NoNotaro129

เรื่องราวเรื่อยเปื่อยของชายคนหนึ่ง

ยุบบล็อก CMU Story มารวมกับ NoNotaro Stories แล้วครับ

วันนี้นั่งจัดการบล็อกไปเรื่อยๆ ก็ไปตรวจดูบล็อกต่างๆที่เราทำไว้ ก็ได้ไปแวะบล็อก CMU story ที่ cmustory.blogspot.com แล้วรู้สึกว่ามันเงียบเหงาไป ไม่ค่อยได้เขียนโพสใหม่ๆเลย อีกอย่างเนื้อหาใน CMU story เองก็น่าจะเอามารวมกับบล็อกหลักที่ nonotaro129.com นี้ได้

สุดท้ายเลยตัดสินใจว่าย้ายบทความทั้งหมดในบล็อก CMU story มาไว้ที่นี่ดีกว่า แล้วต่อไปนี้้ถ้าจะเขียนถึงเรื่องราวเก่าๆตอนเรียน มช. ก็ค่อยติดแท็ก CMU Story ให้บทความนั้นๆเอา

ใครที่ติดตามอ่านบทความในบล็อก CMU STORY อยู่ก็มาตามอ่านในนี้แทนนะครับ (มีด้วยหรือ? :) )

ส่วนใครที่ติดตามบล็อก nonotaro129.com หรือ NoNotaro Stories อยู่แล้ว (มีด้วยหรือ? :) ) และไม่เคยรู้ว่าผมมีอีกบล็อกนึงที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวเก่าๆสมัยเรียน มช. เรื่องราวของชีวิตนักศึกษาในตอนนั้น ตอนนี้บทความทั้งหมดในบล็อกนั้นย้ายมาอยู่ในบล็อกนี้เรียบร้อยแล้วครับ ใครที่เป็นศิษย์เก่า มช. สนใจอยากจะอ่าน ก็เรียนเชิญตามลิงค์นี้ไปเลยครับ > บทความ CMU Story

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

รีวิวน้ำพริกนรกปลาหมึก

มีโอกาสได้ไปเที่ยวชะอำักับญาติๆมาครับ ขากลับก็ต้องแวะื้ซื้อของฝากกันเป็นธรรมดา แวะที่ร้านแม่กิมลั้งแล้วไปเจอกับสินค้าน่าสนใจก็คือน้ำพริกนรกปลาหมึก ด้วยความที่เราชอบกินน้ำพริกมาก เจอน้ำพริกประปุกที่มีรสแปลกๆใหม่ก็มักจะต้องซื้อมาลองชิมดูทุกครั้ง เลยซื้อกลับมาลองชิมที่บ้านสองกระปุก

หลังจากได้ลองชิมดูแล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นน้ำพริกที่ไอเดียดีและน่าสนใจ ถ้าในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ในการที่จะทำน้ำพริกจากปลาหมึก สร้า้งสรรค์น้ำพริกรสชาติใหม่ๆ ขอให้คะแนนในส่วนนี้ 5 ดาวเต็ม

แต่ในเรื่องรสชาติต้องบอกว่าไม่โดนใจเท่าที่ควร เพราะถ้าไม่บอกว่าเป็นน้ำพริกนรกปลาหมึก ก็แทบจะไม่ได้มีจุดเด่นของวัตถุดิบที่เรียกว่าปลาหมึกเลย ทั้งรสทั้งกลิ่น ไม่มีที่สิ่งที่เป็นปลาหมึกโดดเด่นออกมาเลย ตรงจุดนี้เสียดายมาก

ดังนั้นถ้าพูดถึงความอร่อยโดยรวมแล้วก็ไม่มีอะไรโดเด่นกว่าน้ำพริกนรกของที่อื่นๆเท่าไหร่ เรื่องของรสชาติ ก็ขอให้ 3 ดาว ไม่ถึงกับอร่อย แต่ก็ไม่แย่มาก กลางๆ

