ลาก่อน MSN

ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันตอนที่ได้รู้ข่าวนี้จากเพื่อนๆแชร์กันใน facebook ตอนแรกนึกว่ามุขอะไรหรือเปล่า แต่ในที่สุดก็มีบทความที่เขียนถึงการประกาศอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับโปรแกรมแชทที่เคยรุ่งเรืองสุดๆอย่าง MSN (ที่เปลี่ยนเป็น Windows live messenger แล้ว แต่ด้วยความเคยชินก็มักจะเรียกกันติดปากว่า MSN อยู่ดี) กำลังจะยกเลิกการให้บริการในเร็วๆนี้ (ประมาณต้นปี 2013)

ลองมานึกๆดู เราเองก็ไม่ได้ออนเอ็มมานานแล้ว กี่เดือนก็จำไม่ได้ อาจจะเป็นปีแล้วด้วยซ้ำ (ออนเอ็ม หมายถึงการล็อกอินเข้าใช้งานโปรแกรม MSN เพื่อแชทกับเพื่อน บอกไว้เผื่อมีเด็กรุ่นใหม่ๆที่ไม่รู้จัก MSN ไม่เข้าใจ ฮ่าๆๆ) ถามเพื่อนๆและคนรู้จักหลายๆคน เค้าก็บอกว่าไม่ได้ใช้งาน MSN มานานแล้วเหมือนกัน

พอได้ข่าวนี้แล้วก็ใจหายนะครับ เพราะเราเองเคยใช้งานโปรแกรมนี้ ช่วงหนึ่งของชีวิตก็ติด MSN มากพอๆกับเฟซบุ๊คตอนนี้เลยทีเดียว เปิดคอมปุ๊บ ต้องออนเอ็มก่อนทำทุกอย่างเลย เหมือนกับที่ตอนนี้เราต้องเปิด facebook ก่อนอย่างอื่นยังไงอย่างงั้น เรียกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้

บางส่วนของความทรงจำสำคัญของใครหลายๆคน คงมีเจ้า MSN มาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง คนไกลเพื่อน ไกลคนรัก อยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างประเทศ ใช้พูดคุยติดต่อกันเพราะสะดวกและประหยัดกว่าการโทรศัพท์ จีบสาวจีบหนุ่มก็แชทคุยกัน บางคนบอกเลิกแฟนหรือแฟนบอกเลิกกันทาง MSN นั่งร้องไห้หน้าคอมพิวเตอร์กันเลยทีเดียว

ถ้ามองกลับไปหาอดีตที่รุ่งเรืองเมื่อตอนนั้น ก็คงไม่มีใครคิดว่าจะมีวันที่ MSN ความนิยมลดน้อยลงอย่างมากจนถึงกับต้องปิดบริการ ประโยคที่ว่า “ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า” คงใช้กับกรณีนี้ได้เป็นอย่างดี

ใจหายเหมือนกันนะครับกับข่าวนี้ แต่มันก็เป็นสัจจะธรรม ก็คงจะแบบเดียวกับ Pirch, ICQ, Hi5 ที่เคยรุ่งเรืองมากในอดีต

ลาก่อน MSN นายจะอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคนแน่นอน

………………………….

Credit: บทความจากเว็บ blognone ครับ

พิมพ์ซองจดหมายง่ายๆด้วย Ink scape

เรื่องมันมีอยู่ว่า วันหนึ่งผมได้รับมอบหมายจากน้องสาวให้ไปส่งเอกสารให้บริิษัทแห่งหนึ่ง เอกสารที่จะให้ไปส่งนั้นเป็นเอกสารที่สำคัญเสียด้วย แต่ด้วยความประมาทผมเผลอทำซองจดหมายเลอะ จึงต้องพิมพ์ซองจดหมายใหม่
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ตอนใช้โปรแกรม Microsoft Word อยู่ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะเคยใช้พิมพ์ซองจดหมายมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เครื่องเราดันลงโปรแกรม Open office ไว้นี่สิ ด้วยความที่ไม่รู้จะไปปรับตรงไหน ก็เลยพิมพ์ซองจดหมายออกมาไม่ได้ตามที่ต้องการสักที ตัวหนังสือหลุดขอบแถมซองแถมมีขนาดเล็กมาก
งมอยู่นานครับ หาอ่านใน Help ทำตามที่ข้อมูลใน Help บอกไว้ก็พิมพ์ออกมาไม่ได้อย่างที่ใจต้องการสักที ทำยังไงดี ละเนี่ย
ไปๆมาๆเลยลองใช้โปรแกรมอื่นๆที่มีในเครื่องดู นึกถึง Gimp กับ Ink scape ก่อนเลย พอลองใช้ Gimp ค่าต่างๆก็ยังตั้งไม่เป็น พิมพ์ออกมาก็ไม่ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องอย่างที่ต้องการ ไม่ต่างกันกับตอนใช้ Open office พิมพ์เท่าไหร่เลย คงต้องฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่ Ink scape แล้วล่ะ

