หนังสือธรณีนี่นี้ ใครครอง


ธรณีนี่นี้ใครครองเป็นละครที่ผมชอบมากๆเรื่องนึง และถ้ามีละครหรือหนัง เรื่องไหนที่ผมชอบมากๆผมมักจะอยากหาหนังสือของเรื่องนั้นๆมาอ่าน

The Devil wears Prada เป็นน่าจะเป็นเรื่องแรกที่ผมหาหนังสือมาอ่านตามหลังจากดูจบ

ธรณีนี่นี้ใครครองก็เป็นอีกเป้าหมายนึงแต่ก็ลืมไปจนกระทั่งละครถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง เลยนึกได้ว่าอยากอ่านเรื่องนี้ในแบบหนังสือดูว่าจะเป็นยังไง

วันนึงไปเจอในร้านหนังสือโดยบังเอิญ ก็จัดมาซะเลย

แรกๆก็ไม่แน่ใจว่าจะสนุกแบบในละครหรือเปล่า หนังสือเล่มนี้ก็หนาพอสมควร ถ้าไม่สนุกคงทนอ่านจนจบไม่ได้ จะเสียดายเงินเอา

แต่ผิดคาดครับ อ่านสนุกถูกใจมาก วางไม่ลงเลยทีเดียว Continue reading “หนังสือธรณีนี่นี้ ใครครอง”

Slamdunk ออก Bigbook

การ์ตูนเก่าๆที่ดังๆกลับมาพิมพ์ขายแบบ Bigbook หรือแบบเล่มใหญ่กันหลายเรื่องแล้ว ตอนนี้ดีใจมากที่แสลมดังค์ การ์ตูนกีฬาที่ชอบที่สุุดเรื่องนึงกลับมาพิมพ์ใหม่ขายในแบบบิ๊กบุ๊คกับเขาด้วย

แต่ราคาแรงจริงๆครับ เล่มละ 150 บาท ถ้าจะซื้อครบทุกเล่ม ก็คูณ 31 เข้าไปจะเป็นจำนวนเงิน 150 X 31 เป็นเงิน 4,650 บาท โอ้ว ถ้าเป็นตอนเรียนอยู่และขอเงินพ่อแม่อยู่คงคิดหนักจริงๆ

แต่ถ้าค่อยตามซื้อไปทีละเล่มๆ เดือนนึงไม่รู้ว่าออกกี่เล่มนะ น่าจะ 1-2 เล่ม ต่อเดือน ก็ยังพอไหว

ไม่งั้นก็รอออกจนครบ แล้วก็ไปซื้อทั้งชุดแบบลดราคาก็ได้

ตอนที่เขียนบล็อกนี้อยู่ออกมาถึงเล่ม 4 ละ (ปกพี่แว่นรองกัปตัน)

ถึงจะราคา 150 แต่ก็สมราคาครับ ทั้งแบบปก กระดาษที่ใช้ หน้าสี ก็ถือว่าคุ้มราคานะ

อ่านแล้วนึกถึงตอนเรียน ม. ต้น ครับ ไปบ้ากีฬาบาสไปพักนึง ทั้งๆที่จริงๆแล้วชอบฟุตบอลมาตลอด พอกระแสซาๆก็ไม่ได้เล่นบาสอีกเลย 555

กลับมานั่งอ่านอีกก็ยังสนุกเหมือนเดิม

 

ร้านชำสำหรับคนอยากตาย

“ถ้าคุณชอบงานของทิม เบอร์ตัน ชอบ Adam family หนังสือเล่มนี้อาจจะทำให้คุณพบรักครั้งใหม่”

คำอธิบายของหนังสือเล่มนี้ที่พิมพ์ไว้บนปกหลัง ทำให้ผมตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน

เมื่ออ่านจบพบว่าไม่ได้เป็นประโยคที่เกินเลย หนังสือเล่มมีกลิ่นไอของทั้งสองอย่างที่ว่ามา และผมก็ชอบนะ ถึงแม้ว่าเมื่ออ่านจบแล้วจะไม่ถึงกับสิ่งที่คาดหวังไว้ในตอนแรก อาจจะเพราะ ผลงานของทิมเบอร์ตัน และ ครอบครัวตระกูล Adam นั้นสร้างระดับความหมองหม่นไว้สูงเกินไปก็ได้ แต่หนังสือร้านชำฯ นี้ก็ทำได้ดีนะ

เป็นเรื่องราวของร้านที่ขายของสำหรับที่อยากฆ่าตัวตาย โดยครอบครัวที่มีความหมองหม่น ออกจิตๆ เรื่องราวแนวตลกร้าย

มีเรื่องราวที่เกี่ยวกับแอปแหว่งที่เป็นโลโก้ของของบริษัท Apple ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่า Apple เอาแรงบัลดาลใจจากเรื่องที่ว่ามาสร้างเป็นโลโก้จริงๆรึเปล่านะครับ

หนังสือเล่มนี้ดำเนินเรื่องง่ายๆ อ่านง่ายๆ ไม่ซ้บซ้อน สามารถอ่านจนจบได้ในเวลาไม่นาน อ่านสนุกครับ

จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ฟรีฟอร์ม ที่ มี คุณ ‘ปราย พันแสง เป็นผู้ดูแล น่าจะการันตีได้ว่าไม่ผิดหวังแน่นอนถ้าจะซื้อมาอ่าน

อ่านเล่มนี้จบแล้วคิดว่าอาจจะลองหาหนังสือเล่มอื่นๆในเครือ ฟรีฟอร์ม มาอ่านอีก เพราะเท่าๆที่ดู สำนักพิมพ์ ฟรีฟอร์ม กำลังหาหนังสือที่น่าสนใจจากภาษาต่างๆทั่วโลกมาแปลให้เราได้อ่านกัน เยอะดี ดูจากโฆษณาแนะนำหนังสือท้ายเล่ม ก็มีหลายๆเล่มน่าสนใจ ลองเข้าไปดูได้ที่ freeformbooks.blogspot.com

ปล. หนังสือเล่มนี้หาซื้อยากหน่อยนะครับ

หนังสือเล่มแรกของพี่โน้ต อุดม


หนังสือ “โทษฐานที่รู้จักกัน” เป็นหนังสือเล่มแรกของพี่โน้ต ที่เมื่อตอนพิมพ์ออกมาจำหน่ายครั้งแรกในตอนนั้น สร้างความฮือฮาให้กับวงการหนังสือไว้หลายประเด็น ที่ผมจำได้ก็มี

หนึ่ง เป็นหนังสือที่ขายดีมาก ในช่วงที่มีวิจัยออกมาว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยมาก ขายดีมากโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ตีพิมพ์ออกมากี่ครั้งพอวางขายก็หมด หาซื้อยากมากๆ เพื่อนๆที่โรงเรียนใครมีอ่าน จะรู้สึกเหมือนได้ครอบครองของหายาก และจะมีเพื่อนๆเข้าคิวรอยืมอ่านกันยาว

สอง ด้วยความที่ขายดีมาก ยอดขายถล่มทลายในช่วงที่ยอดขายหนังสือโดยรวมซบเซา จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนังสือเล่มที่มาสร้างความตื่นตัวให้คนสนใจการอ่านมากขึ้น จึงมีการเสนอให้มีการมอบรางวัลที่เกี่ยวกับวงการวรรณกรรมให้พี่โน้ตเพื่อเป็นกำลังใจ แต่กลับกลายเป็นประเด็นโต้แย้ง เกี่ยวกับงานเขียนของพี่โน้ต มีฝ่ายที่ต่อว่าดูแคลนว่างานเขียนของพี่โน้ตนั้นเป็นขยะทางวรรณกรรม บ้างก็บอกให้พี่โน้ตเลิกเขียนหนังสือเสีย เพราะมันไม่มีคุณค่าทางวรรณกรรมใดๆเลยๆ จนพี่โน้ตต้องออกมาตอบโต้ด้วยประโยคที่ว่า

“พ่อขุนรามคำแหงไม่ได้ประดิษฐ์ตัวอักษรไทยไว้ให้ใครใช้คนเดียว”

หลังจากนั้นพี่โน้ตก็ยังมีงานเขียนออกมาเรื่อยๆและขายดีทุกเล่ม

Continue reading “หนังสือเล่มแรกของพี่โน้ต อุดม”

หนังสือ ต๊อบ Story, หนังจบอารมณ์ไม่จบ


หนังจากที่ไปดูหนังเรื่อง Top secret วัยรุ่นพันล้าน มา มีหลายๆเรื่องที่เกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของตัวผมเอง ที่อยากรู้ในหลายๆเรื่องนอกเหนือไปจากที่มีในหนัง และคิดว่าอีกหน่อยคงมีเหนังสือที่รวบรวมบทสัมภาทย์หรือเรื่องราวชีวิตจริงของ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” ออกมาแน่นอน เพราะหนังประสบความสำเร็จมากทั้งเรื่องของรายได้และเรื่องของคุณค่าของหนังที่มีต่อผู้ชม ที่ช่วยจุดประกาย จุดไฟให้กับคนที่ได้ดู ให้พอจะมีลูกฮึดขึ้นมาสู้กับอะไรๆได้อีกสักเฮือกนึง

อ่านจบ หลายๆสิ่งที่ผมสงสัยและคาใจอยู่ก็ได้รับคำตอบ และในหนังสือก็มีรายละเอียดมากกว่าในหนัง ได้อามรณ์และรสชาติที่แตกต่างออกไป แต่ที่เหมือนๆกันก็คือเรื่องที่คุณต๊อบมักจะย้ำไว้เสมอไม่ว่าจะออกสื่อไหน ในหนัง ในหนังสือ ในรายการทีวี ก็คือ “อย่ายอมแพ้”

