Nokiaเก่าเล่าเรื่อง

ไปค้นลังเก่าๆแล้วไปเจอเพื่อนเก่าสองชิ้นที่นอนหลับไหลไร้ประโยชน์อยู่ มันคือมือถือ Nokia 3310 กับ 3350 ที่เคยเป็นคู่หู(คู่หูจริงๆ)ที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

เห็นของสองชิ้นนี้แล้วทำให้นึกถึงความหลังขึ้นมา เลยอยากเอามาเล่าสู่กันฟัง
สมันก่อน ประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว มือถือยังเป็นของที่มีราคาแพงมากๆ แถมค่าโทรก็ยังแพงมาก(นาทีละ12บาท โอ้ววว) วัยรุ่นวัยเรียนเมื่อก่อนก็จะใช้เพจเจอร์(Pager)ในการติดต่อสื่อสารกันกับเพื่อนๆเอา (เพจเจอร์คืออะไร ดูได้จากบทความนี้ เพจเจอร์ อดีตเครื่องมือสื่อสารเมื่อครั้งยังวัยรุ่น)

แต่แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไป มือถือเริ่มมีราคาถูกลงเรื่อยๆ ค่าโทรก็ลดลงมาเรื่อยๆ เพจเจอร์ก็ค่อยๆถูกมือถือแย่งลูกค้าไปจนในที่สุดก็ต้องหายไปจากสารบบเครื่องมือสื่อสารที่คนไทยใช้กัน

แต่ถึงกระนั้นแล้วก็ไม่ใช่ว่าวัยรุ่นทุกคนจะสามารถมีมือถือใช้กันอย่างเป็นปรกติเหมือนสมัยนี้ เพราะถึงแม้ว่าค่าเครื่องและค่าโทรจะถูกลงมาก แต่ก็ยังเป็นจำนวนเงินที่มากเกินกว่าที่ผู้มีฐานะธรรมดาๆทั่วไปจะสามารถหาซื้อมาใช้ได้ มือถือจึงยังเป็นอุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้ที่ค่อนข้างมีฐานะเท่านั้น ส่วนคนธรรมดาก็ต้องใช้เพจเจอร์กันต่อไป

ตอนนั้นเมื่อเรียนอยู่มหาลัยปี2 จำได้ว่ารูมเมทซื้อมือถือมาใช้ ซึ่งก็คือNokia 3310 รุ่นที่เห็นในรูปข้างบนนั่นเอง(อันซ้ายมือ) ตอนนั้นเพื่อนบอกว่าพ่อซื้อให้ ราคาก็เกือบๆสองหมื่นบาท เห็นของเพื่อนแล้วก็อิจฉา อยากได้ตามประสาวัยรุ่น แต่เห็นราคาแล้ว ก็เลยต้องทนใช้เพจเจอร์ต่อไป ไม่ไหวครับแพงเกิน

สำหรับยุคนั้นแบรนด์Nokiaถือเป็นสุดยอดปรารถนาของบรรดาวัยรุ่นทั้งหลาย โดยเฉพาะโนเกีย3310รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ใครมีแล้วเท่ห์มากๆในยุคนั้น

เวลาผ่านไปมือถือกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีค่าใช้จ่ายถูกลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นปัจจัย5สำหรับมนุษย์เราไปเสียแล้ว

มือถือนอกจากจะเป็นเครื่องมือสื่อสารแล้ว ยังเป็นของที่เอาไว้อวดหรือแสดงถึงฐานะของเราอีกด้วย ถ้าใครมีมือถือแพงๆสวยๆใช้ ก็จะดูดีมากๆในกลุ่มเพื่อน

สำหรับผมเองแล้วมือถือไม่ได้เป็นอะไรที่มากกว่าเครื่องมือสื่อสาร ดังนั้นผมเองจึงไม่ค่อยคิดมากกับราคาค่างวดของมันสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามีเงินพอก็อาจจะหารุ่นดีๆหน่อยมาใช้ มือถือเครื่องแรกของผมได้มาตอนที่จะขึ้นมหาลัยปี4 พอดีคุณน้าใจดีให้เงินมา1หมื่นบาทถ้วน เพื่อซื้อโทรศัพท์ใช้ คงต้องบอกว่าถ้าไม่มีน้าคนนี้ ตอนนั้นคงไม่ได้ใช้มือถือแบบคนอื่นแน่ๆ ต้องขอบคุณคุณน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

มือถือเครื่องแรกของผมคือNokia3350อันขวามือที่เห็นในรูปข้างบนนั้น ผมใช้มันอยู่5ปีกว่าๆกว่าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ยังจำความรู้สึกวันที่กำเงิน1หมื่นบาท ไปซื้อมันมา แล้วได้ทอนเป็นแบงค์500คืนมา1ใบ ความรู้สึกตอนนั้นมันแปลกๆ เพราะว่าไม่เคยใช้เงินซื้อของมากขนาดนั้นมาก่อน
แต่ถ้าเลือกย้อนกลับไปได้คงจะซื้อรุ่นอื่นที่ถูกว่านี้แล้วเก็บเงินไว้บ้างดีกว่า แต่ก็นะ ตอนนั้นก็อยากใช้ของที่ดีๆหน่อย ไม่ใช่ซื้อถูกๆมาเดี๋ยวพัง ราคามือถือตอนนั้นถูกสุดจะอยู่สี่พันถึงห้าพันบาท ยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้ ความรู้สึกตอนนั้นคือ มือถือต้องNokiaเท่าั้นั้น ต่างจากตอนนี้ที่Nokiaดูจะได้รับความนิยมน้อยลงไปมากในบ้านเรา