โชคดีครับ โปรแกรม Ink scape ใช้พิมพ์ซองจดหมายออกมาได้ผลงานเป็นที่น่าพอใจมาก ง่ายด้วย เลยจะเอามาแบ่งปันให้อ่านกัน เผื่อจะช่วยใครที่กำลังมีปัญหาในการพิมพ์ซองจดหมายอยู่ตอนนี้ได้บ้าง

ก่อนอื่นก็มารู้จักกับโปรแกรมชื่อ Ink scape กันก่อน โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมวาดรูป Vector แบบเดียวกับ Adobe illustrator แต่เป็นโปรแกรม Open source ที่มีให้ดาวน์โหลดไปงานได้ฟรี แต่สำหรับโพสนี้ เราจะมาใช้งานแค่พิมพ์ซองจดหมายเท่านั้น

Continue reading “พิมพ์ซองจดหมายง่ายๆด้วย Ink scape”

Hugin – Panorama photo stitcher ทำภาพพาโนรามาง่ายๆ ใช้กันฟรีๆ

หลายๆครั้งเวลาไปเที่ยวที่ต่างๆ เราก็อยากเก็บภาพวิวสวยๆให้เห็นทั่วๆ ซึ่งการจะเก็บบรรยากาศแบบนั้นได้เห็นจะต้องทำการถ่ายรูปแบบ Panorama (พาโนรามา) ที่เราเห็นเป็นรูปมุมกว้างที่รูปมีสัดส่วนความยาวรูปยาวกว่าปรกติ

การจะให้ได้มาซึ่งภาพพาโนรามานั้น ก็มีอยู่มากมายหลายวิธี บางคนใช้กล้องของโซนี่ที่มี Sweep panorama ใช้โหมดนี้แล้วกวาดกล้อง แป๊บเดียวก็ได้รูปพาโนรามามาดูแล้ว กล้องบางรุ่นมีโหมดช่วยถ่ายพาโนรามา บางคนก็ถ่ายเองแล้วใช้โปรแกรมต่อกันในคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็มีมากมายหลายโปรแกรมด้วยกัน

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีปัญหาอยากได้รูปพาโนรามาไว้ดูเล่น แต่กล้องที่ใช้ก็เป็นกล้องเก่า ไม่มีโหมดพาโนรามา เลยต้องถ่ายเองแล้วหาโปรแกรมมาต่อกันให้ได้รูปพาโนรามา ซึ่งก็เล่นเอาปวดหัวเลยทีเดียวครับ ลองต่อเองในโปรแกรมตัดต่อรูปชื่อดัง ก็เล่นเอามึนหัวไปเลย เลยต้องลองหาโปรแกรมช่วยทำดีกว่า เจอโปรแกรมบางตัวก็ไม่ฟรี ฟรีก็ฟรีไม่จริง เลยขอลองหาอะไรฟรีๆแท้ๆใช้ดูก่อนก็แล้วกัน แล้วที่สุดก็มาเจอโปรแกรมนี้เข้าครับ ชื่อโปรแกรม Hugin

Hugin เป็นโปรแกรมต่อรูปทำภาพพาโนรามาที่เป็น Freeware แท้ๆ ไม่ใช่กั๊กแวร์(โปรแกรมที่บอกว่าใช้ฟรีแต่กั๊กโน่นกั๊กนี่ไว้) เท่าที่ลองใช้ดูก็ทำได้ดีครับ ผมไม่เคยเคยลองโปรแกรมอื่น ไม่รู้ว่ามีที่ดี หรือง่ายกว่านี้หรือเปล่า แต่จากการใช้ Hugin มาสักพักก็รู้สึกว่ามันใช้ได้เลย

โปรแกรม Hugin นี้ใช้ต่อภาพพาโนรามาแบบต่างๆได้หลายรูปแบบ ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาศึกษาอีกพอสมควรเลย เพราะดูจากตัวเลือกต่างๆมีให้ปรับโน่น ปรับนี่เยอะมาก แต่ผมเองต้องการแค่ต่อรูปทำภาพพาโนรามาธรรมดาๆก็พอ เลยศึกษาการใช้งานขั้นพื้นฐานไว้เท่านั้น ถ้าใครอยากเล่นมากกว่านั้นก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมเอาเองนะครับ

ถ้าสนใจอยากใช้โปรแกรมนี้ ก็ให้เข้าไปโหลดจากเว็บ hugin.sourceforge.net แล้วไปที่หน้า Download แล้วคลิกที่ Get Hugin now (มีเวอร์ชั่น For Mac ด้วย)

เมื่อโหลดมาแล้วก็ติดตั้งลงเครื่องให้เรียบร้อย แล้วมาทำภาพพาโนรามาด้วย Hugin กันเลย ดูตามวิดีโอได้เลยครับ
(ต้องขออภัยที่ระบบบันทึกเสียงไม่ค่อยดีครับ เสียงเบาและมีเสียงรบกวนเยอะ อาจจะต้องเร่งVolume กันเยอะหน่อยครับ)

เป็นไงครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ตอนแรกๆอาจจะงงๆกับมันหน่อย แต่พอใช้ไปสักพักก็จะคุ้นเคยเองครับ ผมเองตอนแรกๆงมๆเอาเองก็งงๆเหมือนกัน ดีที่เว็บมี Tutorial ไว้ให้ ค่อยๆอ่านค่อยๆลองเอาก็ใช้ได้แล้วครับ

นี่เป็นผลงานที่ได้ รูปที่ออกมาจะมีส่วนเกินที่เป็นสีดำๆอยู่ เราค่อยมา Crop ตัดเอาเอง

ผลงานสุดท้ายที่ได้หลังจากครอบแล้ว ก่อนจะเอาไปปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม (สามารถคลิกที่รูปเพื่อชมรูปในขนาดใหญ่ขึ้นได้)

ตัวอย่างอีกรูปครับ นี่ถ่ายจากหน้าร้านขายการ์ตูนของเืพื่อน ตอนถ่ายวางกล้องไม่ค่อยดีครับ มันบิดแปลกๆ ตอนจะต่อเองในโปรแกรมตัดแต่งรูปเล่นเอามึนไปเลย เพราะเราวางมุมกล้องไม่ดี แต่พอใช้โปรแกรมต่อให้แล้ว ถึงมันจะดูบิดๆแปลกๆ แต่ต่อออกมาได้ขนาดนี้ก็ดีมากแล้วครับ

ตัวอย่างรูปอื่นๆที่ใช้โปรแกรมนี้ทำ ถ่ายที่อ่างเก็บน้ำแม่เมย ลำพูนครับ

ข้อเสียอันใหญ่หลวงของโปรแกรมนี้คือ รูปบางชุดพอสั่งให้ Create panorama ดันเกิดอาการแฮงค์ขึ้นมาซะอย่างงั้น แล้วรูปชุดนั้นก็จะไม่สามารถทำการเซฟเป็นรูปพาโนรามาออกมาได้เลย ทั้งๆที่โปรแกรมก็พรีวิวรูปที่ต่อสร็จได้มาแล้ว แต่เซฟออกมาไม่ได้ ไม่ว่าจะลองกี่ครั้งก็ตาม งงและเซ็งกันไป

ข้อเสียอีกอย่างคือรูปบางชุดมันจะแจ้งว่ามันไม่สามารถดีโค้ดรูปได้ รูปชุดนั้นก็ใช้ไม่ได้อีกเหมือนกัน เฮ้อ
(ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะเกี่ยวกับการตั้งชื่อโฟลเดอร์เป็นภาษาไทยก็ได้ ให้ลองเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์เป็นภาษาอังกฤษดู)

เป็นฟรีแวร์ที่ใช้ได้ดีก็จริงๆแต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ อาจจะต้องรอให้สมบูรณ์กว่านี้

ทิปเล็กๆน้อยๆในการทำเป็นภาพพาโนรามา ด้วยโปรแกรม Hugin

– ควรถ่ายรูปให้มีส่วนที่ซ้อนทับกันในแต่ละรูปอยู่บ้าง ไม่ควรหลุดจากกันมากเกินไป เพื่อที่จะได้มีตำแหน่งไว้กำหนด Control point ได้เยอะๆ ไม่งั้นโปรแกรมจะช่วยต่อให้ไม่ได้ หรือต่อได้ไม่เนียน