(ความคิดเห็นเกี่ยวกับรสชาติและความอร่อยเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

นี่แหละครับบล็อกเรื่อยเปื่อย มีอะไรก็เขียนถึงได้หมด ^_^

อัดรูปเก็บไว้บ้างดีกว่า


จากโพสก่อนหน้านี้ (อัดรูปออนไลน์กันอีกรอบ) ก็มีเหตุการณ์นึงที่อยากเขียนถึง

ตอนเสร็จงานแต่งงาน ญาติผู้ใหญ่ท่านนึงเดินมาหาแล้วบอกว่าอยากให้อัดรูปที่ถ่ายไว้ของงานนี้ให้ด้วย พร้อมกับให้เงินค่าอัดไว้เรียบร้อยท่านบอกอยากเก็บไว้ดู เก็บไว้แต่ในคอมพิวเตอร์มันไม่ค่อยได้ดู แขกไปใครมาบ้านก็เอาให้เค้าดูไม่ได้ คอมพังรูปก็หายหมด ท่านบอกว่ารูปตอนขึ้นบ้านใหม่ของท่านเมื่อหลายปีก่อนไม่มีรูปเก็บไว้สักใบเดียว เพราะไม่ได้อัดไว้ เดี๋ยวนี้เวลามีงานอะไรแล้วถ่ายรูปก็ัมักจะอัดรูปเก็บไว้ดูบ้าง

ผมก็มาคิดว่า เออ เนาะ เราเองก็ไม่ได้อัดรูปที่ถ่ายๆเก็บไว้เลยนี่เนาะ (เยอะมาก) ถ่ายๆมาก็ได้แต่เก็บไว้ในคอม

ตอนจะสั่งอัดรูปให้น้องสาว เลยค้นๆรูปจากคอมพิวเตอร์สั่งอัดไปด้วยบางส่วน ส่วนใหญ่เป็นรูปที่ถ่ายในงานแต่งงานเพื่อนๆครับ

พอได้รูปมาก็ เอ้อ ดูจากอัลบัมเป็นเล่มๆนี่มันก็ได้อารมณ์ต่างจากดูในคอมนะ นี่ก็ว่าจะคัดๆบางส่วนมาอัดเก็บไว้อีกครับ  ^_^ ยังมีอีกหลายรูปเลยที่อยากอัดไว้

(ภาพประกอบเป็นรูปจากงานแต่งงานของเพื่อนคนนึงครับ คนที่ออกทีวีขี่รถจักรยานไปขอแฟนแต่งงานน่ะครับ)

อัดรูปออนไลน์กันอีกรอบ

ต้องอัดรูปที่ถ่ายในงานแต่งงานของน้องสาวครับ งานนี้หลังจากพอใจกับการอัดรูป

ออนไลน์สั่งอัดทางอินเตอร์เนทที่เคยเขียนถึงไปเมื่อโพสก่อนๆ (อ่านได้จาก สั่งอัดรูปออนไลน์ ง่ายดี ถูกด้วย)

คราวนี้ก็เลยจะสั่งอัดจากร้านเดิมอีก แต่รอบนี้มีปัญหาที่ว่า รูปที่จะต้องอัดมีจำนวนที่เยอะมาก รวมทั้งหมดประมาณเกือบพันรูป ไฟล์รูปทั้งหมดมีขนาดใหญ่เกือบ 2 GBทำให้การอัพโหลดรูปเป็นไปด้วยความยากลำบาก ลองอัพแบบทีเดียวทั้งหมดก็ไม่ได้ จะอัพทีละสามสิบรูปแบบเลือกทีละไฟล์ก็ยุ่งยาก ทำไงดีละเนี่ย

อ่านรายละเอียดการสั่งอัดรูป มีแบบส่งแผ่น DVD หรือ CD ส่งไปให้ร้านอัดทางไปรษณีย์ด้วย คิดว่าคงต้องใช้วิธีนี้แล้วล่ะ

