NoNotaro129

เรื่องราวเรื่อยเปื่อยของชายคนหนึ่ง

Tim Burton ทิมเบอร์ตัน กับเด็กชายหอยนางรม

ในบรรดาบุคคลที่ผมชื่นชอบผลงานนั้นมีคนหนึ่งที่มีสไตล์งานแนวมืดๆ ทึมๆ หม่นๆ ที่โดนใจผมมากๆ เขาคนนั้นคือ Tim Burton แรกเริ่มเดิมทีไม่รู้หรอกว่าผลงานนั้นๆเป็นของใคร เพราะเมื่อก่อนไม่เคยสนใจว่าหนังหลายๆเรื่องที่เราชอบๆอยู่นั้นใครกำกับ ไปๆมาๆ หนังหลายๆเรื่องที่เราชื่นชอบนั้นเป็นผลงานของคนๆนี้ไปซะอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่อง เอ็ดเวิร์ดมือกรรไกร Edward Scissor hands(1990), แบทแมนสองภาคแรก Batman (1989),Batman Returns (1992) ที่ผมคิดว่าเป็นหนังแบทแมนที่ผมชอบที่สุด, สลีปปี้ ฮอลโลว์ Sleepy Hollow (1999), พิภพวานร Planet of the Apes (2001), โรงงานช็อกโกแล็ตของชาร์ลี Charlie and the Chocolate Factory (2005) และมีอีกหลายๆเรื่องที่ยังไม่ได้ดูแต่จะหามาดูให้ได้แน่ๆในอนาคต

ผลงานของเขาที่เราๆท่านรู้จักส่วนมากนั้นก็จะเป็นผลงานกำกับภาพยนต์เสียส่วนใหญ่ แต่ทุกครั้งเมื่อนึกถึงเขา นอกจากจะนึกถึงหนังของเขาแล้วยังมีผลงานที่ประทับใจผมอีกชิ้นหนึ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก นั่นก็คือผลงานหนังสือเรื่องสั้นของเขา ที่มีชื่อว่าThe Melancholy Death of Oyster Boy & Other Stories (ความตายอันทุกข์ระทมของเด็กชายหอยนางรม)

ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหนังสือหายากไปแล้ว และหนังสือเล่มนี้เคยมีคนแปลและพิมพ์เป็นภาษาไทยจำหน่ายในบ้านเราด้วย(แปลโดยคุณ ‘ปราย พันแสง) ใช้ชื่อหนังสือภาษาไทยสั้นๆว่า”เด็กชายหอยนางรม” เสียดายมากๆที่ตอนนั้นไม่ได้ซื้อไว้ แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยว่าจะไปซื้อที่ไหน
โชคยังเข้าข้างที่ยังมีให้อ่านออนไลน์ ที่นี่ homepage.eircom.net
เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ภาษาไทยไม่รู้ว่าจะหาอ่านที่ไหนเหมือนกัน แต่ก็ยังดีที่มีให้อ่าน

เป็นหนังสือที่ดีมากๆครับตอนแรกผมก็ไม่ค่อยอิน ค่อยเก็ทเท่าไหร่ พออ่านไปเรื่อยๆ แล้วหาอ่านที่คนอื่นๆมาตีความไว้ในหนังสือหรืออินเตอร์เนททำให้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้มีความลุ่มลึกของมันอยู่ บางเรื่องอ่านๆดูแล้วตลกร้ายดี
ช่วงนี้เกิดอยากได้มาอ่าน หาไม่ได้แล้วครับ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน แต่ก็ได้รู้ว่ามีคนชอบหนังสือเรื่องนี้เยอะเหมือนกัน
ยกตัวอย่างสักสองบล็อกที่เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกันครับ
- wednesdaychild.exteen.com
- madampee@bloggang.com
ใครไปเจอในร้านหนังสือเก่าซื้อมาเก็บไว้เลยนะครับ หนังสือดีจริงๆน่ามีเก็บไว้อ่าน