– ถ้ากล้องมีโหมดแมนนวล ควรใช้ค่าเดียวกันในการถ่ายแต่ละรูปในรูปชุดนั้นๆ เพื่อที่แต่ละรูปจะได้มีสภาพแสงที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด โปรแกรมจะทำงานง่ายกว่า

– ไม่ควรตั้งชื่อโฟลเดอร์รูปชุดที่จะใช้งานเป็นภาษาไทย ให้ตั้งเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงโฟลเดอร์ที่จะเซฟรูปออกไปด้วย
เพราะจากการลองดูหลายครั้ง คาดว่าน่าจะมีผลต่อเออร์เรอร์ ตามข้อเสียของโปรแกรมที่ได้บอกไว้ กล่าวคือเมื่อเกิดอาการโปรแกรมแฮงค์ดังกล่าวแล้ว ผมลองเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ใหม่จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษแล้วสามารถเซฟรูปชุดนั้นได้โดยไม่เกิดปัญหาดังกล่าว เมื่อลองเปลี่ยนกลับเป็นภาษาไทยกลับเกิดอาการแบบเดิม แต่ผมเองไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นเครื่องอื่นจะเกิดอาการแบบเดียวกันนี้หรือไม่ เลยไม่ขอยืนยัน แต่ถ้าคุณลองดูแล้วมันเกิดอาการแบบเดียวกันกับรูปจากโฟลเดอร์ที่มีชื่อภาษาไทย ก็ให้ลองเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์เป็นภาษาอังกฤษดูนะครับ (ผมค่อนข้างมั่นใจนะ เพราะพอใช้ชื่อโฟลเดอร์ภาษาอังกฤษก็ไม่มีโปรแกรมเออร์เรอร์เลยครับ เพียงแต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นเครื่องอื่นจะเกิดปัญหาแบบนี้หรือเปล่าเท่านั้นเองครับ)

ผลงานของผมเป็นเพียงตัวอย่างการต่อรูปแบบธรรมดาๆ พื้นๆเท่านั้นครับ โปรแกรมยังต่อภาพพาโนรามาแบบหลายแถว และแบบ 360 องศาได้ด้วย ลองคลิกไปชมที่ Hugin Gallery ดูครับ สวยๆทั้งนั้น ใครจะลองทำก็คงต้องศึกษาเพิ่มเติมกันเอาเองนะครับ

ใครที่อยากทำรูปแบบพาโนรามาไว้ดูเล่นด้วยตัวเอง Hugin เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ แต่ถ้าใครใช้ตัวไหนอยู่ ที่น่าจะดีกว่าหรือใช้งานง่ายกว่าก็แนะนำกันเข้ามาได้นะครับ

ขอจบบทความแต่เพียงเท่านี้ ขอให้สนุกกับการทำรูปพาโนรามาครับ

ลอง Face movie by Picasa สร้างวิดีโอรูปใบหน้าแบบง่ายๆ

สำหรับโปรแกรม Picasa เวอร์ชั่นปัจจุบัน(3.8) นอกจากการสร้างภาพปะติด ตัดปะ ที่แนะนำไว้ในบทความ ทำภาพตัดปะแบบง่ายๆด้วย Picasaแล้ว Picasa ยังมีลูกเล่นที่น่าสนอีกอย่างหนึ่งก็คือ Face movie ที่เป็นการนำเอารูปภาพใบหน้าคนมาซ้อนต่อๆกันในรูปแบบของวิดีโอ อย่างที่เห็นในคลิปวิดีโอตัวอย่างด้านบน

แหม แจ่มครับ ว่าแล้วเราก็เลยต้องเอามาลองเล่นดูสักหน่อย ว่ามันจะดีจริงรึเปล่า จะเรียกว่ากึ่งๆรีวิวก็คงไม่ผิดนัก น่าสนใจทีเดียวเพราะวิดีโอรูปแบบนี้สามารถเอาไปใช้ได้หลายโอกาสมากๆ เช่นทำไว้ให้ลูกดู เอาไปทำเป็นวิดีโอพรีเซนเตชั่นของเจ้าบ่าวเจ้าสาวตอนแต่งงานแสดงรูปตั้งแต่เด็กๆของทั้งคู่ ใช้แสดงรูปบัณฑิตในงานฉลองรับปริญญา และอีกมากมายแล้วแต่ใครจะเอาไปประยุกต์ใช้

