จิ้งจกประหลาด

มีเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ในบ้านมาเล่าให้ฟังอีกแล้วครับ
คราวนี้เป็นจิ้งจกในบ้าน ทุกๆบ้านก็มีจิ้งจก ไม่เห็นแปลกนิ เอามาเล่าทำไม อยากให้ดูรูปแบบสังเกตดูดีๆนะครับ

ดูดีๆครับ รูปนี้ก็อาจจะยังไม่ชัด อ่ะดูรูปนี้

ครับ มันเป็นจิ้กจกที่มีตะปุ่มตะปั่มบนตัวครับ ยังกะเป็นสิว บ้านนี้มีสัตว์แปลกๆมาอยู่ด้วย อย่าไปบอกใครนะครับเดี๋ยวมีคนมาขอหวย อิอิ

เกลียดตัวกินไข่

เริ่มหัวบล็อคแบบนี้ ผมกำลังจะเข้าเรื่อง ตัว วรนุช หรือ ตัวเฮีย นั่นเองครับ พอดีได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ตัววรนุชในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เมื่อหลายเดือนก่อน มีการพูดถึงว่า เหี้ยนี้หากเราเลี้ยงได้อาจจะกลายเป็นสัตว์เศรฐกิจตัวใหม่

ปัญหาติดอยู่ตรงที่ว่า เหี้ยเป็นสัตว์สงวนหรือสัตว์คุ้มครองหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ เราไม่สามารถเลี้ยง หรือทำฟาร์มเหี้ยได้เพราะผิดกฏหมาย เลยมีผู้ใหญ่บางท่านกำลังคิดจะแก้ไขตรงจุดนี้ เพราะเหี้ยมีคนนิยมบริโภคอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะไข่เหี้ยนั้นว่ากันว่าเป็นไข่ที่มีรสชาติอร่อยกว่าไข่ไก่และไข่เป็ด จึงเป็นที่มาของ สำนวนไทยที่ว่า เกลี่ยดตัวกินไข่ แต่ตรงนี้บางที่กลับบอกว่ามาจากขนมไข่เหี้ย ที่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาเรียกไข่หงส์ คนชอบกินขนมไข่เหี้ยแต่เกลียดตัวเหี้ย ไม่แน่ใจว่าจริงๆมันเป็นอย่างไหนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ไม่ชอบตัว แต่ชอบกินไข่ของมัน เลยเป็น เกลียดตัวกินไข่ เช่นนั้นแล ฟังแล้วอยากลองกินไข่เหี้ยเหมือนกัน แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ ผมยังไม่มีโอกาสได้กินไข่มันเลย ไม่รู้ว่าอร่อยจริงหรือเปล่าน่ะสิ ตัวมันยังหายากเลย ไข่ยิ่งหายากไปใหญ่
เมื่อได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องความอร่อยของไข่เหี้ย ทำให้ผมเคยมีความคิดอยากลองทำฟาร์มเหี้ยแล้วขายไข่เหมือนกัน แต่เอาเข้าแบบนี้ คงต้องรอให้มีการแก้กฏหมายกันเสียก่อน เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เหี้ยอาจจะมีคุณค่าและกลายเป็นตัวเงินตัวทองขึ้นมาจริงๆก็ได้

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
เกลียดตัวกินไข่
ความหมาย
(สํา) ก. เกลียดตัวเขา แต่อยากได้ผลประโยชน์จากเขา, มักใช้เข้าคู่กับ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ว่า เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง.

(ขอบคุณรูปจาก http://th.wikipedia.org/wiki/ ครับ)

การเลี้ยงปูในอ่างปลา


555 ไม่ใช่การเลี้ยงสัตว์แบบใหม่แต่อย่างใด คราวนี้เป็นเรื่องของสิ่งมีชีวิตภายในบ้านเหมือนเดิม จากคราวที่แล้วได้พูดถึงแมวน้อยกำพร้าทั้ง4 คราวนี้มีปูตัวเบ่อเร่อที่อยู่ๆมาจากไหนไม่ทราบเดินเข้ามาในบ้านหน้าตาเฉย อารมณ์ตอนมันเดินเข้ามาจากหน้าบ้านเหมือนเด็กกลับจากโรงเรียนยังไงไม่รู้

