Onward ถอยไปข้างหน้า ในที่สุดก็อ่านจบ


อ่านจบแล้วครับ หนังสือ Onward หรือที่มีชื่อไทยว่า ถอยไปข้างหน้า หนังสือที่เล่าเรื่องราวช่วงเวลาหนึ่งของกิจการกาแฟ Starbucks ที่ประสบปัญหารอบด้าน การเงินย่ำ่แย่ ภาพลักษณ์ของบริษัทที่ลดระดับต่ำลง หุ้นตก ยอดขายเตี้ย แต่ท้ายสุดแล้วสามารถต่อสู้และแก้ไขวิกฤตจนสามารถกลับมาเป็นแบรนด์กาแฟระดับสูงที่ผู้คนรู้จักไปทั่วโลก มีความมั่นคงและตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้น

สาเหตุที่ผมตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านก็ตามที่เขียนไว้ในบทความหนังสือ Starbucks กับคูปองซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง(ที่หมดเขตไปแล้ว)ตอนที่เขียนบทความยังอ่านไม่จบและคิดไว้ว่าถ้าอ่านจบแล้วจะเขียนถึงอีกที ตอนนี้อ่านจบแล้วก็ได้เวลาเล่าสู่กันฟัง อยากจะบอกว่าเป้นหนังสือที่อ่านสนุกและไม่เสียดายตังค์ซื้อเล่มหนึ่งเลยทีเดียว เป็นหนังสือที่น่าจะเป็นประโยชน์กับ คนที่กำลังทำธุรกิจ อยากจะทำธุรกิจ คนที่มีร้านกาแฟ อยากเปิดร้านกาแฟ และ คนที่น่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างมากก็คือคนที่อยากทำงานหรือกำลังทำงานอยู่ที่Starbucksนั่นเอง และบุคคลที่ควรอ่านที่สุดก็คือบรรดากิจการคู่แข่งของสตาร์บัคส์เองนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ

ส่วนที่น่าสนใจมากๆของเรื่องราวก็คือแนวทางการแก้ไขวิกฤติของ โฮวาร์ด ชูลท์ส CEO ของสตาร์บัคส์ที่แตกต่างไปจากแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างที่มันควรจะเป็นตามหลักทางการเงิน ผู้เชียวชาญทางการเงินหลายๆท่านได้ตั้งข้อสงสัยและไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายแล้ว Starbucks ก็สามารถกลับมาได้และมีหยุดยืนทางธุรกิจที่ชัดเจนและมั่นคงกว่าเดิม

Continue reading “Onward ถอยไปข้างหน้า ในที่สุดก็อ่านจบ”

เกาะดมชมโตเกียว ฮิกาซีน สเปเชี่ยล

ไปเดินเล่นๆที่ B2S หาอะไรอ่าน สะดุดตากับหนังสือเล่มนี้เข้า เปิดๆดูก็น่าสนใจดีครับ เลยซื้อมาอ่านซะเลย
เหตุผลที่ผมตกลงปลงใจเสียตังค์ซื้อหนังสือเล่มนี้มีหลายเหตุผลมาประจวบเหมาะกันพอดี
1.เป็นหนังสือเที่ยวญี่ปุ่นที่เป็นแนวเดียวกับที่อยากอ่านมานานแล้ว รูปแบบการนำเสนอน่าติดตามน่าสนใจดี รูปเพียบ
2.มีมุขแทรกตลอกเวลา ฮาๆดี
3.ชอบผลงานของพี่โน้ส เลยอยากรู้ว่าแกไปที่ญี่ปุ่นไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร
4.สถานที่ๆไปอยู่ในความสนใจของเรา

