เดินชิวๆที่ไนท์บาร์ซาร์ เชียงใหม่

Night bazaar เมื่อก่อนเคยบูมสุดๆ เป็นสถานที่เที่ยวที่แรกๆที่เวลาใครจะมาเที่ยวเชียงใหม่ต้องนึกถึง

กาลเวลาผ่านไปความนิยมลดลงไป บางช่วงถึงกับเรียกได้ว่าซบเซา จนบรรดาๆพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายถึงกับต้องเรียกร้องให้หน่วยงานของทางจังหวัดหาทางช่วยเหลือจนเป็นข่าวใหญ่อยู่พักหนึ่ง แต่ถึงจะเสื่อมความนิยมลงไปแค่ไหน ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสแวะเวียนไป ไนท์บาร์ซาร์เชียงใหม่ก็ยังคับคั่งไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่แวะเวียนมาเดินเล่น กิน เที่ยว ชอปปิ้ง อย่างล้นหลาม

ไนท์บาร์ซาร์เชียงใหม่เป็นแหล่งสินค้าแนวพื้นเมือง อาหารพื้นเมืองของทางเหนือเรา ให้นักท่องได้เลือกซื้อหา จับจ่ายใช้สอย มีชาวเขาเดินขายของ มีแผงลอยเต็มสองข้างทาง คนเดินไปมาเบียดเสียดบนทางคับแคบ ผู้คนจากหลายเชื้อชาติ แต่กระนั้นร้านค้าจากวัฒนธรรมตะวันตกอย่าง Mc Donald’s, Berger King, Starbuck, hagen daz, Subway และโรงแรมหรูหรา ต่างก็แทรกตัวอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่เคอะเขิน ตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าที่นี่เป็นที่ที่วัฒนธรรมที่ต่างกันมาบรรจบกัน

พูดให้มันดูดีไปอย่างนั้น จริงๆแล้วสาเหตุหลักที่ทำให้ผมชอบมาเดินเล่นที่นี่ก็คือ มาดูสาวต่างชาตินั่นเอง ฮ่าๆๆ

ที่ผมมักจะมาเดินที่นี่บ่อยๆผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบมาที่นี่ แต่บางทีถ้าว่างๆ มาเดินพันทิพย์แล้วพอมีเวลาเหลือก็มักจะต้องเดินออกไปเก็บเกี่ยวบรรยากาศที่ไนท์บาซาร์แห่งนี้ทุกครั้ง ตอนที่ทำงานอยู่เชียงใหม่ ถ้าช่วงไหนมีเวลาว่างๆหรือเหงาๆ ตอนกลางคืนก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์มานั่งที่ Mc Donald’s โซน ด้านนอก นั่งกินไปดูบรรยากาศ ดูผู้คนไป

จริงๆชอบไม่ได้ชอบกินแมคโดนัลด์ อะไรมากมายหรอกนะครับ แต่ชอบที่นั่งตรงระเบียงด้านนอกของทางร้าน ถ้าวันไหนอากาศดีๆเย็นๆ นั่งกินลมชมวิวตรงนั้นแล้วมันถูกใจผมจริงๆ แมคโดนัลด์ที่นี่เปิด 24 ชั่วโมงซะด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งนอนไม่หลับไม่รู้ไปไหน ตอนนั้นก็เกือบตีหนึ่งแล้ว ขี่รถมานั่งเล่นแมคโดนัลด์ที่ไนท์บาซาร์ซะงั้น ตอนดึกๆก็ไม่ค่อยมีคนหรอกครับ แต่ก็มีมาเรื่อยๆ ถ้าโชคดีก็ได้เจอสาวๆที่เพิ่งเลิกจากผับมากันเป็นกลุ่มๆ ก็เป็นอาหารตากันไปครับ