ส่วนที่ผมติดใจจากในหนังอันนึงก็คือเรื่องของ “ลุงเทือง” ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นตัวละครที่บทหนังเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้หนังมีสีสัน แต่จริงๆแล้ว ลุงเทืองมีตัวตนอยู่จริงๆ และก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตของ “เถ้าแก่น้อย” ดำเนินมาได้จนถึงวันนี้ และในอีกหลายๆเรื่อง ผมก็ได้คำตอบในข้อสงสัยแล้ว เช่น เกมที่ทำเงินให้คุณต๊อบเยอะๆในตอนนั้น ก็คือเกม Ever Quest  หาใช่ Ranarok อย่างที่คิดไว้ตอนแรก (ในหนังสือเขียนชื่อเกมนี้เป็นภาษาไทยว่า “เอเวอร์เพลส” น่าจะเขียนผิด ตอนนี้เกมนี้มีมา 13 ปีแล้ว และเกมนี้ยังคงเปิดให้บริการอยู่มาจนถึงปัจจุบัน)

หนังสือมีเนื้อหาน่าติดตามและเรียบเรียงลำดับหตุการณ์ไว้ดีครับ อ่านได้ไม่เบื่อ อ่านแล้วรู้สึกอยากอ่านต่อไปเรื่อยๆจนจบ

ถ้าใครกำลังคิดว่าดูหนังแล้วมาอ่านหนังสือจะมีอะไร อยากจะบอกว่ามีรายละเอียดต่างๆเพิ่มเข้ามาเยอะอยู่เหมือนกัน ถ้าสนใจอยากรู้ในเรื่องของรายละเอียดต่างๆที่นอกเหนือไปจากในหนังและตัดในส่วนของความเป็นหนังที่ต้องเพิ่มเติมความดราม่าเข้าไปแล้ว คิดว่าซื้อไปอ่านไม่เสียดายเงินแน่นอน แต่ถ้าแค่ต้องการในส่วนของไอเดียหลักๆ ถ้าเทียบกับเนื้อหาของหนังแล้ว ก็ไม่ค่อยมีอะไรต่างกันมากนัก ถ้าซื้อไปแล้วจะถูกใจหรือเสียดายเงินก็คงต้องแล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคนแล้วครับ

ถ้าในความเห็นในส่วนตัวของคนที่ชอบอ่านหนังสือที่เป็นเรื่องราวประวัติชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็ หนังสือเล่มนี้ผมชอบมากและคุ้มค่าที่ซื้อมาอ่านจริงๆ

บล็อกนี้แสดงให้เห็นถึงประโยคที่ว่า “หนังจบ อารมณ์ไม่จบ” ได้เป็นอย่างดีนะครับเนี่ย ^_^

หนังสือ Fail ผมให้ Win


ไปเดินเล่นร้านหนังสือแล้ว เห็นหนังสือปกเหลืองๆมาแต่ไกลก็นึกว่าเป็นหนังสืออะไร พอเดินเข้าไปดูก็ อ๋อ หนังสือ รวม Fail จากเว็บดัง Fail.in.th นี่เอง

คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากเพราะคิดว่าทุกคนในนี้คงได้ผ่านหูผ่านตาผลงานของเว็บ Fail กันมาบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อย รูปหลายๆรูปฮาๆจากเว็บนี้ได้ถูกแชร์ ถูกส่งต่อกันมากมาย สร้างความฮาความขำกันมามากนัก

หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวม Fail ที่คัดสรรมาแล้วว่าเป็น “สุดยอด” ของทั้งหมดที่ถูกเผยแพร่ลงในเว็บ Fail.in.th ตลอดสองปีที่ผ่านมา จึงรับประกันความฮาได้ จากที่อ่านจนใกล้จะจบแล้วก็รู้สึกว่า คุ้มดี สีทั้งเล่ม 259 บาท เคยคิดไว้ว่าถ้ามีรวมเล่มจากเว็บ Fail ออกขายจะซื้อเก็บไว้ เพราะยังชอบและคิดว่าการได้อ่านอะไรจากหนังสือที่เป็นกระดาษ เป็นเล่มๆ มันยังได้อารมณ์กว่าการอ่านหรือดูจากหน้าจอ แต่ถ้าใครไม่อยากเสียตังค์ เนื้อหาทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้อยู่ใน Fail.in.th ตามดูกันได้ตามปรกติ และยังมีที่ไม่ได้ถูกตีพิมพ์ไว้ในนี้อีกเยอะ

หนังสือที่มีแต่รูปแบบนี้ตอนแรกนึกว่าจะอ่านจบถายในเวลาแป๊บเดียว แต่พอเอาจริงๆแล้ว อ่านได้นานเหมือนกันนะครับ เพราะไม่ได้คัดมาแต่เฟลเท่านั้น แต่ยังคัดเอาความคิดเห็นต่อเฟลนั้นๆที่เป็นคอมเมนต์ฮาๆมาเสริมเข้าไปด้วย บางเฟลตัวมันเองไม่เท่าไหร่ครับ แต่คนที่มาเมนต์นี่สิ ฮากว่า

จากคำนำที่เขียนว่า เป็นหนังสือที่การคัดเนื้อและตรวจทานเต็มไปด้วยความฮา ก็น่าจะจริงตามนั้นครับ ตอนเปิดๆดูอยู่นี่เดาอารมณ์คนทำหนังสือได้เลย ^_^

ถ้ามีเล่มสองออกมาอีก ก็คงจะอุดหนุนกันอีกแน่นอนครับ