“เราจะมีชีวิตที่ดี” ส่วนเติมเต็มของ “การลาออกครั้งสุดท้าย”


คงมีหลายๆคนได้อ่านหนังสือ “การลาออกครั้งสุดท้าย” แล้วชอบหนังสือเล่มนี้กัน
หลายๆคนอยากมีชีวิตแบบนั้น ที่เป็นอิศระจากการทำงานประจำ มีอิศระทางการเงิน ให้เงินทำงาน เพียงพอที่จะงอกเงยมาใช้จ่ายในชีวิต ไม่ต้องทำงาน
ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่อยากเป็นให้ได้แบบในหนังสือ

ไม่รู้มาก่อนว่าหนังสือ “การลาออกครั้งสุดท้าย” มีเล่มต่อ เพิ่งมารู้เอาเมื่อไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนคนหนึ่ง ที่หนังสือเล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่ความรักจนทำให้ทั้งคู่ได้แต่งงานร่วมชีวิตกัน หนังสือเล่มที่ว่าก็คือ “เราจะมีชีวิตที่ดี”

กลับจากงานแต่งก็รีบไปหามาอ่านอย่างไวเลยครับ

Continue reading ““เราจะมีชีวิตที่ดี” ส่วนเติมเต็มของ “การลาออกครั้งสุดท้าย””

ไปงานหนังสือมา

เป็นปีแรกครับที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศงานหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต

คนเยอะจนน่าตกใจครับ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะนี่คืองานหนังสือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเรานี่เนาะ

รูปนี้ตอนจะเดินเข้าไปในงานครับ ค่อยๆกระดึ๊บๆไปทีละนิดๆ หนังสือเขาขายนะครับ ไม่ได้มาแจกฟรี

งานหนังสือใหญ่อย่างนี้ ก็ต้องมีนักเขียน คนดังมาโชว์ตัว มาแจกลายเซ็นต์ ถ่ายรูปกับแฟนหนังสือมากมาย วันที่ผมไปเจอสองท่านนี้ครับ คุณวิกรมกับคุณหนุ่มเมืองจันทร์ (คุณเจนนิเฟอร์คิ้ม ลงจากรถเดินผ่านไปแว๊บๆ ถ่ายรูปไม่ทัน เสียดายจัง)

ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปซื้ออะไรเป็นพิเศษ แต่ก็อดใจไม่ได้ เพราะบางร้านลดเยอะจริงๆ เลยจัดมานิดหน่อย แต่ก็หมดไปเกือบพันเหมือนกัน (นี่ถ้าตั้งใจจะไปซื้อจะขนาดไหนนะ) Continue reading “ไปงานหนังสือมา”

ร้านชำสำหรับคนอยากตาย

“ถ้าคุณชอบงานของทิม เบอร์ตัน ชอบ Adam family หนังสือเล่มนี้อาจจะทำให้คุณพบรักครั้งใหม่”

คำอธิบายของหนังสือเล่มนี้ที่พิมพ์ไว้บนปกหลัง ทำให้ผมตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน

เมื่ออ่านจบพบว่าไม่ได้เป็นประโยคที่เกินเลย หนังสือเล่มมีกลิ่นไอของทั้งสองอย่างที่ว่ามา และผมก็ชอบนะ ถึงแม้ว่าเมื่ออ่านจบแล้วจะไม่ถึงกับสิ่งที่คาดหวังไว้ในตอนแรก อาจจะเพราะ ผลงานของทิมเบอร์ตัน และ ครอบครัวตระกูล Adam นั้นสร้างระดับความหมองหม่นไว้สูงเกินไปก็ได้ แต่หนังสือร้านชำฯ นี้ก็ทำได้ดีนะ

เป็นเรื่องราวของร้านที่ขายของสำหรับที่อยากฆ่าตัวตาย โดยครอบครัวที่มีความหมองหม่น ออกจิตๆ เรื่องราวแนวตลกร้าย

มีเรื่องราวที่เกี่ยวกับแอปแหว่งที่เป็นโลโก้ของของบริษัท Apple ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่า Apple เอาแรงบัลดาลใจจากเรื่องที่ว่ามาสร้างเป็นโลโก้จริงๆรึเปล่านะครับ

หนังสือเล่มนี้ดำเนินเรื่องง่ายๆ อ่านง่ายๆ ไม่ซ้บซ้อน สามารถอ่านจนจบได้ในเวลาไม่นาน อ่านสนุกครับ

จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ฟรีฟอร์ม ที่ มี คุณ ‘ปราย พันแสง เป็นผู้ดูแล น่าจะการันตีได้ว่าไม่ผิดหวังแน่นอนถ้าจะซื้อมาอ่าน