แม่ผมจับไว้ คิดว่าจะเอาไปปล่อยที่ทุ่งนา เอาใส่ถังน้ำไว้ 2-3วัน แม่ก็ลืม จะเอาไปปล่อยไม่ปล่อยสักที ผมกลัวมันจะตายเสียก่อน แล้วจะได้บาปแทนได้บุญเลยคิดว่าเอาไงดีเนี่ย นึกไม่ออกเลยจับเอาเจ้าปูตัวโต ไปใส่ไว้ในอ่างเลี้ยงปลาเป็นการชั่วคราว ทีนี้ มันอยู่ในนั้นเห็นมันสบายดี กินปลาหางนกยูงตัวเล็กๆเป็นอาหาร คิดว่าถ้าเอาไปปล่อยแล้วตัวมันโตขนาดนี้ คงได้กลายเป็นปูดองแน่ๆ เลยกลายเป็นว่า มีปูเป็นสัตว์เลี้ยงเพิ่มมาีอีก1ตัว
ช่วงนี้ระบบนิเวศในบ้านดี มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเขียวชอุ่ม เลยมีสัตว์มากมายเอามาอยู่อาศัยโดยเราก็เต็มใจมั่งไม่เต็มใจมั่ง เดี๋ยวยังมีเรื่องของสัตว์ชนิดอื่นๆอีก ไว้จะทยอยมาเล่าให้ฟังกันครับ

ปล. ล่าสุดเมื่อ 14 ส.ค.52 ที่ผ่านมา ปูตัวนี้ตายไปแล้วครับ น่าสงสารจังเพราะเราเอามันไปไว้ในนั้นรึเปล่าก็ไม่รู้ มันแช่อยู่แต่ในน้ำ
จริงๆปูนา อาจจะต้องการอยู่บนบกบ้าง รู้งี้เอามันไปปล่อยที่ทุ่งนาซะก็ดี อโหสิกรรมให้กันเถอะนะ เราหวังดีนึกว่าเจ้าอยู่ในบ่อปลาน่าจะดีกับตัวเจ้า ขอให้เจ้าไปสู่สุขติ

เรื่องของ4แมวน้อยกำพร้า

ที่บ้านไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงสัตว์หรอกนะครับ แต่อยู่ๆก็มีแมวมาอยู่ที่บ้านหนึ่งตัว ตอนนั้นผมยังเล็กๆอยู่เลย แม่ไล่ให้ไปที่ไหนมันก็ไม่ยอมไป สุดท้ายก็ต้องยอมให้มันอยู่ด้วยแต่โดยดี ถ้ามีการจัดอันดับสัตว์ที่หน้าด้านที่สุดผมขอเสนอชื่อแมวเลยครับ555

ลองถ้ามันได้ไปอยู่บ้านไหนแล้ว มันไม่สนใจหรอกว่าเจ้าของบ้านน่ะต้อนรับมันหรือเปล่า ชั้นจะมาอยู่ด้วย ใครจะทำไม
จากนั้นมา แมวตัวนั้นก็มีทายาทสืบต่อมาเป็นรุ่นๆ มาเรื่อยๆ บางช่วงที่มันออกลูกเยอะๆ ที่บ้านมีแมวเป็นสิบๆตัวเลยทีเดียว แต่ก็ล้มหายตายจาก โดนหมากัด โดนรถชน หรือไม่ก็ไปเจอที่อยู่ใหม่ จนมักจะเหลืออยู่2-3 ตัว

แมวรุ่นแรกๆที่มาอยู่บ้าน ไม่ค่อยสร้างความรำคาญให้ครอบครัวเรามากนัก จึงอยู่กันได้มาเรื่อยๆ จนยุคหลัง แมวรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยเข้าท่า เพราะ ถ่ายของเสียไว้ไม่เป็นที่เป็นทาง ประกอบกับมักจะส่งเสียงดังตอนกลางคืนด้วยการเล่นไล่กันบนหลังคาจนทำให้ไม่เป็นอันหลับอันนอนกัน พ่อกับแม่จึงตัดสินใจทำกรงขึ้นมาแล้วเอาแมวไปขังกรงไว้ สงสารก็สงสาร แต่ทำไงได้ เพราะที่บ้านทนพฤติกรรมแมวเหล่านี้ไม่ไหว ประกอบกับที่บ้านประกอบอาหารขายด้วย ใครมาเห็นอาจจะว่าอาหารเราไม่สะอาดได้


