NoNotaro129

เรื่องราวเรื่อยเปื่อยของชายคนหนึ่ง

หนังสือ Starbucks กับคูปองซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง(ที่หมดเขตไปแล้ว)

น้อยคนนักหรือแม้แต่เืเพื่อนที่รู้จักกันมานานก็อาจจะยังไม่รู้ว่าผมเป็นคนที่สนใจศึกษาเรื่องของการสร้างแบรนด์เป็นอย่างมาก หลายคนอาจจะบอกว่าก็ไม่เห็นยากอะไรเลย เค้าก็แค่เอาไก่มาต้มทำซุปให้เป็นซุปเข้มข้นแล้วก็เอามาใส่ขวดขาย ปั๊ดโธ่ นั่นมันแบรนด์ซุปไก่ จะเอาฮาไปถึงไหน

“แบรนด์ คือ อะไรเหรอ ? (What is a Brand ?) แบรนด์ คือ ภาพลักษณ์ หรือ ความคาดหวังที่ลูกค้ามีต่อผลิตภัณฑ์หรือ บริการขององค์กร ซึ่งแบรนด์นั้นกินเนื้อความกว้างไกลกว่าคำว่า ตราสินค้า หรือ Logo เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องราวทั้งหมดที่ผู้บริโภคเกิดการรับรู้เกี่ยวกับองค์กรของเราเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดความเชื่อถือและไว้ใจ”
(Credit : www.thaicontractors.com)

การสร้างแบรนด์นั่นช่างล้ำลึก มีพลัง และดูเหมือนมันเป็นสิ่งที่เรียกว่า “อาร์ต” ในความหมายของพี่โน้ต อุดม ที่ได้กล่าวไว้ในเดี่ยว 7 ตัวผมเองนั้นก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าอยู่ดีๆมาสนใจเรื่องราวแนวนี้ได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่ารู้สึกสนุกทุกเวลาได้อ่านหรือศึกษาเกี่ยวกับเรื่องรางของแบรนด์ต่างๆว่าเค้าเริ่มต้นมาด้วยอะไร แนวคิดในการสร้างแบรนด์ เค้าผ่านอะไรมาบ้าง อะไรทำนองนี้ มีแบรนด์อยู่หลายแบรนด์ที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นที่ผมทึ่งและสนใจอย่างมากก็คือ Starbucks นั่นเอง


เค้าทำอย่างไรถึงขายกาแฟราคาแพงขนาดนั้นได้ แล้วอยู่ได้ด้วยนะ ผู้คนที่ชอบดื่มกาแฟในระดับจริงจังส่วนใหญ่รู้จักและชื่นชมสตาร์บัคส์ หลุยส์วิตตองล่ะ กระเป๋าแพงขนาดนั้น ทำไมคนถึงอยากซื้อ ทั้งๆที่มีกระเป๋ายี่ห้ออื่นๆที่ใส่ของได้เหมือนกันในราคาที่ถูกกว่าให้เลือกมากมายในท้องตลาด ทั้งหมดที่ว่ามานั้นก็เป็นผลพวงมาจากการสร้าง Brand ทั้งนั้น
             มีหนังสือเกี่ยวกับ สตาร์บัคส์ออกวางขายเป็นภาษาไทยมาแล้วก็หลายเล่ม แต่ก็พลาดมาตลอดครับ หนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Brand ต่างๆที่ออกมาก่อนหน้านี้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ผมมีเหตุทำให้ต้องพลาดหนังสือที่น่าสนใจไปหลายเล่มและตอนนี้ก็หาซื้อยากมากแล้ว อย่างเช่น หนังสือ 100แบรนด์ล้มดัง, 100สุดยอดแบรนด์โลก (BRAND ROYALTY) สองเล่มนี้ยังอยากอ่านมากแต่ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหนแล้ว