ซื้อมาก็ไม่ผิดหวังครับ ถึงแม้ว่ามุขจะแป้กเยอะเหมือนกัน ประมาณว่านี่มันมุขเฮียอะไรเนี่ย แต่เป็นหนังสือที่ทำให้ผมต้องอ่านแบบรวดเดียวจบ วางไม่ลงเลยทีเดียว คุ้มราคา หน้าสีเพียบทีเดียว
สำนวนภาษาเขียนที่เป็นกันเอง อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวกับพวกเค้าเลย เห็นบอกว่าจะมีเล่ม2ด้วย รออ่านแน่นอนครับแบบนี้ ออกเร็วๆนะเล่ม2
สถานที่ที่แนะนำแต่ละที่นั้นต่างจากหนังสือนำเที่ยวเล่มอื่นๆอยู่เยอะเหมือนกัน ปรกติเค้าจะไปชมธรรมชาติ ชมวัด ไปน้ำพุร้อนกัน
แต่นี่จะวนๆอยู่ในโตเกียว ไปกินซะเยอะ ร้านอาหารไปร้านขายของ ร้านของเล่น สวนสาธารณะที่มีคนมาขายงานศิลปะ และที่ที่ขายของแนวทะลึ่งๆ ร้านเสื้อผ้า อะไรแบบนี้

Continue reading “เกาะดมชมโตเกียว ฮิกาซีน สเปเชี่ยล”

เด็กชายหอยนางรมตีพิมพ์ใหม่แล้ว

ยาวนานเหลือเกิน กับหนังสือเล่มนี้ ที่กว่าจะได้มาครอบครองเวลาก็ผ่านมาเป็นสิบปี

ตอนแรกก็คิดว่าไม่ถึงหรอกนะครับ แต่พออ่านจากบทบรรณาธิการแล้วถึงได้รู้ว่าหนังสือรวมเรื่องสั้นเด็กชายหอยนางรมตีพิมพ์เป็นภาษาไทยครั้งแรกเมื่อปี 2544 และเมื่อมาถึงตอนนี้ก็2554 สิบปีแล้วจริงๆด้วย

รู้จักหนังสือเล่มนี้จากการได้อ่านคอลัมน์ของคุณ ‘ปราย พันแสง ในหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ อ่านแล้วก็เกิดสนใจหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาทันที เพราะเป็นผลงานเขียนหนังสือของ ทิมเบอร์ตัน ผู้กับและศิลปินที่ผมชื่นชอบผลงานของเค้าอยู่

ณ ตอนนั้นจะซื้อๆก็มีเหตุทำให้แคล้วคลาดกันเรื่อยมา เคยได้อ่านก็เพราะเช่ามาจากร้านหนังสือเช่า จะซื้อๆ ก็ลืมมั่ง ไม่มีเงินมั่ง จนเวลาผ่านไป


ตอนเขียนบทความ Tim Burton ทิมเบอร์ตัน กับเด็กชายหอยนางรมไว้เมื่อปีที่แล้ว เกิดนึกขึ้นได้และอยากได้มาเป็นเจ้าของ ตระเวณหาตามร้านขายหนังสือเก่าและเว็บไซต์สั่งหนังสือเว็บแล้วเว็บเล่าก็ไม่เจอ จนวันหนึ่งมีข่าวดีจากแฟนเพจของคุณ ‘ปราย พันแสง เองว่าหนังสือเล่มนี้กำลังจะได้รับการตีพิมพ์ใหม่ แทบจะกระโดดโลดเต้นกันเลยทีเดียว

เวลาผ่านไป รอวันแล้ววันเล่า ก็ไม่ได้รับข่าวคราว จนวันนึงมีน้องสาวที่ชอบหนังสือเล่มนี้เหมือนกันและทำงานอยู่ที่ร้านหนังสือแห่งหนึ่งบอกมาทางเฟซบุ๊คว่าหนังสือมีวางขายเแล้ว สิ้นสุดการรอคอย

ตระเวณตามร้านต่างๆทั่วลำพูน ไม่มี หรือว่าหาไม่เจอก็ไม่รู้ คาดว่าเนื่องจากหนังสือไม่ใช่หนังสือออกใหม่แต่เป็นการพิมพ์ใหม่ ร้านบางร้านอาจจะไม่สนใจสั่งมาวางขาย

