เธอคนนั้น ณ หอชาย

ในเวลาวันหยุด หรือช่วงที่ไม่มีเรียน และไม่รู้จะไปไหน ใต้หอพักก็ดูจะเป็นสำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุด โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนที่ไม่มีเงินมากพอจะนำพาตัวเองออกไปเที่ยว เพราะต้องจำกัดจำเขี่ยเงินที่เหลืออยู่น้อยนิดให้พอใช้ไปจนกว่าจะถึงเดือนใหม่ และการที่จะนอนอยู่แต่ในห้องก็น่าเบื่อเกินไป

ใต้หอพักก็จะมีทีวีพร้อม UBC(เดี๋ยวนี้เค้าเรียกว่า True Visions) ให้ดู ส่วนใหญ่เรามักจะไม่ได้เป็นผู้เลือกช่องหากเราไม่ได้โชคดีได้เป็นคนเปิดดูเป็นคนแรก ก็ต้องนั่งดูอะไรที่เค้ากำลังดูอยู่ ทั้งๆที่อยากจะเปลี่ยนช่องไปดูอย่างอื่นใจจะขาด

ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ที่โต๊ะสำหรับอ่านหนังสือพิมพ์ ซึ่งเล่มใหม่ล่าสุดมักจะไม่ค่อยว่าง เลยต้องใช้วิธีอ่านเล่มเก่าๆที่โต๊ะข้างๆรอ(ทั้งๆที่เล่มนั้นก็อ่านแล้วอ่านอีกมาหลายรอบแล้ว) จนกว่าคนที่อ่านอยู่จะลุกไป

ที่ชอบมากๆอีกอย่างก็คือการได้นั่งกินข้าว ดื่มน้ำอัดลมที่ม้านั่งใต้หอกับเพื่อนๆ นั่งดูสาวๆที่มาหาเพื่อน มากินข้าว มาหาแฟน เดินผ่านไปมา ตามประสาคนโสด

“เฮ้ย คนนั้นสวยดีนะ”

“แอ๊ะ นั้นน่ะงามคิง”

“สเปคฮาเลยคนนั้น”

“เฮ้ย คนนั้นเรียนคณะฮา มีแฟนแล้ว”

“จ่างมันหยัง เฮาผ่อบะดายล่อ ม่ะไจ่จะไปจีบ”

ดูสาวๆเพลินๆกันตามประสาหนุ่มๆ บ้างก็เจอเพื่อนคณะมากินข้าวที่หอ ก็ทักทายกันไป

“เฮ้ยๆๆๆ มึงดู”

สาวสวย ขาว หมวย รูปร่างดี ผมยาว ย้อมสีออกทองๆนิดๆ เดินเข้ามาที่โรงอาหาร ทำเอาพวกเราทั้งกลุ่มมองกันเป็นตาเดียว

เธอมาคนเดียว มาสั่งอาหาร นั่งกินคนเดียว ท่าทางเรียบร้อยเป็นกุลตรี

“โอ้วว นี่ สเปคฮาเหมือนกัน”

“งามง่าวบ่ะ”

“คนนี้ฮาฮักแต้นา”

ตั้งแต่เธอเดินเข้ามา พวกเราทั้งกลุ่มไม่ละสายตาจากเธอเลย สวย งาม พร้อม

กินเสร็จเธอเดินมาดื่มน้ำที่ตู้กด ใกล้กับโต๊ะที่เรานั่ง ดูเธอเองก็คงสักเกตแล้วว่าเรามองเธออยู่ แต่คนสวยๆแบบเธอคงชินกับการถูกมองแล้วล่ะ

