งาน Thailand Classic Toy and Game ครั้งที่ 2

thailand classic toy and game 2_02
จบจากงานครั้งแรก (บทความ : งาน Thailand Classic Toy and Game : สนุกกว่าที่คิดไว้) กระแสตอบรับดีมากจนต้องจัดงานครั้งที่ 2 หลังจากงานครั้งแรกแค่ 3 เดือน ปรกติอีเวนท์แบบนี้ถ้าจะจัดกันครั้งที่ 2 ก็ต้องว่ากันปีต่อๆไปกันเลย

งานครั้งนี้ได้ทำการปรับปรุงแก้ไขจุดด้อยต่างๆของงานครั้งแรกมาทั้งหมด เรียกว่าเป็นทีมงานที่ใส่ใจฟีดแบ็คต่างๆของผู้ไปเที่ยวงานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของสถานที่จัดงาน ที่รอบนี้จัดกันที่ห้างพันทิพประตูน้ำ ติดแอร์เดินกันเย็นๆ ไปมาสะดวก บูทแสดงของใหญ่ขึ้น ของที่เอามาโชว์เยอะขึ้น ร้านค้าที่มาขายของมีพื้นที่ของแต่ละร้านมากขึ้น ร้านที่มาร่วมงานก็มากขึ้นด้วย มีซุ้มทางเข้า มีแบ็คดรอบไว้ให้ถ่ายรูป ภาพรวมของงานดูยิ่งใหญ่กว่าเดิมมากมาย

thailand classic toy and game 2_03

thailand classic toy and game 2_04

thailand classic toy and game 2_05

กิจกรรมต่างโดยรวมๆสนุกกว่าครั้งก่อน มีช่วงพูดคุยสัมภาทย์แขกรับเชิญในประเด็นต่างๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกมเพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะเรื่องของคุณหมอที่เคยเป็นเด็กติดเกมมาก่อน อันนี้มีประโยชน์มาก

บรรยากาศคึกครื้นกว่าครั้งก่อนมาก โดยเฉพาะที่นี่จะดักขาจรได้ดีกว่า บางคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจมางาน แต่คนที่จะมาเดินพันทิพอย่างน้อยก็ต้องสนใจเรื่องเกมมากกว่าคนที่ไปเดิน เดอะไนน์ แน่นอน  และส่วนใหญ่จะมีอายุอานามอยู่พอสมควรแล้ว น่าจะตรงกับวัยของคนที่อินกับงานได้อย่างดี คุณผู้หญิงที่เล่นเตอตริทรอบชิงแชมป์บอกว่าไม่ได้ตั้งใจมางานหรอก มาเดินดูปรินเตอร์แล้วเห็นเขาเล่นเกมกันก็เลยมาเล่นด้วย แล้วก็ดันได้เข้ารอบชิงซะงั้นอ่ะ ฮ่าๆๆๆ

การเตรียมงานเซ็ทระบบอะไรก็ดีขึ้น ยกเว้นเรื่องของเหตุสุดวิสัยช่วงที่จะเข้าไปแข่งในอารีน่า ที่ทำให้กำหนดการล่าช้าไปมาก แต่ทีมงานก็สามารถทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างน่าทึ่ง ฮ่าๆๆๆ คือมีปัญหาเรื่องระบบเสียงจากเครื่องเกมคลาสสิคที่ไม่เข้ากับระบบยุคใหม่ของอารีน่า สุดท้ายแก้ไขโดยการต่อลำโพงง่ายๆแล้วเอาไมค์จ่อ

นี่ไง ขนาดการแก้ปัญหายังคลาสสิคเลยคุณ ^_^

รอบนี้ผมเลือกไปเดินเล่นงานวันอาทิตย์ จากงานคราวที่แล้วเห็นว่างานวันสุดท้ายจะคนเยอะและคึกคักกว่า

เป็นงานที่ดีสำหรับคนวัยเราจริงๆครับ

Continue reading

iTunes Thai Store เปลี่ยนมาใช้เงินบาทแล้ว

iTunes buy in Thai Baht
จากที่มีเมลแจ้งก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนสกุลเงินของบริการ App Store, iTunes และ Apple Music ประเทศไทยเป็นเงินบาทมาสักพักแล้ว

ตอนแรกก็กังวลว่าราคาเพลงใน iTunes จะเปลี่ยนแปลงไปยังไง จะแพงขึ้นรึเปล่า?