ตอนนี้ทิมเบอร์ตันเองก็มีเว็บแกลลอรี่, Facebook และ Twitter ไว้ให้แฟนๆที่ชื่นชอบผลงานได้ติดตามกัน
www.timburton.com เป็นเว็บที่แนวมากๆครับ ใครชอบคุณทิมเบอร์ตัน ไปดูด่วนเลย
Tim Burton’s Facebook
Tim Burton”s Twitter
อีกเว็บที่น่าสนใจ เกี่ยวกับทิมเบอร์ตัน โดยเฉพาะหมวดหมู่ Multimedia นี้จะมีflash animationเรื่อง Stainboy ที่เป็นตัวละครที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งของทิมเบอร์ตัน (มี6ตอน)
www.timburtoncollective.com

คิดเล่นๆในร้านหนังสือ

เรื่องนี้แว้บขึ้นมาในสมองตอนเดินเล่นในร้านหนังสือครับ เกิดจากการเราได้อ่านชื่อหนังสือแต่ละเล่ม อ่านไปอ่านมาก็เอามาปะติดปะต่อเป็นเรื่องเดียวกันได้ซะงั้น โดยหนังสือแนวจัดการกับชีวิตหรือแนวแนะนำไปสู่ความสำเร็จหรือความสุขช่วงนี้ออกมาเยอะมาตัวอย่างเช่นบทความก่อนหน้านี้ที่ได้เขียนถึง
เข็มทิศชีวิต แล้วดูๆไปหนังสือแนวนี้มันมีเยอะมาก ยิ่งออกมาแล้วก็เหมือนมันคุยกับเราอยู่เลย

เริ่มด้วยเล่มนี้ ชีวิตถ้ามันหาทางออกไม่ได้หรือหลงทาง คุณต้องมีนี่
เข็มทิศชีวิต
แต่ถ้าคุณยังหาทางออกไม่เจอ แสดงว่าคุณไม่รู้เกี่ยวกับเข็มทิศดีพอ ใช้เข็มทิศไม่เป็นใช่ไหม งั้นต้องอ่านนี่
เห็นไหมคุณต้องรู้กฎของเข็มทิศก่อน แหม ใช้เข็มทิศไม่เป็นไม่งั้นก็หลงทางแบบเดิมแหละ
แต่เอ๊ะ ถ้าคุณหาทางออกได้แ้ล้ว หาเส้นทางแห่งความสุขเจอแล้ว คุณจะมีความสุขได้ไง ถ้าคุณไม่รู้จัก

นี่ไง ความสุขเค้าก็มีกฏของมันนะคุณ จะไปมีความสุขพร่ำเพรื่อมันไม่ได้ มันจะไม่สมบูรณ์
เอ่อ ผมจะทุกข์เพราะค่าหนังสือนี่แหละครับ ถ้าต้องซื้อทั้ง3เล่ม ฮ่าๆ (พูดเล่นนะครับ หนังสือเขาดีจริงๆ ใครที่ชอบเล่มแรกก็น่าจะหาเล่ม2กับ3มาอ่านกันนะครับ)
อ๊ะ นี่ก็อีกชุดนึง เป็นหนังสือที่ดังพอๆกันเลย
คนเราจะประสบความสำเร็จได้ เพราะในชีวิตและการใช้ชีวิตนั้นมีเคล็ดลับและความลับ(The Secret)อยู่ คนที่เค้ามีชีวิตที่ดีและประสบความสำเร็จเค้ารู้ความลับเหล่านี้และใช้มัน หนังสือเล่มนี้จะบอกคุณถึงความลับนั้น แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ มีความสุขในชีวิต
ชื่อหนังสือ The Secret
แต่ออกมาไม่นาน ก็มีคนมาบอกว่า มีความลับที่ลับกว่านั้น เป็น
ไงละนี่ลับกว่านะ The Top Secret เชียวนะ แค่ความลับธรรมดาๆ The Secret มันอาจจะน้อยไปนะ
แต่ เดี๋ยวก่อน มันยังมีที่ลับกว่านั้นอีก
นี่ไงภาคสอง เล่มที่แล้วมันลับไม่พอ นี่เล่มสอง ลับเข้าไปอีก
นึกว่าจะไม่มีอะไรลับกว่านี้อีกแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน เดินไปเดินมาเจอเล่มนี้เข้าก็เหมือนมีคนมาบอกว่า
คุณจะรู้ความลับได้ไงถ้าคุณยังไม่มี
The Key กุญแจไงคุณ ไม่มีกุญแจก็หาไม่เจอหรอกความลับอะไรนั่น มันจะไขเข้าไปหาความลับไม่ได้ไง ฮ่าๆๆๆๆๆ
เอือม ความสำเร็จในชีวิตนี่ มันได้มาไม่ง่ายจริงๆนะเนี่ย ต้องมีเข็มทิศ มีความลับอะไรเต็มไปหมด แล้วก็ต้องมีกุญแจไว้ไขความลับอีก
โอ้ย จะบ้าตาย
ขำๆนะครับ หนังสือข้างบนทุกเล่มเป็นหนังสือดีจริงๆครับ หรือดีไม่ดียังไงลองไปหาอ่านตามร้านหนังสือดูกันครับ
ผมว่าผมคงผิดปรกติแล้วนะ คิดอะไรเป็นวรรคเป็นเวรได้ขนาดนี้ คงจะว่างมากไปหน่อย ฮ่าๆ
อ่อ แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แล้วล่ะก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยนะ ว่า

