ลองชิม Shin Ramyon

เดินเข้า 7-11 ก็ไปเจอมาม่ายี่ห้อนี้เข้า หน้าตาเหมือนที่ร้านอาหารเกาหลีเอาไปต้มขายเลย (ร้านอาหารเกาลีที่ฟู๊ดคอร์ท โรบินสันแอร์พอร์ท เชียงใหม่) หยิบซองมาดูหน้าตาน่ากินดีเหลือเกิน บนซองเขียนไว้ว่าเป็นรส Spicy mushroom flavor (รสเห็ดเผ็ด) ก็น่าสนใจดี เราเองก็ชอบเห็ดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่อดูราคา ก็ต้อง เอ่อ 33 บาท เลยนะ

วางไว้ก่อนมันเกินไปหน่อย

หลังจากนั้นเวลาไปเดินเซเว่นทีไรก็มักจะเดินไปดูหยิบ แล้วก็วาง ไม่ซื้อ ทำอย่างนี้อยู่หลายครั้ง

ทำใจไม่ได้ มาม่าแบบซองราคาขนาดนี้ ถ้าเป็นแบบถ้วยอย่างมาม่า Little cook ราคา 39 บาท มันก็ยังพอมีเหตุผลอยู่ เพราะมีซุปและเนื้อจริงๆมาให้ด้วย

แต่ในที่สุด ความอยากลองก็ชนะ เพราะเรามันชอบลองกินมาม่าแปลกๆใหม่ๆ ซื้อมาลองชิมซักซองก็ไม่เสียหาย

        มาม่าซองนี้มีปริมาณเส้นเยอะกว่าปรกติ จากการทดลองชิมจะไม่เติมไข่หรือเนื้อสัตว์ เพราะต้องการรสชาติของมาม่าจริงๆว่ามันจะเป็นยังไง อร่อยไหม เมื่อต้มแล้วก็ได้หน้าตาประมาณรูปนี่แหละครับ จากรูปดูเหมือนจะได้น้อยนะครับ แต่เพราะชามมันใหญ่มากเป็นชามตราไก่ขนาดใหญ่จากลำปาง จริงๆแล้วได้เยอะมาก พอๆกับมาม่าปรกติเกือบ2ซองมั๊ง

ว่าด้วยเรื่องของรสชาติ รสชาติมาแนวเดียวกับ มาม่า Oriental Kitchen รส Hot&spicy; ครับ คล้ายกันมาก แต่มีกลิ่นและรสของเห็ดหอมอยู่นิดๆ โดยรวมก็อร่อยดีครับ เส้นก็คล้ายๆกับ มาม่า Oriental Kitchen เหมือนกัน

สรุปคือเป็นมาม่าที่รสชาติอร่อย มีเส้นและรสชาติคล้ายๆกันกับ มาม่า Oriental Kitchen ข้อเสียคือราคาที่สูงเกินไปหน่อย ถ้าเทียบตัวเลือกอื่น อย่างมาม่า Little cook ที่รสชาติแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ บรรจุในถ้วยพร้อมกับเนื้อและซุปจริงๆ ราคา 34 บาท แพงกว่าShin Ramyonไปบาทเดียว กับ มาม่า่ โอเรียนทอลคิทเช่นราคาซองละ 12 บาท ที่มีรสชาติและเส้นใกล้เคียงกัน ถึงShin Ramyonจะได้เยอะกว่าก็จริง แต่ต่อให้เราซื้อมาม่าโอเรียนทอลคิทเช่น 2ซอง มันก็แค่ 24 บาท ก็ยังถูกกว่าอยู่ดี

มาม่าเดี๋ยวนี้บางยี่ห้อไม่ใช่อาหารที่เราจะกินเมื่ออยากประหยัดอีกต่อไปแล้ว เพราะราคาขนาดนี้ไปซื้อก๋วยเตี๋ยว ซื้อบะหมี่ของจริงกินยังจะได้สารอาหารครบกว่าเสียอีก มาม่าที่ราคาสูงๆแบบนี้คงจะเอาไว้เป็นตัวเลือกสำหรับเอาไว้ติดบ้านเและต้องการความแปลกใหม่จากมาม่าที่มีวางขายทั่วๆไป

