ลำโพง Marshall Acton

Marshall Acton 01

ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อเสียที หลังจากเล็งๆไว้มานาน

ลำโพง Bluetooth Speaker พะยี่ห้อ Marshall รุ่น Acton ตัวนี้นี่เองงงง
ถ้าพูดถึงเรื่องราวกว่าจะได้เป็นเจ้าของเนี่ย ก็มีสตอรี่อยู่ เขียนได้อีกเป็นโพสยาวๆได้เลย แต่ไว้ก่อน

โพสนี้จะมาพูดถึงความรู้สึกหลังจากได้ใช้งานลำโพง Marshall Acton ตัวนี้

เรื่องรีวิวนั้น หลายๆเจ้าที่เชี่ยวชาญในเรื่องเทคนิคได้รีวิวกันไปหมดแล้ว ซึ่งลำโพงรุ่นนี้ก็ออกวางตลาดมานานพอสมควร และผมเองก็อาศัยรีวิวเหล่านี้แหละเอามาประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อ

ดังนั้นโพสนี้ จะเขียนเล่าเรื่องประสบการณ์การใช้งานและความรู้สึกของผู้ใช้งานซะมากกว่า

เรื่องดีไซน์นี่ไม่ต้องพูดถึง สำหรับคนที่ชอบดีไซน์แนวคลาสสิค รูปร่างหน้าตาแบบนี้ โดนใจตั้งแต่แรกเห็น เป็นดีไซน์แบบเดียวกับตู้แอมป์ยี่ห้อนี้ที่อยู่คู่กับนักดนตรีมายาวนาน ดังนั้นถ้าเฉพาะเรื่องความสวย เรื่องดีไซน์เนี่ย ให้เต็มไปก่อนเลย

Continue reading

UTMe! ลองทำดูสักตัวซิ

uniqlo-thai-utme 01
เมื่อเร็วๆนี้ UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าจากญี่ปุ่นได้เปิดบริการให้ลูกค้าออกแบบเสื้อด้วยตัวเองบนแอพพลิเคชั่น UTMe! และสามารถพิมพ์ลายเสื้อที่เราออกแบบเองนี้ได้ที่ร้านยูนิโคล่ สาขาเซ็นทรัลเวิร์ด ในราคาตัวละ 790 บาท

แหม่! เราเองก็ชอบเสื้อผ้าแบรนด์นี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะเสื้อยืดนี่ชอบมาก บวกกับเคยมีความคิดอยากลองทำเสื้อที่เราออกแบบลายเองไว้ใส่สักตัวนึงมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสลองทำดูสักที

เมื่อสองอย่างนี้มาบรรจบกันจึงเกิดอาการ อยากรู้ อยากลองขึ้นมาอีกแล้ว

เวลาอยากรู้อยากลองอะไรขึ้นมาเนี่ย เสียตังค์ทุกทีเลย แฮ่!

uniqlo-thai-utme 02

เริ่มจากโหลด App ลงอุปกรณ์ของเรา ของผมเป็น iPod Touch ตัวแอพมีให้ดาว์นโหลดทั้ง iOS และ Android
การใช้งานแอพนี้ต้องมีการต่ออินเตอร์เนทด้วยนะครับถึงจะใช้งานได้

แอพใช้งานง่ายดี มีลูกเล่นให้ทำหลายอย่าง แต่อาจจะต้องใช้เวลากับมันหน่อย แบ่งเลเยอร์ได้ด้วย

ลองเอารูปนู้นรูปนี้มาทำก็ไม่ถูกใจ สุดท้ายก็เอา Logo บล็อกของเราเองนี่ล่ะ มาลองทำเสื้อบล็อกดูสักตัวละกัน
แปะรูปกันง่ายๆแบบนี้ล่ะ ไม่ได้ใช้เอฟเฟกอะไรที่เค้ามีมาให้เลย ฮ่าๆๆ

uniqlo-thai-utme 06

เราสามารถเซฟลายเสื้อที่เราออกแบบไว้ในแอพก่อนแล้วค่อยเอาไปที่ร้าน หรือถ้าใครไม่มีอุปกรณ์แต่อยากจะลองทำดู ที่บูท UTMe! มี iPad ไว้ให้ใช้งาน ลองทำกันตรงนั้นได้เลย

Continue reading

คอมมิค DC กับ Marvel

Comic App
ช่วงนี้หนังซุปเปอร์ฮีโร่กระหน่ำฉายกันต่อเนื่องเลยทีเดียว พอได้ดูมาหลายๆเรื่องเข้าเลยอยากลองสัมผัสการอ่านคอมมิคสไตล์ฝรั่งดูบ้าง ที่ผ่านๆมาส่วนใหญ่ติดตามอ่านแต่การ์ตูนญี่ปุ่นมาตลอด