เกริ่นมาซะยาวเลย จะเข้าสู่สาระสำคัญของบทความนี้กันแล้วนะครับ (ที่อ่านไปเมื่อกี้เป็นน้ำครับ เนื้อกำลังจะเริ่ม ฮ่าๆๆ) เรื่องก็คือในที่สุดผมก็ได้ซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับสตาร์บัคส์มาเล่มหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่ได้อ่านครับ ถ้าอ่านแล้วเป็นอย่างไรจะมาเขียนถึงอีกที แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คิดผมว่าหลายๆคนคงสนใจเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้คือ หนังสือเล่มนี้แถมคูปองสำหรับซื้อกาแฟสตาร์บัคส์ ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ด้วย และคิดว่าน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนอุดหนุนซื้อหนังสือเล่มนี้มา สำหรับคนที่ยังไม่ได้ซื้อและคิดจะซื้อ คงอยากรู้ว่า มันมีกำหนดหมดเขตไหม หมดเขตเมื่อไหร่ คำตอบคือมีครับ และก็หมดไปแล้วด้วย ฮือๆๆ T o T


เล่มที่ผมซื้อมาเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ครับ ไม่แน่ใจว่าถ้ามีพิมพ์ครั้งต่อไปจะมีแถมคูปองแล้วขยายเวลาหมดเขตสำหรับฉบับ พิมพ์ครั้งที่ 3 ไหม สำหรับฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 นี้ หมดเขตไปแล้วเมื่อ 31 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมาครับ ที่น่าเจ็บใจก็คือ ผมเพิ่มซื้อมาหลังจากคูปองหมดเขตไปแล้วไม่กี่วันมานี่เอง เซ็งจริงๆเลย
ดังนั้นใครที่สงสัยเรื่องคูปองอยู่ก็ตามนั้นครับ ตอนซื้อผมไม่ได้ดูซะด้วยว่าคูปองมันหมดอายุรึเปล่า เพราะหนังสือมันอยู่ในซีลพลาสติกแกะดูไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เช็คว่าคูปองเค้าเอาไว้ตรงไหน ลืมดู

ตอนแรกกะไปกับเพื่อนอีกคนแล้วหารค่ากาแฟกันสักหน่อยจะได้ประหยัด ฮ่าๆๆๆ
ถึงผมจะอยากรู้เรื่องสตาร์บัคส์แต่ก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปอุดหนุนได้บ่อยๆนะครับ ตั้งแต่เกิดมาจำได้ว่าเคยไปซื้อกินแค่สองสามครั้งเอง คิดแล้วมันเศร้า จริงๆแล้วผมไม่ชอบกินกาแฟซะด้วยซ้ำ ชอบดื่มชามากกว่า เหอ เหอ

สาระมีเ่ท่านี้แหละครับสำหรับบทความนี้ แค่อยากมาบอกคนที่สนใจหนังสือเล่มนี้และสงสัยเรื่องคูปองจะได้หายสงสัยกัน ถ้าใครอยากได้คูปองอาจจะต้องรอลุ้นตอนพิมพ์ครั้งที่ 3 เอาว่าจะมีแบบนี้มาอีกรึเปล่า ส่วนเรื่องหนังสือ ไว้อ่านจบแล้วจะมาเขียนถึงอีกทีครับ เวลาผมอ่านหนังสือแบบนี้มักจะต้องใช้เวลาอ่านนานหน่อย ใจร้อนอยากมาคุยเรื่องคูปองก่อน

เพื่อนๆคนไหนมีแบรนด์ในดวงใจแบรนด์อะไร เค้ามีเรื่องราวการสร้างแบรนด์ที่น่าสนใจแบบไหน เขียนคอมเมนต์แนะนำผมกันหน่อยนะครับ ที่ผมรู้จักและสนใจตอนนี้มีอยู่ไม่กี่แบรนด์เอง หรือถ้าใครมีหนังสือแนวนี้เล่มไหนน่าสนใจก็แนะนำกันเข้ามาได้นะครับ

