เมื่อถึงคราวต้องซ่อมและโมหูฟัง


โพสนี้จะเขียนถึงการเอาหูฟังไปซ่อมและโมสายมาครับ

ความเดิม จากที่ผมมีหูฟัง PK2 ใช้งานอยู่ จากโพส YUIN PK2 สัมผัสพระกาฬเสียงสวรรค์ เวลาก็ผ่านล่วงเลยมาเกือบสองปีแล้ว (เอาไปโมมาเมื่อตอนช่วงกลางๆปีเพิ่งได้มาเขียน ^_^ ) สายหูฟังเมื่อเวลาผ่านมาประมาณปีนึงก็จะเริ่มเหนียวๆ มียางๆออกมา แต่ก็ทนใช้มาอีกครึ่งปี จนยางบริเวณแจ็คเริ่มเปื่อย ขาด เลยคิดว่าคงถึงเวลาต้องเอาไปซ่อมสายหรือโมสายแล้ว

เอาจริงๆคืออยากโมตั้งแต่ตอนซื้อมาแล้วล่ะ คันหูมากๆ แต่ตอนนั้นแค่ค่าหูฟังก็กระอักแล้วครับ เลยรอให้ถึงกาลอันควรดีกว่า แฮ่ๆ

ร้านที่รับซ่อมหรือโมสายหูฟังก็มีอยู่หลายร้านหลายเจ้าด้วยกัน แต่ละร้านก็มีราคาค่าบริการ มีสายและแจ็คให้ลูกค้าเลือกใช้แตกต่างกันไป ผมเองก็ลองหาๆข้อมูลดูหลายๆเจ้า สุดท้ายตัดสินใจเลือกทำกับร้าน B_Rabbit Hifi เพราะชอบหน้าตาของสายร้านนี้สุด กับอ่านรีวิวแนวเสียงดูแล้วน่าจะโอเคกับเรา

จริงๆชอบหน้าตาของสาย Bifrost สุดในบรรดาทั้งหมด แต่ราคาเอาเรื่องอยู่ หลังจากได้ลองฟังตัวเดโมสายที่ทางร้านมีให้เลือก  ก็ตัดสินใจเลือกสาย Hydra+แจ็ค ViaBlue ที่ราคาอยู่ในงบที่เราตั้งไว้ ราคาต่อเส้นอยู่ที่ 1,390 บาท (ราคาเกือบจะเท่าราคาหูฟังเลย ^_^)

การเดินทางไปร้านไม่ยุ่งยาก ร้านอยู่ในตึกฝั่งตรงข้ามห้างพันทิพประตูน้ำ ตึกกรุงทองพลาซ่า 2 เดินข้ามสะพานที่เชื่อมกับห้างพันทิพไป เข้าไปในห้างเดินลงมาชั้นใต้ดิน จะเจอศูนย์อาหาร เดินมาหน้า FamilyMart ก็จะเจอกับร้าน B_Rabit Hifi ที่เป็นล็อกขนาดย่อมๆ

วันที่ไปเนี่ยลูกค้าเยอะ ร้านค่อนข้างคับแคบ เลยออกมาหาอะไรในแฟมิลี่มาร์ทกินก่อน รอจนคนน้อยๆแล้วถึงเดินเข้าไป

คุณจูนที่ดูแลต้อนรับลูกค้าอยู่ พูดคุยดีมาก รู้สึกถึงความเป็นกันเอง ตอนแรกจะฟังแค่ตัวอย่าง PK2 โมสายไฮดรา กับ ไบฟรอส เปรียบเทียบกันเท่านั้น แต่คุณจูนบอกว่า มาร้านนี้แล้วต้องลองฟังสายโม Spaghetti ด้วย ไม่งั้นก็เหมือนยังมาไม่ถึงร้าน B_Rabbit

ก็เลยต้องลองฟังดูเสียหน่อย พอได้ฟังแล้ว แหม่! จริงๆชอบมากกว่าทั้ง Bi-Frost และ Hydra เลยนะ รู้สึกว่าเสียงเด่นแตกต่างไปจากอีกสองตัวมากเลย แต่ราคาเกินกำลังไป สุดท้ายตัดสินใจเลือก Hydra เพราะต้องซ่อมสายหูฟังเก่าอีกตัวด้วย

