
อ่านไม่ผิดหรอกนะครับ ว่าเป็นรับลมหนาว เพราะนี่เป็นบทความดองที่ตั้งใจจะเขียนเมื่อช่วงปลายฝนต้นหนาวของปีที่แล้ว (2554) ประมาณเืดือนตุลา-พฤจิกานี่แหละครับ แต่เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงบัดนี้
วันนี้ได้เวลาของมันแล้วครับ หรือจริงๆก็คือช่วงหมดมุขแล้วก็กลับไปหาบทความที่ตั้งใจจะเขียนและยังไม่ได้เขียนมาพิมพ์ลงบล็อก ฮ่าๆๆๆ
อย่างที่เคยพูดถึงไว้ในบทความบล็อก เดินชิวๆที่ไนท์บาร์ซาร์ เชียงใหม่ ว่าผมชอบมานั่งที่นี่ แมคโดนัลด์ สาขาไนท์บาซาร์ เชียงใหม่ เพราะว่าชอบบรรยากาศที่นี่ในยามที่นักท่องเที่ยวออกมาเดินเที่ยวกันพลุกพล่านเต็มไปหมด ที่ว่าชอบไม่ได้หมายความว่ามาบ่อยๆนะครับ นานๆมาทีปีนึงจะได้มาครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง
ช่วงนั้นมีโอกาสได้ไปแถวๆนั้นอีก เลยชวนเพื่อนไปนั่งชิลๆด้วยกัน บอกเค้าว่า ไปนั่งเอาบรรยากาศ
เพื่อนบอกว่าไม่ไปอ่ะ มันแพง ช่วงนั้นเงินช๊อตๆอยู่ ผมก็บอกว่า เราจะไปซื้อเมนูประหยัดมากินกัน ไอ้ที่ขายกัน 29 บาท อะไรงี้ไง ช่วงนั้นผมก็ไม่ค่อยมีตังค์เหมือนกัน
เพื่อนก็โอเค
พอไปถึงหน้าเคาเตอร์ พอจะสั่ง มองหาเมนูประหยัดมันอยู่ไหนก็ไม่รู้ ตรงป้ายด้านบนที่มีเมนูไม่เห็นมีให้สั่งเลย จะเดินออกก็กลัวเสียฟอร์ม สุดท้ายก็เลยตามเลย สั่งเป็นเซ็ตมากิน และก็ได้รู้ว่า พวกเมนูประหยัดที่ว่ามันมีเมนูเป็นแผ่นวางไว้ตรงเคาท์เตอร์ตรงหน้าพนักงานที่เราเดินไปสั่งเมนูนั่นแหละ แต่ก็ไม่ทันแล้ว สั่งเป็นเซ็ตไปซะแล้ว
เพื่อนผู้กระเป๋าแห้งที่พลาดมาด้วย ก็ต้องตกกระไดพลอยโจน เสียเงินเกินความจำเป็นไปกับอาหารเมื่อเดียว ที่เอาไปกินก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวราดแกงไ้ด้หลายมื้อ แฮ่
ที่น่าเห็นใจมากขึ้นไปอีกคือ เพื่อนสั่งชุดแม็คนักเก็ตเพราะเข้าใจผิดว่าชุดนี้มีเบอร์เกอร์ด้วย เพราะดูป้ายเมนูแล้วเข้าใจผิด คิดว่าเบอร์เกอร์จากชุดข้างๆรวมไว้ในนี้ด้วย
“เมื่อไหร่เบอร์เกอร์ผมจะมา” เพื่อนเริ่มบ่นละ
“เบอร์เกอร์อะไร”
“ก็เบอร์เกอร์ที่ผมสั่งไง”
“อะไร ชุดแม็คนักเก็ตก็มีแต่นักเก็ตสิ ก็มีแค่นั้นแหละ นักเก็ต เฟรนซ์ฟราย เป็ปซี่”
“เฮ้ย ก็ป้ายมันมีรูปเบอร์เกอร์อ่ะ”