ถึงแม้ว่าไนท์บาร์ซาร์จะโดนความนิยมของถนนคนเดินบดบังจนความนิยมยมตกลงไป แต่ผมว่าถ้าใครได้มาเที่ยวเชียงใหม่ก็น่าจะหาโอกาสไปเดินเล่นดูนะครับ บรรยากาสคล้ายๆกันแต่ก็แตกต่างกัน เอ๊ะ ยังไง อธิบายไม่ถูกครับ ต้องลองสัมผัสดูเอง

รูปตอนกลางคืนไม่มีเพราะว่ากล้องถ่ายรูปที่ผมมีถ่ายรูปตอนกลางคืนได้ไม่ค่อยดีครับ รู้สึกแย่เหมือนกันที่เขียนถึงไนท์บาร์ซาร์แต่ไม่มีรูปไนท์บาร์ซาร์ตอนกลางคืนมาประกอบบทความซะอย่างนั้น ^ _^” มีแต่รูปตอนกลางวันอยู่รูปเดียว รูปนี้เป็นรูปพาโนรามาที่เอารูปมาต่อกันโดยใช้โปรแกรม Hugin ครับ (รายละเอียดอยู่ในบทความ Hugin – Panorama photo stitcher ทำภาพพาโนรามาง่ายๆ ใช้กันฟรีๆ)
รูปนี้ต่อรูปแบบใช้รูปสองแถวครับ คุณภาพโดยรวมก็โอเค มีบิดๆนิดตรงตัวตึกแต่ก็พอรับได้

ถ้าใครกำลังวางแผนจะมาเที่ยวเชียงใหม่ ลองเก็บที่นี่ไว้เป็นอีกตัวเืลือกในแผนการท่องเที่ยวของคุณดูก็ดีนะครับ ถ้าจะมาเดินเล่นตอนกลางวันก็พอได้แต่ไม่ค่อยมีอะไร ต้องเป็นตอนกลางคืนตั้งแต่ประมาณ1ทุ่มไปจนถึง5ทุ่มจะเป็นช่วงที่คนมากันเยอะครับ

แผนที่ที่ตั้งของเชียงใหม่ไนท์บาร์ซาร์


ดู Chiang Mai Night bazaar ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ซื้อมาเสียที กล่องรับจดหมาย

ช่วงหน้าฝนที่บ้านมีปัญหาเรื่องจดหมายเปียกน้ำ เลยตั้งใจว่าว่าจะซื้อตู้รับจดหมายไว้ติดหน้าบ้านสักอันนึง ตั้งใจไว้หลายปีแล้วครับ เพิ่งมาซื้อเอาวันนี้สดๆร้อนๆเลย

ตอนไปเลือกดู โอโห กล่องรับจดหมายมีให้เลือกหลากหลายราคาจริงๆ ที่สวยๆบางอันล่อเข้าไปตั้งสองพันกว่าบาทเกือบสามพัน ใจก็อยากได้แบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่ามันคงจะเกินหน้าเกินตาสภาพบ้านไปหน่อย กลัวหายด้วย เลยซื้อเอาแบบราคาน่าคบมาใช้ดีกว่า

สุดท้ายก็ซื้อแบบกล่องสีแดงธรรมดาๆมา ราคาก็เหมาะสม ที่เห็นในรูปซื้อมาจาก Home Pro แค่ร้อยกว่าบาท ยี่ห้อ Hanabishi

เมื่อก่อนไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะมีคนอยู่บ้านตลอด แต่พักหลังๆนี่ไม่ค่อยอยู่บ้านตรงเวลาบุรุษไปรษณีย์มาส่งสักที บางทีเค้าเอามาเหน็บไว้ที่ประตูหน้าบ้าน ฝนตกลงมามันจดหมายก็เปียกหมด

ที่บ้านใครยังไม่มี ซื้อติดบ้านสักอันก็ดีนะครับ พวกเอกสาร พวกบิลเรียกเก็บเงินทั้งหลายบางทีมันหาย มันร่วง มันเปียก นี่บางทีมันสร้างปัญหาให้เราได้เหมือนกัน