โลกของ OZ

ในบรรดานิยายสำหรับเด็กที่เราๆท่านรู้จักกันดี หรือไม่ก็ต้องเคยอ่านผ่านหูผ่านตามาบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต หนึ่งในนั้นต้องมี เรื่อง “พ่อมดแห่งออซ” (The Wonderful Wizard of Oz) ที่ทำออกมาหลายเวอร์ชั่นเหลือเกิน ทั้งแบบหนังสือภาพ นิยาย หนังสือนิทาน ภาพยนต์ ภาพยนต์การ์ตูน ทีวีอนิเมชั่น

เรื่องราวของเด็กสาวที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดในแคนซัส รัฐที่เกิดพายุเฮอริเคนบ่อยๆและก็เป็นพายุเฮอริเคนนั่นเองที่พัดเอาบ้านของหนูน้อยโดโรธีไปตกในโลกอีกโลกหนึ่ง ที่นี่เด็กน้อยต้องผจญภัยเพื่อหาทางกลับบ้าน ระหว่างทางก็ได้พบกับ คุณสิงโตขี้ขลาดที่อยากได้ความกล้า หุ่นไล่กาที่อยากได้สมอง หุ่นกระป๋องที่อยากได้หัวใจ และผู้ที่จะช่วยทุกๆคนได้ก็มีเพียงพ่อมดแห่งออซเท่านั้น การเดินทางนั้นไม่ง่าย ต้องพบกับอุปสรรคและตัวร้ายอย่างแม่มดใจร้าย ตอนจบจะเป็นอย่างไรนั้น ทุกคนที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้ต่างก็รู้แล้วทั้งนั้น

แล้วจะเขียนทำไมละแบบนี้ ฮ่วย เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่ครั้งหนึ่งผมเคยสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของโลกแห่ง OZ ขึ้นมา เพราะว่าจากการที่เราได้อ่าน ได้ดูในแต่เวอร์ชั่นที่ผ่านๆมานั้น จะีมีในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆที่แต่ละเวอร์ชั่นไม่เหมือนกัน มีเวอร์ชั่นการ์ตูนทีวีที่เคยออกอากาศทางช่อง3 ที่มีเรื่องราวต่อจากตอนที่โดโรธีกลับบ้านไปแล้วด้วย จนเกิดความสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นเรื่องราวที่เป็นต้นฉบับจริงๆนั้นเป็นอย่างไร เกิดอยากลองอ่านเวอร์ชั่นออริจินอล ต้นฉบับดั้งเดิมแท้ๆขึ้นมา

คิดได้ดังนั้นก็เลยลองค้นหาข้อมูลดู และโชคดีที่ว่าที่ห้องสมุดแห่งหนึ่งมีหนังสือเล่มนี้ให้ยืม เป็นแบบต้นฉบับภาษาอังกฤษเสียด้วย ได้ดูรูปเล่ม กระดาษและอาร์ตเวิร์คแล้ว ต้องบอกว่ามันช่างคลาสสิคยิ่งนัก สุดท้ายก็ได้อ่านสมใจ และทำให้ได้รู้ว่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับดินแดนที่ชื่อว่า OZ นั้น มีทำออกมาเป็นหนังสือภาคต่อจากเล่มแรกอีกหลายเล่มทีเดียว

อยากรู้อีกแล้วล่ะทีนี้ ว่าเรื่องราวของเล่มอื่นๆภาคอื่นๆจะเป็นอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอ่านให้ครบทุกเล่ม แต่ทว่าเมื่อได้ลองค้นหาข้อมูลต่อก็พบว่ามีหนังสือที่เป็นเรื่องราวในดินแดน OZ อีกหลายสิบเล่มเลย

มีกี่เล่ม ลองมาดูกันครับ (ข้อมูลจาก Wikipedia) ทุกเล่มเป็นภาษาอังกฤษนะครับ คลิกที่ชื่อหนังสือจะนำไปสู่เว็บที่สามารถอ่านหนังสือเล่มนั้นได้ อันไหนคลิกไม่ได้ก็คือไม่มีนะครับ