การจัดการไฟล์ก็ทำตามที่เว็บไซต์นั้นๆแนะนำ อาจะต่างกันไปแต่ละร้าน ของร้านนี้ให้ตั้งโฟล์เดอร์เป็นขนาดรูป แล้วก็สร้างโฟลเดอร์ย่อยในนั้นเป็น x1, x2 ตามจำนวนรูปที่จะอัดของไฟล์นั้นๆ ไรท์เสร็จ เช็คจำนวนเงินโดยประมาณคร่าวๆว่าเราจะเสียเงินเท่าไหร่ บวกค่าส่งโดยดูราคาค่าอัดและค่าจัดส่งทางไปรษณีย์จากตารางที่อยู่ในเว็บของทางร้าน

เสร็จแล้วส่งไปให้ที่ร้านทางไปรษณีย์ พอทางร้านได้รับแผ่นที่เราส่งไปให้ก็จะติดต่อกลับมาแจ้งยอดเงิน จากนั้นโอนเงินให้แล้วแจ้งทางร้าน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด จากนี้ก็รอรับรูปอยู่บ้านได้เลย

รูปที่ส่งมาจะมัดเป็นห่อๆส่งมาพร้อมกับอัลบั้ม เราต้องแกะมาใส่อัลบั้มเองครับรอบนี้ใช้เวลาดำเนินการทั้งหมด 6 วัน (ส่งแผ่นวันพุธ ได้รับรูปวันจันทร์)

สรุปแล้ว อัดไปเกือบๆหนึ่งพันรูป อัดรูปละ 3 บาท หมด ไป 3040 บาท รวมค่าส่งแล้ว ถ้าอัดแถวๆนี้ ใบละ 6 บาท แต่ถ้าอัดเยอะเค้าคงลดให้เหลือใบละ 5 บาท หรือ 4 บาท นี่ประหยัดเงินค่าอัดรูปไปประมาณ 900-2400 บาทเลยนะเนี่ย

แต่ เอ แบบนี้ไม่เรียกสั่งอัดรูปออนไลน์น์ เค้าเรียกสั่งอัดรูปทางไปรษณีย์นี่ o_O (ช่างมันเถอะประเด็นนั้นน่ะ)

รอบที่แล้วอัดไฟล์รูปเดียว 150 รูป เลยสั่งอัดง่าย รอบนี้เยอะเลยต้องส่งแผ่นทางไปรษณีย์ แต่จะวิธีไหนก็ช่วยประหยัดไปได้เยอะเลยครับ

ไม่ใช่ว่าจะไม่ไปอัดรูปที่ร้านใกล้บ้านแแล้วนะครับ ถ้าอัดจำนวนน้อยๆและต้องการด่วนๆก็ใช้บริการร้านเหมือนเดิม เพิ่งไปอัดรูปให้พ่อมา 30 รูปเมื่อไม่นานมานี้เหมือนกัน ใบละ 6 บาท ต้องใช้ด่วนก็โอเค

คุณภาพรูปที่อัดก็ดีครับ ที่ชอบมากๆก็คือเราเลือกประเภทกระดาษอัดว่าจะเอากระดาษมันหรือกระดาษด้านได้นี่แหละ บางร้านแถวนี้เค้าใช้แต่กระดาษมัน ซึ่งไม่ค่อยชอบ ชอบแบบด้านมากกว่า

ใครจะอัดรูปเยอะๆแล้วอยู่ ตจว. แบบผม ก็ขอแนะนำกันเลยครับ มันประหยัดได้เยอะจริงๆ

คอมเมนต์ Blog NoNotaro129 ด้วย facebook ได้แล้วจ้า

จากการได้คุยกับเพื่อนๆเกี่ยวกับบล็อก nonotaro129.com ของตัวเอง ก็มีข้อเรียกร้องเพื่อนจากเพื่อนๆให้ผู้อ่านสามารถคอมเมนต์บทความบล็อกด้วยบัญชี facebook ได้ เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ให้กับผู้ที่อยากแสดงความเห็น เขียนคอมเมนต์บทความความมากขึ้น

