ระหว่างทาง

Adsense
ในที่สุดผมก็ได้เงินก้อนแรกจาก Google Adsense หลังจากทำมาหลายปี

ยอดเพิ่งครบขั้นต่ำของการจ่ายเงินไป

ผมเริ่มทำบล็อกนี้เมื่อ ปี 2009 ตอนนั้นว่างงานและมีแนวคิดจะหาเงินจากการทำบล็อก หรือ การตลาดออนไลน์ เพราะไม่อยากกลับไปทำงานประจำ วาดฝันไว้สวยหรู

ช่วงนั้น ก็ตั้งความหวังไว้ต่างต่าง นานา ฝันถึงการทำงานแบบอิสระ ขอแค่มีโน้ตบุ๊คกับอินเตอร์เนท จะไปอยู่ไหนก็ได้

ทำๆลบๆ มาก็หลายบล็อก

ปีสองปีแรก ยอดก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ น้อยนิดมาก เดือนนึงยังไม่ถึง 1 USD ด้วยซ้ำ ไม่สามารถอยู่ได้อย่างแน่นอน แม้กระทั้งตอนนี้ยอดก็ไม่ได้ต่างจากตอนนั้นเท่าไหร่หรอก ฮ่าๆๆ

สุดท้ายไม่ไหวก็ต้องหางานประจำทำ ไม่งั้นแย่แน่ๆ

ถึงอย่างนั้นแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่เลิกทำบล็อก ยังเขียนต่อมาจนถึงตอนนี้ เพราะรู้สึกว่ามันสนุก และมีความสุขที่ได้เขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ หลายๆครั้งได้รับเสียงตอบรับจากคนที่มาอ่าน ก็รู้สึกชื่นใจ ดีใจ

แทบไม่ได้สนใจยอด Adsense เลยด้วยซ้ำ มารู้ตัวอีกทีก็มีเมลแจ้งว่ามีการโอนเงินมาให้แล้วนะ เมื่อสองสามวันก่อน

ถ้านี่เป็นการทำธุรกิจอะไรสักอย่าง มันคงเรียกได้ว่า ขาดทุนย่อยยับ เพราะยอดที่ได้มานี้ เทียบกับค่าโดเมนเนมมาตลอด 7 ปี และค่าเช่าโฮสอีกเดือนละสามร้อยกว่าบาทตลอดสี่ปีมานี้ (3ปีแรกทำบล็อกฟรีที่ Blogger) ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว Hosgator ก็เพิ่มค่าเช่าโฮสรายเดือนอีก คิดเปนเงินไทยประมาณมาณสี่ร้อยกว่าบาท ต้นทุนเยอะกว่าเห็นๆ

เงินจำนวนสามพันกว่าบาท ให้ใช้ 7 ปี ใช้ยังไงก็ไม่พอหรอก ^_^

แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกแล้ว มันดีมากๆ

ระหว่างที่เดินทางมา อาจจะไม่ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ ผิดหวัง เสียใจ แต่ระหว่างทางก็ทำให้ได้ค้นพบอะไรหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกเท่านั้น อย่างน้อยก็มีความรู้ในการทำบล็อก ทำเพจเข้ามาด้วยล่ะนะ

ในมุมมองบางมุม นี่อาจจะเป็นบทความของคนขี้แพ้ทีถูกเขียนขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเอง

แต่การได้อะไรกลับมาบ้าง ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เมื่อก่อน เคยบอกตัวเองกว่า ชอบสิ่ง นั้นสิ่งนี้ แต่ก็ไม่เคยมีอะไรที่ทำได้ต่อเนื่องนานๆ

ตอนนี้การเขียนบล็อก การเป็น Blogger เป็นสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่สุดเท่าที่เคยทำมา

มองไปรอบๆตัว บางคนที่เริ่มทีหลังเราด้วยซ้ำ ตอนนี้ไปไกลกว่าเรามากแล้ว

หลายครั้งที่ได้อ่านสัมภาทย์หรือได้พูดคุยกับคนที่ไปถึงจุดที่เราเคยตั้งไว้แล้วเนี่ย ก็รู้สึกอิจฉา ดีใจกับเค้าจริงๆ

ความรู้และหลักการเบื้องต้น คล้ายๆกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจับทางถูก และจะต่อยอดกันไปได้แค่ไหน

มาถึงตอนนี้ ความหวังที่ว่าจะให้สิ่งนี้เป็นงานที่สร้างรายได้หลักให้กับเราได้ก็ยังมีอยู่ แต่ก็เรือนรางเต็มทน