จัดมาติดไว้หน้าบ้านแล้ว รู้สึกบ้านมันก็เป็นของแต่งบ้านชิ้นนึงเหมือนกันแฮะ สีแดงตัดกับสีน้ำเงินของรั้ว ก็เข้าท่าดีนะ

ราคาก็มีให้เลือกมากมายหลายระดับ ให้เหมาะสมกับเงินในกระเป๋าและสภาพของบ้านท่าน

ลืมวันเกิดบล็อกตัวเองซะงั้น ครบรอบ 2 ปี nonotaro129.com

ตั้งใจไว้ว่าทุกวันที่ 9 กรกฎาคมของทุกๆปีจะต้องโพสบทความอวยพรสุขสันต์วันเกิดให้บล็อกตัวเอง แต่ว่าปีนี้ดันลืมซะงั้น
สาเหตุคงเป็นเพราะว่าวันที่ 9 กรกฎาคม ของปีนี้เป็นวันแต่งงานของเพื่อนรักคนหนึ่ง ซึ่งผมเองและเพื่อนๆก็ตื่นเต้นกับงานแต่งงานของเพื่อนคนนี้มาก จนลืมโพสบทความครบรอบ 2 ปีของบล็อกนี้ไปซะงั้น

ครับ ผ่านไป 2 ปี แล้ว ช่วงตั้งแต่เริ่มเขียนบล็อกมาจนถึงวันนี้ เป็นช่วงที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตผมเองค่อนข้างมาก แต่ก็ทำให้ผมค้นพบตัวเองได้อีก1อย่างว่าเรานั้นชอบการเขียนบล็อกมาก และก็คิดว่าจะเขียนต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีปีที่3 4 และ ต่อๆไป

แนวทางการเขียนบล็อกและเรื่องที่เอามาลงก็เริ่มเปลี่ยนไปจากตอนเริ่มทำบล็อกใหม่ๆไปค่อนข้างเยอะ พยายามจะลดบทความบล็อกโพสแนวบ่นๆและจะเขียนถึงสิ่งที่เรากำลังสนใจอยู่จริงๆเท่านั้น แต่ก็คิดว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ยังไม่ใช่แนวทางที่โดนใจตัวเองมากนัก ก็คงต้องปรับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ

บล็อกเรื่อยเปื่อย ที่ต่อไปนี้จะทำตัวมีสาระมากขึ้น และหาอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนอ่านมากขึ้น

บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงชอบทำบล็อกมากขนาดนี้ ทั้งๆที่บางทีมันก็เหนื่อยเหมือนกันกว่าจะเขียนบทความเสร็จสักบทความนึง แต่กลับหยุดไม่ได้

ความถี่ในการอัพบทความน้อยลง ช่วงนี้ไอเดียมันตันๆ ประกอบกับอยากเขียนแบบมีทิศทางมากขึ้น ไม่ใช่สะเปสะปะแบบช่วงเริ่มต้น ถึงจะเป็นบล็อกเรื่อยเปื่อยแต่ก็อยากให้ดูมีประโยชน์ต่อคนอ่านด้วย

บทความนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เป็นบทความอวยพรครบรอบ 2 ปี ของบล็อกนี้เท่านั้นเอง

ถ้าชอบบล็อกนี้ แวะเวียนเข้ามาดู มาอ่าน กันบ่อยๆนะครับ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ลงความเห็นทิ้งไว้ได้ จะเป็นกำลังใจต่อคนเขียนมากๆๆ

เรื่องของหวย เจ้ามือรวยลูกเดียว

ในบรรดาความฝันอันสูงสุดของชาวบ้านตาดำๆอย่างเราๆท่านๆนั้นสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนหวังไว้ว่าสักวันวันหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้อย่างสิ้นเชิงนั่นก็คือการได้รับทรัพย์ก้อนโตๆจากการเสี่ยงโชค
การเสี่ยงโชคนั้นมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การพนัน หวย มาถึงการชิงโชค
แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่สังคมไทยเรามาช้านานนั่นก็คือ หวย