1. เล่มแรก เล่มที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด The Wonderful Wizard of Oz (1900)
2. The Marvelous Land of Oz (1904)
3. Ozma of Oz (1907)
4. Dorothy and the Wizard in Oz (1908)
5. The Road to Oz (1909)
6. The Emerald City of Oz (1910)
7. The Patchwork Girl of Oz (1913)
8. Tik-Tok of Oz (1914)
9. The Scarecrow of Oz (1915)
10. Rinkitink in Oz (1916)
11. The Lost Princess of Oz (1917)
12. The Tin Woodman of Oz (1918)
13. The Magic of Oz (1919)
14. Glinda of Oz (1920)
15. The Royal Book of Oz (1921)
16. Kabumpo in Oz (1922)
17. The Cowardly Lion of Oz (1923)
18. Grampa in Oz (1924)
19. The Lost King of Oz (1925)
20. The Hungry Tiger of Oz (1926)
21. The Gnome King of Oz (1927)
22. The Giant Horse of Oz (1928)
23. Jack Pumpkinhead of Oz (1929)
24. The Yellow Knight of Oz (1930)
25. Pirates in Oz (1931)
26. The Purple Prince of Oz (1932)
27. Ojo in Oz (1933)
28. Speedy in Oz (1934)
29. The Wishing Horse of Oz (1935)
30. Captain Salt in Oz (1936)
31. Handy Mandy in Oz (1937)
32. The Silver Princess in Oz (1938)
33. Ozoplaning with the Wizard of Oz (1939)
34. The Wonder City of Oz (1940)
35. The Scalawagons of Oz (1941)
36. Lucky Bucky in Oz (1942)
37. The Magical Mimics in Oz (1946)
38. The Shaggy Man of Oz (1949)
39. The Hidden Valley of Oz (1951)
40. Merry Go Round in Oz (1963)
41. Yankee in Oz (1972)
42. The Enchanted Island of Oz (1976)
43. The Forbidden Fountain of Oz (1980)
44. The Ozmapolitan of Oz (1986)
45. The Wicked Witch of Oz (1993)
46. The Runaway in Oz (1995)
47. The Rundelstone of Oz (2001)
48. The Emerald Wand of Oz (2005)
49. Trouble Under Oz (2006)
50. Sky Pyrates Over Oz (forthcoming)

นี่ยังไม่รวมอีกหลายเล่มที่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับ OZ แต่เป็นแบบ non-canonical อีกตั้ง 30 เล่ม (ดูได้จาก Wikipedia Portal:Oz)
หุหุ แค่อ่านรายชื่อก็เหนื่อยแล้วครับ ความตั้งใจที่ว่าจะตามอ่านให้หมดทุกเล่มก็เป็นอันต้องล้มเลิกไป เล่ม1-14นั้นเป็นเล่มที่แต่งโดยผู้แต่งต้นฉบับ L. Frank Baum ส่วนเล่มอื่นๆหลังจากนั้นเป็นเล่มที่แต่งขึ้นหลังจากที่ L. Frank Baum เสียชีวิตแล้ว (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก List of Oz books : Wikipedia)
ดูจากปีที่หนังสือออกวางแผง บางเล่มก็เพิ่งมาแต่งเอาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง โดยเฉพาะเล่มที่ 50 นี่ยังไม่ออกมาเลยด้วยซ้ำ

ความคิดเลยเปลี่ยนเป็นว่าจะลองอ่านจากเล่มที่สนใจไปเรื่อยๆคงจะดีกว่าครับ เอาเท่าที่อ่านได้พอ แหะๆ (แพลนไว้หลายปีแล้วยังไม่ได้เริ่มเลย ฮ่าๆๆ)

ถ้าใครมี Kindle ลองหาเวอร์ชั่นสำหรับ Kindle มาอ่านดูจะดีกว่าครับ อ่านบนเว็บจากจอคอมพิวเตอร์แล้วมันบั่นทอนสุขภาพตาเหลือเกิน อ้อเกือบลืม มี Kindle App สำหรับ PC, iPhone, iPod touch, iPad, Blackberry, Android และอุปกรณ์อื่นๆให้เลือกใช้ด้วยนะครับ ลองอ่านจากบทความนี้ดูครับ Kindle for PC แก้ขัดไปก่อน