แต่ การเขียนบล็อกเนี่ย มันสนุกจริงๆนะ

storylog.co เล่าเรื่องของคุณสิ


ช่วงนี้จะเห็นว่ามีการแชร์เรื่อง แชร์ลิงค์ มาจากแหล่งๆหนึ่งที่ชื่อ Storylog เยอะขึ้นเรื่อยๆ

ที่ผ่านหูผ่านตามาเนี่ย มีแต่เรื่องน่าอ่านๆทั้งนั้น หนึ่งในเรื่องที่ผมชอบมากๆ คือเรื่องนี้ครับ โปรดระวัง… ความสำเร็จของแต่ละคน ไม่สามารถ Copy กันได้ !!! จำไม่ได้ว่าใครแชร์มา น่าจะจากเพจจ่าพิชิต

เราก็เลยเกิดสนใจ ลองเข้าไปศึกษา ผมมองว่าเป็นเหมือนโซเซียเน็ทเวิร์คใหม่สำหรับเขียนเรื่องราวต่างๆลงไป แล้วก็สามารถแชร์ไปโซเชี่ยลอื่นๆ อย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ กูเกิลพลัส ฯลฯ และสามารถติดตามคนเขียนเรื่องที่เราชอบอ่านได้ ไปโหวต ไปคอมเมนต์ได้

น่าตาเรียบง่าย ใช้งานกันง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนยุ่งยาก สมัครใช้งานได้ง่ายๆโดยใช้ ID facebook

แนวคิดของการสร้าง Storylog ขึ้นมาเนี่ยน่าสนใจดีครับ

เกิดจากการที่โซเซียลเน็ทเวิร์คเดี๋ยวนี้มีรูปแบบที่หลากหลาย แชร์รูป แชร์วิดีโอก็มีแล้ว ทีนี้คนก่อตั้งเค้าอยากมีที่ที่เน้นเฉพาะเรื่องของการ “เขียนเล่าเรื่อง”

ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นอื่นๆออกไป รูปประกอบก็ใส่เป็นรูปหัวเรื่องได้แค่รูปเดียว ไม่มีฟังค์ชั่นการสร้างลิงค์ แปะคลิป แปะรูป หรือโน่นนั่นนี่ ที่เราเห็นมีแค่ตัวหนังสือที่เล่าเรื่องราวต่างๆเท่านั้นเอง ตรงนี้ทำให้เห็นความแตกต่างจาก Blog อย่าง Blogger หรือ WordPress ตรงที่มีความเรียบง่ายกว่า

จริงๆอ่านแค่แนวคิดอย่างนี้แล้วเนี่ย แว๊บแรกอาจจะคิดว่ามันจะดูน่าเบื่อไปไหมกับไอเดียนี้ แต่พอได้เข้าไปลองใช้งานดูแล้ว สนุกกว่าที่คิดไว้นะ

Continue reading “storylog.co เล่าเรื่องของคุณสิ”

ความพยายาม พัฒนาการ และผู้ถูกแซงหน้า

ตอนเรียนมัธยมต้น การ์ตูนเรื่องสแลมดังค์ ทำให้เกิดอยากเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลขึ้นมา

เลยเริ่มออกไปเล่นบาสตอนเย็นที่ๆสนามโรงเรียนใกล้บ้าน

ด้วยความที่ตัวสูงและมีพื้นฐานเล่นกีฬามาบ้าง เลยดูเหมือนว่าเราเล่นบาสเก่งจังในตอนนั้น โดยเฉพาะการดีเฟนส์ ใต้แป้น และการรีบาวด์

ใครมาชู้ทต่อหน้าต่อนี่โดนตบปลิวไปหมด

ทำให้ใจรู้สึกลำพองว่าเรานี่เล่นบาสเก่งแฮะ

ถ้าไม่นับเพื่อนที่เล่นเก่งอยู่แล้ว เราก็รองๆลงมาเลยนะ

นอกนัันที่เล่นๆด้วยกันก็ดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มหัดเล่นกันซะส่วนใหญ่ มีแต่อ่อนๆ

ด้วยความที่เห่ออยู่พักใหญ่ กลุ่มที่เล่นบาสด้วยกันเจอกันแทบทุกเย็น

เวลาผ่านไป เริ่มเห่อน้อยลง ไปบ้างไม่ไปบ้าง แล้วก็ไม่โผล่ไปเล่นหลายเดือนเลย

กลับไปเล่นอีก เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง

Continue reading “ความพยายาม พัฒนาการ และผู้ถูกแซงหน้า”