ลำพูนไม่มีไปเชียงใหม่ก็ได้ หาอยู่หลายร้าน แม้กระทั่งร้านใหญ่ๆอย่างสุริวงค์บุ๊คเซนเตอร์ หรือ ดวงกมลก็ไม่มี สุดท้ายเจอที่ se-ed โรบินสันแอร์พอร์ต เหนื่อยจริงๆ แต่ก็คุ้มกับการได้หนังสือเล่มนี้มาครอบครองหลังจากที่คลาดกันไปคลาดกันมาแสนนาน

ใครที่รออยู่หรือเคยหาซื้อแต่ไม่ได้ โอกาสมาถึงแล้วครับ หาดูตามร้านหนังสือเจ้าประจำของท่านได้เลย ที่อื่นจะหายากแบบแถวๆนี้รึเปล่าก็ไม่แน่ใจครับ ถ้าไม่อยากยุ่งยากแบบผม สั่งซื้อหนังสือออนไลน์เอาก็ดีนะครับ สะดวกแถมมีส่วนลด

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่สามารถอ่านจบได้ในเวลาอันสั้น แต่ก็สามารถกลับมาอ่านใหม่และตีความกันได้หลายๆรอบ มีตัวหนังสือนิดเดียว ภาพประกอบจากฝีมือทิมเบอร์ตัน มาสไตล์ทึมๆ มัวๆ ดูหลอนๆลึกลับๆ แต่ก็มีความน่ารัก เนื้อหาเหมือนจะเป็นหนังสือเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็อ่านได้ เคยมีคนบอกว่าหนังสือเล่มไม่เหมาะจะให้เด็กอ่านด้วยซ้ำ

ท้ายเล่มมีบทความเกี่ยวกับหนังสือและผู้แต่งทิม เบอร์ตัน โดยคุณ ‘ปราย พันแสงผู้แปล ซึ่งก็น่าอ่านไม่แพ้เนื้อหาหลักของหนังสือ

เล่มนี้ผมชอบมากครับ อ่านแล้วอ่านอีกอยู่นั่นแหละ ไม่เสียแรงที่รอคอยมานาน

เดินเล่นในร้านหนังสือ

บทความนี้เป็นตอนต่อของ คิดเล่นๆในร้านหนังสือ ครับ

วันหนึ่งผมไปเดินเล่นที่ร้านหนังสืออย่างที่ชอบทำอยู่เป็นประจำ สายตาก็ไปสะดุดกับปกหนังสือเล่มนึงเข้า เล่มนี้ครับ

ถ้าดูผ่านๆตา อย่างไม่ละเอียดแล้ว อาจจะมีหลายคนที่คิดเหมือนกับผมว่า

“เฮ้ย พี่โน้ตอุดม ออกหนังสือใหม่แล้ว”

ด้วยความดีใจ แว่บนั้นก็รีบเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่ครับ ฮ่าๆ คนที่อยู่บนปกคือ อ.จำรัส เซ็นนิล ผู้เขียนหนังสือชื่อ เล่มเดียวคุ้มโรคภัย เล่มนี้นี่เอง(พี่โน้ตคงไม่เขียนหนังสือและตั้งชื่อแนวนี้แน่ๆ)

จากนั้นเวลาไปเดินเล่นที่ร้านหนังสือทีไร เวลาเห็นหนังสือเล่มนี้ทีไรก็ต้องขำตัวเองทุกที

           ล่าสุด อาจารย์่ท่านก็ได้ออกเล่ม2มาแล้วครับ วางแผงเรียบร้อย มาคราวนี้ไม่พลาดอีกแล้ว แต่ก็ยังแอบเหมือนอยู่นะ ดูผ่านๆก็นึกว่าพี่โน้ตอุดมเหมือนเดิม