เรื่องของหวยนั้นได้แสดงถึงความเชื่อและรูปแบบทางความความคิดของคนไทยบางส่วนออกมาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะข่าวการกราบไหว้ขอหวยจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สัตว์ที่มีรูปร่างๆหน้าตาหรืออวัยวะที่ผิดธรรมชาติ การตีเลขเด็ดจากความฝันหรือปรากฏการณ์ต่างๆ
ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องหวย ชอบ ไม่ชอบ ซื้อไม่ซื้อ นั่นก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความพอใจของแต่ละบุคคล
หากแต่ว่าการจะทำอะไรก็ตามก็ควรคำนึงถึงความพอดีด้วย อย่างมงายหรือหวังเพิ่งพาแต่โชคลาภอันเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและความน่าจะเป็นต่ำจนลืมทำมาหากินตามสัมมาอาชีวะของแต่ละคน

เกริ่นมาซะดีเลย จริงๆไม่ได้อยากจะให้เป็นบทความเครียดๆเป็นทางการอะไรหรอกครับ แค่จริงๆแล้วมีเรื่องอยากบ่นถึงความเอารัดเอาเปรียบของเจ้ามือหวยที่เคยได้ยินเค้าพูดกันมา(ได้ยินโดยบังเอิญนะครับ ไม่ได้เป็นคนเล่นหวยเอง)

เรื่องของเรื่องก็คือว่าไปได้ยินคนที่เค้าเล่นหวยเถื่อนเค้าคุยกัน ประมาณว่างวดนี้เจ้ามืองดรับซื้อเลขเด็ดตัวนั้นตัวนี้เนื่องจากกลัวคนถูก เพราะเป็นเลขเด็ดของงวดนั้นๆ เลขบางตัวถ้าถูกเจ้ามือขอจ่ายครึ่งเดียว อ้าว…… อย่างนี้ก็มีครับ

ทีตอนเราแทง เลขไม่สวยไม่มีแบบว่า”อ้าวซื้อเลขตัวนี้เหรอ เลขตัวนี้มันโอกาสถูกน้อย เดี๋ยวจ่ายค่าหวยแค่ครึ่งเดียวก็พอ” อะไรแบบนี้ไม่มีบ้างล่ะ
แบบนี้เอาเปรียบและเห็นแก่ได้มากๆ ยังไม่พอหากงวดไหนคนแทงถูกมากๆเจ้ามือก็หนีหายไม่จ่ายเงินมันซะงั้น
แบบนี้ก็เท่ากับว่า เราเสียเปรียบเจ้ามือหวยวันยังค่ำนั่นแหละ
รู้อย่างงี้แล้วยังอยากจะเอาเงินไปให้เค้า ให้เค้าเอาเปรียบอยู่อีกหรือ

ทั้งๆที่รู้ก็ยังยอมให้เขาเอาเปรียบอยู่ได้ เฮ้อ……
แต่ก็นั่นแหละความสุขของการได้เสี่ยงโชคนั้นมันไม่เข้าใครออกใคร แต่ยังไงก็อยากให้ลองคิดดูกันดีๆว่า ที่เล่นๆไปนั้นที่ผ่านมามันคุ้มหรือเปล่า ที่ได้มากับที่เสียไปมันหักล้างกันแล้วมันคุ้มกันไหม

เลิกไม่ได้อย่างน้อยก็เพลาๆลงบ้างก็ยังดี เห็นบางคนบ้าหวยมากๆแล้วเครียดแทน ครอบครัวจะไม่มีอะไรจะกินอยู่แล้วดันเอาเงินมาแทงหวยเสียหมด พอไม่ถูกก็เครียดและกลายเป็นปัญหาครอบครัวต่อเนื่องไปอีก

