็นวันแรกที่เราได้เจอกับพี่ๆอย่างเป็นทางการ

พี่คนเดิมกับวันสอบสัมภาษณ์โควต้าทำหน้าที่เป็นพิธีกรกล่าวต้อนรับและชี้แจงน้องๆเกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องทำจากนี้ไป
แต่ด้วยความที่น้องๆเพิ่งมาใหม่ๆ ยังไม่คุ้น ประกอบกับกำลังคุยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ร่วมคณะที่นั่งข้างๆกัน น้องๆทั้งหอประชุมเลยไม่ค่อยตั้งใจฟังพี่เค้านัก

พี่นิ่ง หยุดพูด จ้องมาทางน้องๆ แล้วก็กล่าวบทกลอนขึ้นมา

“ก้านบัวบอกลึกตื้น…………….ชลธาร…….” แล้วค้างไว้สักครู่ เพื่อที่น้องๆจะได้เงียบฟังแก

ยังไม่ทันที่พี่เค้าจะกล่าวกลอนบทนี้จบ พี่ๆที่คอยดูแลอยู่ข้างๆที่นั่งน้องๆในหอประชุมก็เตือนน้องๆประมาณว่า
“น้องๆเงียบๆตั้งใจฟังกันหน่อย เดี๋ยวพี่คนที่อยู่บนเวทีเค้าอารมณ์เสียแล้วจะว่าไม่เตือนนะ” ซึ่งก็ได้ผล ห้องประชุมเงียบลงไปทันที

โอ้ เจอกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกก็ด่ากันเลยเหรอ ฮ่าๆๆ
แต่แปลกนะตอนนั้น ไม่โกรธเลย กลับชอบซะอีกคนแบบนี้ แล้วพี่เค้าเป็นใครกันเนี่ย ทำไมดูเป็นคนที่มีอิทธิพลน่ายำเกรงมากๆ

การนัดหมายชี้แจงต่างๆผ่านไปได้ด้วยดี แต่ก่อนจบพี่ก็ได้นัดเวลาทำกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ โดยให้น้องใหม่ทุกคนพร้อมเพรียงกันที่สนามบาสเวลา6โมงเช้า
เมื่อทราบเวลานัดแล้ว บรรดาน้องใหม่ต่างส่งเสียงเซ็งๆ “ฮู้……….” ยาวกันทั้งห้องประชุม ขี้เกียจตื่นเช้าอ่ะ

สิ้นเสียงที่สื่อถึงความเซ็งของน้องๆเสร็จ พี่คนนั้นพูดออกไมค์สวนกลับมาทันที

“ไม่ต้องมาหู ตา ปาก จมูก อะไรสักอย่างล่ะ เรียนที่ใหม่ก็ปรับปรุงตัวเองใหม่ซะที เลิกซะทีไอ้สันดานเลวๆน่ะ”

เงียบกันทั้งหอประชุม………. ทั้งน้องใหม่และรุ่นพี่ที่อยุ่ในห้องประชุม

อึ้งแดกกันไปเลย

อีกครั้งเช่นกัน โดนด่าแต่กลับชอบฮ่าๆ คนแบบนี้ ตรงไปตรงมาดี ที่พี่เค้าพูดมาก็ถูก

เรียนไปได้สักพัก สายรหัสอื่นๆเค้ารอเปิดสายกันวันเปิดสายรหัสก่อนขึ้นดอยนู่น แต่ผมรู้ก่อน เพราะพี่เค้ามาบอก เอาหนังสือมาให้ และพาไปเลี้ยง

“สายเราเปิดก่อนเลยละกัน เดี๋ยวปีสูงกว่าพี่ค่อยเจอกันวันเปิดสายเอา”

จากนั้นพี่เค้าจะปรากฏตัวทุกๆครั้งที่มีกิจกรรมของทางคณะ ไม่ว่าจะห้องเชียร์ งานขันโตกเฟรชชี่ไนท์ แทบทุกงานต้องเห็นพี่เค้าเป็นพิธีกร

เราเองก็ไปหาอ่านประวัติพี่เค้ามาบ้าง ก็ได้รู้ว่าพี่เค้าไม่ธรรมดาเลย ทั้งเรื่องกิจกรรมและเรื่องเรียน ตั้งแต่ก่อนเข้ามาเรียนที่นี่แล้ว เคยประกวดเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยชนะระดับประเทศมาแล้ว

มีอยู่วันหนึ่งผมเมาเหล้านั่งร้องไห้เพราะความเครียดและเรื่องน้อยใจในชะตาชีวิตอยู่ที่ตู้โทรศัพท์หน้าโรงอาหารคณะ ก็บังเอิญพี่เค้ามาโทรศัพท์พอดี พี่ก็ช่วยปลอบและให้กำลังใจ แถมยังซื้อของขวัญปลอบใจให้อีกต่างหาก

เพื่อนๆรอบข้างพี่เค้าทุกคนต่างรักและพูดถึงพี่เค้าแต่ในทางที่ดี มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่าสนิทและรักพี่คนนี้มาก ถ้าเค้าไม่เป็นแบบนี้ซะก่อนก็คงเป็นแฟนกันไปแล้ว ฮาาาาา…

ตลอดเวลาที่เรียน พี่เค้าเป็นพี่รหัสที่ดีที่ดูแลน้องได้อย่างดีจริงๆ พี่เป็นคนเก่งมาก สอนพิเศษหาเงินเรียนเองไม่พอยังส่งเงินกลับไปให้ที่บ้านใช้ได้อีก และตลอดเวลาที่เรียนอยู่พี่เค้าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการเรียนให้น้องๆเสมอ

หลังเรียนจบ พี่เค้าก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในสาขาวิชาที่เรียนมาเป็นอย่างดี ดีใจกับพี่เค้าจริงๆเลย

ทุกๆปีเมื่อถึงวันเกิดของผมพี่เค้าจะไม่ลืมโทรมาหาและอวยพรทุกครั้ง

ผมเเสียอีกที่เป็นน้องที่ไม่ดี ไม่เคยโทรไปอวยพรพี่เลย ทั้งๆที่วันเกิดผมกับพี่เค้าห่างกันแค่เดือนเดียวเอง และไม่ค่อยจะติดต่อไปหาพี่เค้าเพื่อถามสารทุกข์สุขดิบกันเลย

แต่ถึงเป็นแบบนี้ผมก็ยังระลึกทึก และคิดถึงพี่เสมอนะครับ ผมมันเป็นคนแปลกๆ ไม่ค่อยชอบโทรหาหรือคุยกับใคร ชอบคุยกันแบบเห็นตัวกันมากกว่า แต่ตัวเองก็ไม่ชอบออกไปไหน เลยไม่ค่อยได้เจอกับใคร อาจจะดูห่างเหิน แต่ก็คิดถึงเสมอนะครับ และอยากบอกว่าขอบคุณสำหรับทุกสิ่งดีๆที่ให้ผมมาตลอด และหวังว่าสักวันคงจะได้ตอบแทนพี่บ้าง

และทั้งหมดนั่นก็เป็นเรื่องของพี่รหัสที่ผมรักและเคารพนับถือมากครับ

DaoCmu การ์ตูนดาวมช.

การ์ตูนดาวมช. เป็นการ์ตูนน่ารักๆที่มีฉากเป็นมช.เป็นเรื่องของนักศึกษามช.ครับ จัดทำโดยน้องๆกลุ่มหนึ่งที่ตอนนี้ยังเรียนอยู่
เพื่อนๆเอามาโพสบอกในเฟซบุ๊คครับ ตอนแรกก็ไม่ค่อยสนใจ เพราะดูมันหวานแหววแต๋วจ๋าไปนิด แต่พอลองเข้าไปดูแล้วการ์ตูนสนุกดีครับ
และเหนือสิ่งอื่นใดคือทำให้เราได้รู้สึกถึงความหลังและประสบการณ์ร่วมที่เรามีเกี่ยวกับ มช.ของเรา

นอกจากการ์ตูนแล้วก็ยังมีเว็บบอร์ดไว้พบปะพูดคุยแสดงความคิดเห็น สมุดภาพไว้สำหรับแบ่งปันรูปภาพ (มีรูปมช.สวยๆอัพไว้บ้างแล้ว สวยๆทั้งนั้นครับ) เพลงประกอบการ์ตูนดาวมช.ก็สามารถดาวน์โหลดไปฟังได้ฟรีๆ

เห็นแบบนี้แล้วชื่นใจจริงๆ น่าจะเป็นเว็บหนึ่งที่ชาวมช.จะไว้เป็นที่พบปะกันในโลกออนไลน์อีกแห่งหนึ่ง
เว็บเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ดูแล้วน่าจะมีอนาคตไกลถ้าได้แรงสนับสนุนดีๆ

ลองแวะไปดูกันครับ ไปอ่านการ์ตูนดาวมช.กัน
ที่นี่เลย www.daocmu.com

คิดถึงมช.จัง