แต่มันจะเวิร์คไหม ดีแค่ไหน เรามาดูกันเลย

ก่อนอื่นต้องติดตั้งโปรแกรม Picasa กันก่อนนะครับ ถ้ายังไม่ได้ติดตั้งก็ให้ไปโหลดตัวติดตั้งมาก่อนที่ picasa.google.com แต่ถ้ามีโปรแกรมติดตั้งอยู่ในเครื่องแล้วก็มาเริ่มกันเลย

เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้ว ก็หาโฟลเดอร์ที่บรรจุรูปชุดนั้น แล้วทำการเลือกภาพที่เราต้องการ จะของบุคคลเดียวกันหรือคนละคนก็ได้ครับ แต่เราจะลองทำของบุคคลคนเดียวกันก่อนครับ
ถ้าโฟลเดอร์ของรูปนั้นยังไม่ปรากฎในหน้าโปรแกรม Picasa ให้ลากรูปใดรูปหนึ่งหรือทั้งหมดของโฟลเดอร์นั้นๆไปใส่ในหน้าของโปรแกรม แล้วเดี๋ยวโปรแกรมจะแสกนทั้งโฟลเดอร์นั้นเองครับ หรือจะใช้คำสั่ง tools>folder manager (เครื่องมือ > ผู้จัดการโฟลเดอร์) หาโฟลเดอร์รูปแล้วสั่งแสกนก่อนก็ได้ คราวนี้รูปจากโฟลเดอร์นั้นก็จะเข้ามาอยู่ในPicasa ให้เราเลือกได้แล้วครับ

วิธีการเลือกรูป ให้กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วกดเลือกรูปที่เราต้องการทีละรูปๆ หรือการใช้ ปุ่ม Shift เลือกรูปที่เรียงกันในโฟลเดอร์ (แบบเดียวกับการเลือกหลายไฟล์ในวินโดวส์ปรกตินั่นเอง)

เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้ว เราก็มาเริ่มสร้าง Face movie กันเลย แต่เอ๊ะ ปุ่มสร้าง Face movie มันหายไปไหนเนี่ย หาไม่เจอ
หาอยู่นานครับ จึงรู้ว่าเวอร์ชั่นภาษาไทยนั้นจะไม่มีปุ่มสร้าง Face moive อย่างที่ควรจะมี เราต้องใช้คำสั่งบนเมนูบาร์แทน

สร้าง >ภาพยนต์ >จากใบหน้าในรายการที่เลือก…

แล้วก็จะเข้าสู่หน้าต่าง จัดการวิดีโอ โดยเราสามารถเลือกเพลงประกอบวิดีโอจากไฟล์MP3ที่เรามีได้

ปรับความละเอียดวิโอ ซึ่งควรจะเหมาะสมกับความละเอียดของรูปที่เราใช้ด้วยนะครับ โดยสังเกตว่าถ้าเราสร้า้งวิดีโอที่ความละเอียดสูงมากๆหากภาพที่เราใช้มีความละเอียดของรูปต่ำ รูปที่ปรากฎในวิดีโอก็จะเล็กมาก ในทางตรงข้ามถ้ารูปละเอียดมาก แต่ความละเอียดวิดีโอน้อย รูปใบหน้าก็จะใหญ่มากจนคับจอเลยทีเดียว

เมื่อลองทำดูแล้ว ได้ผลงานออกมาดังนี้
(รูปที่ใช้นำมาจาก twitter ของนักร้องเกาหลี เกิลกรุ๊ปวง T-ARA ชื่อ ปาร์ค โซยอน ครับ)

จะเห็นได้ว่าวิดีโอที่ได้จะถูกจัดเรียงรูปโดยอัตโนมัติ สังเกตจากตัวเลขที่ผมแปะไว้บนรูปนั้นจะไม่เีรียงตามลำดับตามที่ผมต้องการ และจากการลองอยู่นาน ไม่ว่าผมจะพยายามทำยังไง ก็ไม่สามารถจัดการกับการเรียงลำดับโดยอัตโนมัติของ Picasa ในการสร้า้งเฟซมูฟวี่นี้ได้เลย ทั้งการเปลี่ยนชื่อให้เป็นเลขเรียงกันตามลำดับ หรือเซฟทับเป็นลำดับเวลาเรียงกัน มันก็ไม่ยอมเรียงอย่างที่ผมต้องการ แถมบางรูปที่เลือกไว้ยังตกหล่นไป1รูปอีกต่างหาก จากวิดีโอตัวอย่างผมเลือกรูปไว้ 9 รูป รูปหมายเลข 3 หายไป ซึ่งพอมาลองทำคลิปอื่นๆ ก็พบว่าน่าจะเป็นที่ปัญหาระบบการแสดงใบหน้าของโปรแกรมเอง ถ้าโปรแกรมไม่สามารถมองออกว่ารูปนั้นๆมีใบหน้าคนอยู่ มันจะไม่เอาเข้าไปในขั้นตอนการสร้า้งวิดีโอ ทั้งๆที่รูปนั้นมันก็รูปหน้าคนเห็นๆ งงจริงๆ
บางรูปแค่คนในรูปเอามือเท้าคาง มันก็มองไม่เห็นว่าเป็นหน้าคนซะงั้น ตัวอย่างรูปหมายเลข3 ที่ตกหล่นไปครับ