ปรากฏว่าผิดคาดครับ ราคาเพลงปรับลดลงมาเยอะเลย

จากที่เมื่อก่อน ราคาเพลงจะอยู่ที่ 0.69, 0.99 และ 1.29 ดอลล่าห์สหรัฐ คิดเป็น ประมาณ 25 บาท , 35 บาท , 45 บาท ต่อเพลงตามลำดับ
หลังจากปรับสกุลเงินเป็นบาทแล้ว ราคาเพลงลดลงมากเลย ราคาต่อเพลงสูงสุดอยู่ที่ 19 บาท ลดหลั่นลงมาเป็น 15 บาท และ 9 บาท ตามลำดับ

ราคาเรทนี้ทำให้ตัดสินใจเลือกซื้อเพลงได้ง่ายขึ้นเยอะเลยทีเดียว สบายกระเป๋าขึ้นเยอะ และน่าจะเหมาะกับกำลังซื้อของลูกค้าชาวไทยเรามากขึ้น

เพลงถูกลงมาขนาดนี้แล้วเนี่ยก็หวังว่าจะมีคนสนับสนุนซื้อเพลงของศิลปินที่เราชื่นชอบอย่างถูกต้องมากขึ้นนะ

ตัวอย่างเช่น Album Metal Resistance ของ BABYMETAL ที่ตอนนั้นซื้อมาราคา 12.99 USD คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 470 บาท หลังปรับมาใช้สกุลเงินบาท ตอนนี้เหลือแค่ 199 บาท เองคุณ อ้ากกกกก!

iTunes buy in Thai Baht 00

เพลงที่เคย ราคา 0.69 USD ตอนนี้ส่วนใหญ่ปรับลงมาที่ 9 บาท เกือบหมด
ผมนี่ไปตามเก็บเพลงที่เคยอยากซื้อมาไว้อีกเพียบเลย

iTunes buy in Thai Baht 01
สองเพลงล่าสุดที่ซื้อมา ^_^

ไม่ต้องมานั่งแปลงค่าเงิน ไม่ต้องซีเรียสเรื่องค่าเงินขึ้นๆลงๆ ราคาเพลงก็ถูกลงเยอะ เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกใจผู้ใช้บริการ iTunes มากๆ

ลองชิม Fresh Doze

Fresh Doze 01
7-11 มีของน่าสนใจมาให้ลองอีกแล้ว

เห็นมีกล่องแปะอยู่ที่หน้าตู้แช่เครื่องดื่ม ก็สงสัยว่าเป็นอะไร พออ่านดูแล้ว อืมม น่าสนใจ

บรรจุภัณท์เป็นฝาขวดที่มีผงเครื่องดื่มใส่ไว้ พอกดปุ่มนูนๆบนฝาลง ผงเครื่องดื่มก็จะหล่นลงมาผสมกับน้ำเปล่าในขวด

Fresh Doze 02

Fresh Doze 03

Fresh Doze 04

Fresh Doze 05

มี 3 รสชาติให้เลือก นี่ลองมาครบแล้ว รู้สึกว่าชอบสีเขียวสุด รสชาติก็มาแนวเครื่องดื่มให้พลังงานหวานๆ

ชอบแนวคิดการออกแบบมาก ถ้าเป็นผงเครื่องดื่มชงน้ำแบบอื่นๆก็จะมาเป็นซองๆ ต้องฉีกต้องเท อาจจะเลอะเทอะได้

แบบนี้ช่วยให้สะดวกขึ้นเยอะ ลดขั้นตอนไปได้มาก

ความรู้สึกอีกอย่างคือเหมือนเราได้เล่นสนุกด้วย กดปุ่มเพิ่มพลัง ผสมไอเท็ม ดื่มแล้วแปลงร่าง อะไรประมาณนี้ ฮ่าาๆๆๆ (นี่ก็เวอร์ไป)

แบบนี้เราควบคุมความเข้มข้นได้เองด้วย อยากได้แบบเข้มข้นหรือเจือจาง ก็เลือกขนาดขวดน้ำเอาเอง ปรกติเวลากินแบบที่เป็นขวดๆอยู่แล้ว บางครั้งก็อาจจะมีความรู้สึกว่ายี่ห้อนี้จืดไป ยี่ห้อนี้เข้มข้นไป อะไรแบบนี้