เมื่อก่อนที่ไม่ค่อยได้สนใจคอมมิคของซุปเปอร์ฮีโร่ตะวันตกเพราะว่าไม่ชอบดีไซน์กับแนวการวาดรูปในคอมมิคสักเท่าไหร่ ตัวละครมันดูเชยๆ ชุดฮีโร่ส่วนใหญ่มาแนวรัดรูปเน้นสัดส่วน ไม่ใช่แนวเราเลย

ตอนนี้พอได้ลองอ่านดูอีกครั้ง ก็รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ภาพในคอมมิคมันสวยและอลังการมากกว่าเดิมเยอะ รายละเอียดดี สีสันสดใส เอาง่ายๆให้ลองเปรียบเทียบไอรอนแมนสมัยก่อนนู้นกับสมัยนี้ดูก็ได้

คิดว่าคงมีคนเริ่มหันมาสนใจคอมมิคเพราะได้ดูหนังแบบเราเยอะอยู่นะ

เรื่องแรกแรกที่ทำให้สนใจอยากอ่าน คือ Injustice เพราะเคยได้อ่านเรื่องย่อของภาคนี้มาแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก

“ซุปเปอร์แมนถูกโจ๊กเกอร์ใช้กลอุบายล่อลวงให้ฆ่าภรรยาตัวเองที่กำลังตั้งท้องลูกของเขาด้วยมือของซุปเปอร์แมนเอง จากนั้นซุปเปอร์แมนที่ช็อคเสียใจจากเหตุการณ์นั้นก็เปลี่ยนไปเป็นคนที่ต้องการปกครองโลกให้สงบสุขด้วยการใช้ความเด็ดขาดและความรุนแรง ซึ่งแบทแมนที่เป็นเพื่อนรักนั้นไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ ความขัดแย้งทำให้ฮีโร่ทั้งหลายแบ่งออกเป็นสองฝ่ายและต้องมาสู้กันเอง”

Injustice

อือหือ มันโดนมาก โดยเฉพาะจุดเริ่มต้นของเรื่อง เลยสนใจอยากอ่าน Injustice ของ DC อ่อ อันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวในหนังเรื่อง Batman V Superman ที่เพิ่งฉายไปแต่อย่างใดครับ

ฝั่ง Marvel ที่อยากอ่านมากๆเป็นเหตุการณ์ในเรื่อง Spiderman ช่วงที่เรียกว่า Spider-Verse ที่มีไอ้แมงมุมจากหลายมิติโลกคู่ขนานมาร่วมกันสู้กับศัตรูที่กำลังไล่ล่าชีวิตของไอ้แมงมุมไปตามมิติต่างๆ เห็นดีไซน์ของ Spiderman แต่ละตัวแล้วน่าสนใจดี รวมถึงเรื่องราวของไอ้แมงมุมของแต่ละมิติต่างก็มีความน่าสนใจ เช่น มีมิตินึงที่ลุงเบนเป็นสไปเดอร์แมนซะเอง ส่วนคนที่ตายคือปีเตอร์ปาร์คเกอร์ และมีมิตินึงที่ปีเตอร์ปาร์คเกอร์หายจากอาการหลังโดนแมงมุมกัด ไม่มีพลังพิเศษอะไร ได้มีโอกาสใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาๆกับครอบครัวที่ไม่มีใครเสียชีวิตในมิตินี้เลย โอ้ ดูนั่น! มีสไปเดอร์แมนหมูด้วย ฮ่าๆๆๆ

Spider-Verse 01

อยากอ่านเหตุการณ์ Civil War ในแบบคอมมิคด้วย เพราะดูหนังมาแล้วชอบ รวมถึงอยากรู้ว่าทำไมวูฟเวอรีนถึงต้องตาย พอๆกับอยากรู้ว่าทำไมเดดพูลต้องอาละวาดไล่ฆ่าฮีโร่คนอื่นๆในจักรวาลมาเวลทั้งหมดด้วย อะไรประมาณนี้

Continue reading

บุปผาอาริกาโตะ

buppha_poster2_Reduce
(เครดิตรูปภาพครับ www.thehouse.online)

ตอนภาคแรกสุดได้ดูในโรง ตอนนั้นเป็นหนังผีที่บรรยากาศในเรื่องต่างจากหนังผีเจ้าอื่นๆของไทยในช่วงนั้นมาก หนังทำรายได้ดีและได้กระแสตอบรับที่ดีล้นหลาม