CMU Story : รวมมิตรอ่านหนังสือสอบ

ไม่ได้เขียน CMU story มานานเลย ช่วงนี้มีคนเข้ามาอ่านมาเมนต์เรื่องเก่าๆของ CMU story เลยนึกได้ว่าเรามีเขียนเรื่องตอนเรียนลงบล็อกด้วยนะ บทความชุดเล่าความหลัง

ช่วงนี้ฝนตก เวลาฝนตกมักจะนึกย้อนไปตอนเรียนบ่อยๆ ไม่รู้ทำไม

ช่วงก่อนเกิดหิวมากๆขึ้นมากลางดึก ต้องไปหามาม่าในเซเว่นกิน ทำให้นึกถึงตอนหิวขึ้นมากลางดึกช่วงอ่านหนังสือสอบ แล้วช่วงสอบนี่แหละ หลายๆคนก็มีเรื่องราว เรื่องเล่าของช่วงเวลาอ่านหนังสือสอบกัน

ของผมมีประมาณนี้

อ่านหนังสือจนหลอดไฟขาด

ผมขี่มอไซค์คู่ใจมาจอดที่ชมรมถ่ายภาพที่ชอบมานั่งอยู่เป็นประจำ หลังมอมีร้านขายของชำอยู่ แค่เดินออกประตูคณะข้ามถนนไป

“ไปไหนพี่” น้องรหัสที่นั่งอ่านหนังสือหน้าชมรมถาม
“ไปซื้อหลอดไฟโคมไฟอ่านหนังสืออ่ะ หลอดขาด”

 

“โหย ขยันจังวะ อ่านหนังสือจนหลอดไฟขาด ถึงว่าช่วงนี้ไม่โผล่หน้ามาชมรมเลย” รุ่นพี่ที่นั่งอยู่ด้วยแซว

 

“ปล่าวนะพี่ ผมลุกจากโต๊ะอ่านหนังสือจะไปเข้าห้องน้ำ ขาสะดุดสายไฟเข้า โคมตกพื้น หลอดขาดเลย ดีหลอดไม่แตก”

“เอ่อ น้านนเต๊อะ” ^_^

………………..

คืนนี้ เราคงอ่านหนังสือได้ทั้งคืนแน่เลย

ย้อนกลับไปช่วงปีหนึ่ง รูมเมททั้งสองคนก็คือเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม. ต้น

ช่วงอ่านนหนังสือสอบ สอบมิดเทอมของเทอมแรกปีหนึ่ง เป็นการสอบครั้งแรกของชีวิตมหาลัยก็ว่าได้

นั่งๆนอนๆ อ่านหนังสืออยู่บนเตียงชั้นสอง รูมเมทสองคนกลับเข้าห้องมา จะเริ่มอ่านหนังสือเหมือนกัน

อยู่ๆคนนึงก็พูดขึ้นมา “ถ้าได้เบียร์กระป๋องมาจิบ น่าจะอ่านหนังสือลื่นเนาะ ว่าไหม”

“น่าสนๆ”

“โนโน เอาด้วยไหม”

“ไม่อ่ะ” ผมปฏิเสธไป

สุดท้าย สองหนุ่มก็ออกไปหาซื้อเบียร์ แล้วก็กลับมาที่ห้อง

นั่งอ่านนั่งสือไป จิบเบียร์ไป ดูชิลมากเลย สองรูมเมท

 

“เฮ้ย เข้าท่าเว้ย กรึ่มๆนิดๆแบบนี้ อ่านหนังสือได้ทั้งคืนแน่เลย”

“ก็ว่างั้น  เข้าท่าๆ”

สองรูมเมทดูมีสมาธิ ดูมีใจจดจ่อกับการอ่านหนังสือดีจริงๆ

“เอ่อ ท่าจะดีอย่างที่พูดแฮะ”

ผมนั่งๆนอนๆ อ่านหนังสือบนเตียงตัวเองต่อไปอีกสักพัก

ไม่นานก็พบว่า สองรูมเมทหลับคาหนังสือ ฮ่าๆๆๆ

 

ฮ่าๆๆๆ มันมีที่ไหน กินเบียร์แล้วทำให้อดนอนได้น่ะ เค้ามีแค่ดื่มแล้วง่วง

เรื่องนี้ กลายเป็นประเด็นเอามาแซวสองหนุ่มได้จนถึงทุกวันนี้เวลาสังสรรค์กัน

…………………..

เปล่าประโยชน์!

วันนี้เราจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบอย่างเต็มที่!