ถึงแม้ว่าจากหน้าต่างตอนสร้างวิดีโอ เราจะสามารถสลับลำดับรูปได้ก็จริง แต่การซ้อนรูปก็ดูแปลกๆ คล้ายๆกับว่ามันยังจำลำดับเดิมอยู่ อธิบายแบบนี้อาจจะทำให้งง ลองดูจากวิดีโอตัวอย่างที่ได้ทำการเรียงสลับรูปตามลำดับใหม่

ทำเอาเซ็งไปเลยครับ เสียดายจริงๆที่ฟังก์ชั่นในการสร้าง Face movie ของ Picasa นั้นยังไม่สมบูรณ์ จากการใช้งานก็พบข้อพกพร่องที่ควรได้รับการแก้ไข คือ
– การจัดเรียงลำดับรูปไม่สามารถจัดเรียงลำดับให้ได้ออกมาอย่างที่ใจเราต้องการ เมื่อแก้ไขลำดับสไลด์เอง การซ้อนรูปดันออกมาไม่สวยงามอย่างที่ควรจะเป็น
– รูปบางรูปตกหล่นหายไปในขั้นตอนการสร้างวิดีโอ ทั้งๆที่ก็เป็นรูปหน้าคน แต่โปรแกรมดันมองไม่ออก รูปบางรูปไม่สามารถเอาไปสร้างวิดีโอได้ ไม่รู้ทำไม บางโฟลเดอร์ใช้ไม่ได้ทั้งโฟลเดอร์ก็มี งงมาก
– กรณีที่รูปนั้นๆมีรูปหน้าคนมากกว่าหนึ่งหน้า โปรแกรมจะใช้รูปนั้นซ้ำกันตามจำนวนใบหน้า เช่น ถ้าในรูปมีหน้าคนสองคน มันจะเอารูปนั้นมาซ้อนซ้ำอีกครั้ง แต่กรณีนี้เราสามารถลบรูปซ้ำทิ้งได้ (แต่ก็มีผลต่อความสวยงามของการซ้อนกันของรูปแบบเดียวกับเวลาที่เราจัดลำดับรูปใหม่)

การสร้างวิดีโอนี้สามารถสร้างโดยใช้รูปใบหน้าของบุคคลหลายๆคนได้ด้วยครับ ดังตัวอย่าง (ใช้รูปของสาวๆ วงเกิลกรุ๊บเกาหลี SNSD หรือ Girls’ Generation )

จากวิดีโอข้างบน มีรูปหายไปรูปนึง เป็นรูปใบหน้าของสมาชิกชื่อ ฮโยยอนหายไป และก็เช่นเคย ไม่เรียงตามลำดับตามที่ผมอยากให้มันเป็น

แหม่ เสียดายครับ เกือบจะดีแล้วเชียว ดูจากวิดีโอตัวอย่างที่เค้าแนะนำฟังก์ชั่นนี้(วิดีโอแรกสุดของบทความ)ทำออกมาได้ดี แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงใบหน้าของคนๆหนึ่งได้อย่างสวยงาม แต่พอเรามาลองทำดูกลับไม่แจ่มอย่างที่หวังไว้

หวังว่าเมื่อโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ๆออกมา คงจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ จะทำให้โปรแกรมนี้น่าใช้ขึ้นอีกเป็นกองเลยทีเดียว

แต่ถ้าเราไม่เกี่ยงกับข้อเสียทั้งหมดที่ว่ามาแล้ว ก็จะได้วิดีโอนำเสนอรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ และทำได้ง่ายๆเอาไปใช้งานนำเสนอหรือเอาไว้ดูเล่นได้