เธอเดินผ่านพวกเรา เธอกำลังจะจากพวกเราไปแล้ว จะได้เจอเธออีกเมื่อไหร่กัน โอ้

เธอเดินไปที่บันไดขึ้นหอ แลกบัตร แล้วก็เดินขึ้นหอไป

เธอเดินขึ้นหอพักไปแล้ว แต่นี่มันหอพักชายนะเว้ย

………
………
ห๊ะ อะอะ อะไร วะ เราทั้งกลุ่มอึ้งกันไปหมดทั้งโต๊ะ

ฮ่วย เซ็งกันเลยทีเดียว

พอเราตั้งสติและรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ต่างคนก็ต่างขำ โอ้โห เดี๋ยวนี้เพศที่สามสวยได้ขนาดนี้เลยเรอะ นี่เราแอบเผลอใจให้เพศเดียวรึเนี่ย

(เมื่อก่อนกระเทยสวยๆแบบน้องปอยยังหาดูยากมากครับ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่แยกแทบไม่ออก มีเยอะไปหมด)

ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในชีวิตมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาน้องใหม่ ปีหนึ่ง(ในตอนนั้น)อย่างเราต้องเรียนรู้อีกมาก เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“จงอย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น” โดยเฉพาะสาวสวยตามหอชาย ดูดีๆก่อน

ร้านซีดีทิพเนตร ปัจจุบัน และอดีตของความบันเทิง

หลายๆครั้งเมื่อผมต้องการหาซื้อCDเพลง DVDหนังหรือคอนเสิร์ตมาดู นอกจากการไปเดินหาตามร้านต่างๆที่อยู่บนห้างใหญ่ๆแล้ว ถ้าไปเชียงใหม่ผมก็จะนึกถึงที่นี่เป็นอันดับแรก เพราะหลายๆครั้งเกิดอยากหาซื้อซีดีเพลงหรือหนังที่วางขายมาแล้วนานๆ ถ้าไปหาตามร้านในห้างทั่วๆไปอาจจะหาไม่เจอ แต่ถ้าเป็นที่นี่ มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้จ่ายเงิน เนื่องจากว่าร้านนี้ (จากนี้ไปจะขอเรียกสั้นๆว่าร้านซีดีทิพเนตร) เป็นร้านขายซีดี และ ดีวีดี หรือสื่อบันเทิงอื่นๆอย่างเทปคาสเส็ทก็ยังพอมีเหลือให้เลือกซื้อ ที่อยู่ให้ความบันเทิงกับคนเชียงใหม่มาอย่างยาวนานและเคยมีอดีตอันรุ่งเรืองมากๆ

ร้านนี้เมื่อก่อนจะเรียกกันว่าร้านเทปทิพเนตร ช่วงหลายปีก่อนนั้นทิพเนตรเองเคยเป็นแหล่งชุมนุมที่สำคัญแหล่งหนึ่งของวัยรุ่นเชียงใหม่ มีทั้งโรงหนังและร้านเทป และตลาดขายอาหารและของกิน ก่อนที่จะโดนห้างใหญ่ๆที่ตั้งขึ้นมาในภายหลังเรียกความนิยมไป เมื่อก่อนเวลามีเทปออกใหม่ศิลปินก็มักจะมาแจกลายเซ็นต์ที่ร้านนี้ แถวๆนั้นก็จะเต็มไปด้วยวัยรุ่นที่มารอพบเจอกับศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ

จากบรรยากาศที่คึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนล้นหลามในอดีต ตอนนี้ทิพเนตรก็ยังอยู่ดี เพียงแต่ว่าเงียบเหงาลงไปมาก



