หนังสือกว่าจะเป็น26สุดยอดสินค้าขายดีของญี่ปุ่น

หนังสือเล่มนี้ได้มาจากบทความนี้ครับ ร้านหนังสือแห่งกาลเวลา เนื่องจากเห็นว่าน่าสนใจดี ลองเปิดอ่านดูก็พบว่าเป็นการ์ตูนอ่านง่ายๆ และมีเรื่องราวของสินค้าที่เรารู้จักดีหลายๆชิ้น เลยตัดสินใจซื้อมาอ่านครับ

ชื่อหนังสือก็บอกอยู่แล้วคงพอจะรู้นะครับว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร ก็จะบอกถึงความเป็นมาของสินค้ายอดฮิตที่เราๆรู้จักกันดีที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นหลายชิ้น ว่ามีความเป็นมาอย่างไร

ของบางชิ้นบางยี่ห้อที่เคยคิดว่าเป็นสินค้าของฝรั่ง จริงๆแล้วเป็นสินค้าที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยคนญี่ปุ่นซะงั้น
มายองเนสตราคิวพี หมากฝรั่งล๊อตเต้งี้ โซนี่วอล์คแมนงี้
ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วนอกจากจะได้เพลิดเพลินกับประวัติและความเป็นมาของสินค้าต่างๆทั้งหลายแล้ว อย่างอื่นที่ได้ก็คือ ความเอาจริงเอาจังในการทำงาน ความเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำธุรกิจ ความมีวิสัยทัศน์ในการคิดค้นหาสินค้าใหม่ๆที่แต่งต่างจากที่มีอยู่แล้วในตลาด การปรับปรุงสินค้าให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้นี่เองที่ทำให้คนญี่ปุ่นประสบความสำเร็จมานักต่อนัก

หนังสือเล่มนี้อ่านจบได้ในเวลาไม่นาน เพราะเนื้อหาเป็นการ์ตูน อ่านง่าย ลายเส้นสบายตา เพลินๆ

เป็นอีกเล่มหนึ่งที่อ่านแล้วชอบและอยากบอกต่อกันครับ

Let’s comic การ์ตูนไทย

เพื่อนเขียนการ์ตูนได้ลงหนังสือครับ เลยไปอุดหนุนผลงานเพื่อนเสียหน่อย หนังสือเล่นนี้คือ Let’s comic เล่ม 9 ครับ
เคยอ่านตอนที่ยังเป็นเล่มใหญ่ๆแล้วไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ เลยไม่คาดหวังกับเล่มนี้มากในตอนแรก กะแค่อุดหนุนอ่านผลงานเพื่อนก็พอใจแล้ว แต่พอได้อ่านจบทั้งเล่มแล้ว ก็รู้สึกว่าการย่อส่วนปรับโฉมของ Let’t comic นั้นทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ตอนแรก

เล่มนี้หลังจากได้อ่านจบทั้งเล่มแล้วรู้สึกว่าชอบ และอ่านสนุกทุกเรื่องทุกหน้าเลยทีเดียว

จากเล่มก่อนที่เป็นเรื่องยาวๆต่อเนื่องกันไปในแต่ละเล่ม เปลี่ยนมาเป็นการ์ตูนสั้นจบในเล่ม เล่ม9ที่ซื้อมานี้เรื่องที่ชอบที่สุดคือเรื่อง “ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด”มาก เพราะชอบเรื่องแนวหักมุม และการเดินเรื่อง มารู้ทีหลังว่าคนวาดเป็นคนเดียวกับที่เขียนผลงาที่ผมชอบ เช่นเรื่องที่เป็นต้นแบบของหนังเรื่อง13เกมสยอง แต่เรื่องอื่นก็ชอบทุกเรื่องนะ การ์ตูนเรื่องที่เพื่อนผมเขียนก็สนุกดี คอลัมน์อื่นๆก็มีเนื้อหาที่น่าสนใจ เลยรู้สึกคุ้มค่ากว่าที่คิดไว้ตอนแรก

ราคาเล่มละ160บาทสำหรับการ์ตูนเล่มนึงอาจจะสูงไปหน่อย แต่โดยรวมสำหรับผมแล้วก็ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพขนาดนี้
สำหรับผมแล้วตอนนี้เวลาไปเดินร้านหนังสือก็มีตัวเลือกเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นมาในรายการแล้วล่ะครับ
อาจจะหาซื้อยากสักหน่อย แต่ที่มีขายแน่นอนน่าจะเป็นที่ร้านSe-ed หนังสือออกราย2เดือนครับ
ไปเยี่ยมชมเว็บไซท์ของLet’s comicได้ที่นี่ครับ
www.letcomic.com
มีเรื่องที่ไม่ได้ตีพิมพ์ให้อ่านฟรีๆด้วยนะ