จะหาแบบที่มีให้โหลดฟรีหรือซื้อเอาใน Kindle Store ก็ตามละดวกครับ เท่าที่ค้นๆดูที่น่าสนก็มีแบบรวม 14 เล่ม ไว้ใน e book เล่มเดียวก็มี

โลกของ OZ นั่นช่างกว้างใหญ่จริงๆ ให้ตายเถอะ จะเริ่มจากเล่มไหนก่อนดีล่ะเนี่ย

Tim Burton ทิมเบอร์ตัน กับเด็กชายหอยนางรม

ในบรรดาบุคคลที่ผมชื่นชอบผลงานนั้นมีคนหนึ่งที่มีสไตล์งานแนวมืดๆ ทึมๆ หม่นๆ ที่โดนใจผมมากๆ เขาคนนั้นคือ Tim Burton แรกเริ่มเดิมทีไม่รู้หรอกว่าผลงานนั้นๆเป็นของใคร เพราะเมื่อก่อนไม่เคยสนใจว่าหนังหลายๆเรื่องที่เราชอบๆอยู่นั้นใครกำกับ ไปๆมาๆ หนังหลายๆเรื่องที่เราชื่นชอบนั้นเป็นผลงานของคนๆนี้ไปซะอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่อง เอ็ดเวิร์ดมือกรรไกร Edward Scissor hands(1990), แบทแมนสองภาคแรก Batman (1989),Batman Returns (1992) ที่ผมคิดว่าเป็นหนังแบทแมนที่ผมชอบที่สุด, สลีปปี้ ฮอลโลว์ Sleepy Hollow (1999), พิภพวานร Planet of the Apes (2001), โรงงานช็อกโกแล็ตของชาร์ลี Charlie and the Chocolate Factory (2005) และมีอีกหลายๆเรื่องที่ยังไม่ได้ดูแต่จะหามาดูให้ได้แน่ๆในอนาคต

ผลงานของเขาที่เราๆท่านรู้จักส่วนมากนั้นก็จะเป็นผลงานกำกับภาพยนต์เสียส่วนใหญ่ แต่ทุกครั้งเมื่อนึกถึงเขา นอกจากจะนึกถึงหนังของเขาแล้วยังมีผลงานที่ประทับใจผมอีกชิ้นหนึ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก นั่นก็คือผลงานหนังสือเรื่องสั้นของเขา ที่มีชื่อว่าThe Melancholy Death of Oyster Boy & Other Stories (ความตายอันทุกข์ระทมของเด็กชายหอยนางรม)

ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหนังสือหายากไปแล้ว และหนังสือเล่มนี้เคยมีคนแปลและพิมพ์เป็นภาษาไทยจำหน่ายในบ้านเราด้วย(แปลโดยคุณ ‘ปราย พันแสง) ใช้ชื่อหนังสือภาษาไทยสั้นๆว่า”เด็กชายหอยนางรม” เสียดายมากๆที่ตอนนั้นไม่ได้ซื้อไว้ แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยว่าจะไปซื้อที่ไหน
โชคยังเข้าข้างที่ยังมีให้อ่านออนไลน์ ที่นี่ homepage.eircom.net
เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ภาษาไทยไม่รู้ว่าจะหาอ่านที่ไหนเหมือนกัน แต่ก็ยังดีที่มีให้อ่าน