ถ้าลดราคาลงมาเหลือซักซองละยี่สิบกว่าๆอาจจะขายได้ง่ายกว่านี้นะผมว่า

ชาสามัญประจำบ้าน

ผมชอบดื่มชามากครับ มันเริ่มมาจากยุคที่ชาเขียวบูมสุดๆเมื่อหลายปีก่อน จากนั้นจากที่เมื่อก่อนเวลาเดินไปซื้อเครื่องดื่มที่ร้านค้า ก็เปลี่ยนจากที่เคยเลือกน้ำอัดลมมาเป็นชาซะส่วนมาก เริ่มจากชาเขียวยี่ห้อต่างๆ จากนั้นก็เริ่มมีชารสใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ ซึ่งผมเองก็ไม่พลาดที่จะลองชิมมันซะแทบทุกรสทุกยี่ห้อเลยทีเดียว

ตอนนี้ที่ชอบดื่มบ่อยๆก็มี โออิชิชาดำเลมอน ยูนิพกรีนทีรสบ๊วย กับ ยูนิพชานมบาร์เลย์ครับ
แต่ทั้งสามรสที่กล่าวมานั้นต้องไปซื้อจากร้านนี่สิ หลายๆครั้งเราก็อยากชงง่ายๆดื่มเองที่บ้านบ้าง มีติดบ้านไว้ อยากดื่มขึ้นจะได้ชงกินได้ทันที
ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงลำบากลำบนพอสมควร แต่เดี๋ยวนี้อะไรๆมันก็ง่ายไปหมด เลยเอาชาที่ผมมีติดบ้านไว้มาบอกกล่าวเล่าต่อกันสักหน่อย

ตามรูปด้านบนเลยครับ มีอยู่สามอย่างด้วยกัน สองซองยาวนั่นก็เป็นของยี่ห้อดัง เนสที ชานมกับชาะนาว รสชาติก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก มีติดบ้านไว้สะดวกดีครับ ฉีกซองชงแล้วก็เอาไปใส่น้ำแข็งดื่ม ชื่นใจดับกระหาย ชามะนาวชงน้ำเย็นได้เลย รสชาติก็พอดีแล้วไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร ส่วนชานมต้องชงน้ำร้อน และผมว่าพอใส่กินกับน้ำแข็งแล้วมันจืดไปหน่อย เลยเติมน้ำตาลนิดนึง

ที่เหลืออีกอันก็คือชาลิปตันชื่อดังนั่นเอง อันนี้ก็เอาไว้ชงใส่น้ำตาลแล้วดื่มกับน้ำแข็งเหมือนเดิม(ผมชอบชาเย็นมากกว่าชาร้อน ที่เล่ามานี่ต้องดื่มแบบเย็นๆเท่านั้นครับ)

บางอารมณ์นั่งดื่มชาเย็นๆหน้าทีวี หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่ก็นั่งเล่นฟังเพลงในสวนหลังบ้าน จิบชาไป ปลดปล่อยตัวเองจากความคิด ความเครียดที่มี ก็มีความสุขได้ง่ายๆ

บทความนี้ดูไม่มีอะไรจริงๆ แค่เล่าให้อ่านว่ามีชาติดบ้านไว้ดื่ม เท่านั้นเองครับ ฮ่าๆๆๆ

Little Cook มาม่าถ้วยโต อร่อยหรือไม่ มีคำตอบให้ที่นี่

เวลาเดินไปหาอะไรกินใน 7-11 โดยเฉพาะเวลาไปหาบะหมี่ถ้วย หรือ มา่ม่าคัพกิน สายตาก็มักจะไปสะดุดกับบะหมี่ถ้วยโตสีเหลืองโดดเด่น ก็น่าสนใจดี แต่เวลาไปหยิบมาดูเห็นราคาทีไรก็ได้แต่บอกตัวเองว่า เ้อาไว้ก่อน เพราะราคาตั้ง 34 บาทแน่ะ