คุโรมาตี้ กับ กินทามะ การ์ตูนบั่นทอนสติปัญญา แต่ฮาได้ใจ

“โตเป็นควายแล้วยังอ่านการ์ตูนอยู่อีกเหรอ”
เป็นคำพูดที่ผมได้ยินบ่อยๆครับ แต่ก็ช่างมันเถอะ เราอ่านแล้วมีความสุขสนุกสนานก็ทำไป ไม่ต้องไปสนใจคำพูดคน
การ์ตูนที่ผมอ่านก็อ่านได้ทุกแนว เรื่องดังๆอย่าง Bleach นารูโตะ ดีเกรย์แมน รีบอร์น Eyeshield 21 และอื่นๆอีกหลายเรื่องก็อ่าน
แต่ที่ชอบสุดก็เป็นแนวตลกๆ เท่าที่อ่านมาก็มีโดนใจอยู่สองเรื่องครับ
เรื่องแรกคือ คุโรมาตี้ โรงเรียนคนบวม



การ์ตูนเรื่องนี้เป็นลิขสิทธ์ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ
เป็นการ์ตูนที่คนแปลบอกว่าเป็นการ์ตูนบั่นทอนสติปัญญา ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่อ่านเอาฮานี่เยี่ยมไปเลย หลายๆมุขไม่รู้ว่าคิดได้ยังไง หน้าตากับลายเส้นตัวการ์ตูนก็เข้ากับมุขดี ตลกแบบปัญญาอ่อน ตัวละครหลุดโลก มีทั้งลิงกอลิล่า หุ่นยนต์ ชายกล้ามใหญ่ขนหน้าอกดก ม้า ที่ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้ไปอยู่ในโรงเรียนได้ยังไง เหมาะเอาไว้อ่านคลายเครียด มุขบางมุขต้องคิดตาม ถึงจะตลกตามมาทีหลัง
แต่ข้อเสียคือเป็นการ์ตูนที่ตัวหนังสือเยอะมาก ต้องใช้ความอดทนในการอ่านอย่างมาก บางคนที่ไม่ชอบการ์ตูนตัวหนังสือเยอะก็ควรหลีกเลี่ยง ชอบที่สุดก็เล่มสุดท้ายกับตอนสุดท้าย ภาคตัดจบ เป็นตอนจบการ์ตูนที่เราไม่นึกไม่ฝันเลยจริงๆว่าจะกล้าอวสานการ์ตูนของตัวเองด้วยมุขแบบนั้น 555

อีกเรื่อง คือ กินทามะ

การ์ตูนเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมมิค
เป็นเรื่องของซามูไรผมขาวสติปัญญาไม่ค่อยเต็งกับผู้ช่วยไม่เต็มบาท เรื่องราวออกแนวย้อนยุคปนกับสมัยใหม่ มุขแต่ละมุขไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน คิดได้ยังไง ไม่ก็เป็นมุขแนวเอ๋อๆ อะไรไม่เกี่ยวข้องกันก็เอามาเกี่ยวข้องกันจนได้ ตัวอย่างเช่น เป็นเรื่องของคนแก่กับสุนัขที่ผูกพันกันมานานอยู่ดีๆก็กลายเป็นเรื่องของการต่อสู้กันของเอเลี่ยนต่างดาวที่แฝงตัวเข้ามาอยู่บนโลกนี้ไปซะงั้น ไม่ก็ล้อเลียนการ์ตูนเรื่องอื่น ตัวละครแต่ละตัวมีความติงต๊องในแบบของแต่ละคน มุขเป็นมุขแนวหน้าตาย เรื่องนี้ดีกว่าเรื่องที่แล้วหน่อยตรงที่ว่าไม่ใช่จะมีแต่ฮาอย่างเดียว บทจะซึ้งหรือให้ข้อคิดก็มีกับเค้าด้วย(คุโรมาตี้ไม่มีเลย555)

การ์ตูนสองเรื่องนี้จะฮาได้กก็ต้องชมคนแปลที่แปลออกมาแล้วออกมาฮา มีมุขมีลูกเล่น ไม่งั้นก็คงไม่ได้อรรถรสกวนๆอารมณ์แบบที่เป็นอยู่
ใครไม่เคยอ่านก็อยากให้ลองอ่านกันดูครับ ฮาแน่ๆ เศรษฐกิจแบบนี้เติมเสียงหัวเราะให้กับตัวเราเองก็เป็นความคิดที่ดีนะครับ
แต่บางคนอาจจะอ่านแล้วเครียดแทนก็ได้นะ
ประมาณว่านี่มันมุขอะไรของมันเนี่ย 555
(รูปจากWikipedia)