ขังไว้นานๆเข้า พอเราเอาอาหารไปให้ก็รู้สึกสงสาร เพราะมันทำตาละห้อย เหมือนอยากออกมาเที่ยวเล่นปีนต้นไม้ ตามประสาแมวทั่วไป พ่อกับแม่จึงปรึกษากันแล้วก็ได้ข้อตกลงว่าจะเอาทั้งหมดไปปล่อย(ตอนนั้นมีแมวทั้งหมด8ตัว) ในที่สุดก็หาที่เอามันไปปล่อยได้ โดยเอาไปให้ท่านเจ้าอาวาสวัดหนึ่งที่ท่านรักแมวและเลี้ยงแมวไว้เยอะอยู่แล้วช่วยเลี้ยงดูมันต่อไป เหลือไว้2ตัวที่บ้าน ตัวหนึ่งคือ แมวแก่ที่ใกล้จะตายแล้วเลยเลี้ยงมันต่อเพราะมันอยู่กับเรามานาน ให้มันได้ตายที่บ้านนี้แหละ ซึ่งมันได้จากไปแล้วเมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมา อีกตัวไม่ได้ตั้งใจจะให้อยู่ จับไปปล่อยพร้อมกับอีกหกตัวที่เหลือแล้วแต่มันไม่ยอมไป ยังไงก็ไม่ไป เอาไปขังกรงก็พังประตูกรงออกมาได้ ทั้งๆที่กรงนั้นทำจากเหล็กแท้ๆ
สุดท้ายก็เลยเหลือแมวตัวเมียไว้ที่บ้าน 1 ตัว แมวตัวนี้ก็ได้มีลูก ออกมาอีก5 ตัว มันเอาลูกของมันไว้บนยุ้งข้าวที่บ้านผม และไม่ค่อยจะโผล่มาให้เห็นนอกจากตอนที่มันหิวแล้วมาร้องขออะไรกินเท่านั้น
แมวตัวนี้เป็นตัวที่สร้างความรำคาญมาก เพราะชอบมาร้องขออาหาร พอเอาให้กินก็ไม่กิน กินก็ไม่หมด
แต่อยู่มาวันหนึ่งมันก็หายไป ทิ้งลูกทั้ง4ที่เพิ่งเกิดมาไม่กี่สัปดาห์ให้ร้องหาแม่ของมันอย่างน่าเวทนา
สุดท้ายรู้ว่ามันไปโดนยาเบื่อตาย คงเพราะมันคงชอบไปขโมยของบ้านคนอื่นกินแน่
ทีนี้เราก็เลยต้องกลายมาเป็นคนเลี้ยงแมวจำเป็น เพราะพ่อก็ไม่ชอบแมว ส่วนแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลา
ช่วงแรกๆก็ให้กินนมกล่อง โชคดีที่พวกมันยังกินนมกล่องได้ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ พอมันก็โตขึ้นอีกนิดก็ฝึกให้มันกินอาหารแมวสำเร็จรูป จนเดี๋ยวนี้แมวน้อยทั้ง4 โตขึ้นพอสมควรแล้ว
กิจวัตรประจำวันของผมก็คือ เช้า เอาอาหารมาให้ แล้วปล่อยจากกรง เก็บกวาดของเสียแล้วก็ปล่อยไว้ จนเย็นๆ ก็มาให้อาหารอีกรอบ เอาใส่กรง กับเตรียมกะละมังใส่ขี้เถ้าไว้ให้แมวไว้ปลดทุกข์
การที่เราได้เลี้ยงอะไรแล้วค่อยๆเห็นมันเจริญเติบโตขึ้นมานี่มันทำให้เราเกิดความผูกพัน ก็เลยเริ่มชอบแมวขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าให้เลือกจริงๆก็คงไม่อยากเลี้ยงอะไรหรอกเพราะตอนนี้ แมวทั้ง 4 ซนมากๆ แต่บางทีความน่ารักของพวกมันก็ทำให้เราคลายเหงาลงไปได้บ้าง
เอารูปเด็กๆทั้ง4มาให้ดูครับ กว่าจะถ่ายได้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

ตัวนี้ตัวโตสุดหนักสุดเลย

ทำมามองหน้าเดี๋ยวเหอะ
ตัวนี้ ถอดแบบมาจากทวดมันที่ตายมาเด๊ะๆเลย
ตัวสุดท้าย ท่ามันเท่ห์จริงๆ