อ่านเล่มนี้จบแล้วคิดว่าอาจจะลองหาหนังสือเล่มอื่นๆในเครือ ฟรีฟอร์ม มาอ่านอีก เพราะเท่าๆที่ดู สำนักพิมพ์ ฟรีฟอร์ม กำลังหาหนังสือที่น่าสนใจจากภาษาต่างๆทั่วโลกมาแปลให้เราได้อ่านกัน เยอะดี ดูจากโฆษณาแนะนำหนังสือท้ายเล่ม ก็มีหลายๆเล่มน่าสนใจ ลองเข้าไปดูได้ที่ freeformbooks.blogspot.com

ปล. หนังสือเล่มนี้หาซื้อยากหน่อยนะครับ

หนังสือเล่มแรกของพี่โน้ต อุดม


หนังสือ “โทษฐานที่รู้จักกัน” เป็นหนังสือเล่มแรกของพี่โน้ต ที่เมื่อตอนพิมพ์ออกมาจำหน่ายครั้งแรกในตอนนั้น สร้างความฮือฮาให้กับวงการหนังสือไว้หลายประเด็น ที่ผมจำได้ก็มี

หนึ่ง เป็นหนังสือที่ขายดีมาก ในช่วงที่มีวิจัยออกมาว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยมาก ขายดีมากโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ตีพิมพ์ออกมากี่ครั้งพอวางขายก็หมด หาซื้อยากมากๆ เพื่อนๆที่โรงเรียนใครมีอ่าน จะรู้สึกเหมือนได้ครอบครองของหายาก และจะมีเพื่อนๆเข้าคิวรอยืมอ่านกันยาว

สอง ด้วยความที่ขายดีมาก ยอดขายถล่มทลายในช่วงที่ยอดขายหนังสือโดยรวมซบเซา จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนังสือเล่มที่มาสร้างความตื่นตัวให้คนสนใจการอ่านมากขึ้น จึงมีการเสนอให้มีการมอบรางวัลที่เกี่ยวกับวงการวรรณกรรมให้พี่โน้ตเพื่อเป็นกำลังใจ แต่กลับกลายเป็นประเด็นโต้แย้ง เกี่ยวกับงานเขียนของพี่โน้ต มีฝ่ายที่ต่อว่าดูแคลนว่างานเขียนของพี่โน้ตนั้นเป็นขยะทางวรรณกรรม บ้างก็บอกให้พี่โน้ตเลิกเขียนหนังสือเสีย เพราะมันไม่มีคุณค่าทางวรรณกรรมใดๆเลยๆ จนพี่โน้ตต้องออกมาตอบโต้ด้วยประโยคที่ว่า

“พ่อขุนรามคำแหงไม่ได้ประดิษฐ์ตัวอักษรไทยไว้ให้ใครใช้คนเดียว”

หลังจากนั้นพี่โน้ตก็ยังมีงานเขียนออกมาเรื่อยๆและขายดีทุกเล่ม

Continue reading “หนังสือเล่มแรกของพี่โน้ต อุดม”

หนังสือ ต๊อบ Story, หนังจบอารมณ์ไม่จบ


หนังจากที่ไปดูหนังเรื่อง Top secret วัยรุ่นพันล้าน มา มีหลายๆเรื่องที่เกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของตัวผมเอง ที่อยากรู้ในหลายๆเรื่องนอกเหนือไปจากที่มีในหนัง และคิดว่าอีกหน่อยคงมีเหนังสือที่รวบรวมบทสัมภาทย์หรือเรื่องราวชีวิตจริงของ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” ออกมาแน่นอน เพราะหนังประสบความสำเร็จมากทั้งเรื่องของรายได้และเรื่องของคุณค่าของหนังที่มีต่อผู้ชม ที่ช่วยจุดประกาย จุดไฟให้กับคนที่ได้ดู ให้พอจะมีลูกฮึดขึ้นมาสู้กับอะไรๆได้อีกสักเฮือกนึง

อ่านจบ หลายๆสิ่งที่ผมสงสัยและคาใจอยู่ก็ได้รับคำตอบ และในหนังสือก็มีรายละเอียดมากกว่าในหนัง ได้อามรณ์และรสชาติที่แตกต่างออกไป แต่ที่เหมือนๆกันก็คือเรื่องที่คุณต๊อบมักจะย้ำไว้เสมอไม่ว่าจะออกสื่อไหน ในหนัง ในหนังสือ ในรายการทีวี ก็คือ “อย่ายอมแพ้”

ส่วนที่ผมติดใจจากในหนังอันนึงก็คือเรื่องของ “ลุงเทือง” ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นตัวละครที่บทหนังเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้หนังมีสีสัน แต่จริงๆแล้ว ลุงเทืองมีตัวตนอยู่จริงๆ และก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตของ “เถ้าแก่น้อย” ดำเนินมาได้จนถึงวันนี้ และในอีกหลายๆเรื่อง ผมก็ได้คำตอบในข้อสงสัยแล้ว เช่น เกมที่ทำเงินให้คุณต๊อบเยอะๆในตอนนั้น ก็คือเกม Ever Quest  หาใช่ Ranarok อย่างที่คิดไว้ตอนแรก (ในหนังสือเขียนชื่อเกมนี้เป็นภาษาไทยว่า “เอเวอร์เพลส” น่าจะเขียนผิด ตอนนี้เกมนี้มีมา 13 ปีแล้ว และเกมนี้ยังคงเปิดให้บริการอยู่มาจนถึงปัจจุบัน)