ในที่สุดก็ตัดสินใจทำตามข้อแนะนำครับ ตอนนี้ผู้เข้ามาแอ่วบล็อก nonotaro129.com สามรถคอมเมนต์ได้ง่ายๆด้วยการล็อกอินเข้าเฟซบุ๊ค แล้วก้คอมเมนต์ลงในกล่องแสดงความคิดเห็นได้เลย ส่วนกล่องคอเมนต์แบบเดิมๆก็ยังอยู่ครับใครไม่อยากแสดงตัวผ่านเฟซบุ๊คก็ยังใช้แบบเดิมได้

สั่งอัดรูปออนไลน์ ง่ายดี ถูกด้วย

รู้มานานแล้วว่ามีบริการสั่งอัดรูปออนไลน์ทางอินเตอร์เนทแต่ก็ไม่เคยใช้บริการสักที เพิ่งมีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องลองใช้บริการดู ก็พบว่สะดวกรวดเร็วแลละง่ายกว่าที่คิดครับ


เรื่องมีอยู่ว่า น้องสาวจะแต่งงานเลยต้องทำการ์ดให้ ทีนี้ตกลงกันว่าจะใช้วิธีอัดรูปขนาด 5×7 นิ้ว ทำเป็นการ์ด โดยลืมนึกไปว่าราคาอัดรูปขนาด 5×7 ที่ว่านี่มันแพงมาก (เผลอคิดราคา 4×6นิ้วไปซะงั้น) จะเปลี่ยนขนาดรูปเล็กตัวหนังสือบนการ์ดก็จะเล็กลง อ่านไม่ชัดเจน แถมน้องก็ซื้อซองใส่การ์ดมาแล้ว จะเปลี่ยนขนาดก็ไม่ได้ละ


ราคาร้านที่ใกล้บ้านที่สุด (ลำพูน) เค้าคิดค่าอัดรูปใบละ 15 บาท (ลดแล้วจากใบละ 20) น้องสาวจะทำการ์ด 150 ใบ จะเป็นเงิน 2,250 บาท


ไม่ค่อยพอใจราคาเท่าไหร่ เลยลองไปตระเวนหาร้านที่เชียงใหม่ดู ได้ร้านที่ให้ราคาที่ถูกที่สุดใบละ 7 บาท 7×150 เป็น 1,050 บาท อืมม แบบนี้ยังพอไหว


โทรไปปรึกษาเพื่อนที่เคยทำการ์ดแบบนี้ที่กรุงเทพ เค้าบอกใบละไม่เกิน 4 บาท และอาสาเป็นธุระให้ แต่เกรงใจ เลยลองไปหาข้อมูลการสั่งอัดรูปออนไลน์ดู

ค้นหาจาก Google มีให้บริการอยู่หลายเจ้าเหมือนกัน สุดท้ายเลือกเอาเว็บที่หน้าตาดูดีที่สุด (การออกแบบเว็บไซต์มีผลต่อความน่าเชื่อถือ) คิดค่าบริการรูปละ 3.50 บาท โอ้ ประหยัดลงมาอีกครึ่ง เลยตัดสินใจ เอาวะ ลองดูสักตั้งนึง