น่าเสียดายว่าผมไม่สามารถถ่ายรูปบรรยากาศภายในร้านมาให้ดูได้ จะขอเขาก็ไม่กล้า เพราะผมว่าชอบบรรยากาศภายในร้านนี้มาก มันให้อารมณ์ที่ต่างจากการไปเดินร้านซีดีในห้างและร้านนี้เป็นร้านทีมีของให้เลือกเยอะดีครับ เดินดูเรื่อยๆเพลินๆ โดยเฉพาะผลงานเพลงเก่าๆที่หาซื้อร้านอื่นยาก แต่ร้านนี้มีเฉยเลย
ตัวอย่างเช่น CD เพลงชุด ในทรรศนของข้าพเจ้า ของคุณมาโนชพุฒตาล ที่เห็นในอินเตอร์เนทมีคนถามหากัน เห็นว่าหายาก หาซื้อไม่ได้ แต่ร้านนี้ยังมีวางขายอยู่เป็นสิบๆแผ่น CD เพลงของวงกรูฟไรเดอร์ชุดแรก ผมก็ไปซื้อมาได้จากที่นี่ เพลงของค่าย Bakery ชุดเก่าๆ เพลงรวมฮิต เพลงคลาสิค แจ็ส สากล และเอเชีย ก็มี CD วง X Japan ยังมีวางขายเกือบทุกชุด CD ศิลปินเกาหลีที่กำลังบูมตอนนี้ก็มีเกือบทุกวง หนังก็มีทั้งหนังออกใหม่และหนังเก่า รวมถึงพวก BOXSET หรือ Limited edition บางอันก็ยังมีขายอยู่ และอีกมากมายสาธยายไม่หมด

พวก CD DVD หายากนี่เองที่น่าจะเป็นจุดเด่นที่แข็งแรงของร้านนี้ ทำให้ต่อสู้กับร้านในห้างใหญ่ๆได้ ไม่งั้นคงล้มหายตายจากไปนานแล้ว

ใครที่กำลังหาซื้อซีดีเพลงหรือหนังอะไรที่หาที่อื่นไม่ได้ อยากให้ลองมาหาดูที่ร้านนี้ดูก่อน อาจจะเจอก็ได้ครับ โดยเฉพาะผลงานเก่าๆหรือเกือบเก่า
(ผมไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรหรอกนะครับ แค่ชอบไปเดินดูของที่นี่แล้วอยากแนะนำกันเท่านั้นเอง)

ด้านนอกร้านที่เป็นแผงๆก็เป็นของร้านทิพเนตรเหมือนกันครับ ขายของลดราคา และมีเทปคาสเซ็ทเก่าๆขายอยู่ในกระบะ

ร้านซีดีทิพเนตรมีอีกสาขาเล็กๆอยู่ที่อาคารเดียวกับ Mc Donald ที่เชียงใหม่ไนท์บาซาร์ เน้นซีดีเพลงสากลและเอเชียมากกว่าเพลงไทย

เรื่องที่ขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่คือร้านอาหารตามสั่งครับ รสชาติอร่อยตามมาตรฐานร้านอาหารตามสั่งทั่วไป แต่ที่ต่างจากที่อื่นคือร้านที่ขายที่นี่จะให้กับและข้าวเยอะมาก ใครที่กินร้านที่อื่นแล้วต้องเบิ้ลสอง ถ้ามาที่นี่สั่งมาจานเดียวก็อิ่มแล้ว มีให้เลือกหลายร้าน ต้องไปลองกันเองว่าจะถูกปากร้านไหน แต่ได้เยอะเหมือนกันทุกร้าน ร้านเปิดตั้งแต่ตอนกลางวันไปจนถึงกลางคืนเลย

รูปตัวอย่างเป็นอาหารสิ้นคิดอย่างกระเพราะหมูไข่ดาวครับ อิ่มมาก

ถ้ามาเดินเล่นถนนคนเดินวัวลายในเสาร์แล้วพอมีเวลาเหลือ เดินไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วครับ ร้านขายซีดีที่ให้ความบันเทิงแก่คนเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน

แผนที่ร้านซีดีทิพเนตรครับ


View Tippanetr Enterprise in a larger map

ตรงที่รกร้างข้างร้านซีดีทิพเนตรเมื่อก่อนเป็นโรงหนังครับ ก่อนที่จะต้องปิดตัวไปเพราะการมาถึงของโรงหนังในห้าง เวลารู้เรื่องแนวๆนี้ทีไรผมมักจะเศร้าใจทุกที ทั้งๆที่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเท่าไหร่เลย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

ปัจจุบัน ถ้ามีเวลาผมก็มักจะแวะไปกินข้าวที่นี่อยู่เสมอ แล้วก็ไปเดินดูซีดีในร้าน (ส่วนใหญ่ก็ต้องเสียตังค์ซื้ออะไรสักอย่างออกมา) และซึมซับเอาบรรยากาศของอดีตที่เคยรุ่งเรืองของที่นี่

ใคร ในห้อง?