กลัวก็กลัว ขำก็ขำ เกร็งก็เกร็ง กับเรื่องราวของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากเพศหญิงที่โดนเพศชายทำร้ายจิตใจและร่างกายอย่างสาหัส ดูแล้วสะเทือนใจ สลดหดหู่ไปกับตัวละครด้วย

ภาค 2 กับ ภาค 3.1 ตามความรู้สึกอาจจะค่อยๆดรอบลงมาตามลำดับ แต่ก็จัดว่าสนุกอยู่ กลัวๆ เกร็งๆ ขำๆ ส่วนภาค 3.2 ยังไม่ได้ดู ว่าจะดูๆก็ยังไม่ได้ดูสักที

ภาคนี้ทิ้งช่วงจากภาคแรกก็หลายปีเลย

ปีนั้นเป็นปีเดียวกันกับหนังเรื่องแฟนฉันออกฉายและประสบความสำเร็จอย่างมาก พอจะทำบุปผาอาริกาโตะ ผู้กำกับเลยมีไอเดียเอาเด็กๆแก็งค์แฟนฉันฝ่ายชายมาร่วมแสดงกันครบเซ็ท

ก่อนไปดู : คาดหวังไว้พอสมควร เนื่องจากชอบหนังบุปผา เป็นแฟนหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว ยิ่งได้ดูตัวอย่างหนังหลายๆอันแล้วรู้สึกว่าทำได้ดี น่าดู น่าสนใจ

ความรู้สึกหลังจากไปดูมาแล้ว : สนุก ขำดี บรรยากาศหนังแบบนี้ มีแค่ในหนังบุปผาเท่านั้นจริงๆ คือบรรยากาศที่เราเกร็งรอว่าจะกลัวหรือตกใจหรือจะฮาดี มีตัวละครขำๆ ที่มีพฤติกรรมกวนๆ บทพูดมีมุขตอดเล็กตอดน้อยในหนังตลอดทั้งเรื่อง

Continue reading

ระหว่างทาง

Adsense
ในที่สุดผมก็ได้เงินก้อนแรกจาก Google Adsense หลังจากทำมาหลายปี

ยอดเพิ่งครบขั้นต่ำของการจ่ายเงินไป

ผมเริ่มทำบล็อกนี้เมื่อ ปี 2009 ตอนนั้นว่างงานและมีแนวคิดจะหาเงินจากการทำบล็อก หรือ การตลาดออนไลน์ เพราะไม่อยากกลับไปทำงานประจำ วาดฝันไว้สวยหรู

ช่วงนั้น ก็ตั้งความหวังไว้ต่างต่าง นานา ฝันถึงการทำงานแบบอิสระ ขอแค่มีโน้ตบุ๊คกับอินเตอร์เนท จะไปอยู่ไหนก็ได้

ทำๆลบๆ มาก็หลายบล็อก

ปีสองปีแรก ยอดก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ น้อยนิดมาก เดือนนึงยังไม่ถึง 1 USD ด้วยซ้ำ ไม่สามารถอยู่ได้อย่างแน่นอน แม้กระทั้งตอนนี้ยอดก็ไม่ได้ต่างจากตอนนั้นเท่าไหร่หรอก ฮ่าๆๆ

สุดท้ายไม่ไหวก็ต้องหางานประจำทำ ไม่งั้นแย่แน่ๆ

ถึงอย่างนั้นแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่เลิกทำบล็อก ยังเขียนต่อมาจนถึงตอนนี้ เพราะรู้สึกว่ามันสนุก และมีความสุขที่ได้เขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ หลายๆครั้งได้รับเสียงตอบรับจากคนที่มาอ่าน ก็รู้สึกชื่นใจ ดีใจ

แทบไม่ได้สนใจยอด Adsense เลยด้วยซ้ำ มารู้ตัวอีกทีก็มีเมลแจ้งว่ามีการโอนเงินมาให้แล้วนะ เมื่อสองสามวันก่อน

ถ้านี่เป็นการทำธุรกิจอะไรสักอย่าง มันคงเรียกได้ว่า ขาดทุนย่อยยับ เพราะยอดที่ได้มานี้ เทียบกับค่าโดเมนเนมมาตลอด 7 ปี และค่าเช่าโฮสอีกเดือนละสามร้อยกว่าบาทตลอดสี่ปีมานี้ (3ปีแรกทำบล็อกฟรีที่ Blogger) ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว Hosgator ก็เพิ่มค่าเช่าโฮสรายเดือนอีก คิดเปนเงินไทยประมาณมาณสี่ร้อยกว่าบาท ต้นทุนเยอะกว่าเห็นๆ