เวลาผ่านไป นานมาก แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสลองกินดูสักที จนในที่สุดเมื่อเร็วๆนี้ก็ได้มีโอกาสลิ้มลองรสชาติของ Little Cook ชามโตนี้ เลยเอาประสบการณ์มาแบ่งปันกัน เพราะคิดว่าคงมีหลายๆคนที่เคยเจอแล้วอยากลองแต่ไม่ได้ลองแบบเดียวกัน บางคนจะซื้อก็กลัวไม่อร่อยเดี๋ยวเสียดายเงิน วันนี้อ่านแล้วเอาไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจครับ

เอาล่ะครับ พูดมากไปละ ลองมาดูกันเลยว่ารสชาติจะเป็นยังไง

มาม่าLittle Cook นี้ เมื่อแกะฝาออกมาก็จะเจอส้อมพลาสติกสีขาวพับอยู่ มีซองสีเงินซองใหญ่ซึ่งเป็นซองที่บรรจุเนื้อจริงๆกับน้ำซุปไว้ข้างใน ส่วนอีกซองนึงเป็นซองเครื่องปรุง เมื่อเปิดฝาออกให้เปิดแค่ครึ่งเดียว เติมครึ่งปรุง และเทน้ำร้อนลงไป ปิดฝาแล้วเอาซองสีเงินวางทับฝาไว้ให้ซองได้รับความร้อนเพื่อคืนสภาพให้เนื้อกับซุปในซอง รอครบสามนาทีหรือจนกว่าจะพอใจ ก็ดึงฝาออกให้สุด เทซุปและเนื้อจากซอง คนให้เข้ากัน แล้วก็รับประทานได้

มาม่ายี่ห้อนี้มีด้วยกันสองรสครับ คือ รสเนื้อเผ็ดร้อน กับ รสขาหมูทอด ว่าด้วยเรื่องรสชาติ สำหรับรสขาหมูทอดนั้น ผมว่ามันธรรมดาไป เพราะรสชาติแทบไม่ต่างอะไรกับมาม่ารสหมูสับของเจ้าอื่นๆเลย อาจจะดีกว่าตรงที่กลิ่นและรสจะเข้มข้นกว่านิดหน่อย แต่ก็ไม่แตกต่าง ไม่โดดเด่นพอ ส่วนหมูทอดในซองซุปมันอยู่ในซุปจนรสมันเหมือนหมูต้มมากกว่า มันขาดอารมณ์ของหมูทอดไป ดังนั้นสำหรับรสหมูทอดผมว่าไม่น่าสนใจ

แต่สำหรับรสเนื้อเผ็ดร้อน ผมกลับชอบมากๆครับ เพราะรสชาติที่ได้มันเหมือนกับกินบะหมี่เสฉวนในร้านอาหารจีนที่เคยไปกินเลย รสชาติเผ็ดเข้มข้น เนื้อก็เปื่อยนุ่ม เพราะแช่น้ำซุปอยู่ในซองมานาน ความรู้สึกและรสชาติที่ได้มันไม่มีมาม่าเจ้าไหนให้ได้มาก่อน จึงอยากแนะนำกันเลยครับ ว่าอร่อย คุ้มทีเดียว เพราะรสชาติแบบนี้ไปหากินตามร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปไม่ได้ จึงรุ้สึกว่ามันคุ้มกว่ารสขาหมูทอดครับ แต่ขอเตือนว่า มันเผ็ดมากๆ เผ็ดจริงๆ ตอนกินนี่เหงื่อท่วมตัวเลย ไม่รู้เพราะเผ็ดอย่างเดียวหรือเพราะเครื่องเทศอะไรที่มีในบะหมี่หรือเปล่า