ชีวิตหอพักในมหาวิทยาลัย มักมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ดีร้ายต่างกันไป

นี่ก็เป็นอีกเรื่องนึง

กลับจากไปเตร็ดเตร่จนดึกดื่น ผมก็เดินขึ้นมาที่ห้องพัก ซึ่งอยู่ที่ชั้น3 ของหอพักชายในมหาวิทยาลัย

ภาพที่เห็นคือเพื่อนข้างห้องที่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยม กำลังยืนคุยกันอยู่ที่หน้าห้อง ทั้งสามคนกำลังทำหน้าเหมือนสงสัยอะไรสักอย่าง และกำลังปรึกษาอะไรกันอยู่

“ทำอะไรกันวะ ไม่เข้าไปคุยกันในห้อง”

“มึงเข้าไปดูสิ ใครไม่รู้นอนอยู่ในห้อง”

พอถามรายละเอียดดูก็เพิ่งรู้ว่า มีใครก็ไม่รู้ อยู่ๆเปิดห้องเข้ามานอนบนเตียงของเพื่อน รูมเมทคนแรกอ่านหนังสืออยู่ก็ไม่เอะ ใจ ก็นึกว่าเพื่อนกลับมานอน คนที่สองเข้ามาไม่ได้มองดีๆก็นึกว่า คนที่นอนอยู่คือเจ้าของเตียงนั้นแหละ มารู้ตัวเอาตอนที่เจ้าของเตียงกลับมา พร้อมหน้ากันสามคนนี่แหละ ถึงได้รู้ว่าทั้งสามคนไม่มีใครรู้จักคนที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้เลย

“ตอนแรกกูก็นึกว่าเพื่อนใครรึเปล่า ถามดูก็ไม่รู้จักสักคน”

“เอาไงดีวะ”

“กลิ่นเหล้าหึ่งเลย”

ผมเลยลองเข้าไปดูในห้อง

ตอนแรกก็ติ่นเต้นไม่น้อยเลย เราจะช่วยอะไรเพื่อนๆมันได้รึเปล่าก็ไม่รู้
แต่เมื่อดูจากเสื้อของคนที่นอนอยู่บนเตียงใส่อยู่ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

โชคดีเป็นบ้า ไอ้คนที่นอนอยู่ตอนนี้มันเป็นน้องคณะผม วันนี้วิชาเอกมันมีเลิ้ยงน้อง คงเมาปลิ้นจนเข้าห้องผิด

ผมเลยไปเรียกรุ่นน้องรุ่นเดียวกันกับน้องที่มานอนบนเตียงที่อยู่หอเดียวกันมาดู จะได้พามันไปนอนถูกห้อง

“โห พี่มันอยู่หอ6ชาย ชั้นสี่นู่นน่ะ”

ฮ่วย ไม่ใช่แค่ผิดห้องแฮะ มันผิดหอด้วย

ผมเลยลองปลุกน้องคนนั้นดู โชคดีที่มันยังติ่นขึ้นมาได้ และยังพอพูดรู้เรื่องอยู่ ผมเลยให้รุ่นน้องที่เรียกมาดูตามไปส่งให้ถึงห้องเลย
“ดูแลเพื่อนด้วยนะ”

เรื่องราวก็คลี่คลายไปได้ด้วยดี เพื่อนผมก็กลับเข้าไปในห้องได้ละทีนี้ และจากวันนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เราพูดถึงทีไรก็ขำเมื่อนั้น

และรุ่นน้องคนนั้นก็มีเรื่องให้เพื่อนๆในคณะได้แซวกันเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเรื่อง