จริงๆลูกแมวกำพร้าชุดนี้มีทั้งหมด 5 ตัว แต่ตัวสีทอง สวยมาก มันตายเพราะความซนของตัวเอง มันคงไปปีนกระเบื้องหลังคาเก่าที่พิงไว้หลังบ้าน แล้วกระเบื้องล้มมาทับขาหน้า ขาหัก แล้วฝนก็ตกหนัก มันโดนทับขานอนตากฝนทั้งคืน แต่ตอนเช้า ผมไปเจอเข้าพอเช็ดตัวห่มผ้าให้ มันก็ปรกติดี แต่ขาหัก กำลังคิดว่าจะพาไปหา สัตวแพทย์ แต่รออีก 2-3 วัน ก่อนเพราะไม่นึกว่ามันจะเป็นอะไรมาก พอเช้าวันที่3 หลังจากที่มันนอนตากฝน มันก็ตายครับ

วันนี้มาแนวสัตว์เลี้ยงแสนรักยังไงไม่รู้ เปลี่ยนบรรยากาศก็แล้วกันนะครับ

เอ้าเด็กๆ หม่ำ!

ตามกระแสหมีแพนด้า

จากกระแสเกาหลีฟีเวอร์ มาแวะกระแสจีนสักหน่อย ก็เรื่องของแพนด้าน้อยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ไงครับ
ช่วงนี้กระแสเห่อลูกน้อยของช่วง ช่วง กับ หลินฮุ่ย มาแรงมาก มีประกวดตั้งชื่อแพนด้าน้อยกัน
ผมเองก็เอากับเขาหน่อยครับ เขาให้ส่งชื่อเข้าประกวดก็เอากับเขาด้วย
ผมตั้งส่งไปสองชื่อ ชื่อแรกคือ คำหล้า อีกชื่อคือ อี้ผิง
ชื่อแรกผมว่ามันดูเป็นภาษาท้องถิ่น เมืองๆดี อีกชื่อผมไม่รู้ความหมายหรอก แต่ตั้งตามตัวการ์ตูนในเรื่อง Reborn แต่ก็อย่างที่ทราบว่าไม่ติด 1 ใน 4 กับเขา 555
เอาน่ะ ยังมีลุ้นโหวตชื่อ ลุ้นรางว้ลได้อีก ชื่อที่ผมชอบที่สุดคือหลินปิงครับ รองลงมาคือ ขวัญไทย
ส่งไป8ใบ ซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก1ชุด 4 ใบ 4 แบบครับ
ถ้าไม่พลิกโผ แพนด้าน้อยน่าจะได้ชื่อว่า หลินปิง เป็นไปได้สูงครับ เพราะมาแรงที่สุด
กับกระแสการเห่อลูกแพนด้า มีคนออกมาวิจารณ์ต่างๆนาๆ โดยเฉพาะกรณีที่ว่า เราเอาเงินไปเสียให้กับแพนด้าน้อยมาเกินเหตุหรือเปล่า กรณีนี้คล้ายๆกับ ที่ ช่วงที่เราเห่อ การแต่งงานของไมค์ และซูซู และก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์คล้ายๆกัน คือทำไมต้องเอาเงินไปหมดกับอะไรแบบนี้ เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม หรือเอาไปแจกคนจนดีกว่า
ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดแบบนั้นครับ
จนเมื่อมีผู้ใหญ่บางท่านออกมาชี้แจง ผมเลยเข้าใจครับ เพราะเงินที่เราไปหมดไปกับการโปรโมท นั้นสร้างเงินสะพัดให้ท้องถิ่น ซึ่งมีประโยชน์กว่าเอาเงินไปแจก เพราะผลที่ได้กระตุ้นเศรฐกิจในวงกว้างได้ดีกว่า ซึ่งเท่าที่เห็นก็เป็นแบบนั้นจริงๆ หยุดยาวที่ผ่านมา คนมาเที่ยวเชียงใหม่กันเยอะ ส่งผลมาถึงจังหวัดใกล้เคียงด้วย
ก็ว่ากันไปครับ เหลือแต่ลุ้นว่า แพนด้าน้อยจะชื่ออะไร และใครจะได้รับรางวัลใหญ่ (สาธุ ได้เงินล้านทีเถอะ)
แต่แพนด้าน้อยนี่มันน่ารักจริงๆนะ ผมว่าไว้รอกระแสซากว่านี้ก่อนว่าจะไปดูเหมือนกัน ช่วงนี้ไม่ไหวครับ คนเยอะเหลือเกิน รอคนน้อยๆกว่านี้อีกหน่อยค่อยไป กลัวแต่ว่ากว่าจะได้ไปดูแพนด้าโตเสียก่อน หรือไม่ก็กลับเมืองจีนไปเสียแล้ว