เป็นหนังสือที่ดีมากๆครับตอนแรกผมก็ไม่ค่อยอิน ค่อยเก็ทเท่าไหร่ พออ่านไปเรื่อยๆ แล้วหาอ่านที่คนอื่นๆมาตีความไว้ในหนังสือหรืออินเตอร์เนททำให้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้มีความลุ่มลึกของมันอยู่ บางเรื่องอ่านๆดูแล้วตลกร้ายดี
ช่วงนี้เกิดอยากได้มาอ่าน หาไม่ได้แล้วครับ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน แต่ก็ได้รู้ว่ามีคนชอบหนังสือเรื่องนี้เยอะเหมือนกัน
ยกตัวอย่างสักสองบล็อกที่เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกันครับ
- wednesdaychild.exteen.com
- madampee@bloggang.com
ใครไปเจอในร้านหนังสือเก่าซื้อมาเก็บไว้เลยนะครับ หนังสือดีจริงๆน่ามีเก็บไว้อ่าน

ตอนนี้ทิมเบอร์ตันเองก็มีเว็บแกลลอรี่, Facebook และ Twitter ไว้ให้แฟนๆที่ชื่นชอบผลงานได้ติดตามกัน
www.timburton.com เป็นเว็บที่แนวมากๆครับ ใครชอบคุณทิมเบอร์ตัน ไปดูด่วนเลย
Tim Burton’s Facebook
Tim Burton”s Twitter
อีกเว็บที่น่าสนใจ เกี่ยวกับทิมเบอร์ตัน โดยเฉพาะหมวดหมู่ Multimedia นี้จะมีflash animationเรื่อง Stainboy ที่เป็นตัวละครที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งของทิมเบอร์ตัน (มี6ตอน)
www.timburtoncollective.com

การ์ตูนหมื่นตา ธรรมะ

เห็นปกหนังสือเล่มนี้ครั้งแรก นึกว่าเป็นการ์ตูนแนวๆ ที่ออกมาตามแฟชั่นช่วงนี้เสียอีก เลยไม่สนใจเท่าไหร่
แต่วันหนึ่งได้อ่านคอลัมน์แนะนำหนังสือเล่มนี้จากหนังสือพิมพ์รายวันเล่มหนึ่ง มีเนื้อหาแนะนำหนังสือและประวัติเล็กๆน้อยๆของผู้เขียน เลยเกิดสนใจขึ้นมา สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้ออ่าน

ไม่ผิดหวังครับ หนังสือดี มีคุณค่า และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านจริงๆ
เป็นการ์ตูนอ่านง่าย แฝงข้อคิดและหลักธรรมคำสอนที่จะช่วยให้เราเข้าใจธรรมะ เข้าใจชีวิตมากขึ้น
การ์ตูนหมื่นตานั้นโด่งดังและเป็นที่รู้จักมานานแล้ว เพราะเป็นการ์ตูนที่วาดลงบล็อกให้เราไปอ่านได้ฟรีๆ
และตอนนี้ถึงแม้ว่าการ์ตูนชุดหมื่นตานั้นจะตีพิมพ์ออกขาย แต่ก็ยังมีอ่านได้ที่บล็อกเหมือนเดิม ไม่ได้ลบส่วนที่ตีพิมพ์ออกขายจากบล็อกไปแต่ประการใด

นอกจากการ์ตูนชุดหมื่นตาแล้ว ก็ยังมีการ์ตูนชุดอื่นๆ และเรื่องราวต่างๆ ที่สนุกและให้ข้อคิดกับผู้อ่านอีกมากมาย
บล็อกที่มาของการ์ตูนหมื่นตาก็คือ บล็อกกะว่าก๋า บล็อกชื่อดังแห่ง Bloggang นั่นเองครับ