กว่างานเลี้ยงจะเลิกรา

ฝนตกโปรยปรายในฤดูปลายฝนต้นหนาว สำหรับพิ้นที่เชิงดอย นอกจากความเปียกชิ้นของสายฝน ยังแทรกไปด้วยลมหนาวพัดผ่าน ที่อาจจะทำให้คนเหงา เหงาได้มากกว่าเวลาปรกติ

คนอกหัก อาจจะเศร้าได้มากกว่าปรกติ

คนที่หัวใจเหน็บหนาว มองออกไปเห็นหมอกบดบังดอยสุเทพ หัวใจอาจจะรู้สึกหนาวกว่าช่วงเวลาปรกติ

ที่ม้าหินอ่อนหน้าชมรมถ่ายภาพของคณะเก่าแก่คณะหนึ่ง

รุ่นพี่รุ่นน้องมานั่งพักคุยกันตามประสา อย่างที่เห็นกันเป็นประจำหลังเลิกเรียน

“ฝนตกจะอี้ เฮาจะเยียะจะใดดีหา”

“สักหน่อยก่ะ”

“วันนี้วันศุกร์โตยนา”

นั่นเป็นสัญญาณ ที่แสดงให้เราเห็นว่ากำลังจะมีปาร์ตี้เล็กๆ ที่มีเครื่องดื่มมึนเมาเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นปัจจัยหลักเกิดขึ้นในหมู่พี่น้อง

ใครไปทำอะไร เจออะไรมา เล่าสู่กันฟัง เรื่องเล่าต่างๆที่รุ่นพี่รุ่นน้องเล่าสู่กันฟัง เรื่องแปลกๆ เรื่องลึกลับ เรื่องฮาๆ นิน
ทารูมเมท คนต่างเพศที่ต้องใจและหมายปอง มากมายหลายเรื่อง ทำให้รู้จักกันมากขึ้น ผูกพันธ์กันมากขึ้น

บรรยากาศแบบนี้ มันช่างเป็นใจต่อการตั้งวงจริงๆ นอกเหนือจากการนอนห่มผ้าอยู่บนที่นอน

เวลาผ่านไปจนดึกดื่น

“เหล้าหมดแล้ว แค่นี้ก่อนไหมครับวันนี้”

“โห โซดากับน้ำแข็งมันเหลือเยอะมากเลยนะ”

“เอาไงดี”

ทำเป็นมองหน้ากัน สุดท้ายก็ต้องไปหามาเพิ่มอีกขวด

กาลเวลาผ่านไปอีก นี่จะตีสองเข้าไปแล้ว

“น้ำแข็งหมดแล้ว วันนี้แค่นี้ก่อนไหม”

“เฮ้ย เหล้ายังเหลืออีกเยอะเลยนะ ไปซื้อมาอีก เสียดาย กินให้มันหมดๆไป”

และบทสนทนาเดิมๆ ก็จะวนเวียนมาจนกว่าจะมีใครกล้าลุกออกจากวง ซึ่งนั่นก็ป็นเวลาเกือบเช้าแล้ว บางคนกลับไม่ไหวก็อาศัยนอนในชมรม หน้าชมรม เพื่อที่จะเป็นที่น่าขบขันของผู้พบเห็นในตอนเช้าของวันนั้น

นักศึกษานอนระเนระนาด เรี่ยราดอยู่ที่ม้าหินอ่อน หน้าชมรมแแห่งนั้น

บ้างที่กลับไปที่หอ บางคนก็ไม่ได้กลับถึงห้อง ไปหลับในห้องน้ำ เข้าไปนอนหอใคร ห้องใครก็ไม่รู้ อย่างนี้ก็มี

…………………………

สำหรับบรรยากาศปลายฝนต้นหนาว หลายๆคนต่างมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป หงา เศร้า ซึ้ง อะไรก็ว่ากันไป
แต่สำหรับบางกรณี บางสถานการณ์ คนบางกลุ่มแล้วนั้น
มันเป็นเพียงข้ออ้างในการเริ่มต้นตั้งวงเหล้าเท่านั้นเอง

