12 4 48


เพิ่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้จบเมื่อไม่นานมานี้เอง ทั้งๆที่ไปซื้อไว้ตั้งแต่ช่วงหนังสือเปิดตัวตอนงานหนังสือเมื่อปลายปีที่แล้ว

นี่น่าจะเป็นหนังสือที่เขียนถึงวงไอดอลแห่งชาติญี่ปุ่น AKB48 ที่ดูจริงจังที่สุดในบ้านเราแล้ว

AKB48 คืออะไร? เมื่อก่อนก็เคยถามแบบนี้ หลายๆคนก็คงเคยสงสัยแบบนี้

เมื่อก่อนคงต้องไปหาในเว็บหลายๆเว็บดู พอมีหนังสือเล่มนี้ คิดว่าถ้าใครมาถามแล้วขี้เกียจอธิบาย ก็คงจะแนะนำให้หาหนังสือเล่มนี้มาอ่านดู

ค่อยๆทำความรู้จักกับ AKB48 ผ่านการเล่าเรื่องแนวท่องเที่ยว ตามรอยไอดอล วงนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร บันทึกการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกของผู้เขียน กับการไปตามรอยที่สถานที่ถ่ายทำ ไปดูการแสดงสดที่เธียเตอร์ และแล้วสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่ผู้เขียนได้ไปมา เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยเกี่ยวกับ AKB48

พออ่านจบแล้ว สนุกดีนะ เป็นหนังสือที่อ่านเพลินมากๆเล่มนึงเลย

อาจจะเป็นเพราะชอบอ่านเรื่องราวแนวตามรอยอยู่แล้วด้วย บวกกับความสนใจในวงไอดอลวงนี้ และส่วนตัวแล้วชอบสำนวนการเขียนการเล่าเรื่องของคนเขียนนะ อ่านแล้วรู้สึกคุ้นเคย เหมือนเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่าไปไหนมา เป็นยังไงบ้าง แบบนี้

การที่เราชอบศิลปิน ดารา นักร้อง นักเขียน คนดัง หรือใครก็ตามที่เราชื่นชอบผลงานของเขา การได้ไปตามรอย ไปในที่ต่างๆที่มีความสำคัญเกี่ยวกับบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลนั้นๆแล้วเนี่ย มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดนะ โดยเฉพาะถ้าสถานที่สำคัญนั้นๆไม่ได้ไปกันง่ายๆ

ไปเองไม่ได้ ก็อ่านหนังสือ อ่านเว็บ อ่านกระทู้ของคนที่เค้าไปมาเอาก็พอจะบรรเทาความอยากได้นะ

แต่ ก็ไม่เท่าได้ไปเองหรอก ว่าไหมครับ

ผมเองก็มีวางแผนการไปท่องเที่ยวแนวตามรอยไว้หลายๆแผนเหมือนกัน ไว้ถ้าสำเร็จ ไปมาแล้ว คงเอามาเขียนลงบล็อกนี่แหละ

 

ลืมนึกถึงงานหนังสือ เดือนตุลาแห่งการละลายทรัพย์

หนัง 3 เรื่อง คอนเสิร์ต 2 คอนเสิร์ต นี่ยังกรอบไม่พอ

ลืมไปว่าเตือนตุลาคมนี้ มีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติด้วย จัดวันที่ 15 -26 ตุลาคม 2557 นี้

งานสัปดาห์หนังสือ เป็นงานที่อย่างน้อยๆก็ต้องแวะเวียนไปเดินเล่น ถึงจะไม่ได้อยากซื้อหนังสือเล่มไหนก็เถอะ

แต่ไหนแต่ไรก็เป็นคนชอบเดินเข้าร้านหนังสืออยู่แล้ว ดังนั้นกับงานหนังสือแล้ว ไม่มีพลาด ถึงไม่ไปซื้ออะไร อย่างน้อยก็ต้องไปเดินเล่นให้ได้

แต่ไปทีไร ไม่ต่ำกว่า 3 เล่มตลอด T T

การเงินปั่นป่วนมากๆเลยครับเดือนนี้ฮ่าๆ

ยิ่งงานหนังสือรอบนี้ มีหนังสือที่อยากได้อยู่ด้วย

เล่มแรกเป็นหนังสือของ จ่าพิชิต ขจัดพาลชน แห่งเว็บดราม่า ชื่อหนังสือว่า “หมอติดเกาะ (ดอย)”