ว่าด้วยเรื่องของราคา 34 บาท ถามว่าถ้าเทียบกับไปกินก๋วยเตี๋ยวจริงๆที่ได้คุณค่าทางสารอาหารมากกว่า ถูกกว่า เพราะก๋วยเตี๋ยวทั่วๆไปตอนนี้ก็เฉลี่ยอยู่ที่ราคา25-30บาท นั้นยังไงก็ไม่คุ้มครับ และมันผิดกับหลักการที่ว่ามาม่าเป็นอาหารประหยัดที่เราเอาไว้กินตอนเงินทองไม่ค่อยจะมี ดังนั้น มาม่าLittle Cook ราคาขนาดนี้ ไม่เหมาะกับสถาณการณ์แบบนี้ครับ แต่ถ้าอยากมีมาม่าอร่อยๆ รสชาติดี ติดที่บ้านไว้เผื่อเวลาไม่อยากออกไปไหน หรือ เผื่อหิว กับรสชาติดีๆที่แตกต่าง แลกกับความสะดวกสบายแล้ว นี่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะรสเนื้อเผ็ดร้อนนี่ืำทำเอาผมติดใจจนต้องซื้อมากินบ่อยๆเลยทีเดียว

คุ้มไม่คุ้ม อร่อยไม่อร่อย ลองตัดสินใจกันเอาเองครับ สำหรับผม ผมว่าคุ้มทีเดียว อร่อยด้วย รสชาติไม่เหมือนเจ้าอื่น (เฉพาะรสเนื้อเผ็ดร้อนนะครับ รสขาหมูทอดไม่โดนครับ) ส่วนโปรเจคต่อไปจะลองทดสอบมาม่าราคาแพงๆที่เคยเห็นตามห้างรสอื่นยี่ห้ออื่นบ้าง ว่ามันจะอร่อยคุ้มค่าไหม ไว้ถ้าได้ลองแล้วจะเอามาลงให้อ่านกันอีกครับ (มาม่าที่ซองหรือถ้วยไม่มีภาษาไทยเลย มีแต่ภาษาเกาหลีหรือญี่ปุ่นที่เคยเห็นตามห้างชื่อดัง)

ปล.ซื้อที่Jiffyราคาแค่32บาท ถูกกว่า 7-11 ตั้ง2บาทครับ ไม่รู้มีที่ไหนถูกกว่านี้อีกหรือเปล่า

เห็ดถอบอบชีส เมนูเมืองๆสไตล์อินเตอร์

เห็ดถอบ หรือที่ภาษากลางเรียกว่า เห็ดเผาะ นั้นเป็นสุดยอดอาหารยอดนิยมทางภาคเหนือที่ปีนึงจะได้กินกันในช่วงระยะเวลาสั้นๆคือช่วงต้นๆหน้าฝนเท่านี้ ราคาเห็ดถอบในแต่ละปีนั้นผกผันเป็นอย่างมาก สำหรับปีนี้ช่วงแรกที่เห็ดมีออกมาน้อยนั้นราคาขึ้นไปสูงถึงลิตรละ250บาท แต่ราคาก็ลงมาเรื่อยๆจนถึงวันที่เขียนบทความนี้ลิตรละ 50 เท่านั้น

เห็ดถอบนั้นมีรสชาติอร่อยอย่างน่าประหลาด ตัวมันเองไม่ได้มีรสชาติหรือกลิ่นอะไรที่โดดเด่น แต่ทำอาหารได้อย่างหลากหลาย ที่นิยมกันมากก็เอามาต้มเค็ม เอามาผัด และอื่นๆอีกมากมายตามแต่จะคิดกัน พอทำแล้วก็อร่อยซะด้วย ที่คนชอบทานกันคงเป็นเพราะความกรอบกรุบกรับเวลาเคี้ยว รสชาติที่ไม่เหมือนใคร หรือไม่ก็คงเพราะความหากินยากของมัน