ก็ บรรยากาศมันให้อ่ะ

………………………..
หมายเหตุ เมื่อก่อนยังไม่มีกฎหมายห้ามดื่มสุราและของมึนเมาในสถานศึกษานะครับ

เที่ยวชมงานโครงการหลวง2553

งานโครงการหลวงจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปีในเดือนธันวาคม(จำง่ายๆว่าใกล้เคียงกับช่วงวันพ่อนั่นเอง) เป็นงานที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ มีความน่าสนใจ และสวยงามอลังการในทุกๆปี นอกจากจะมีบูธแสดงข้อมูลข่าวสารของโครงการหลวงโครงการต่างๆแล้ว ยังมีสินค้าจากโครงการหลวงที่มาจำหน่ายในราคาพิเศษเฉพาะในงานอีกด้วย สถานที่ที่จัดงานเป็นประจำทุกปีก็คือหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีเสียงเรียกร้องให้งานไปจัดที่อื่นที่กว้างขวางกว่านี้ ดังนั้นไม่แน่ใจว่าปีต่อๆไปอาจจะย้ายไปจัดที่ใหม่ก็ได้ ถ้าใครสนใจจะไปงาน ก่อนไปควรเช็คสถานที่จัดงานให้ดีก่อนครับ
สนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการหลวงสามารถติดตามได้ที่www.royalprojectthailand.comครับ

ได้มีโอกาสไปเดินเล่น ไปถ่ายรูปงานของปีที่แล้ว(2553)มา เลยต้องเอามาแบ่งปันลงบล็อกกันสักหน่อย



ตรงส่วนนี้ถูกใจคนชอบกินเห็ดแบบผมมาก เห็ดแต่ละชนิดนั้นมีหน้าตาและกลิ่นหอมน่าทานมาก

นี่ต้นอะไรก็ไม่รู้หน้าตาน่ารักดีครับ ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ในงานนี้มีต้นไม้และดอกไม้หายากที่ผมไม่เคยเห็นอยู่เยอะเลย

เป็นงานที่มีการจัดสวนสวยๆอยู่เต็มไปหมด ใครชอบดอกไม้ ชอบถ่ายรูป ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง งานนี้มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเยอะมากครับ รูปนี้ตอนแรกจะถ่ายเก้าอี้เปล่าๆ แต่พอจะกดชัตเตอร์ คุณพี่ท่านนี่โผล่มาได้ยังไงไม่รู้ งง

เดินเข้ามาภายในหอประชุม ก็โอ้ววว สวยงามอลังการเหลือเกิน ตกแต่งสวยงามมาก

มุมนี้นี่น่ามาถ่ายรูปกับแฟนนะครับ (แต่ต้องหาแฟนให้ได้ก่อน)

ฟักทองยักษ์ครับ

เจ้านี่อีกแล้ว อันนี้มีป้ายบอกไว้ว่ามันคือ”มะเขือประดับ”ครับ ในที่สุดก็รู้เสียทีว่ามันคืออะไร

การปลูกผักบนรางไม้ไผ่

งานฝีมือแกะสลักผักและผลไม้ไทยสวยๆ

ผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก

ในงานมีซุปเปอร์มาร์เก็ตโครงการหลวงที่มีพืช ผัก ผลไม้ และสินค้าของโครงการหลวงมาขายราคาพิเศษ เป็นโอกาสที่ดีมากเลยครับที่จะได้เห็น ได้ซื้อสินค้าโครงการหลวง เพราะบางรายการเป็นสินค้าส่งออก ที่ราคาสูง สินค้าบางอย่างผมเองก็ไม่รู้จักมาก่อนเลย เช่น ผักและผลไม้บางชนิด โยเกิร์ตที่ทำจากนมควาย เป็นต้น เสียดายวันนั้นไม่มีเงินติดตัว ไปตัวเปล่าๆเลยพลาดไม่ได้ลิ้มลองโยเกิร์ตนมควายซะงั้น เสียดายจริงๆ