เค้าบอกห้ามผวนนะ ตอนไม่บอกก็ไม่คิดอะไรนะ พอบอกก็ผวนเลย ฮ่าาาาา

น่าสนใจว่าจ่าพิชิตจะเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองยังไง ผ่านหนังสือเล่มนี้

Continue reading “ลืมนึกถึงงานหนังสือ เดือนตุลาแห่งการละลายทรัพย์”

Kinokuniya สาขา Isetan


ช่วงก่อน อยากเดินดูหนังสือญี่ปุ่น อยากหาร้านที่มีหนังสือญี่ปุ่นเยอะๆ เลยลองไปเดินคิโนะสาขาพารากอนดู แต่หนังสือญี่ปุ่นไม่เยอะอย่างที่คิด ลองๆหาร้านอื่นๆดูก็ไม่เจอร้านที่มีหนังสือญี่ปุ่นเยอะๆเลย

โชคดี ตอนไปดูคอนเสิร์ต Kamen Rider Girls เมื่องาน Thailand comic con ได้คุยกับน้องที่นั่งติดกัน เห็นเค้าซื้อหนังสือของ AKB48 มา แล้วถุงที่ใส่มาก็เป็นถุงของร้านคิโนะ

เราก็สนใจ คิดว่าไม่ใช่สาขาพารากอนแน่ๆ เพราะเราเพิ่งไปดูมา เลยสอบถาม พูดคุยกัน น้องเค้าก็บอกแหล่ง ว่าเป็นคิโนะสาขาเซนทรัลเวิร์ด

อืมมม เมมไว้ๆ ไว้วันหน้ามาเดินดู

Continue reading “Kinokuniya สาขา Isetan”

ติดตามอ่านหนังสือ CHIMNEY มาได้สักพักแล้วครับ


เป็นคนไม่ค่อยแต่งตัวเท่าไหร่ มีอะไรก็ใส่ๆไป แต่ก็แปลกที่ผมเองก็มีความสนใจเรื่องเกี่ยวกับเสื้อผ้า แฟชั่น รองเท้า นาฬิกา ด้วยเหมือนกัน

อาจจะด้วยฐานะทางการเงินไม่เอื้อยอำนวยด้วยก็ได้ครับ ฮ่าาา

แต่ก็มีบางครั้งที่เราเกิดต้องการซื้ออะไรขึ้นมา ถ้าเรามีข้อมูลอยู่แล้ว ก็ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อย่างตอนที่จะเลือกซื้อรองเท้าใหม่ (จากบทความนี้ รองเท้าใหม่ของผม New Balance 574 )

เมื่อก่อนก็จะหาอ่านเอาจากคอลัมน์ Fashion และ Livestyle จากหนังสือ FHM กับ ZOO เอา แต่บางทีมันก็ไม่จุใจอ่ะนะ เคยคิดว่าน่าจะมีหนังสือ แนวๆนี้แบบเต็มๆเล่มออกมาขายมั่ง

จริงๆก็มีเล่มอื่นๆอยู่บ้างแล้ว แต่รูปแบบและคอลัมน์ต่างๆก็ยังไม่โดนเท่าไหร่ จนกระทั่งมาเจอเล่มนี้เข้า CHIMNEY มีขายที่ 7-11 เท่านั้น

จากเล่มแรกที่ซื้อเพราะปกมันชะเวิ้บชะว้าบ มีสาวเซ็กซี่ขึ้นปก (เล่มที่ 066 เดือนกันยายน 2012) ตอนนั้นยอมรับว่าสนใจเพราะปกนี่แหละ แต่พอเปิดๆดูแล้ว เข้าท่าดีแฮะ มีเรื่องเกี่ยวกับรองเท้าเยอะดี โดยรวมจะเป็นแฟชั่นผู้ชาย เสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา และอื่นๆ แต่เนื้อหาจะหนักไปทางรองเท้าซะเยอะ ไม่ได้ตั้งใจจะติดตามทุกเล่มหรอก แต่พอเล่มต่อๆมาออก ไปลองเปิดๆดูก็น่าอ่านอีก สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าตั้งแต่เล่มนั้นมาก็ซือทุกเล่มเลย ซะงั้นน่ะ

Continue reading “ติดตามอ่านหนังสือ CHIMNEY มาได้สักพักแล้วครับ”