ดังนั้นอยากขอทิ้งท้ายไว้ด้วย อุ อา กะ สะ หัวใจเศรษฐี ที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นหนทางที่จะนำพาให้เราไปสู่การเป็นเศรษฐีอย่างแท้จริง

บุคคลใดต้องการร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองและเกียรติยศชื่อเสียง จะต้องปฏิบัติตามหลักธรรม 4 ประการ หรือเรียกว่า หัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ โดยจะต้องประพฤติดีปฏิบัติชอบ ดังต่อไปนี้

1. อุ ย่อมาจากคำว่า อุฏฐานสัมปทา แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียรในการแสวงหาความรู้ หนักเอาเบาสู้ในหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมาย กิจการทั้งหลายต้องรู้จักรับผิดชอบ โบราณกล่าวว่า ทรัพย์นี้มิไกล ใครปัญญาไว หาได้บ่นาน ทั่วแคว้นแดนดินมีสิ้นทุกสถาน ผู้ใดเกียจคร้าน บ่พานพบนา ซึ่งหมายถึง ทรัพย์สินเงินทองมีอยู่ทุกหนแห่ง ขออย่างเดียวอย่าเกียจคร้านให้ลงมือทำงานทุกชนิดอย่างจริงจังตั้งใจ งาน คือ ชีวิต ชีวิต คือ งานบันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน มิใช่รอความสุขจากความสำเร็จของงานอย่างเดียวขาดทุนและขอให้ถือคติว่า ขี้เกียจเป็นแมลงวัน ขยันเป็นแมลงผึ้ง ขี้หึ้งเป็นแมลงป่อง จองหองเป็นกิ่งก่า

2. อา ย่อมาจากคำว่า อารักขสัมปทา แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยการรักษาคุ้มครองทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ด้วยความ ขยันหมั่นเพียร ไม่ให้เงินทองรั่วไหลมีอันตราย ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมิให้เปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ ตลอดจนรักษาหน้าที่การงานของตัวเองไม่ให้เสื่อมเสีย ขอให้ยึดหลักการเก็บเล็กผสมน้อยหรือการเก็บหอมรอมริบ ซึ่งล้วนเป็นขบวนการเก็บรักษาทรัพย์สินเงินทองที่ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี้คือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่เลี้ยงตัวเองได้อย่างสุขกายสบายใจไม่ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์สนุกอยู่กับคำว่า พอ เงินทองมีเกินใช้ ได้เกินเสียไม่ละเหี่ยจิตใจและขอให้ถือคติว่า ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ

3. กะ ย่อมาจากคำว่า กัลยาณมิตตตา แปลว่า การมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว เพราะคบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล คบคนจึงต้องดูหน้าว่าเพื่อนเป็นคนดีที่มีลักษณะไม่เป็นคนปอกลอก ไม่ดีแต่พูด ไม่หัวประจบและไม่เป็นคนชักชวน ไปในทางฉิบหาย มีการดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน มั่วเมาในการเล่นและผีการพนันเข้าสิงจิตใจ และขอให้ถือคติว่า มีเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนมีเกลือนิดหน่อยด้อยราคา ดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล

4. สะ ย่อมาจากคำว่า สมชีวิตา แปลว่า การเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ รู้จักกำหนดรายรับและรายจ่าย อย่าให้สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยหรืออัตคัดขัดสนจนเกินไปให้รู้จักออมเงิน ออมเงินเอาไว้ ฉุกเฉินเมื่อไร จะได้ใช้เงินออม และขอให้ถือคติว่า

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ แม้มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน

ความปรารถนาที่จะเห็นเมืองไทย ปราศจากความยากจนนั้นเป็นไปได้ เพียงขอให้คนไทยได้ประพฤติปฏิบัติตามหลักหัวใจเศรษฐีสี่ประการ คือ ขยัน หมั่นรักษา คบหาคนดี มีชีวิตพอเพียง ก็เพียงพอที่จะเยียวยาแก้ไขปัญหาความยากจนของคนไทยทั้งทางร่างกายและจิตใจได้อย่างแท้จริงสมความปรารถนาทุกประการ