Fresh Doze ราคากล่องละ 15 บาท แปะอยู่หน้าตู้แช่เย็นใน 7-11

ลองชิมเค้กหยดน้ำ

Rain Drop Mizu Mochi 01
ช่วงก่อนหน้านี้โลกโซเชียลได้แชร์รูปของขนมหน้าตาน่ากินมากๆจากญี่ปุ่น รูปร่างกลมๆใสๆ เหมือนหยดน้ำขนาดใหญ่

ช่วงนั้นฮือฮามาก อยากลองชิมดูเหมือนกันว่ารสชาติจะเป็นยังไง แต่ก็ไม่รู้จะไปหากินได้ที่ไหน

พอรู้ว่าตอนนี้ที่ร้าน Kyo Roll En มีขายจึงรีบรุดไปลองชิมโดยทันที ร้านนี้หาง่ายดีด้วย

รูปร่างหน้าก็อย่างที่เคยๆเห็นกัน เป็นก้อนขนมใสแจ๋ว น่าจะเป็นวุ้นมากกว่า ทำไมเรียกเค้กล่ะ ฮ่าๆๆ
ชื่อตามเมนูในใบเสร็จ คือ “Raindrop” Mizu Mochi

เวลากินก็ต้องเทน้ำเชื่อมราดตามด้วยผงถั่วเหลือง

Rain Drop Mizu Mochi 02

ตัวก้อนเค้กแทบไม่มีรสชาติเลย รสชาติที่เราสัมผัสได้ก็เป็นรสของน้ำเชื่อมกับผงถั่วซะมากกว่า สัมผัสที่ใช้ช้อนตัดตัวเค้กก็รู้สึกเหมือนตัดก้อนวุ้นหยุ่นๆ แต่ไม่ใช่แบบวุ้นหรือเยลลี่ซะทีเดียว จะมีความนุ่มแน่นกว่า

เป็นขนมที่หน้าตาสวยงามน่าสนใจ แต่พอได้ทานแล้ว ก็แบบว่า อร่อยดีนะ แต่ก็ไม่ถึงกับ โอ้โห อร่อยมาก สุดยอด อะไรแบบนี้ อาจจะเพราะคาดหวังก่อนไปกินไว้เยอะเกินไปก็ได้

เค้กหยดน้ำ “Raindrop” Mizu Mochi ราคา 135 บาท ที่ร้าน Kyo Roll En ครับ

J Series Festival : ได้เจอ Yuko Oshima แล้ว

J Series Fes 04
เมื่อวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเป็นผู้โชคดีได้บัตรไปร่วมงาน J Series Festival ที่โรงหนังสยามภาวาลัย สยามพารากอนครับ

สำหรับงานนี้ก็จัดมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นงานที่รู้กันในบรรดาแฟนๆฝั่ง J ว่าขึ้นชื่อเรื่องความยากในการได้บัตรเข้าร่วมงาน เพราะการจะได้บัตรมาต้องร่วมเล่นเกมกับทางผู้จัดงานผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊คหรือทางไลน์เท่านั้น

ด้วยจำนวนบัตรอันน้อยนิด จึงต้องเกิดการแย่งชิงกันเป็นธรรมดา ปีนี้ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะต้องเข้าร่วมศึกเพื่อแย่งชิงบัตรกับเขา จนกระทั่งมีการประกาศว่า ยูโกะ โอชิมะ ดาราสาวและอดีตสมาชิกแถวหน้าของวงไอดอล AKB48 จะมาร่วมงานด้วย จำได้ว่าตอนเห็นประกาศจากทางเพจ J Series Festival นั้น ขนลุกเกรียวไปทั้งตัวเลย

เอาแล้วไง นี่เราต้องเข้าร่วมศึกแย่งชิงบัตรงานปีนี้ด้วยสินะ

เกมแล้วเกมเล่า เล่นทุกเกม ก็ไม่ได้สักที แต่ก็เล่นไปเรื่อยๆ ถึงไม่ได้บัตรก็ตั้งใจว่าจะไปดูผ่านจอที่ฉายหน้างานเอาก็แล้วกัน จนมาถึงเกมรองสุดท้าย ก็ทำสำเร็จ มีชื่อเราเป็นผู้โชคดีได้รับบัตรกับเขาด้วย ดีใจมากกกกก ตอนที่เปิดดูผลกำลังอยู่ในร้านก๋วยเตี่ยว ถ้าอยู่ในห้องพักคงเฮลั่นไปแล้ว