เห็นว่าอาจจะมีเล่ม 2 ตามออกมาในเร็วๆนี้ด้วย ผมไม่พลาดแน่นอน

หนังสือดีๆและบล็อกดีๆที่เอามาบอกต่อกันครับ

หนังสือสมบัติผู้ดี หนังสือในตำนาน

หลายๆครั้งเราคงเคยได้ยินคนพูดถึงหนังสือเล่มนี้ เวลาเจอใครที่มีพฤติกรรมแย่ๆแล้วอยากตักเตือน ด้วยประโยคที่ว่า
“ไปหาหนังสือสมบัติผู้ดีมาอ่านซะบ้าง”
“ไปซื้อหนังสือสมบัติผู้ดีมาอ่านซะบ้างนะ เผื่อนิสัยแย่ๆจะดีขึ้น”
หลายๆครั้งทำให้ผมสงสัยว่าเอ หนังสือเล่มนี้มันมีอยู่จริงๆหรือเปล่า จากการค้นหาดูแล้วก็พบว่าหนังสือเล่มนี้นั้นมีอยู่จริงเสียด้วย
แต่ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้นั้นคือ “สมบัติของผู้ดี” เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติมวิชาสังคมศึกษาของระดับประถมศึกษา
ของกรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ แต่งโดย เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี

หนังสือเล่มนี้ถึงจะเก่าไปหน่อยแต่คิดว่าเนื้อหาที่เกี่ยวกับการมีมารยาททางสังคมนั้นน่าจะยังใช้ได้ดีไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยไหน
ถ้าอยากอ่าน คงจะหาแบบเป็นเล่มๆมาอ่านยากแล้ว แต่ก็มีเว็บที่เค้าเอามาลงไว้ให้เราได้อ่านกันทางอินเตอร์เนท
ที่ลิงค์นี้ครับ หนังสือสมบัติของผู้ดี@www.baanjomyut.com

และด้วยคุณค่าของหนังสือเล่มนี้ที่ยังคงอยู่ จึงได้มีการเล็งเห็นประโยชน์และเอามาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบหนังสือการ์ตูนน่ารักๆและอนิเมชั่น เหมาะสำหรับเด็กและผู้อ่านทั่วไป

น่ามีเก็บไว้อ่านนะครับเนี่ย

ขอขอบคุณเว็บไซต์แหล่งที่มาของข้อมูลและรูปภาพเหล่านี้ด้วยครับ
www.wutkate.com
malai.tarad.com
www.pwdmedia.com
mavinferguson.multiply.com

หนังสือกว่าจะเป็น26สุดยอดสินค้าขายดีของญี่ปุ่น

หนังสือเล่มนี้ได้มาจากบทความนี้ครับ ร้านหนังสือแห่งกาลเวลา เนื่องจากเห็นว่าน่าสนใจดี ลองเปิดอ่านดูก็พบว่าเป็นการ์ตูนอ่านง่ายๆ และมีเรื่องราวของสินค้าที่เรารู้จักดีหลายๆชิ้น เลยตัดสินใจซื้อมาอ่านครับ

ชื่อหนังสือก็บอกอยู่แล้วคงพอจะรู้นะครับว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร ก็จะบอกถึงความเป็นมาของสินค้ายอดฮิตที่เราๆรู้จักกันดีที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นหลายชิ้น ว่ามีความเป็นมาอย่างไร

ของบางชิ้นบางยี่ห้อที่เคยคิดว่าเป็นสินค้าของฝรั่ง จริงๆแล้วเป็นสินค้าที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยคนญี่ปุ่นซะงั้น
มายองเนสตราคิวพี หมากฝรั่งล๊อตเต้งี้ โซนี่วอล์คแมนงี้
ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วนอกจากจะได้เพลิดเพลินกับประวัติและความเป็นมาของสินค้าต่างๆทั้งหลายแล้ว อย่างอื่นที่ได้ก็คือ ความเอาจริงเอาจังในการทำงาน ความเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำธุรกิจ ความมีวิสัยทัศน์ในการคิดค้นหาสินค้าใหม่ๆที่แต่งต่างจากที่มีอยู่แล้วในตลาด การปรับปรุงสินค้าให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้นี่เองที่ทำให้คนญี่ปุ่นประสบความสำเร็จมานักต่อนัก

หนังสือเล่มนี้อ่านจบได้ในเวลาไม่นาน เพราะเนื้อหาเป็นการ์ตูน อ่านง่าย ลายเส้นสบายตา เพลินๆ

เป็นอีกเล่มหนึ่งที่อ่านแล้วชอบและอยากบอกต่อกันครับ