ใครที่อยากรู้ว่าอาจารย์เป็นใคร หนังสือมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ลองเข้าไปดูที่เว็บของอาจารย์่ท่านได้เลยครับ www.jamrat.net

แต่หลังจากนั้นพี่โน้ตก็ได้ออกหนังสือเล่มใหม่ของพี่เค้ามาจริงๆ ชื่อหนังสือ “ดมได” ครับ มีหน้าปกตามรูป

(หน้งสือเล่มใหญ่มากครับ ไม่ใช่ขนาดพ็อคเก็ตบุ๊คทั่วไป)

เนื้อหาในหนังสือก็คือไดอารี่ที่พี่โน้ตเขียนไว้ ถ้าใครติดตามหนังสือเล่มก่อนๆของพี่โน้ตอุดมเค้า เล่มนี้มีรูปแบบเดียวกันกับหนังสือ GU เล่ม1-2-3 นั่นเอง

“คนดังเขียนไอดารี่ก็ขายได้ละ”

มีหลายๆคนพูดไว้ แต่การที่เราจะไปอยู่ในสถานะคนดังและเขียนไดอารี่ให้คนอ่านได้ไม่เบื่อและสอดแทรกแนวคิดที่เป็นประโยชน์ให้กับคนอ่านได้ มันก็ยากและมีต้นทุนเหมือนกันนะ

ผมอยากซื้อมาอ่านเหมือนกันครับ แต่ติดตรงที่หนังสือเล่มนี้ราคาสูงพอสมควร 450 บาทครับ เลยต้องถอยมาตั้งหลักก่อน เพราะช่วงนี้ดันซื้อหนังสือมาหลายเล่มละ นอกจากไม่มีตังค์แล้ว เล่มที่ซื้อมาเล่มก่อนๆยังอ่านไม่จบเลย แต่ถ้าเป็นสาวกพี่โน้ตแล้วก็คงควักเงินออกมาซื้อได้ไม่ยาก เพราะพี่โน้ตไม่ได้ออกหนังสือมานานมาก คนที่รออยู่ตอนนี้ก็คงสมใจแล้ว

………………………………
เครดิตรูปประกอบบทความ
เล่มเดียวคุ้มโรคภัย1 www.se-ed.com
เล่มเดียวคุ้มโรคภัย2 www.thaispecial.com/bookshop
ดมได www.se-ed.com

Tim Burton ทิมเบอร์ตัน กับเด็กชายหอยนางรม

ในบรรดาบุคคลที่ผมชื่นชอบผลงานนั้นมีคนหนึ่งที่มีสไตล์งานแนวมืดๆ ทึมๆ หม่นๆ ที่โดนใจผมมากๆ เขาคนนั้นคือ Tim Burton แรกเริ่มเดิมทีไม่รู้หรอกว่าผลงานนั้นๆเป็นของใคร เพราะเมื่อก่อนไม่เคยสนใจว่าหนังหลายๆเรื่องที่เราชอบๆอยู่นั้นใครกำกับ ไปๆมาๆ หนังหลายๆเรื่องที่เราชื่นชอบนั้นเป็นผลงานของคนๆนี้ไปซะอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่อง เอ็ดเวิร์ดมือกรรไกร Edward Scissor hands(1990), แบทแมนสองภาคแรก Batman (1989),Batman Returns (1992) ที่ผมคิดว่าเป็นหนังแบทแมนที่ผมชอบที่สุด, สลีปปี้ ฮอลโลว์ Sleepy Hollow (1999), พิภพวานร Planet of the Apes (2001), โรงงานช็อกโกแล็ตของชาร์ลี Charlie and the Chocolate Factory (2005) และมีอีกหลายๆเรื่องที่ยังไม่ได้ดูแต่จะหามาดูให้ได้แน่ๆในอนาคต