ผมคิดเมนูนี้ขึ้นมาเมื่อตอนได้ไปกินอาหารตามที่ต่างๆ ที่มี อบชีส อบชีสกันนั่นแหละครับ สปาเก็ตตี้กุ้งอบชีสเอย หอยแมลงภู่อบชีสเอย มีวันหนึ่งไปกินพายที่มีเห็ดกับผักโขมอบชีส เมื่อนึกถึงเห็ด ก็เกิดความคิดขึ้นมาว่าเห็ดอย่างอื่นล่ะ จะอบชีสแล้วอร่ิอยไหมนะ ใจก็นึกไปถึงเห็ดขนิดอื่นๆ เห็ดหอม เห็ดหูหนู เห็ดโน่นเห็ดนี่ จนในที่สุด ” เอ้อ แล้วเห็ดถอบล่ะ มันจะเอามาอบชีสได้ไหม แล้วจะอร่อยรึเปล่านะ”
คิดไว้นานมากแล้วครับ ได้หลายปีดีดักแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเลย วันนี้ทุกอย่างเป็นใจ จึงได้โอกาสทดลองทำกินดู เอาล่ะ มาดูว่ามันจะอร่อยหรือเปล่า
ส่วนประกอบที่ต้องการ 1.เห็ดถอบ 2.ชีส 3.เกลือ 4.พริกไทย 5.เครื่องปรุงรสอื่นๆ(ถ้ามี เช่น ออริกาโน่ พริกป่น)
-เริ่มจากล้างเห็ดให้สะอาด สะเด็ดน้ำ
-ผ่าครึ่งเห็ดถอบใส่ในภาชนะที่มีในปริมาณที่ต้องการ เลือกเฉพาะที่ยังหนุ่มๆอยู่ วิธีสักเกตก็คือข้างในเห็ดถอบยังเป็นสีขาว ถ้าเป็นสีดำจะเป็นเห็ดถอบแก่มีรสไม่เหมาะกับเอามาอบชีส ในที่นี้ใช้ถ้วยกระเบื้องดินเผาเล็กๆ ทดสอบก่อนถ้าอร่อยค่อยทำทีละเยอะๆ

-หั่นชีสเป็นชิ้นเล็กๆ ตอนนี้เท่าที่หาได้คือชีสแผ่นๆที่มีขายตามห้างทั่วไปที่เอาไว้ใส่ในแซนวิช จริงๆน่าจะมีชีสแบบอื่นที่เค้าเอาไว้ทำเมนูอบชีสโดยเฉพาะ แต่ตอนนี้เอาเท่าที่หาได้ลองดูก่อน แล้วโรยบนเห็ดถอบ กะปริมาณให้พอทั่วๆ

-ปรุงรสด้วยเกลือนิดหน่อย แล้วก็เอาไปอบ จริงๆถ้ามีไม่โครเวฟก็น่าจะใช้ได้ แต่ที่บ้านไม่มี เลยต้องอบกับกระทะอบเอา

-ดูให้ชีสเดือด สักครู่พอให้เห็ดสุขดี แล้วก็เอาออกมารับประธานร้อนๆได้เลย

จากรูปจะเห็นฟองชีสเป็นแผ่นๆ คลุมอยู่ต้องแกะออกถึงจะเห็นข้างในที่แท้จริง

เสร็จแล้ว ถึงวินาทีลุ้นที่รอคอยมานานแล้ว ว่ารสชาติมันจะใช้ได้ไหม เมื่อเอาเข้าปาก อืมมม อร่อยครับ อร่อย จริงๆวัตถุดิบมันเป็นของที่อร่อยอยู่แล้ว เอามาทำแบบนี้มันก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว การทำก็ไม่ได้มีขั้นตอนอะไรซับซ้อน แต่ถึงกระนั้นคิดว่ามันก็ยังไม่อร่อยแบบสุดๆๆอย่างที่เคยคาดหวังไว้ เพราะรสชาติและกลิ่นของชีสมันกลบกลิ่นและรสของเห็ดถอบหมดเลย ซึ่งอาจจะต้องปรับปรุงในส่วนของชีสที่จะใช้ เวลาในการอบ และเครื่องปรุงที่จะช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่น ซึ่งตรงนี้ถ้าใครที่ทำเมนู อบชีสเก่งๆอาจจะรู้วิธีที่จะดึงความอร่อยของเมนูนี้ออกมาให้ได้มากกว่านี้ก็ได้

ใครสนใจไปลองทำดูครับ คุณอาจจะทำแล้วอร่อยกว่าที่ผมทำก็ได้ครับ เป็นเมนูกินเล่นๆ ทำง่ายๆครับ