Continue reading “เมื่อถึงคราวต้องซ่อมและโมหูฟัง”

รีวิว ที่เก็บหูฟังของ Audio Technica


จากที่ใช้กล่องเหล็กแถมขนมเก็บหูฟังตัวโปรดมานาน วันนึงก็อยากได้ที่เก็บหูฟังที่เป็นที่เก็บหูฟังจริงๆจังมาใช้งาน (กล่องเหล็ก Ironman3 กับ กล่องคุ๊กกี้)

ไม่ใช่ว่ากล่องเหล็กไม่ดีนะครับ ที่ผ่านมาก็ดูแลหูฟังได้อย่างดีเลย แถมเล็กๆบางๆ ใส่กระเป๋าสะดวกดีทีเดียวครับ อารมณ์แบบว่า อยากได้ อยากเปลี่ยน แบบนี้มากกว่า แฮ่ๆๆ

เรื่องมันก็มาจาก CDJapan อีกแล้วน่ะครับ คือช่วงก่อนๆดูๆของอยู่ ก็มีหน้าแนะนำของประเภทอื่น แล้วไปเจอกับที่เก็บหูฟังของ Audio Technica เข้า (เหตุการณ์นี้เกิดก่อนจะซื้อหูฟัง ATH-IM50 นะครับ) เห็นแล้วสวยดี สนใจอยากซื้อมาเก็บ PK2 ตัวโปรด

สนนราคาคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 270 บาท ยังไม่รวมค่าส่งอีก ประมาณ 125 บาท ถ้าสั่งมาเดี่ยวๆรวมค่าส่งแล้วก็ถือว่าราคาสูงอยู่ แต่ผมใช้วิธีสั่งมาพร้อมกับ CD ที่ต้องการจะซื้ออยู่แล้ว ถือว่าหารค่าส่งกัน ก็โอเคเลย  Link : audio-technica / Headphone Carrying Case @ CDJapan

ว่าแล้วก็ลองสั่งมาใช้หนึ่งอัน โดยผมเลือกสีเงิน จากสีที่มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี (ดำ, น้ำเงิน, แดง, เงิน, ขาว)  แต่ที่ได้สีดำเพิ่มมาอีกอันนี่เพราะตอนสั่ง IM50 มีโปรโมชั่นแถมที่เก็บหูฟังตัวนี้มาด้วย ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องแย่งกัน

Continue reading “รีวิว ที่เก็บหูฟังของ Audio Technica”

ATH-IM50 รีวิว


(เครดิตรูป : www.audio-technica.co.jp)

ผมไม่ค่อยถูกกับหูฟังแบบอินเอียร์ (In-Ear) เท่าไหร่ ตั้งใจว่าจะใช้แต่แบบเอียร์บัด(Ear bud)
หูฟัง Yuin PK2 ที่ใช้อยู่นี่ก็ถูกใจและพอใจเสียงของมันมากๆอยู่แล้ว
มี Oker-DS300 สลับไว้ใช้ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อต่อการพังหรือหาย ไม่คิดว่าจะซื้อเพิ่มแล้ว ถ้าอยากได้หูฟังเพิ่ม ก็คงจะเลือกเอียร์บัดอีกแน่นอน

แต่ด้วยข้อจำกัดของหูฟังแบบเอียร์บัดที่ไม่ค่อยกันเสียงจากภายนอก เวลาเราอยู่ในสถานการณ์หรือสถานที่ที่มีเสียงรบกวนภายนอกมากๆ ก็ฟังเพลงไม่สนุก ไม่ได้ยินเสียงจากหูฟังชัดเจน
หลายๆครั้งต้องเร่งเสียงเพิ่มกว่าปรกติเพื่อแข่งกับเสียงภายนอก ซึ่งก็เป็นอันตรายต่อการได้ยินของเรา

เวลานั่งรถทัวร์กลับบ้านที่ต่างจังหวัด นั่งรถเมล์ไปนู่นมานี่ หรือแม้แต่บางครั้งที่อยากปลีกวิเวก เข้าสู่ห้วงสงัดส่วนตัวเวลานั่งอยู่ในที่ชุมชน ศูนย์อาหาร ลานหน้าห้าง หูฟังเอียร์บัดไม่สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีนัก

เลยเกิดอาการ “คันหู” อยากได้ อินเอียร์ไว้สักอัน ^_^

แล้วการหาข้อมูลก็เริ่มขึ้น แรกเริ่มก็ตั้งงบประมาณกันก่อน หาอ่านรีวิวเยอะๆ หาตัวที่อยู่ในงบและมีแนวเสียงที่เราชอบ

สุดท้ายได้ผู้เข้ารอบมาหลายตัวเหมือนกัน ในงบที่ตั้งไว้ไม่ให้เกิน 2,000 ต้นๆ
ตั้งใจว่าจะเข้าไปร้านเฮียมั่นไปลองฟังหูรุ่นต่างๆตามรายการ แต่ก็ไม่ได้ไปซักที

เลยได้แต่อ่านรีวิวไปพลางๆ อ่านไปอ่านมา ในเว็บบอร์ดร้านมั่นคง มีความคิดเห็นของสมาชิกท่านนึงบอกว่า  “เกลียดหูฟังอินเอียร์(เอ้ย เหมือนเราเลย) ใช้แต่เอียร์บัดมาตลอด ใช้งานPK2อยู่ด้วย (เหมือนกันอีก) ได้ไปลองฟัง ATH-IM50 มาแล้วก็ชอบจนต้องซื้อมาใช้

เอ้อ เคสนี้มาแนวเดียวกับเราเลย

จากนั้นก็หาอ่านรีวิวของหูฟัง Audio Technica รุ่นรหัส IM50 รุ่นนี้ดู ยิ่งอ่านหลายๆที่แล้วก็คิดว่าน่าจะใช่ล่ะ

Continue reading “ATH-IM50 รีวิว”

OKER DS-300 หูฟังราคาประหยัด ที่ให้เสียงเกินราคา

ถ้ามีคนไปถามหาหูฟังราคาประหยัด ที่ให้คุณภาพเสียงดีๆตามเว็บบอร์ดหรือเพจเกี่ยวกับหูฟัง จะต้องมีคนมาแนะนำ OKER DS-300 รุ่นนี้แน่นอน

เสียงลือเสียงเล่าอ้างมานาน ไม่ได้สนใจ จนมีรุ่นน้องที่ทำงานแนะนำ หลังจากที่ได้ลองฟังหูฟังที่ผมครอบครองอยู่ Sennheiser ms-400, Sony EX-71 กับ MotorHead Trigger  (ตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อ PK2 นะครับ)

“หูฟังพี่มันไม่ค่อยมีเบสเลย ผมว่าพี่ลอง OKER DS-300 ดูสิพี่ เสียงดีเกินราคานะ”

เลยต้องไปลองหามาฟังดูซิ ว่ามันจะซักแค่ไหนกันเชียว เห็นพูดถึงกันจัง ราคาก็ไม่ได้แพงมาก ถ้าซื้อมาแล้วเสียงไม่ถูกใจก็ไม่เสียดายมาก ผมไปซื้อที่ตะวันนามาในราคา 180 บาท แล้วก็มารู้ทีหลังว่า สามารถหาได้ในราคาถูกกว่านั้นจากแหล่งอื่น ตอนกลับมาบ้านที่ลำพูน ไปดูที่ห้างแจ่มฟ้ายังขายแค่ 120 บาทเลย  แหม่

Continue reading “OKER DS-300 หูฟังราคาประหยัด ที่ให้เสียงเกินราคา”

Motorhead earphone : Trigger

หูฟังตัวนี้ซื้อมานานแล้ว ซื้อมาก่อนจะซื้อ PK2 ซะอีก แต่พึ่งได้เขียนถึง เพราะกะจะเขียนถึงการใช้งานและเรื่องเสียงด้วย เลยให้เวลากับหูฟังตัวนี้จะได้เขียนถึงอย่างละเอียดๆ

ตัวนี้เป็นตัวแรกที่ไปอุดหนุนร้านเฮียมั่นครับ ไปที่สาขาพารากอน เพราะรู้สึกว่าไปง่าย ที่ทางสะดวกกว้างขว้างดี

ก่อนไปได้เล็งๆไว้หลายรุ่น MotorHead Trigger นี่ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่กะไปลองดู อ่านจากรีวิวหลายๆเจ้าก็คิดว่าเสียงน่าจะถูกใจเรา เมื่อเทียบๆกันกับหลายๆเจ้าแล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อตัวนี้มา (ตัวเลือกในตอนนั้นมี JBL J33, Sol Republic JAX, Sony XBA-10)