3310 เครื่องในรูปนั้นเป็นมือถือเครื่องที่สองของผมที่เปลี่ยนมาใช้เนื่องจากเครื่องแรกอาการหนักแล้ว ไม่สามารถกดปุ่มได้ ก่อนหน้านั้นมันมีอาการเล็กๆน้อยเช่นติดๆดับๆ กดปุ่มไม่ได้ เป็นๆหายๆอยู่นานมาก แต่ผมไม่อยากเปลี่ยนเลยทนใช้มาเรื่อยๆจนมันพัง แต่มือถือเครื่องที่สองนี่ก็ไม่ได้ซื้อนะครับ เป็นของญาติให้มาใช้ ใช้ได้อีกเกือบสองปีก็เสีย เปลี่ยนไปใช้เครื่องเก่าของอาอีกเครื่อง ใช้ได้ไม่กี่เดื่อนก็พังอีก แล้วก็มาได้น้าคนเดิมที่ซื้อมือถือเครื่องแรกให้ เอามือถือที่ใช้อยู่ให้มาใช้ ซึ่งก็คือ Nokia 2630 เครื่องปัจจุบันที่ใช้อยู่นี่เอง(เครื่องนี้ก็ใช้มาจะสามปีเข้าไปแล้ว)

จะเห็นได้ว่าผมเปลี่ยนมือถือไม่บ่อย และจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อมันใช้การไม่ได้หรือเสียจริงๆเท่าั้นั้น ดังนั้นเวลาผมเห็นวัยรุ่นที่ชอบเปลี่ยนมือถือบ่อยๆตามแฟชั่นหรือตามเพื่อนทีไรมักจะไม่ค่อยเข้าใจพวกเขาเอาซะเลย

ตอนที่ได้มือถือเครื่องแรกมา จำได้ว่าก็เห่อไม่ใช่น้อย เอาเบอร์ไปแจกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆไปทั่ว แต่ไม่ค่อยมีใครโทรหาหรอกครับ โดยเฉพาะสาวๆ(ฮ่าๆ เศร้า)

ในช่วงที่เริ่มเปลี่ยนจากเพจเจอร์ไปสู่ยุคของมือถือนั้น ช่วงนั้นจะมีประโยคทักทายยอดนิยมเกิดขึ้นเวลาเจอเพื่อนๆก็คือ”เรามีมือถือแล้วนะ เบอร์xxxxxxxxx โทรหาเราด้วยนะ” หรืออะไรแนวๆนี้ แล้วจากนั้นประโยคสนทนาก็จะเป็นการถามเกี่ยวกับมือถือว่าซื้อมือถือรุ่นไหน ซื้อมาเท่าไหร่ ดีไหม อะไรประมาณนั้น

เมื่อก่อนมือถือNokiaคืออันดับหนึ่ง เวลาเราจะซื้อมือถือสักเครื่อง ยิ่งรุ่นแพงๆของโนเกียถ้าใครใช้นี่จะเท่ห์มากๆ

กาลเวลาผ่านไป นึกถึงเงินหนึ่งหมื่นที่เอาไปซื้อเจ้า3350มาตอนนั้น ตอนนี้สามารถซื้อมือถือทัชโฟน แอนดรอยด์ บางรุ่นได้เลยนะเนี่ย ไม่งั้นก็มือถือราคาไม่เกินหมื่นที่สามารถดูหนังฟังเพลงเล่นอินเตอร์เนทได้ เทียบกับตอนนั้นที่ได้มือถือจอขาวดำ กับลูกเล่นธรรมดาๆแล้วมันต่างกันลิบลับเลย

แบรนด์Nokiaเองก็ดูตกๆไป เพราะมีคู่แข่งที่มาแข่งด้วยเยอะไปหมด ในระดับมือถือรุ่นแพงๆก็โดน iPhone กับ BlackBerry ขึ้นไปแทน รุ่นกลางๆก็ต้องแข่งกับ Samsung, LG, i-Mobile และอื่นๆอีกมากมาย ให้ปวดหัวเล่น แอบเสียดายแทนที่เมื่อก่อนถ้าใครจะซื้อมือถือ ต้องNokiaเท่านั้น แต่ตอนนี้มันต่างไป

มือถือเป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญที่จำเป็นมากในปัจจุบัน แถมยังสามารถทำอะไรได้มากกว่าแค่เป็นมือถืออย่างสมัยก่อน ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ เล่นเกม ทำงาน เล่นอินเตอร์เนท รับส่งอีเมล ทำให้เมื่อได้กลับมาดูของเก่าๆแล้ว ก็อดขำไม่ได้จริงๆ เทคโนโลยีมันไปเร็วมาก เดี๋ยวนี้ซื้ออะไรที่เป็นสินค้าเทคโนโลยีต้องทำใจไว้เลยว่ามันจะตกรุ่น และราคาตก ไม่ใช่แค่มือถือเท่านั้น ยังรวมไปถึงคอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล และอื่นๆ

เหมือนเพื่อนทั้งสองที่ตอนนี้เอาไปขายคงได้ไม่กี่บาทจากที่ถ้าเป็นเมื่อก่อน สองเครื่องรวมกันราคาก็คงเกือบสามหมื่น

ไม่รู้จะจบยังไง จบลงที่การถอนหายใจดัง “เฮ้อ” กับรอยยิ้มเมื่อนึกถึงวันเก่าๆก็แล้วกันครับ

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

One thought on “Nokiaเก่าเล่าเรื่อง

  1. Anonymous พูดว่า:

    ของเราขายหมดเรยย

ใส่ความเห็น