เข็มทิศชีวิต

ถ้าไปเดินตามร้านหนังสือทั่วไป คงจะได้เห็นว่าหนังสือเล่มนี้ติดอันดับหนังสือแนะนำ และขายดีในหลายๆร้าน หนังสือเล่มนี้เป็นที่ฮือฮามากช่วงที่เปิดตัวใหม่ๆ เพราะคนที่ได้อ่านบอกว่าดี เป็นหนังสือที่ช่วยในการจัดการกับชีวิตและจิตใจของเราให้มีความสุข ช่วยเยียวยาจิตใจที่กำลังเป็นทุกข์เพราะความผิดหวัง เสียใจ หรือจากปัญหาต่างๆในชีวิต

หนังสือออกมานานแล้วแต่เพิ่งได้มีโอกาสอ่านจนจบ เมื่อ่านจบแล้วก็พบว่าของเค้าดีจริงๆถึงได้ขายดีและมีเสียงชื่นชมมากมาย เห็นว่ามีเล่ม2และ3ออกวางขายเรียบร้อยแล้ว คงต้องหามาอ่านบ้างแล้ว

คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เขียนหนังสือออกมาได้น่าอ่าน เป็นธรรมะที่ย่อยง่าย มีเรื่องราวยกตัวอย่างที่น่าติดตามและตีดวามได้ง่าย จึงไม่แปลกใจที่หนังสือเล่มนี้เป็นที่นิยมมากเล่มหนึ่ง

ชีวิตที่หลงทางและวกวนอยู่ในเรื่องรัก โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา ความไม่รู้ ความผิดหวัง ความเศร้า การที่เรามีเข็มทิศช่วยแนะนำทิศทางที่ถูกที่ควร ก็คงดีไม่น้อย

ช่วงนี้ไปเดินร้านหนังสือจะเห็นหนังสือแนวให้กำลัง แนวจัดการชีวิต แนวนำทางไปสู้ความสำเร็จและร่ำรวยตืดอันดับขายดีกันเยอะ คงเป็นเพราะดลกเราทุกวันนี้ คนเรามีความทุกข์กันมากขึ้น และหาทางออกจากจิตที่ว้าวุ่นยากขึ้นทุกๆที บางครั้งการได้ใช้เวลาว่างทบทวนจิตใจและอ่านหนังสือดีๆสักเล่มก็ช่วยเราได้มากทีเดียว แต่ถ้าเข็มทิศเอาไม่อยู่ อีกหน่อยคงมีคนเขียนหนังสือ “GPS ชีวิต, เนวิเกเตอร์ชีวิต”ออกมาแน่ๆ
เอ้าคราวนี้ถ้ายังหลงอีกก็ให้มันรู้ไป