กลับมาถึงห้องราวๆสองทุ่ม ปรกติถ้าไม่มีอะไรก็มักจะอยู่คุยกับพี่น้องชาวชมรมที่ชมรมถ่ายภาพประจำคณะ ไม่เคยต่ำกว่าสี่ทุ่ม วันนี้เราขอตัว เราจะอ่านหนังสือ

Continue reading “CMU Story : รวมมิตรอ่านหนังสือสอบ”

ไดอารี่ของเทพดลบันดาล

วันที่ xx เดือน xx ปี xxxx

วันนี้ เราได้ถูกปลุกเสกบรรจุลงเครื่องรางของ “เทพดลบัลดาล” รุ่น “สำเร็จทุกประการหวังดังใจ” ของเกจิชื่อดังท่านหนึ่ง

เราดีใจจังที่จะได้มาทำหน้าที่ช่วยเหลือเหล่ามนุษย์ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิต อยากมีเงิน มีงานดี มีคู่รักดี มีโน่นนั่นนี่ เราช่วยได้จริงๆ

ตอนนี้คงต้องรอมีคนบูชาไปสักการะอย่างเดียว

ตื่นเต้น
………………………

วันที่ xx เดือน xx ปี xxxx

ไม่กี่วันก็มีคนมาบูชาเราไปแล้ว แหม เกจิท่านนี้แน่นอนจริงๆ ลูกศิษย์ ลูกหาเยอะ ชื่อเสียงโด่งดัง ปลุกเสกอะไร ขายหมด ขายหมด ตลอด

นั่นแน่ ศรัทธาแห่เรา ช่วยเจ้าได้

ผู้มาบูชาเราไปนี้ เป็นเด็กหนุ่มหน่วยก้านดีทีเดียว

เจ้าหนุ่ม เจ้าเตรียมตัวรับความสำเร็จที่เจ้าหวังได้เลย อยากได้อะไรเจ้าต้องได้ เราจะช่วยเจ้าเอง ฮ่าๆๆๆๆ
……………………….

วันที่ xx เดือน xx ปี xxxx

มาอยู่บ้านเจ้าหนุ่มนี่ก็หลายเดือนแล้ว

พูดได้คำเดียว เบื่อหน่ายที่สุด

เราเองมีจิตพร้อมดลบัลดาลให้ความช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่ เราเป็นเทพ เราช่วยเจ้าได้

เจ้าหนุ่มนี่อธิฐานต่อเราถึงความสำเร็จ มั่งมีเงินทอง อยู่ทุกวี่วัน เราเองก็พร้อมจะช่วยเหลือด้วยอำนาจแห่งเรา

แต่เจ้าหมอนี่สิ อยากได้อยากมี อยากเก่งอยาก รวย อยากผอม

แต่ว่า วันๆไม่ทำอะไรสักอย่าง เรียนจบแล้วก็ไม่ไปหางานทำ นั่งๆนอนๆ อยู่กินไปวันๆ ไปทำงานอะไรเจอปัญหานิดหน่อยๆก็ไม่ไหว ช่วงนี้ก็เล่นแต่เกม เล่นอินเตอร์เนทไปวันๆ

นั่งนอนๆ กินเอาๆ แล้วก็บ่นว่าอ้วน

ตื่นก็สาย คิดจะทำอะไรๆก็ไม่จริงจัง

เราอ่อนใจกับเจ้าจริงเหวย เจ้าหนุ่ม

เรามีฤทธิ์เดชพร้อมที่จะช่วงเหลือเจ้าได้ แต่เจ้าต้องมีความพยายามจากตัวเจ้าเองก่อน เราถึงจะช่วยได้ แต่นี่อะไร ถ้าเจ้าเองไม่เริ่มจากตัวเจ้าก่อน ความสำเร็จอะไรจะมาหาตัวเจ้าได้

เราเหนื่อยหน่ายกับเจ้าหนุ่มคนนี้เหลือเกิน

หนอยแน่ มากราบไหว้อธิฐานกับเราอีกแล้ว

“ขอช่วยดลบัลดาลให้ลูก บลาๆๆๆๆๆๆๆ….. ด้วยเถิ๊ดดดด”

เฮ้ออ……… เสียอารมณ์

Continue reading “ไดอารี่ของเทพดลบันดาล”

ร้านกาแฟร้านนั้น

ชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถเพื่อหนีความวุ่นวายในเมือง ออกไปยังถนนชานเมือง วันนี้เขาต้องการที่สงบๆสำหรับหนังสือเล่มโปรด นั่งผ่อนคลายจากภาระหน้าที่การงานและความอึดอัดของห้องพักสี่เหลี่ยมที่นอนอยู่ทุกๆวัน