ถ้าใครต้องการวิดีโอแบบนี้แบบให้ได้อย่างใจทั้งหมด ทั้งการเรียงลำดับและจำนวนรูป การจัดวาง การซ้อนทับของรูป คงต้องทำเองในโปรแกรมทำสไลด์โชว์หรือโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่นๆเอาเองแล้วละครับ จนกว่า Face movie ใน Picasa จะสมบูรณ์กว่านี้

เอามาแนะนำกันเผื่อจะได้วิดีโอพรีเซนเตชั่นเอาไว้ใช้ในโอกาสต่างๆแบบทำได้ง่ายๆครับ

กำจัดไฟล์ซ้ำในเครื่องของคุณด้วย Duplicate Cleaner

เนื้อที่ฮาร์ดดิสของคอมพิวเตอร์ของเรานั้นต่อให้มีมากแค่ไหน วันหนึ่งไม่ช้าก็เร็วจะต้องพบว่ามันเต็ม หรือใกล้เต็ม และเราต้องลบไฟล์เก่าๆที่ไม่ต้องการแล้วทิ้งไปหรือย้ายไปเก็บไว้ที่อื่นๆ
แต่ส่วนใหญ่แล้วเรามักลืมนึกถึงไฟล์ซ้ำซ้อนในเครื่องของเราที่ส่วนใหญ่จะเป็นไฟล์เพลง รูปภาพ เอกสาร หรือ ไฟล์อื่นๆที่เราเอาไปเก็บไว้ต่างโฟลเดอร์กัน แต่เป็นไฟล์เดียวกัน ตรงนี้ทำให้เราสูญเสียเนื้อที่ความจุฮาร์ดดิสอย่างเปล่าประโยชน์อย่างแท้จริง

ครั้นจะมานั่งลบนั่งจำเองนั้นก็ดูจะเสียเวลาและยุ่งยากเหลือเกิน นั่นแหละ สุดท้ายเราก็ต้องใช้ตัวช่วย

ด้วยโปรแกรมตรวจหาไฟล์ซ้ำ ซึ่งก็มีให้เลือกหลากหลายโปรแกรม แต่ที่จะแนะนำกันวันนี้เป็นตัวที่ผมเพิ่งลองใช้ดูและพบว่าใช้ได้ดีและฟรี เลยอยากเอามาแนะนำกันครับ ชื่อโปรแกรมDuplicate Cleaner
ใช้ง่ายๆติดตั้งง่ายๆสมกับเป็นFreewareครับ ลงเสร็จไม่ต้องรีสตาร์ทเครื่อง ใช้งานได้ทันที โดยให้เราเลือกไดรฟ์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการจะแสกนหาไฟล์ซ้ำแล้วก็กดหาดู จากนั้นจะมีรายชื่อไฟล์ที่ซ้ำกันขึ้นมา เราก็เลือกได้ว่าจะลบตัวไหน

ดาว์นโหลดโปรแกรมได้ที่หน้านี้ Download Duplicate cleaner

ผมลองใช้ดูแล้ว ได้เนื้อที่คืนมาเกือบ3กิ๊ก ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีไฟล์ซ้ำกันในเครื่องเยอะขนาดนี้นะเนี่ย ลองดูครับ ประหยัดเนื้อที่ฮาร์ดิสได้อีกเยอะเลย โปรแกรมแบบนี้มีติดเครื่องไว้ไม่เสียหายครับ

ข้อควรระวังควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนลบไฟล์นั้นๆทิ้ง

Kindle for PC แก้ขัดไปก่อน

ในบรรรดาสินค้าเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่สนใจและเป็นที่ต้องการอยากได้มีไว้ครอบครองของผู้คนหัวใจไอทีในขณะนี้ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ Amazon Kindle ติดอันดับต้นๆอย่างแน่แท้
หลายๆคนอยากได้มีไว้สักเครื่อง เอาไว้อ่าน e-book ด้วยระบบ e-ink ที่อ่านสบายตาและประหยัดพลังงานอย่างยิ่ง Amazon Kindleนั้นเป็นสินค้าที่ปลุกกระแส e-book reader มาพักใหญ่แล้ว และเมื่อมีเครื่องอ่าน ทาง Amazon ที่มีชื่อเสียงเรื่องขายหนังสือมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว นอกจากจะขายเครื่องแล้วก็สามารถขายหนังสือสำหรับอ่านได้บน Kindle ได้ด้วย