กินเจกันเถอะ

ช่วงนี้อยู่ในช่วงเทศกาลกินเจของปีนี้คือตั้งแต่วันที่18-26ตุลาคมนี้
ผมกับแม่ตกลงกันว่าจะกินเจกับเขาด้วยถือเป็นการทำบุญทำกุศลไปในตัว
การกินเจสมัยนี้สะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ มีร้านอาหารเจเปิดมากขึ้น มีอาหารเจมากมายหลายรูปแบบให้เลือกซื้อหากัน
วันนี้เลยมาแนะนำอาหารเจที่ผมชอบกินในช่วงนี้ เป็นเมนูง่ายๆที่ทำง่าย กินง่ายและประหยัดดี
1. มาม่าต้มเจ
อันนี้ง่ายสุดๆซื้อมาม่าหรือเส้นหมี่มาต้ม ใส่เครื่องปรุงกับผักอะไรก็ได้ที่ชอบ(ของผมไม่ค่อยใส่ผักหรอก)กับโปรตีนเกษตรแบบก้อน
เยาะซีอิ้วขาวเห็ดหอมเล็กน้อย หรือจะปรุงรสด้วยพริกไทย น้ำตาล เกลือ เพิ่มเติมก็ตามชอบ
2.มาม่าผัดเจ
ต้มมา่ม่า เอาเส้นสะเด็ดน้ำ ใส่น้ำมันลงกระทะเล็กน้อยพอเหมาะกับจำนวนเส้น ตั้งไฟอ่อนๆ เอาโปรตีนเกษตรใส่ ใส่เส้นมาม่า ใส่ผักที่ชอบ(ผมก็ไม่ค่อยใส่อีกเหมือนเคย) เยาะซีอิ้วขาวเห็ดหอม หรือจะปรุงรสด้วยพริกไทย น้ำตาล เกลือ เพิ่มเติมก็ตามชอบ
3.ผัดผักเจ
เตรียมผักที่ชอบ หรือจะมีผักหลายๆชนิดรวมกันก็ได้ เช่นเห็ด ข้าวโพดอ่อน ตั้งน้ำมันในกระทะด้วยไฟอ่อนๆ เทผักลงไปผัด ใส่โปรตีนเกษตร เยาะซีอิ้วขาวเห็ดหอม หรือจะปรุงรสด้วยพริกไทย น้ำตาล เกลือ เพิ่มเติมก็ตามชอบ
4.ข้าวต้มกับผักกาดดอง
ซอยผักกาดดองให้ได้ขนาดชิ้นตามต้องการ เลือกยี่ห้อที่ชอบ มีทั้งแบบซองและแบบกระป๋อง กินกับข้าวต้มหรือโจ๊กร้อนๆ ง่ายสุดๆ
นี่เป็นเมนูที่ผมกับแม่กินอยู่ช่วงนี้ครับ
ง่ายๆแต่อร่อยพอสมควรเหมือนกัน สำหรับคนที่ต้องกินมาม่าบ่อยๆอย่างผมว่าอีกหน่อยต้องซื้อโปรตีนเกษตรมาติดบ้านไว้เลยเพราะกินกับมาม่าอร่อยดีจริงๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารด้วย

อาหารเจเดี๋ยวนี้มีหลายรูปแบบจริงๆ บางอันก็ทำเสียเหมือนของจริงทั้งรสชาติและรูปร่างหน้าตา
จากนี้ไปว่าจะกินเจบ่อยๆไม่เฉพาะแต่ช่วงเทศกาลเท่านั้น อาจจะเดือนละวันสองวันหรือมากกว่านั้น
จริงๆอยากกินตลอดชีวิตไปเลย แต่มันก็ไม่ไหว 555 แค่เลิกกินเนื้อวัวไปแล้วนี่เวลาผ่านร้านเนื้อย่างโคขุนโพนยางคำนี่แทบอดใจไม่ไหวจริงๆเลย
กินเจ ถือศีลช่วงเทศกาลกินเจ สร้างบุญกุศล ชำระล้างจิตใจ ชีวิตมีความสุขครับ