ผลงานของเขาที่เราๆท่านรู้จักส่วนมากนั้นก็จะเป็นผลงานกำกับภาพยนต์เสียส่วนใหญ่ แต่ทุกครั้งเมื่อนึกถึงเขา นอกจากจะนึกถึงหนังของเขาแล้วยังมีผลงานที่ประทับใจผมอีกชิ้นหนึ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก นั่นก็คือผลงานหนังสือเรื่องสั้นของเขา ที่มีชื่อว่าThe Melancholy Death of Oyster Boy & Other Stories (ความตายอันทุกข์ระทมของเด็กชายหอยนางรม)

ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหนังสือหายากไปแล้ว และหนังสือเล่มนี้เคยมีคนแปลและพิมพ์เป็นภาษาไทยจำหน่ายในบ้านเราด้วย(แปลโดยคุณ ‘ปราย พันแสง) ใช้ชื่อหนังสือภาษาไทยสั้นๆว่า”เด็กชายหอยนางรม” เสียดายมากๆที่ตอนนั้นไม่ได้ซื้อไว้ แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยว่าจะไปซื้อที่ไหน
โชคยังเข้าข้างที่ยังมีให้อ่านออนไลน์ ที่นี่ homepage.eircom.net
เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ภาษาไทยไม่รู้ว่าจะหาอ่านที่ไหนเหมือนกัน แต่ก็ยังดีที่มีให้อ่าน

เป็นหนังสือที่ดีมากๆครับตอนแรกผมก็ไม่ค่อยอิน ค่อยเก็ทเท่าไหร่ พออ่านไปเรื่อยๆ แล้วหาอ่านที่คนอื่นๆมาตีความไว้ในหนังสือหรืออินเตอร์เนททำให้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้มีความลุ่มลึกของมันอยู่ บางเรื่องอ่านๆดูแล้วตลกร้ายดี
ช่วงนี้เกิดอยากได้มาอ่าน หาไม่ได้แล้วครับ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน แต่ก็ได้รู้ว่ามีคนชอบหนังสือเรื่องนี้เยอะเหมือนกัน
ยกตัวอย่างสักสองบล็อกที่เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกันครับ
wednesdaychild.exteen.com
madampee@bloggang.com
ใครไปเจอในร้านหนังสือเก่าซื้อมาเก็บไว้เลยนะครับ หนังสือดีจริงๆน่ามีเก็บไว้อ่าน

ตอนนี้ทิมเบอร์ตันเองก็มีเว็บแกลลอรี่, Facebook และ Twitter ไว้ให้แฟนๆที่ชื่นชอบผลงานได้ติดตามกัน
www.timburton.com เป็นเว็บที่แนวมากๆครับ ใครชอบคุณทิมเบอร์ตัน ไปดูด่วนเลย
Tim Burton’s Facebook
Tim Burton”s Twitter
อีกเว็บที่น่าสนใจ เกี่ยวกับทิมเบอร์ตัน โดยเฉพาะหมวดหมู่ Multimedia นี้จะมีflash animationเรื่อง Stainboy ที่เป็นตัวละครที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งของทิมเบอร์ตัน (มี6ตอน)
www.timburtoncollective.com

คิดเล่นๆในร้านหนังสือ

เรื่องนี้แว้บขึ้นมาในสมองตอนเดินเล่นในร้านหนังสือครับ เกิดจากการเราได้อ่านชื่อหนังสือแต่ละเล่ม อ่านไปอ่านมาก็เอามาปะติดปะต่อเป็นเรื่องเดียวกันได้ซะงั้น โดยหนังสือแนวจัดการกับชีวิตหรือแนวแนะนำไปสู่ความสำเร็จหรือความสุขช่วงนี้ออกมาเยอะมาตัวอย่างเช่นบทความก่อนหน้านี้ที่ได้เขียนถึง
เข็มทิศชีวิต แล้วดูๆไปหนังสือแนวนี้มันมีเยอะมาก ยิ่งออกมาแล้วก็เหมือนมันคุยกับเราอยู่เลย