การใช้งานก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ สมัครสมาชิดโดยใช้แค่อีเมล์เท่านั้น สมัครแล้วก็อัพโหลดรูปลงอัลบั้ม และก็สั่งอัด โดยสามารถเลือกกระดาษมัน กระดาษด้าน มีขอบขาวหรือไม่มี รูปสี ขาวดำ หรือซีเปีย ได้ตามปรกติ (อย่างที่มันควรจะเป็น) โดยเฉพาะเรื่องกระดาษนี่สำคัญมากครับ ที่ผ่านมาร้านถ่ายรูปบางร้านแถวๆนี้ไม่ค่อยมีกระดาษให้เลือกว่าจะเอาด้านหรือมัน บางทีอยากได้กระดาษด้าน สั่งอัดไปแล้วเอากระดาษมันมาให้ซะงั้น ไม่ถามด้วยว่าจะเอารึเปล่า บอกว่ากระดาษไม่มี มันน่านัก แต่ก็แอบเข้าใจเค้าว่าเดี๋ยวคนอัดรูปกันน้อย คงมีปัญหาเรื่องการสั่งกระดาษ ก็เลยช่างมัน มันเป็นชะตากรรมของผู้บริโภค :(

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดของงานนี้

รวมค่าโอนเงินอีก 35 บาท เป็นเงิน 647 บาท  พอคลิกสั่งอัดกำลังจะโอนเงิน ทางร้านก็โทรมาถามรายละเอียดการสั่งอัดทันที ตรงนี้ได้ใจไปเลย หุหุ รอ 2-3วันรูปส่งถึงบ้าน (สั่งวันพุธตอนเย็นของส่งมาถึงวันเสาร์ตอนเช้า) ไม่ต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปเชียงใหม่ด้วย ประหยัดเวลาและค่าน้ำมันไปอีก

ชักติดใจแล้วครับ ได้ใช้บริการกันอีกยาวแน่นอน ยังมีรูปที่อยากอัดอีกเพียบ

ก่อนการสั่งอัดรูปออนไลน์ผมก้ได้พิจารณาดังนี้
- เหมาะกับการสั่งอัดทีละเยอะๆ รูปใหญ่ๆ เพราะค่าอัดต่อรูปถูกกว่าร้าน (หมายถึงกรณีที่อยู่ต่างจังหวัดแบบผมนะครับ ใครอยู่กทม. หรือใกล้เคียงการเดินไปที่ร้านอาจจะเร็วกว่า)

- ต้องคิดถึงเวลาการส่งของด้วย ดังนั้นไม่เหมาะกับงานด่วนๆ แต่ไม่ได้ช้ากว่ากันเท่าไหร่นะผมว่า เพราะถ้างานเยอะๆไปสั่งที่ร้านก็ต้องรอหนึ่งวันหรือสองอยู่ดี ต่างกันนิดเดียว

- เปรียบเทียบราคาต่อรูปแต่ละขนาดของแต่ละเจ้าให้ดีก่อนเลือกใช้บริการครับ บางร้านเดี๋ยวนี้ไม่อัด 5×7 แล้ว ราคารูปแต่ละขนาดก็อาจจะต่าง แต่เท่าที่ดูต่างกันไม่เกิน0.50บาท ผมเองใช้วิธีค้นหาจาก Google ด้วยคำค้นหา “อัดรูปออนไลน์” แล้วเปรียบเทียบเอาจากสองสามเจ้าที่ติดอันดับต้นๆ เปรียบเทียบกันดู ราคาเปลี่ยนแปลงตลอดเหมือนกัน อย่างเจ้าที่ผมสั่งอัดคราวนี้เนี่ย ตอนพิมพ์โพสนี้ราคารูปอัดขนาด 5×7 ขึ้นมาเป็นใบละ 4 บาทแล้ว (แต่ก็ยังถูกกว่าเยอะ)

- ถ้าสั่งอัดน้อยๆไม่กี่ใบ เอาด่วนๆ คิดว่าสั่งร้านใกล้บ้านดีกว่า คิดเรื่องส่วนต่างเรื่องเวลากับค่าส่งตามความเหมาะสม

ใครที่ยังไม่เคย ไม่กล้าใช้บริการ ของอย่างนี้ก็ต้องลองดูครับ สำหรับผมชักติดใจในความง่ายและสะดวกของการสั่งอัดรูปออนไลน์ขึ้นมาแล้ว คราวหน้าคงได้ใช้บริการกันอีกแน่นอนครับ