มึงสู้จริงหรือเปล่า

หนังสือเล่มนี้เห็นปกแล้วเตะตาดีจริงๆ แล้วพออ่านชื่อหนังสือยิ่งเกิดความสนใจมากขึ้น อารมณ์ดูปกแล้วเหมือนกำลังมีคนมาชี้หน้า แล้วถามเราว่า “มึงสู้จริงหรือเปล่า”

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณ สมคิด ลวางกูล ผมไม่เคยรู้จักเค้ามาก่อน เคยเห็บแว้บๆตามรายการทีวี แต่ก็ไม่ได้สนใจ
เมื่อได้ลองเปิดอ่านดูเห็นว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจดี บวกกับเป็นหนังสือแนวสร้างพลังใจ สร้างกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตซึ่งเหมาะกับเราตอนนี้พอดี เลยซื้อมาอ่าน

เมื่ออ่านจบแล้วนับว่าเป็นหนังสือที่อ่านสนุกทีเดียว ใช้สำนวนภาษาตรงๆแรงๆสมกับสโลแกนของคนเขียนที่เค้าบอกว่า “วลีกวนตา วาจากวนตีน”

คยเขียนเค้ารับประกันว่าหนังสือเล่มนี้ถ้าไม่ถูกใจ ยินดีคืนเงินเต็มจำนวน แบบไม่มีเงื่อนไข แถมให้เบอร์มือถือไว้อีกต่างหาก นับว่ากล้ามากทีเดียว ท้ายๆเล่มยังบอกไว้อีกด้วยว่า หนังสือของเค้าไม่ต้องซื้อก็ได้ ไปอ่านตามร้านเอาก็ได้ อย่างนี้ก็มี เค้าบอกที่ทำหนังสือไม่ได้อยากรวยเพราะรวยแล้ว แต่อยากให้คนไทยมีหนังสือดีๆอ่าน แถมยังบอกด้วยว่าหนังสือของสำนักพิมพ์ของเค้าดีทุกเล่ม รับประกัน โอ้ อย่างนี้ก็มี

เค้าเขียนหนังสือเล่มนี้จากบางส่วนของบทพูดที่เค้าได้ไปเป็นวิทยากรพูดปลุกใจ สร้างขวัญให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เกี่ยวกับการขายแห่งหนึ่ง เรื่องราวในเล่มเป็นการเล่าถึงการต่อสู้ชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต โดยแต่ละคนก่อนประสบความสำเร็จนั้นชีวิตต้องเจอกับเรื่องราวหนักหนาแสนสาหัสมานักต่อนัก และการต่อสู้ชีวิตของพวกเค้าที่ใช้เวลาแสนยาวนาน ชายที่ตกงานอยู่นานหลายปี ชายที่พยายามขายสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองมาตลอดเก้าปี ชายหนุ่มพิการจากครอบครัวยากจนที่ต่อสู้จนมีเงินล้านมีเมียเป็นหมอ และอีกสองสามเรื่อง เรื่องราวเหล่านี้น่าจะสร้างกำลังใจดีๆให้คนที่ได้อ่านได้ไม่ยาก

ถึงแม้หนังสือแนวเล่าเรื่องชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จจะมีอยู่มากแล้ว แต่เล่มนี้มีการเล่าเรื่องด้วยภาษาที่แตกต่างไป ทำให้ไม่รู้สึกน่าเบื่อ

ช่วงนี้ต้องการกำลังใจ อ่านหนังสือแนวๆนี้ก็ช่วยได้เยอะ

ขอปิดท้ายด้วยประโยคจากหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน

“ถ้ามึงสู้จริง มุ่งมั่น ทุ่มเท และไม่ยอมแพ้ พระเจ้าไม่มีสิทธิ์ประทานอย่างอื่นให้มึงนอกจากความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เท่า
ที่สำคัญก็คือ

มึงสู้จริงหรือเปล่า”

ท้ายเล่มมีการท้าทายเรื่องถ้าไม่ดีจริงไม่ชอบให้เอาหนังสือไปคืนได้ย้ำไว้อีกครั้ง แต่ผมว่าผมชอบนะ เก็บไว้อ่านดีกว่า