เริ่มด้วยเล่มนี้ ชีวิตถ้ามันหาทางออกไม่ได้หรือหลงทาง คุณต้องมีนี่
เข็มทิศชีวิต
แต่ถ้าคุณยังหาทางออกไม่เจอ แสดงว่าคุณไม่รู้เกี่ยวกับเข็มทิศดีพอ ใช้เข็มทิศไม่เป็นใช่ไหม งั้นต้องอ่านนี่
เห็นไหมคุณต้องรู้กฎของเข็มทิศก่อน แหม ใช้เข็มทิศไม่เป็นไม่งั้นก็หลงทางแบบเดิมแหละ
แต่เอ๊ะ ถ้าคุณหาทางออกได้แ้ล้ว หาเส้นทางแห่งความสุขเจอแล้ว คุณจะมีความสุขได้ไง ถ้าคุณไม่รู้จัก

นี่ไง ความสุขเค้าก็มีกฏของมันนะคุณ จะไปมีความสุขพร่ำเพรื่อมันไม่ได้ มันจะไม่สมบูรณ์
เอ่อ ผมจะทุกข์เพราะค่าหนังสือนี่แหละครับ ถ้าต้องซื้อทั้ง3เล่ม ฮ่าๆ (พูดเล่นนะครับ หนังสือเขาดีจริงๆ ใครที่ชอบเล่มแรกก็น่าจะหาเล่ม2กับ3มาอ่านกันนะครับ)
อ๊ะ นี่ก็อีกชุดนึง เป็นหนังสือที่ดังพอๆกันเลย
คนเราจะประสบความสำเร็จได้ เพราะในชีวิตและการใช้ชีวิตนั้นมีเคล็ดลับและความลับ(The Secret)อยู่ คนที่เค้ามีชีวิตที่ดีและประสบความสำเร็จเค้ารู้ความลับเหล่านี้และใช้มัน หนังสือเล่มนี้จะบอกคุณถึงความลับนั้น แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ มีความสุขในชีวิต
ชื่อหนังสือ The Secret
แต่ออกมาไม่นาน ก็มีคนมาบอกว่า มีความลับที่ลับกว่านั้น เป็น
ไงละนี่ลับกว่านะ The Top Secret เชียวนะ แค่ความลับธรรมดาๆ The Secret มันอาจจะน้อยไปนะ
แต่ เดี๋ยวก่อน มันยังมีที่ลับกว่านั้นอีก
นี่ไงภาคสอง เล่มที่แล้วมันลับไม่พอ นี่เล่มสอง ลับเข้าไปอีก
นึกว่าจะไม่มีอะไรลับกว่านี้อีกแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน เดินไปเดินมาเจอเล่มนี้เข้าก็เหมือนมีคนมาบอกว่า
คุณจะรู้ความลับได้ไงถ้าคุณยังไม่มี
The Key กุญแจไงคุณ ไม่มีกุญแจก็หาไม่เจอหรอกความลับอะไรนั่น มันจะไขเข้าไปหาความลับไม่ได้ไง ฮ่าๆๆๆๆๆ
เอือม ความสำเร็จในชีวิตนี่ มันได้มาไม่ง่ายจริงๆนะเนี่ย ต้องมีเข็มทิศ มีความลับอะไรเต็มไปหมด แล้วก็ต้องมีกุญแจไว้ไขความลับอีก
โอ้ย จะบ้าตาย
ขำๆนะครับ หนังสือข้างบนทุกเล่มเป็นหนังสือดีจริงๆครับ หรือดีไม่ดียังไงลองไปหาอ่านตามร้านหนังสือดูกันครับ
ผมว่าผมคงผิดปรกติแล้วนะ คิดอะไรเป็นวรรคเป็นเวรได้ขนาดนี้ คงจะว่างมากไปหน่อย ฮ่าๆ
อ่อ แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แล้วล่ะก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยนะ ว่า