เฝ้าคอยจนถึงวันงาน ก็มีไปนั่งลุ้นบัตรกับน้องที่รู้จักกันตั้งแต่งาน TCC ที่หน้างาน มีแจกบัตรหน้างานอีกจำนวนนึง คนที่ยังไม่ได้บัตรก็ไปลุ้นกันจนหยดสุดท้ายที่หน้างานกันเลยทีเดียว คนที่พยายามจนถึงขนาดนี้แล้วไปได้บัตรก็เศร้าใจกันไป

บรรยากาศงานคึกคักดี แฟนๆล้นหลาม เสียดายตรงสถานที่นี่แหละ บริเวณหน้าโรงหนังสยามภาวลัยพื้นที่มันน้อยนะ งานดูเหมือนจะไปรบกวนคนที่มาดูหนังตามปรกติด้วย โดยเฉพาะช่วงที่มีการเข้าแถวรอเข้าโรงหนัง เจ้าหน้าที่โรงหนังกับเจ้าหน้าที่ของงานมีปากเสียงกันเล็กน้อย เพราะพื้นที่ที่คนเข้าแถวไปกินบริเวณทางเดินของคนจะเข้าไปดูหนังจนเดินผ่านไปแทบไม่ได้

งานจัดได้ตรงตามเวลาและกำหนดการเป๊ะๆเลยทีเดียว เริ่มจากมีการฉายวิดีโอแนะนำรายการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่มีออกอากาศในประเทศไทย อุ่นเครื่องด้วยให้ผู้ชมปรบมือและใช้พัด แล้วก็มีตัวมาสค็อตของงานที่ออกมาแบบโฮโลแกรมยังกะโวคอลลอยด์มาทักทาย ปีนี้ใส่ชุดนินจา

ตามด้วยวิดีโอแนะนำละครญี่ปุ่นที่กำลังจะออกอากาศภายในปีนี้หลายเรื่อง แต่ละเรื่องน่าสนใจมากๆ น่าดูๆทั้งนั้น ระหว่างนี้จะมีวิดีโอชวนให้ดูซีรียส์จากนักแสดงของเรื่องนั้นๆแทรกมาด้วย เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆได้เยอะอยู่ แฟนใครออกมาก็กรี๊ดกันใหญ่ โซตะ ฟุคุชิ งี้ ยามะพี งี้

จากนั้นก็เป็นเวลาที่ทุกคนรอคอยกับช่วงสัมภาทย์แขกรับเชิญสุดพิเศษ Yuko Oshima และ Daiki Arioka

J Series Fes 05

การสัมภาทย์เป็นไปอย่างสนุกสนานไปกับความน่ารักของแขกรับเชิญทั้งสอง เรียกเสียงกรี๊ดเสียงเฮได้ตลอดช่วงการสัมภาทย์เลย

Continue reading

กว่าจะเลือก TV ได้สักเครื่อง

Sony Bravia LED TV 32 W700C_01
ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อTVได้สักที หลังจากยึกๆยักๆ ลังเลมานาน กินเวลานับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ กทม.ก็อยากได้ทีวีสักเครื่องตั้งแต่ตอนนั้น เวลาผ่านมาก็ 3ปีกว่าเกือบจะ 4ปีเลยครับ

แรกเริ่มเดิมทีก็งงๆ เลือกไม่ถูกเหมือนกันนะ มันมีให้เลือกเยอะแยะไปหมด ยิ่งเป็นพวกชอบอ่านข้อมูลเทคนิคที่บางทีเราเองก็ไม่เข้าใจอะไรหรอก ยิ่งอ่านยิ่งงง ยิ่งลังเลไปกันใหญ่

หลังๆมาเลยเปลี่ยนเป็นเริ่มจากกำหนดความต้องการของตัวเองก่อน มานึกก่อนว่าเราต้องการอะไร กำหนดงบประมาณไว้คร่าวๆด้วย

พอสรุปความต้องการของเราแล้ว ไม่ได้มีอะไรมากเลย แค่อยากได้ทีวีLEDสักเครื่องที่จะเอามาไว้ดูทีวี ดูหนังจาก DVD หรือ Blu-ray เท่านั้นเอง เลยพยายามตัดเรื่องเทคนิคยิบย่อยลงไปให้หมด เหลือแค่หลักๆ คือต้องเป็น Full HD1080 มีช่องต่อ HDMI และเป็น Digital TV ในตัว