“เบอร์เกอร์ชุดข้างๆอะดิ”
แป่ว…… เป็นที่น่าเห็นใจมากครับ เล่นเอาเพื่อนมันเซ็งไปสักครู่ใหญ่ๆ เพราะมันนึกว่าจะได้กินเบอร์เกอร์ด้วย
ที่ชอบมานั่งที่นี่ก็อย่างที่บอกครับว่าชอบบรรยากาศบริเวณนี้ มีดูคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนจากนานาชาติ ที่มานี่ไม่ได้ชอบหรือติดใจอะไรแมคโดนัลด์หรอกครับ แต่จะมานั่งที่เขาเฉยๆก็กระไรอยู่
นั่งกิน นั่งดู รับบรรยากาศไป คุยกับเพื่อน ก็มีความสุขดี
จริงๆมีอีกที่นึงที่น่าสนใจคือที่เบอร์เกอร์คิงใกล้ๆกัน มีชั้นสองไว้ดูวิวมุมสูงด้วย ว่าจะลองไปนั่งดูก็ยังไม่ได้ไปสักที มองจากตรงนั้นดูวิวบริเวณนั้นก็น่าจะสวยอยู่นะ
มีเรื่องอยากบ่นหน่อยก็คือ เฟรนซ์ฟรายวันนั้นเค็มมากครับ ไม่รู้พนักงานทำเกลือหกใส่หรือเปล่า มันเค็มเพราะเกลือเยอะเกินไป จนผมต้องเอาทิชชู่รูดเกลือออกก่อนกินเลยนะนั่น ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะวันนั้นรึเปล่า
แมคสาขานี้เปิด 24 ชั่วโมงครับ มาเมื่อไหร่ก็ได้
ช่วงที่ไปนั่นกำลังอินกับหนังสือ “ONWARD ถอยไปข้างหน้า“ของสตาร์บั๊ค อยู่ แล้วก็มีแม็คเข้าไปเป็นตัวละคร เป็นตัวโกงในเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ด้วย ไปนั่งที่นั่นเลยได้อารมณ์ร่วมเข้าไปอีก ได้บรรยากาศ
หลายคนถามว่าถ้าอินกับหนังสือเล่มนี้แล้วทำไมไม่ไปนั่งสตาร์บั๊คล่ะ คำตอบคือตังค์ไม่พอครับ ฮ่าๆๆ แต่สตาร์บั๊คก็อยู่อีกฝั่งของถนนตรงแม็คข้ามเลย มันได้อารมณ์ของการเผชิญหน้ากันระหว่างยักษ์ใหญ่เบอร์เกอร์ที่รุกล้ำเข้ามาในธุรกิจกาแฟ แล้วใครจะยอมล่ะ ก็ต้องสู้กันหน่อย
หุหุ อินจัดครับช่วงนั้น
นั่งแช่อยู่นานจนชักเริ่มเกรงใจ พอสมควรแก่เวลาก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ช่วงที่ไปนั่นเป็นช่วงที่ไม่ได้ออกบ้านไปไหนเลยครับ พอได้ออกบ้านเลยจัดดีๆสักมื้อ กับที่ที่บรรยากาศดีๆ ดูเหมือนจะไฮโซนะครับ แต่ไม่ค่อยได้กินแบบนี้บ่อยๆหรอกครับ นานๆที
และถ้าไปคราวหน้า จะสั่งเมนูประหยัดกินให้ได้
ปล. บทความนี้ไม่ได้เขียนมาเพื่อโฆษณาให้แมคโดนัลด์นะครับ แต่ไปกินร้านไหนมาก็เอามาเล่าสู่กันฟังเท่านั้นเอง ไม่ได้รับเงินค่าโฆษณาจากแมคโดนัลด์มานะคร้าบ





