ข้างนอกมีร้านขายกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว น่าลองดูสักแก้วเหมือนกัน แต่ไม่ได้เอาเงินมา อด(อีกแล้ว)

จากรูปนี่เป็นเพียงบางส่วนบางมุมของงานเท่านั้น ในงานยังมีบูธที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย เช่น สปาเด็กดอย การแสดงของชาวเขา การแสดงทอผ้า บูธขายชาที่มีชาให้ชิมด้วย(ชาหอมมาก) โรงเรื่อนสาธิตระบบการเพาะปลูกที่ดี ผมเองบางอันได้แค่เดินผ่านๆเท่านั้นเอง พอดีวันที่ไปมีเวลาน้อยไปหน่อย เลยชมได้ไม่ทั่ว ไปคราวหน้าต้องแบ่งเวลาให้เยอะกว่านี้ จะได้เที่ยวได้ทั่วงานกว่านี้

งานโครงการหลวงนี้จัดขึ้นทุกปีครับ ใครสนใจก็ต้องรอเดือนธันวาคม ไปเที่ยว ไปเดินเล่น ไปถ่ายรูป ไปซื้อสินค้าโครงการหลวงที่บางอย่างหายาก เสียดายไปคราวนี้ดันไม่ได้เอาเงินไปด้วย เลยอดชิมอาหารและเครื่องดื่มหลายๆอย่างที่น่าสนมากมาย ปีนี้ต้องไม่พลาดไปลองให้ได้

แค่มาเดินเล่น ชมของสวยๆงามๆ มาถ่ายรูปก็คุ้มแล้ว เจอกันเดือนธันวาคมครับ

แผนที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถานที่จัดงานครับ


View Chiang Mai University auditorium in a larger map

สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตอนกลางคืน

มีโอกาสได้แวะไปเที่ยวที่สวนเแลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อีกครั้งในยามค่ำคืนครับ มาที่นี่ตอนเย็นๆค่ำๆก็ได้บรรยากาศความสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตกลับดอยสุเทพสะท้อนกับน้ำในอ่างเก็บน้ำ มันช่างได้อารมณ์โรแมนติกดีจริงๆ ถ้าได้มากับแฟนคงดีไม่น้อย(หาให้ได้ก่อนเถอะ)

บรรยากาศของสวนดอกไม้ต่างๆ และสวนดอกทิวลิปในโรงเรือนตอนกลางคืนที่ได้แสงจากดวงไฟก็ทำให้สวนดอกไม้สวยแปลกตาไปจากตอนกลางวัน ได้อารมณ์ความงามไปอีกแบบ แต่ที่ชอบมากก็คืออากาศไม่ร้อนและคนไม่เยอะนี่แหละ



หอไอเฟลกับโอเปร่าเฮาส์

บริเวณสวนด้านนอกก็ตกแต่งด้วยดวงไฟเป็นรูปต่างๆ จะเปิดเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น(ก็แน่ล่ะ ใครจะไปเปิดตอนกลางวัน) มาเที่ยวสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาตอนกลางคืนก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายไปอีกอารมณ์หนึ่งครับ ใครที่เคยมาแล้วชอบภาคกลางวัน ลองแวะมาตอนกลางคืนก็น่าจะชอบบรรยากาศตอนกลางคืนด้วย ไม่แน่ใจว่าทางสวนเปิดให้ชมถึงกี่โมง แต่คิดว่าไม่ควรไปดึกมากนะครับ วันที่ผมไปก็เป็นช่วงพระอาทิตย์ตกแล้วเดินชมสวนไปสักพักก็กลับแล้ว ไม่น่าจะเกินสองทุ่มครึ่ง

ไปเดินเล่นถ่ายรูปเล่นก็เพลินดีนะครับ

…………………………………….
บทความที่เกี่ยวข้อง

ดอกทิวลิปบาน ที่ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เชียงใหม่ (ตอนที่1)
ดอกทิวลิปบาน ที่ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เชียงใหม่ (ตอนที่2)