เป็นความต้องการที่พื้นฐานมากๆเลย

เมื่อตัดนู่นตัดนี่ออกจนเหลือแค่นี้แล้ว ก็มาตัดสินใจเลือกขนาดจอกัน ต้องสรุปขนาดหน้าจอ เลือกขนาดจอตั้งแต่ก่อนไปซื้อให้เด็ดขาดครับ จะได้ไม่ไปลังเลเวลาเซลล์ถามว่าพอเหรอ? ไม่เอาจอใหญ่กว่านี้อีกสักนิดเหรอ? ไรงี้ ตรงนี้ต้องหนักแน่นก่อนครับ งบจะได้ไม่บานปลาย

ช่วงที่ตัดสินใจเลือกขนาดจอเนี่ยล่ะครับ ที่ทำเอาลังเลอยู่นาน ไปเดินๆดูตามงานเครื่องใช้ไฟฟ้า Power Mall, Power Buy บ่อยๆ ก็ลังเลอยู่ว่าจะเอาแค่จอเล็กๆแค่พอไว้ดูทีวีได้ก็พอ หรือ เอาใหญ่หน่อยแต่ไม่ใหญ่มาก สัก 32 นิ้ว กำลังดี มาคิดๆดู ถ้าจะดูบลูเรย์ด้วยก็เอาใหญ่ๆหน่อยก็ได้ แต่ก็ยังไม่อยากให้ใหญ่มาก เผื่อเวลาต้องย้ายห้องพักไปไหนจะได้สะดวก ก็เลยลงตัวที่สเปค 32 นิ้ว และต้อง Full HD

ปรากฎว่าด้วยความต้องการตามนี้เนี่ย ตัดตัวเลือกออกไปได้เยอะเลย เพราะนอกจาก Sony แล้วแบรนด์อื่นๆที่เป็นแบรนด์ใหญ่ๆไม่มีใครทำ 32 นิ้วแบบ Full HD เลย (ณ ตอนนั้นนะครับ) ตอนไปถามเซลล์ของยี่ห้อนึงเค้าบอกว่า มันไม่เห็นความแตกต่างมากนักที่จอแค่ 32 นิ้ว หลายๆแบรนด์เลยไม่ทำออกมาขาย 

แต่เราจะเอาอ่ะ จะ Full HD อ่ะ จอเล็กแยกออกไม่ออกเราไม่สน ^_^

ซึ่งเราเองก็เป็นคนที่หลงไหลในอารยธรรมอยู่แล้ว จริงๆก็ตั้งใจแต่แรกแล้วล่ะว่าอยากได้ Sony แต่ก็หาข้อมูลของแบรนด์อื่นๆเปรียบเทียบดูก่อน

เมื่อรูปการณ์ออกมาแบบนี ก็ตัดสินใจง่ายขึ้น ตอนนั้นถ้าตัดสินใจเลือกจอเล็กๆก็คงต้องมองแบรนด์ที่ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูนักแทน เพราะแบรนด์ดังๆส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำจอที่ขนาดเล็กกว่า 32 นิ้วเท่าไหร่ เห็นมี Philips กับ Toshiba ที่มีขนาดจอ 24 นิ้ว อยู่ แต่ตอนนั้นถ้าจะเอาเล็กๆก็คงเป็น 18 นิ้วไปเลย

เมื่อหลายๆอย่างลงตัว สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อ ทีวี Sony รุ่น LED W700C ขนาด 32 นิ้ว ราคาปรกติอยู่ที่ 16,490.00 บาท
ตอนซื้อมีโปรโมชั่นจ่ายด้วยเงินสดหรือรูดบัตรเครดิตเต็มราคา ราคาลดเหลือ 15,170 บาท กับมีโปรโมชั่นซื้อพร้อมเครื่องเล่น Blu-ray จะลดราคาเครื่องเล่นจาก 2,990 เหลือ 1,490 บาทด้วย (บทความ : เรื่องที่เพิ่งรู้หลังซื้อเครื่องเล่นบลูเรย์)

สรุปจ่ายไปรวมทั้งหมด 16,660 บาท เกินงบที่ตั้งไว้ตอนแรกว่าไม่อยากให้เกิน 15,000

Continue reading