นิยายวัยรุ่น ตอนเรียนมัธยม

บทความก่อนนี้เขียนถึงหนังสือเด็ก บทความนี้จะเขียนถึงหนังสือเมื่อตอนเรียนมัธยม ตอนนั้นเริ่มจากตามเพื่อนครับ เห็นเพื่อนมีหนังสือวัยรุ่น หนังสือกลอน หนังสืออ่านแนววัยรุ่นๆ เราก็เลยหามาอ่านบ้างหลังจากอ่านแต่การ์ตูน กับแนวเยาวชนมาตลอก เริ่มหาหนังสือแนววัยรุ่นที่เป็นเรื่องแนวรักๆใคร่ๆ หรือแนวโตขึ้นมาหน่อยนั่นเอง ประมาณเดียวกับ นิยายรักวัยรุ่นที่เห็นกันเยอะแยะมากมายตามร้านหนังสือสมัยนี้นั่นเอง

หาอ่านไปเรื่อยๆ ลองอ่านไปๆมาๆ ไปชอบผลงานเขียนของนักเขียนท่านหนึ่งเข้าครับ ชื่อคุณ ดำรงค์ อารีย์กุล เลยติดตามอ่าน ติดตามซื้อหนังสือแทบจะทุกเล่มที่หาซื้อได้เลยทีเดียว ถ้าเป็นสมัยนี้ คงสั่งซื้อทางอินเตอร์เนท มีครบทุกเล่มได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ตอนนั้น เล่นเอาต้องไปตามหาซื้อตามร้านต่างๆทั้งในลำพูนและเชียงใหม่ ง่ายๆว่ามีร้านหนังสือที่ไหนต้องตามไปดูว่ามีของคุณดำรงค์ อารีกุลขายรึเปล่า มีโอกาสไป กรุงเทพ ไปเที่ยวทะเล ไปเจอร้านหนังสือที่ไหนก็ต้องแวะไปดูถ้ามีเล่มที่เราขาดอยู่ก็ซื้อทันที เป็นเอามากครับ
ที่ชอบเพราะเรื่องที่คุณ ดำรงค์เขียนมันไม่วัยรุ่นจ๋า หวานแหววจนเกินไป มีความตลกขบขัน บางเรื่องก็ซึ้งกินใจน้ำตาจะไหลซะให้ได้ ตัวละครแต่ละตัวก็มีสีสัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดี

ติดงอมแงม บางเล่มที่ได้มาต้องอ่านให้จบเล่มรวดเดียว ไม่งั้นไม่เป็นอันทำอะไรเลย อยากจะรู้ว่าเรื่องต่อไปจะเป็นไง ติดเองไม่พอเพื่อนยืมไปอ่านก็ชอบตามเราไปด้วย บางเล่มที่เพื่อนยืมไปก็เล่นไม่คืนเลย ชักดาบเราซะงั้น
เล่มที่ชอบที่สุดคือเรื่อง แหกคอกเขียว เป็นเรื่องวุ่นๆของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตลกมาก และเล่มนี้เองที่โดนเพื่อนยืมไปแล้วไม่คืน เสียดายจนเดี๋ยวนี้ ถ้าเจออีกจะซื้อเก็บไว้ ชอบขนาดที่ว่าตอนนั้นจะตั้งใจสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ได้เลยทีเดียว เป็นเอามาก

แต่หลังจากนั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่มัธยมปลาย ด้วยการเรียนที่หนักขึ้นเพราะต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย กับตอนนั้นเริ่มเข้าสู่วัฒนธรรม J POp กับ J Rock เลยเริ่มห่างหายกันไป จนเดี๋ยวนี้เองก็ไม่รู้ว่า คุณ ดำรงค์ ออกผลงานอะไรใหม่ๆมาอีกกี่เล่มแล้ว

ทุกวัันนี้ เวลาไปเดินร้านหนังสือเห็นหนังสือนิยายรักวัยรุ่น มีเด็กใส่ชุดนักเรียนเดินดู และเลือกหยิบไปอ่าน ก็นึกถึงเราในตอนนั้นเสียจริงๆ

555 เริ่มนิสัยคนแก่อีกแล้วสิเรา