(ขอขอบคุณข้อมูลจาก board.palungjit.com)

คลิปยำเกมเก่า

คนที่จะรู้จักเกมเหล่านี้ได้คงต้องมีอายุสักหน่อย เพราะเป็นเกมค่อนข้างเก่าเลยทีเดียว ตั้งแต่ยุคfamicomนู่นเลย
เป็นคลิปจากYoutubeอีกเช่นเคย คราวนี้เป็นการเอาเกมเก่าๆที่เราๆคุ้นเคยมายำรวมกัน ดูแล้วขำๆดีครับ

คลิปแรก ถ้าเอาเกมContraมารวมกับเกมDuck huntมันจะเป็นยังไงนะ ลองดู

หุหุแบบนี้เป็ดมันจะรอดได้ไหมล่ะเนี่ย
แล้วถ้าPacmanดันเป็นSonicล่ะมันจะเป็นยังไง

ผีไม่ทันโซนิคหรอก
แล้วถ้าMortal Kombatมาโผล่ในเกมDonkey Kongล่ะ

โหดร้ายเหลือเกิน T_T
ถ้าเกมSpace invadersเปลี่ยนมาใช้ยานจากเกมR.Typeล่ะ

เกมมันก็จะจบลงอย่างง่ายดายปานนั้นเลย

ทุกคลิปในบทความนี้เป็นผลงานของDaneboeแห่งYoutubeครับ
ดูแล้วคิดถึงตอนเด็กๆจัง แก่แล้วสิเรา

………………………………..
บทความที่คุณอาจจะสนใจ
Super Mario Bros.Cross Over ยำเกมเก่าอย่างเมามัน

บทความปลอบใจคนอกหัก

ได้รับมาจากฟอร์เวิร์ดเมลครับ เลยต้องขออภัยหากว่าไม่ได้ให้เครดิตที่แหล่งมา เพราะว่าไม่รู้ว่าจะให้ใครดี
เป็นบทความที่ดีมาก เหมาะกับคนอกหัก รักไม่สมหวัง โศกเศร้าเสียใจ เพราะผมอ่านแล้วก็รู้สึกดีขึ้นเยอะครับ ช่วยได้จริงๆ

มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน
เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน
ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน
โดยฝ่ายหญิง เองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด
เมื่อได้ทราบข่าว เขา ทั้ง งง และ เสียใจ มาก
ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้น เรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น
ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวง ตาแก่ๆผ่านมา
เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ จึงบอกว่า ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า
หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตา แล้วพูดว่า อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต
ในบ้านมีคนป่วยใช่มั้ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย
ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้
ต้องขอไปถามเจ้า นายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย
เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญ ว่าอยากเข้ามา ก็เข้ามา!

เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า
ชาย คนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง
สีหน้าซีด เซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ
เด็กรับใช้ นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น
หลวงตา ยิ้มแล้วพูดว่าอาการหนักเลยนะ
ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า โทรมมากเลยนะ
ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ
ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน
เขามองเห็นภาพของคนที่ รักอยู่ในนั้น ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป
กลายเป็นภาพทิวทัศน์ ชายทะเล…. ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคน ที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น
เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือย กายอยู่ที่ชายหาด
เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขา มองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ต่อ มาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพนั้น
เขาสงสารจึงถอด เสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป
พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา
เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่า เป็นศพ
ด้วยใจสงสาร จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด
เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆกอบทรายขึ้นมา
เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป

จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น
และก็ค่อยๆเปลี่ยน เป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ
พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก

ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม
ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ
ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ
จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน

เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก
หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว
ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ ได้ออกบวชในที่สุด …..

คนเรา เจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง ,
ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย

เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน
เมื่อ สิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่

ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง
เพราะ ถึงเวลาที่ต้องจากกัน ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่
…………………