เข็มทิศชีวิต

ถ้าไปเดินตามร้านหนังสือทั่วไป คงจะได้เห็นว่าหนังสือเล่มนี้ติดอันดับหนังสือแนะนำ และขายดีในหลายๆร้าน หนังสือเล่มนี้เป็นที่ฮือฮามากช่วงที่เปิดตัวใหม่ๆ เพราะคนที่ได้อ่านบอกว่าดี เป็นหนังสือที่ช่วยในการจัดการกับชีวิตและจิตใจของเราให้มีความสุข ช่วยเยียวยาจิตใจที่กำลังเป็นทุกข์เพราะความผิดหวัง เสียใจ หรือจากปัญหาต่างๆในชีวิต

หนังสือออกมานานแล้วแต่เพิ่งได้มีโอกาสอ่านจนจบ เมื่อ่านจบแล้วก็พบว่าของเค้าดีจริงๆถึงได้ขายดีและมีเสียงชื่นชมมากมาย เห็นว่ามีเล่ม2และ3ออกวางขายเรียบร้อยแล้ว คงต้องหามาอ่านบ้างแล้ว

คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เขียนหนังสือออกมาได้น่าอ่าน เป็นธรรมะที่ย่อยง่าย มีเรื่องราวยกตัวอย่างที่น่าติดตามและตีดวามได้ง่าย จึงไม่แปลกใจที่หนังสือเล่มนี้เป็นที่นิยมมากเล่มหนึ่ง

ชีวิตที่หลงทางและวกวนอยู่ในเรื่องรัก โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา ความไม่รู้ ความผิดหวัง ความเศร้า การที่เรามีเข็มทิศช่วยแนะนำทิศทางที่ถูกที่ควร ก็คงดีไม่น้อย

ช่วงนี้ไปเดินร้านหนังสือจะเห็นหนังสือแนวให้กำลัง แนวจัดการชีวิต แนวนำทางไปสู้ความสำเร็จและร่ำรวยตืดอันดับขายดีกันเยอะ คงเป็นเพราะดลกเราทุกวันนี้ คนเรามีความทุกข์กันมากขึ้น และหาทางออกจากจิตที่ว้าวุ่นยากขึ้นทุกๆที บางครั้งการได้ใช้เวลาว่างทบทวนจิตใจและอ่านหนังสือดีๆสักเล่มก็ช่วยเราได้มากทีเดียว แต่ถ้าเข็มทิศเอาไม่อยู่ อีกหน่อยคงมีคนเขียนหนังสือ “GPS ชีวิต, เนวิเกเตอร์ชีวิต”ออกมาแน่ๆ
เอ้าคราวนี้ถ้ายังหลงอีกก็ให้มันรู้ไป

มึงสู้จริงหรือเปล่า

หนังสือเล่มนี้เห็นปกแล้วเตะตาดีจริงๆ แล้วพออ่านชื่อหนังสือยิ่งเกิดความสนใจมากขึ้น อารมณ์ดูปกแล้วเหมือนกำลังมีคนมาชี้หน้า แล้วถามเราว่า “มึงสู้จริงหรือเปล่า”

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณ สมคิด ลวางกูล ผมไม่เคยรู้จักเค้ามาก่อน เคยเห็บแว้บๆตามรายการทีวี แต่ก็ไม่ได้สนใจ
เมื่อได้ลองเปิดอ่านดูเห็นว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจดี บวกกับเป็นหนังสือแนวสร้างพลังใจ สร้างกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตซึ่งเหมาะกับเราตอนนี้พอดี เลยซื้อมาอ่าน

เมื่ออ่านจบแล้วนับว่าเป็นหนังสือที่อ่านสนุกทีเดียว ใช้สำนวนภาษาตรงๆแรงๆสมกับสโลแกนของคนเขียนที่เค้าบอกว่า “วลีกวนตา วาจากวนตีน”

คยเขียนเค้ารับประกันว่าหนังสือเล่มนี้ถ้าไม่ถูกใจ ยินดีคืนเงินเต็มจำนวน แบบไม่มีเงื่อนไข แถมให้เบอร์มือถือไว้อีกต่างหาก นับว่ากล้ามากทีเดียว ท้ายๆเล่มยังบอกไว้อีกด้วยว่า หนังสือของเค้าไม่ต้องซื้อก็ได้ ไปอ่านตามร้านเอาก็ได้ อย่างนี้ก็มี เค้าบอกที่ทำหนังสือไม่ได้อยากรวยเพราะรวยแล้ว แต่อยากให้คนไทยมีหนังสือดีๆอ่าน แถมยังบอกด้วยว่าหนังสือของสำนักพิมพ์ของเค้าดีทุกเล่ม รับประกัน โอ้ อย่างนี้ก็มี

เค้าเขียนหนังสือเล่มนี้จากบางส่วนของบทพูดที่เค้าได้ไปเป็นวิทยากรพูดปลุกใจ สร้างขวัญให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เกี่ยวกับการขายแห่งหนึ่ง เรื่องราวในเล่มเป็นการเล่าถึงการต่อสู้ชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต โดยแต่ละคนก่อนประสบความสำเร็จนั้นชีวิตต้องเจอกับเรื่องราวหนักหนาแสนสาหัสมานักต่อนัก และการต่อสู้ชีวิตของพวกเค้าที่ใช้เวลาแสนยาวนาน ชายที่ตกงานอยู่นานหลายปี ชายที่พยายามขายสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองมาตลอดเก้าปี ชายหนุ่มพิการจากครอบครัวยากจนที่ต่อสู้จนมีเงินล้านมีเมียเป็นหมอ และอีกสองสามเรื่อง เรื่องราวเหล่านี้น่าจะสร้างกำลังใจดีๆให้คนที่ได้อ่านได้ไม่ยาก