แบรนด์ MotorHead เป็นชื่อของวงดนตรีเฮฟวี่เมทัลรุ่นเก๋า ที่มาทำหูฟังของตัวเอง เน้นเสียงที่เหมาะกับแนวเพลงที่เจ้าของแบรนด์เล่นนั่นเอง นอกจากเสียงแล้ว ดีไซน์ของแต่ละรุ่นก็ออกมาดุดันสมกับเป็นหูฟังชาวเมทัล ชาวร๊อคซะจริง ชื่อรุ่นของหูฟังแต่ละรุ่นก็เอามาจากชื่อเพลงของ MotorHead เอง (Bomber, Ironfist, Motorizer, Oevrkill และ Trigger)

รุ่นอื่นๆมีรุ่นอะไรบ้าง ไปที่ดูเว็บ  www.motorheadphones.com กัน

รุ่น Trigger กับรุ่น Overkill นั้นต่างกันแค่ Trigger เป็นรุ่นธรรมดา แต่ Overkill นั้นมี Mic และ Control สำหรับใช้กับ Smart Phone  ใช้รับสาย ควบคุมการเล่นเพลง

ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบใช้งานหูฟังที่มีไมค์ มีรีโมทเท่าไหร่ เนื่องจากกลัวมันพังง่าย และมักจะมาพังตรงไมค์นี่แหละ (แต่ก็ยอมรับว่าใช้งานสะดวกกว่าจริงๆ ไม่ต้องงัดเครื่องเล่นออกจากกระเป๋าเวลาจะเลี่ยนเพลง หรือรับสาย)

มาดูกล่องกันครับ ออกแบบสมกับเป็นหูฟังเพื่อชาวร็อค เมทัล เฮฟวี่เมทัลจริงๆ

Continue reading “Motorhead earphone : Trigger”

YUIN PK2 สัมผัสพระกาฬเสียงสวรรค์

ตั้งแต่เริ่มศึกษาเกี่ยวกับหูฟัง ติดตามเว็บบอร์ด Pantip ห้อง Gadget ในยุครุ่งเรือง เริ่มอ่านรีวิวหูฟังจริงๆจังๆเมื่อประมาณปี 2550 จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่ห้อง Gadget ร้างเป็นป่าช้า มีหูฟังรุ่นต่างๆ เวียนว่ายตายเกิดในวงการก็หลายรุ่น บางรุ่นก็เลิกผลิตไปแล้ว แต่ก็จะมีหูฟังหลายๆรุ่นที่ยังคงมีคนใช้และมีขายอยู่ต่อเนื่อง นอกจากยี่ห้อ Grado แล้วหนึ่งในนั้นก็ต้องนึกถึง หูฟังรุ่นนี้ Yuin PK2 นี่แหละครับ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เมื่อมีคนมาตั้งกระทู้ถามตามเว็บบอร์ดเกี่ยวกับหูฟังว่าให้แนะนำหูฟัง ในราคาไม่เกิน 2,000 บาท ฟังเพลงได้หลายๆแนว ต้องมีชื่อ Yuin PK2 ติดมาเกือบทุกครั้ง

หลายๆคนยกให้เป็นสุดยอดของหูฟังแบบ Earbud รุ่นนึงเลย

เมื่อได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานาน ประจวบกับบรรดาหูฟังที่มีอยู่เริ่มโรยราไปตามสภาพ และด้วยงบที่มี ทำให้อยากสัมผัสกับหูฟังระดับตำนานรุ่นนี้ดูบ้าง

โดยก่อนจะซื้อ PK2 ได้แวะที่หูฟัง MotorHead รุ่น Trigger ก่อน แต่เสียงที่ได้ก็ยังไม่โดนเท่าไหร่ ตอนนั้นซื้อเพราะ PK2 ของหมด

สุดท้ายก็ต้านทานความอยากรู้ อยากลองของตัวเองไม่ไหว มันจะสักแค่ไหนเชียว สุดท้ายก็ได้มาครอบครองครับ