หนังสือมีเนื้อหาน่าติดตามและเรียบเรียงลำดับหตุการณ์ไว้ดีครับ อ่านได้ไม่เบื่อ อ่านแล้วรู้สึกอยากอ่านต่อไปเรื่อยๆจนจบ

ถ้าใครกำลังคิดว่าดูหนังแล้วมาอ่านหนังสือจะมีอะไร อยากจะบอกว่ามีรายละเอียดต่างๆเพิ่มเข้ามาเยอะอยู่เหมือนกัน ถ้าสนใจอยากรู้ในเรื่องของรายละเอียดต่างๆที่นอกเหนือไปจากในหนังและตัดในส่วนของความเป็นหนังที่ต้องเพิ่มเติมความดราม่าเข้าไปแล้ว คิดว่าซื้อไปอ่านไม่เสียดายเงินแน่นอน แต่ถ้าแค่ต้องการในส่วนของไอเดียหลักๆ ถ้าเทียบกับเนื้อหาของหนังแล้ว ก็ไม่ค่อยมีอะไรต่างกันมากนัก ถ้าซื้อไปแล้วจะถูกใจหรือเสียดายเงินก็คงต้องแล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคนแล้วครับ

ถ้าในความเห็นในส่วนตัวของคนที่ชอบอ่านหนังสือที่เป็นเรื่องราวประวัติชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็ หนังสือเล่มนี้ผมชอบมากและคุ้มค่าที่ซื้อมาอ่านจริงๆ

บล็อกนี้แสดงให้เห็นถึงประโยคที่ว่า “หนังจบ อารมณ์ไม่จบ” ได้เป็นอย่างดีนะครับเนี่ย ^_^

หนังสือ Fail ผมให้ Win


ไปเดินเล่นร้านหนังสือแล้ว เห็นหนังสือปกเหลืองๆมาแต่ไกลก็นึกว่าเป็นหนังสืออะไร พอเดินเข้าไปดูก็ อ๋อ หนังสือ รวม Fail จากเว็บดัง Fail.in.th นี่เอง

คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากเพราะคิดว่าทุกคนในนี้คงได้ผ่านหูผ่านตาผลงานของเว็บ Fail กันมาบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อย รูปหลายๆรูปฮาๆจากเว็บนี้ได้ถูกแชร์ ถูกส่งต่อกันมากมาย สร้างความฮาความขำกันมามากนัก

หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวม Fail ที่คัดสรรมาแล้วว่าเป็น “สุดยอด” ของทั้งหมดที่ถูกเผยแพร่ลงในเว็บ Fail.in.th ตลอดสองปีที่ผ่านมา จึงรับประกันความฮาได้ จากที่อ่านจนใกล้จะจบแล้วก็รู้สึกว่า คุ้มดี สีทั้งเล่ม 259 บาท เคยคิดไว้ว่าถ้ามีรวมเล่มจากเว็บ Fail ออกขายจะซื้อเก็บไว้ เพราะยังชอบและคิดว่าการได้อ่านอะไรจากหนังสือที่เป็นกระดาษ เป็นเล่มๆ มันยังได้อารมณ์กว่าการอ่านหรือดูจากหน้าจอ แต่ถ้าใครไม่อยากเสียตังค์ เนื้อหาทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้อยู่ใน Fail.in.th ตามดูกันได้ตามปรกติ และยังมีที่ไม่ได้ถูกตีพิมพ์ไว้ในนี้อีกเยอะ

หนังสือที่มีแต่รูปแบบนี้ตอนแรกนึกว่าจะอ่านจบถายในเวลาแป๊บเดียว แต่พอเอาจริงๆแล้ว อ่านได้นานเหมือนกันนะครับ เพราะไม่ได้คัดมาแต่เฟลเท่านั้น แต่ยังคัดเอาความคิดเห็นต่อเฟลนั้นๆที่เป็นคอมเมนต์ฮาๆมาเสริมเข้าไปด้วย บางเฟลตัวมันเองไม่เท่าไหร่ครับ แต่คนที่มาเมนต์นี่สิ ฮากว่า

จากคำนำที่เขียนว่า เป็นหนังสือที่การคัดเนื้อและตรวจทานเต็มไปด้วยความฮา ก็น่าจะจริงตามนั้นครับ ตอนเปิดๆดูอยู่นี่เดาอารมณ์คนทำหนังสือได้เลย ^_^

ถ้ามีเล่มสองออกมาอีก ก็คงจะอุดหนุนกันอีกแน่นอนครับ