ถึงแม้หนังสือแนวเล่าเรื่องชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จจะมีอยู่มากแล้ว แต่เล่มนี้มีการเล่าเรื่องด้วยภาษาที่แตกต่างไป ทำให้ไม่รู้สึกน่าเบื่อ

ช่วงนี้ต้องการกำลังใจ อ่านหนังสือแนวๆนี้ก็ช่วยได้เยอะ

ขอปิดท้ายด้วยประโยคจากหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน

“ถ้ามึงสู้จริง มุ่งมั่น ทุ่มเท และไม่ยอมแพ้ พระเจ้าไม่มีสิทธิ์ประทานอย่างอื่นให้มึงนอกจากความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เท่า
ที่สำคัญก็คือ

มึงสู้จริงหรือเปล่า”

ท้ายเล่มมีการท้าทายเรื่องถ้าไม่ดีจริงไม่ชอบให้เอาหนังสือไปคืนได้ย้ำไว้อีกครั้ง แต่ผมว่าผมชอบนะ เก็บไว้อ่านดีกว่า

นิยายวัยรุ่น ตอนเรียนมัธยม

บทความก่อนนี้เขียนถึงหนังสือเด็ก บทความนี้จะเขียนถึงหนังสือเมื่อตอนเรียนมัธยม ตอนนั้นเริ่มจากตามเพื่อนครับ เห็นเพื่อนมีหนังสือวัยรุ่น หนังสือกลอน หนังสืออ่านแนววัยรุ่นๆ เราก็เลยหามาอ่านบ้างหลังจากอ่านแต่การ์ตูน กับแนวเยาวชนมาตลอก เริ่มหาหนังสือแนววัยรุ่นที่เป็นเรื่องแนวรักๆใคร่ๆ หรือแนวโตขึ้นมาหน่อยนั่นเอง ประมาณเดียวกับ นิยายรักวัยรุ่นที่เห็นกันเยอะแยะมากมายตามร้านหนังสือสมัยนี้นั่นเอง

หาอ่านไปเรื่อยๆ ลองอ่านไปๆมาๆ ไปชอบผลงานเขียนของนักเขียนท่านหนึ่งเข้าครับ ชื่อคุณ ดำรงค์ อารีย์กุล เลยติดตามอ่าน ติดตามซื้อหนังสือแทบจะทุกเล่มที่หาซื้อได้เลยทีเดียว ถ้าเป็นสมัยนี้ คงสั่งซื้อทางอินเตอร์เนท มีครบทุกเล่มได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ตอนนั้น เล่นเอาต้องไปตามหาซื้อตามร้านต่างๆทั้งในลำพูนและเชียงใหม่ ง่ายๆว่ามีร้านหนังสือที่ไหนต้องตามไปดูว่ามีของคุณดำรงค์ อารีกุลขายรึเปล่า มีโอกาสไป กรุงเทพ ไปเที่ยวทะเล ไปเจอร้านหนังสือที่ไหนก็ต้องแวะไปดูถ้ามีเล่มที่เราขาดอยู่ก็ซื้อทันที เป็นเอามากครับ
ที่ชอบเพราะเรื่องที่คุณ ดำรงค์เขียนมันไม่วัยรุ่นจ๋า หวานแหววจนเกินไป มีความตลกขบขัน บางเรื่องก็ซึ้งกินใจน้ำตาจะไหลซะให้ได้ ตัวละครแต่ละตัวก็มีสีสัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดี

ติดงอมแงม บางเล่มที่ได้มาต้องอ่านให้จบเล่มรวดเดียว ไม่งั้นไม่เป็นอันทำอะไรเลย อยากจะรู้ว่าเรื่องต่อไปจะเป็นไง ติดเองไม่พอเพื่อนยืมไปอ่านก็ชอบตามเราไปด้วย บางเล่มที่เพื่อนยืมไปก็เล่นไม่คืนเลย ชักดาบเราซะงั้น
เล่มที่ชอบที่สุดคือเรื่อง แหกคอกเขียว เป็นเรื่องวุ่นๆของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตลกมาก และเล่มนี้เองที่โดนเพื่อนยืมไปแล้วไม่คืน เสียดายจนเดี๋ยวนี้ ถ้าเจออีกจะซื้อเก็บไว้ ชอบขนาดที่ว่าตอนนั้นจะตั้งใจสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ได้เลยทีเดียว เป็นเอามาก

แต่หลังจากนั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่มัธยมปลาย ด้วยการเรียนที่หนักขึ้นเพราะต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย กับตอนนั้นเริ่มเข้าสู่วัฒนธรรม J POp กับ J Rock เลยเริ่มห่างหายกันไป จนเดี๋ยวนี้เองก็ไม่รู้ว่า คุณ ดำรงค์ ออกผลงานอะไรใหม่ๆมาอีกกี่เล่มแล้ว

ทุกวัันนี้ เวลาไปเดินร้านหนังสือเห็นหนังสือนิยายรักวัยรุ่น มีเด็กใส่ชุดนักเรียนเดินดู และเลือกหยิบไปอ่าน ก็นึกถึงเราในตอนนั้นเสียจริงๆ

555 เริ่มนิสัยคนแก่อีกแล้วสิเรา