OKER DS-300 หูฟังราคาประหยัด ที่ให้เสียงเกินราคา

ถ้ามีคนไปถามหาหูฟังราคาประหยัด ที่ให้คุณภาพเสียงดีๆตามเว็บบอร์ดหรือเพจเกี่ยวกับหูฟัง จะต้องมีคนมาแนะนำ OKER DS-300 รุ่นนี้แน่นอน

เสียงลือเสียงเล่าอ้างมานาน ไม่ได้สนใจ จนมีรุ่นน้องที่ทำงานแนะนำ หลังจากที่ได้ลองฟังหูฟังที่ผมครอบครองอยู่ Sennheiser ms-400, Sony EX-71 กับ MotorHead Trigger  (ตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อ PK2 นะครับ)

“หูฟังพี่มันไม่ค่อยมีเบสเลย ผมว่าพี่ลอง OKER DS-300 ดูสิพี่ เสียงดีเกินราคานะ”

เลยต้องไปลองหามาฟังดูซิ ว่ามันจะซักแค่ไหนกันเชียว เห็นพูดถึงกันจัง ราคาก็ไม่ได้แพงมาก ถ้าซื้อมาแล้วเสียงไม่ถูกใจก็ไม่เสียดายมาก ผมไปซื้อที่ตะวันนามาในราคา 180 บาท แล้วก็มารู้ทีหลังว่า สามารถหาได้ในราคาถูกกว่านั้นจากแหล่งอื่น ตอนกลับมาบ้านที่ลำพูน ไปดูที่ห้างแจ่มฟ้ายังขายแค่ 120 บาทเลย  แหม่

เอาหล่ะ เอาเป็นว่าราคาจะอยู่ที่ ร้อยบาทขึ้นไปก็แล้วกัน (บางแหล่งก็อาจจะได้ราคาต่ำกว่านั้น) ซื้ออะไรมาแล้วก็ไม่อยากคิดมาก

ตัวหูฟังเป็นหูฟังที่มีรูปร่างหน้าตาพิมพ์นิยม เหมือนออกมาจากพิมพ์เดียวกันกับหูฟังยี่ห้ออื่นๆหลายรุ่นในท้องตลาด คุณภาพของพลาสติก ของสาย ก็ดูไม่ต่างจากเจ้าอื่นในราคาใกล้ๆกันมากนัก

เมื่อได้ลองฟังแล้ว รู้สึกว่าสมคำร่ำลือ (อีกแล้ว) ด้วยว่าเป็นหูฟังราคาถูก ที่ให้ซุ่มเสียงเกินราคาไปมาก ยิ่งถ้าใครชอบเบส หูฟังรุ่นนี้มีให้เยอะน่าจะถูกใจ เรื่องรายระเอียดเสียงและความใสของเสียงร้อง อาจจะไม่ใสไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่กับหูฟังราคานี้ ทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว ยิ่งใช้งาน ใช้ฟังไปเรื่อยๆ เบิร์นไปเรื่อยๆแล้วก็ให้เสียงที่ดีมากขึ้นไปอีก

พอผมได้PK2 มาหลังจากนั้น ก็ไม่ค่อยได้ใช้งานตัวนี้เท่าไหร่ เพราะชอบเสียง PK2 มาก แต่เคยลองฟังสลับไปสลับมาแล้ว ก็แอบคิดๆไปว่าถ้าคนที่ชอบเบสเยอะๆ แล้วไม่ได้ต้องการรายละเอียดเสียงแหลม เสียงร้อง ความใสของเสียง หรือเสียงเครื่องสายอะไรมากนัก อาจจะชอบ DS-300 มากกว่าก็ได้ โดยที่ราคา PK2 ต่างกับ DS-300 เยอะเลย

แต่เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวจะหาว่าอวยกันเกินไป ยังไงๆ PK2 ก็ยังดีกว่านะ อันนั้นพูดถึงเฉพาะเสียงเบสเพราะถึงเบส PK2 จะไม่เยอะ แต่มันให้รายละเอียดกว่าของ DS-300 ที่เบสอาจจะมาเยอะ มาหนัก แต่มันก็เบลอๆ นอกนั้นรายละเอียดเสียงอื่นๆ PK2 ดีกว่าอยู่แล้ว

และด้วยที่เป็นหูฟังราคาประหยัดที่ให้เสียงดี เลยมีคนนิยมเอาไปโมกันเยอะ มีสูตรเบิร์น โมสาย โมตะกั่ว โมไปโมมาเสียงก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก

ตอนนี้ก็ใช้งานสลับกับ PK2 ครับ ใช้ฟังในสถานการณ์ที่ไม่ได้ต้องละเมียดกับเสียงมากนัก อย่างตอนทำงานบ้าน ซักผ้า ล้างห้องน้ำ เพราะถ้าอยู่ๆ PK2 เกิดหลุดจากหูไปจุ่มกะลามังซักผ้า หรือโดนเหงื่อมากๆแล้วพัง ก็แย่เลย

เอาไว้เป็นหูสำรองไว้ฟังแบบว่า ไม่กลัวพัง ไม่กลัวหาย ซื้อใหม่ได้ไม่ซีเรียส แบบนี้ก็โอเคนะ ราคาดี หาซื้อง่าย หรือถ้าใครที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องการฟังเพลงอะไรมาก ฟังหูฟังอะไรก็ได้ รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

หน้าตาของแพ็คเกจอาจจะต่างไปตามยุคสมัย ในอนาคตอาจจะเปลี่ยนเป็นแบบอื่นอีก คิดว่า OKER DS-300 คงจะมีขายไปอีกนาน คงไม่เลิกผลิตง่ายๆ ถ้าหลังจากนี้ไปหาซื้อแล้วไม่เจอกล่องแบบนี้ ต้องดูที่ยี่ห้อกับชื่อรุ่นเอา

สรุปสั้นๆอีกที : หูฟังราคาประหยัด เสียงดีเกินราคา เบสเยอะ คุ้มค่า หาย พัง ก็ไม่เสียดาย

ปล. ที่ว่าเสียงดีๆนี่ ก็ไม่ได้ว่าดีเวอร์นะครับ หมายถึงกับราคาประมาณนี้ ก็ตามราคาอ่ะนะ

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น