เงินจำนวนสามพันกว่าบาท ให้ใช้ 7 ปี ใช้ยังไงก็ไม่พอหรอก ^_^

แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกแล้ว มันดีมากๆ

ระหว่างที่เดินทางมา อาจจะไม่ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ ผิดหวัง เสียใจ แต่ระหว่างทางก็ทำให้ได้ค้นพบอะไรหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกเท่านั้น อย่างน้อยก็มีความรู้ในการทำบล็อก ทำเพจเข้ามาด้วยล่ะนะ

ในมุมมองบางมุม นี่อาจจะเป็นบทความของคนขี้แพ้ทีถูกเขียนขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเอง

แต่การได้อะไรกลับมาบ้าง ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เมื่อก่อน เคยบอกตัวเองกว่า ชอบสิ่ง นั้นสิ่งนี้ แต่ก็ไม่เคยมีอะไรที่ทำได้ต่อเนื่องนานๆ

ตอนนี้การเขียนบล็อก การเป็น Blogger เป็นสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่สุดเท่าที่เคยทำมา

มองไปรอบๆตัว บางคนที่เริ่มทีหลังเราด้วยซ้ำ ตอนนี้ไปไกลกว่าเรามากแล้ว

หลายครั้งที่ได้อ่านสัมภาทย์หรือได้พูดคุยกับคนที่ไปถึงจุดที่เราเคยตั้งไว้แล้วเนี่ย ก็รู้สึกอิจฉา ดีใจกับเค้าจริงๆ

ความรู้และหลักการเบื้องต้น คล้ายๆกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจับทางถูก และจะต่อยอดกันไปได้แค่ไหน

มาถึงตอนนี้ ความหวังที่ว่าจะให้สิ่งนี้เป็นงานที่สร้างรายได้หลักให้กับเราได้ก็ยังมีอยู่ แต่ก็เรือนรางเต็มทน

แต่ การเขียนบล็อกเนี่ย มันสนุกจริงๆนะ

All things must pass : ชอบหนังเรื่องนี้

All Things Must Pass
หลังจากอ่านเรื่องย่อของหนังจบ ก็เกิดความรู้สึกอยากดูหนังเรื่องนี้มากๆ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูคลิปตัวอย่างเลยด้วยซ้ำ

มีความรู้สึกหลายๆอย่างที่ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้

อย่างแรก คงเป็นเพราะว่า เราเคยมีชีวิตช่วงเวลาหนึ่งที่ร้านขายเพลง เป็นร้านที่ต้องแวะไปเดินดู และเราสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับการเดินในร้านขายเทป ขายแผ่นเพลง เดินดู เดินชมอยู่ในนั้นได้นานๆอย่างเพลิดเพลิน ถึงแม้ว่าร้านนั้นจะไม่ใช่ร้าน Tower Records อย่างในหนัง อาจจะเป็นแค่แผงเทปเล็กๆที่ตลาดนัดตอนเช้าในวันอังคารของทุกสัปดาห์, ร้านเทปที่ตึกแถว 1หรือ 2 ห้อง ในตัวเมืองของจังหวัดเล็กๆทางภาคเหนือ, ร้านเทปหน้าโรงเรียนประจำจังหวัดหญิงที่ต้องแวะไปเดินดูทุกครั้งที่รถรับส่งนักเรียนแวะจอด, หรือร้านขนาดใหญ่บนห้างของจังหวัดศูนย์กลางของภาคเหนือ

อย่างที่สอง อย่างที่รู้ๆกันว่าช่วงนี้ฟังเพลงญี่ปุ่นเยอะ ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่ร้านขายซีดีขนาดใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ได้เพราะคนประเทศนี้ยังนิยมซื้อแผ่นเพลงกัน ในขณะที่ทั่วโลกนั้นการขายแผ่นซบเซาอย่างหนัก และร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ก็คือ Tower Records นั่นเอง สำหรับคนที่ชอบฟังเพลง ถ้าได้ไปญี่ปุ่นแล้วคงต้องแวะไปให้ได้สักครั้ง โดยเฉพาะ Tower Records สาขาชิบูย่า ที่ตึก 8 ชั้นทั้งหลังนั้นคือพื้นที่ของร้านที่เต็มไปด้วยสินค้าสื่อบันทึกเสียงเพลงหลากหลายแนวจากทั่วทุกมุมโลก ดังนั้น เมื่อมีหนังที่สร้างจากเรื่องราวของ Tower Records แล้ว ก็อยากไปดูเพื่อจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น

Continue reading