ร้านที่เคยไปบ่อยๆ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ขับเรื่อยๆเอื่ยๆมาเจอร้านหนึ่งน่าสนใจ จอดรถ

ร้านกาแฟแห่งนั้นมีเพียงเจ้าของร้านกับผู้ช่วยหนึ่งคน ร้านเพิ่งเปิดใหม่ ดูเหมือนว่ายังจะไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก ร้านกว้างขวางแต่ก็มีลูกค้าที่เข้ามาก่อนหน้าเขาแค่ไม่กี่คน

กาแฟและเบเกอรี่ ราคาอาจจะสูงไปสักนิด แต่บรรยากาศเงียบสงบและไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ดึงดูดให้เขาตัดสินใจใช้ร้านแห่งนั้นเป็นที่พักพิงในวันพักผ่อนของเขา

…………………………….

หนังสือถูกอ่านไปเกือบๆครึ่งเล่ม บรรยากาศของร้านแห่งนั้นช่วยเอื้ออำนวยต่อการอ่านหนังสือของเขาได้เป็นอย่างดี ทั้งร้านมีลูกค้าอยู่ไม่กี่โต๊ะ

นี่อาจจะเป็นร้านที่เขาจะมาอีกบ่อยๆ

        …………………………….
ร้านนั้นกลายเป็นร้านประจำของเขาไปแล้ว เจ้าของร้านและพนักงานจำเค้าได้ หลายครั้งก็เข้ามานั่งคุยกันเพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับร้านที่เค้าลงทุนลงแรงเปิดมันขึ้นมา ไปจนถึงเรื่องราวความเป็นมาของร้านแห่งนั้นที่เจ้าร้านดูจะมีความรู้สึกภาคภูมิใจทุกๆครั้งที่ได้พูดถึงมัน

……………………………

โซเชี่ยลเน็ทเวิร์คและการบอกต่อๆกันแสดงผลของมันได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่ร้านนี้มีการตกแต่งที่สวยงาม บรรยากาศดี เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนมากมาย ทั้งยังถูกแนะนำจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดัง เริ่มมีผู้คนมากมาย ที่จอดรถเต็มจนต้องเอารถไปจอดข้างถนน คนเต็มร้าน โดยเฉพาะวันหยุด เจ้าของร้านจ้างพนักงานพิ่มอีกหลายคน เพื่อที่จะดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น เมนูอาหารหน้าตาน่าทานต่างๆถูกเพิ่มเข้ามานอกเหนือไปจากที่เคยขายแค่กาแฟกับเบเกอรี่

ร้านที่เคยเงียบสงบ จอแจไปด้วยเสียงพุดคุยของกลุ่มลูกค้าโต๊ะต่างๆ บ้างก็มาคุยงาน กลุ่มวัยรุ่นพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา ถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือเพื่อเอาไว้แบ่งปันกันในโลกออนไลน์ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กๆมาด้วย คู่รักที่นั่งพูดคุยกันอย่างน่าอิจฉา

เขารู้สึกยินดีกับเจ้าของร้านที่มีสีหน้ามีความสุขกับกิจการที่กำลังไปได้ดี เขาไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกันมากนักเหมือนเมื่อก่อน

บรรยากาศแบบนั้นไม่เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือของเขาเสียแล้ว แม้แต่จะนั่งทำงานด้วยโน้ตบุ๊คหรือนั่งคิดงาน มันไม่เหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น และการจะนั่งนานๆทั้งวันแบบเมื่อก่อนก็ดูจะเป็นการสร้างความลำบากใจให้กับตัวเขาเองเสียอีก ภาพของลูกค้าคนอื่นรอโต๊ะอยู่หน้าร้าน เขาอึดอัดใจที่จะเพิกเฉยแล้วนั่งแช่อยู่ตรงนั้นเหมือนอย่างที่เคยๆทำมา

การที่ร้านแห่งนี้ประสบความกลายเป็นร้านที่คนนิยม เขาก็ไม่ได้ใจดำเกินกว่าจะแสดงความยินดี แต่เขาก็ตั้งใจว่า คงต้องออกหาร้านใหม่ๆ ที่ให้บรรยากาศในแบบที่เขาโหยหามัน ความสงบ ความรู้สึกว่าที่แห่งนั้นเป็นที่พักผ่อน

ร้านนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

…………………………….