อ่านรีวิว เข้าเว็บเค้ามานาน ในที่สุดก็ได้เป็นลูกค้าเฮียมั่นแห่ง Munkonggadget.com ฉายาของ PK2 ที่ว่า “พระกาฬเสียงสวรรค์” นี่ก็มาจากเว็บเฮียนี่แหละ ซื้อที่สาขาพารากอนครับ ไปง่ายดี มีพื้นที่เยอะ แต่คนก็เยอะไปด้วย

รูปร่างหน้าตาแพคเกจ ทำออกมาได้แนวดีนะ ต่างจากเจ้าอื่นๆ เนื่องจากเป็นหูฟังจากประเทศจีน แพคเกจก็สื่อถึงถิ่นกำเนิดได้เป็นอย่างดี

ในกล่องจะมีกล่องใส่หูฟังพลาสติกสีดำ ฟองน้ำสำรองแบบเจาะรูกับแบบธรรมดา อย่างละ 2 คู่ (แบบธรรมดาใส่ติดมากับตัวหูฟังแล้ว 1คู่) คู่มือแผ่นพับเล็กๆ และแจ็คแปลงเป็นแจ็คใหญ่ 1 ตัว

จากที่ได้สัมผัส

ก็ขอบอกว่าสมคำร่ำลือ ว่าเป็นหูฟังเสียงดี แต่หน้าตาบ้านๆมาก วัสดุก็งั้นๆ ถ้าเอาไปให้ใครที่ไม่รู้จักแล้วบอกราคาว่า 1,990 บาท คงจะโดนหัวเราะเยาะแน่ๆ ฮ่าๆ

เรื่องรีวิวเสียง คงไม่เขียนถึงมาก เพราะผมเองก็บรรยายไม่ถูก ฟังได้ แต่ไม่รู้จะบรรยายยังไง แต่หูฟังรุ่นนี้มีมายาวนาน มีเว็บอื่นๆรีวิวเสียงไว้เยอะมากแล้ว หาอ่านได้ไม่ยากครับ

บอกได้แค่ว่าชอบเสียงมาก น่าจะได้เจอกันมาตั้งนานแล้ว เสียงแนวใสๆโปร่ง รายละเอียดดีๆ กลางๆ ฟังได้ทุกแนว แต่จะเหมาะกับเพลงเน้นเสียงร้องมาก โดยเฉพาะนักร้องหญิง ฟังเพลงของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม กับ IU นี่ฟินมากๆ กับร็อคก็พอได้ แต่เบสกับกลองจะไม่ค่อยแน่น โดยรวมผมก็ว่า PK2 ฟังร็อคก็ไม่ได้ขี้เหร่นะ แต่มันจะไม่ค่อยสะใจ

คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ ตอนแรกก็หวั่นๆเพราะตอนซื้อไม่ได้ลองก่อน หยิบไปจ่ายตังค์เลย และเป็นหูฟังราคาสูงที่สุดตั้งแต่มีหูฟังมาเลย (ก่อนหน้านี้ไม่เคยใช้ที่ราคาเกิน 400 บาท) ที่ว่าพระกาฬเสียงสวรรค์นั้นก็สมฉายาดี  สมแล้วกับที่เป็นหูฟังที่มีคนนิยมใช้กันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นระดับตำนานรุ่นนึงก็ว่าได้ครับ

ได้หูฟังเสียงถูกใจมา ก็มีความสุขกับการฟังเพลงมากขึ้นครับ ^_^

……………….
เรื่องหูฟังนี่ถ้าไม่ได้ลองก่อนไม่ควรซื้อครับ (กรณีของผมกับ PK2 ถือว่าโชคดีไป) ก่อนหน้าจะเลือก PK2 ก็หาข้อมูลไว้หลายรุ่น มีหลายตัวเลยที่อ่านรีวิวแล้วคิดว่าจะใช่ แต่พอไปลองแล้วเราอาจจะไม่ชอบเสียงก็ได้ ความชอบความไม่ชอบของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน คนรีวิวกับเราก็อาจจะชอบไม่เหมือนกัน การอ่านรีวิว ศึกษาแนวเสียงไว้เป็นแนวก็พอได้ สุดท้ายก็สู้หูของเราเองไม่ได้ครับ ลองฟังเองก่อน นอกจากจะไม่มีโอกาสจริงๆ อยู่ต่างจังหวัดไม่มีร้านให้ลอง อย่างนั้นค่อยว่ากัน