แต่แค่จะหวังยอดขายหนังสือบน Kindle อย่างเดียวยอดขายก็คงไม่มากมายเท่าไหร่ ดังนั้น Amazon จึงออก Application สำหรับติดตั้งบนเครื่องหรืออุปกรณ์อื่นๆไว้ให้คนที่อยากใช้ Kindle ใช้อ่านหนังสือ e-bookเวอร์ชั่นสำหรับ Kindle โดยเฉพาะได้ โดยมีมาให้อย่างครบครันทั้งบน iPhone, Android, iPad, Blackberry,Windows PC และ Mac เลยทีเดียว

ตัวผมเองก็เป็นคนที่ชอบลองของ ลองอะไรใหม่ๆอยู่แล้ว เลยทดสอบเอามาลงเครื่องคอมของตัวเองซะเลย เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะมีหน้าตาแบบนี้ครับ

จากรูปข้างบนหนังสือมีอยู่เล่มเดียวเพราะโหลดมาลงเพื่อทดลองดูเท่านั้น ไม่แน่ใจว่าถ้ามีหนังสือหลายๆเล่มแล้วโปรแกรมจะจัดเรียงหน้าปกหนังสือยังไง
เวลาอ่านหนังสือจะมีหน้าตาประมาณนี้

เท่าที่ใช้ดู อารมณ์ก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างไปจากการอ่านหนังสือจากโปรแกรมอ่าน PDF เท่าไหร่ ไปโหลดหนังสือที่เป็น PDF มาอ่านเอาก็ได้อามรณ์เดียวกัน เพราะยังไงมันก็อ่านผ่านจอคอมพิวเตอร์อยู่ดี

ถ้าจะมีข้อดีอยู่ก็ตรงที่สำหรับคนที่อยากจะซื้อหนังสือ e-book เวอร์ชั่นสำหรับอ่านบน Kindle ไว้อ่าน และต่อไปถ้ามีโอกาสซื้อ Kindle มาใช้ทีหลัง ก็จะได้ถ่ายโอนไฟล์หนังสือไปใช้ด้วยกันได้เลยก็น่าสนอยู่ หรือถ้าอยากอ่าน e-book บนคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว เอาไว้เปรียบเทียบราคากับหนังสือ e-book เล่มเดียวกันในเวอร์ชั่นอื่นๆหรือเจ้าอื่นๆ ถ้ากรณีบางเล่ม Kindle version ถูกกว่า ก็ซื้อของ Kindle มาอ่านแทน เพราะเท่าที่ดูหนังสือบางเล่มก็ราคาถูกดี ช่วยประหยัดเงินได้อีก

หนังสือเล่มที่ผมโหลดมาลงเพื่อทดสอบนั้นเป็นเล่มที่มีให้โหลดฟรีครับ ให้ดูจากราคาหนังสือ ถ้าราคาระบุไว้เป็น 0.00 Us dollar ก็โหลดมาอ่านได้ฟรีเลย แต่การจะโหลดหนังสือฟรีหรือซื้อหนังสือได้เราต้องสมัครบัญขีของ Amazon ก่อนนะครับ แล้วต้องมีบัตรเครดิตไว้สำหรับจ่ายเงินค่าหนังสือด้วย หนังสือมีราคาตั้งแต่ฟรีไปจนถึง หลายสิบดอลล่าห์ แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นเยอะๆราคาจะอยู่ระหว่าง2ถึง5ดอลล่าห์ซะเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นเงินไทยสำหรับเล่มละ2ดอลล่าห์ก็ประมาณ60กว่าบาท ซึ่งก็คือว่าถูกหากเทียบกับราคาหนังสือภาษาอังกฤษเป็นเล่มๆที่วางขายตามร้านหนังสือ

เรื่องของ e-book เองก็มีข้อดีข้อเสียตามความชอบของแต่ละคน บางคนก็ยังชอบเสน่ห์การอ่านหนังสือเป็นเล่มๆแบบเดิมอยู่ บางคนที่ชอบ e-book ก็เพราะความสะดวก และเป็นการลดการใช้กระดาษช่วยเรื่องการลดภาวะโลกร้อน e-book readerเครื่องนึงจุหนังสือได้หลายเล่ม ใครจะชอบและเลือกแบบไหนก็ตัดสินใจตามความชอบ ตามกำลังทรัพย์และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนเอา

ใครที่กำลังเก็บเงินซื้อKindleอยู่ หรือคนที่สนใจอ่าน e-book ของ Kindle บางเล่ม แต่ยังไม่สามารถหาซื้อ Kindle มาอ่านได้ ก็ลองใช้ทางเลือกเหล่านี้กันดูครับ
สนใจ Download Kindle App สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