ผ่ามัธยมไททัน กับ Before the fall


การ์ตูนเรื่องนึงที่โด่งดังมากๆเมื่อปีที่แล้ว Attack on Titan หรือชื่อไทย ผ่าพิภพไททัน เป็นการ์ตูนที่ทำให้ผมกลับมามีความสนใจการ์ตูน สนใจอนิเมะ เพลงจากการ์ตูน ได้ความรู้สึกเก่าๆตอนที่ยังตามดู ดรากอนบอล, รันม่า, Slamdunk, Cyber formular ฯลฯ เมื่อตอนยังอายุสิบต้นๆ

ถ้าไม่นับที่อ่านอยู่ก่อนแล้วนี่ ก่อน Attack on Titan จะมาฮิต ก็ไม่มีการ์ตูนเรื่องไหนทำให้ติดได้เลย (ตอนนี้ชอบ One Punch Man เพิ่มมาอีกเรื่องละ)

เรื่องอื่นๆจะอ่านแต่การ์ตูนเท่านั้น น่าแปลกมากทีเรื่องนี้ทำเอาต้องไปหาเพลงฟัง หาโน่นหานี่ที่เกี่ยวข้องอ่านไปด้วย เรียกว่าเป็นเอามาก

รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กวูบนึงเลย ฮ่าๆๆๆ

จากที่รอมานานในที่สุดก็มีเล่มพิเศษ ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกันออกมาบางแล้ว ไม่ใช่เพิ่งออกนะครับ ออกมาสักพักละ แต่เพิ่งมีเวลาเขียนถึง  หมายถึงที่ออกแปลภาษาไทยแล้ววางขายตามร้านบ้านเรานะครับ

เล่มแรกเป็นการ์ตูนน่ารักๆ ชื่อ ผ่ามัธยมไททัน เอาตัวละครมาทำเป็น ตัวเล็กๆ น่ารักๆ มาเดินเรื่องใหม่ เป็นการ์ตูนตลกๆ น่ารักๆ อารมณ์ดี ต่างจากเรื่องหลักที่ออกแนวดาร์คๆ ราคาเท่ากับการ์ตูนเล่มปรกติทั่วไป 50 บาท เพิ่งออกมาเล่มเดียวอยู่เลย (ณ ตอนที่เขียนโพสนี้)

อ่านแล้วก็ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากเรื่องหลักดีครับ เรื่องของโรงเรียนมัธยมที่คนเรียนในโรงเรียนเดียวกับไททัน

อีกเล่มเห็นปกตอนแรกนึกว่าเป็นการ์ตูน แต่เล่มนี้เป็นนิยาย ชื่อ Before the Fall เล่าย้อนไปสมัยก่อนเหตุการณ์ในภาคหลัก ในยุคที่คนยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับไททันมากนัก ไม่รู้จุดอ่อน ไม่รู้ว่าไททันก็ฆ่าได้ และยังไม่มีอุปกรณ์ที่จะช่วยให้มนุษย์ต่อสู้กับไททันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเอกของภาคนี้เป็นนักประดิษฐที่คิดค้นอุปกรณ์เคลื่อนที่ 3 มิติ ราคา 250 บาท จบในเล่มครับ

สนุกทั้งสองเล่ม โดยเฉพาะผ่ามัธยมไททัน เอาตัวละครแต่ละตัวมาล้อเลียนได้ตลกดี ส่วน Before the fall ก็เป็นนิยายจากการ์ตูนเล่มแรกที่อ่านครับ ก็สนุกใช้ได้ เมื่อก่อนเห็นของ วันพีซ ของเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้ เคยสงสัยว่านิยายที่เขียนจากการ์ตูนมันจะสนุกเหรอ (ไปอยู่ไหนมา ฮ่าาา)

ยังเหลืออีกหลายเล่มเหมือนกันที่ยังไม่มีคนซื้อลิขสิทธ์มา ยังรออ่านอยู่นะ มาเรื่อยๆครับ มาเรื่อยๆ ^_^

เพิ่งได้อ่านนิทานเวตาล


เมื่อก่อนเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยเรียน ก็ไม่มีเวลาอ่าน ตอนที่เป็นละครออกช่องเจ็ดก็ไม่กล้าดู กลัวเวตาลครับ เวตาลหน้าตาหน้ากลัวมาก ฮ่าๆๆ

แต่ก็เป็นหนังสือที่น่าอ่านเล่มหนึ่งนะครับ ตั้งใจว่าจะหามาอ่านอยู่นานแล้ว พอไปเจอลดราคาเหลือแค่เล่มละ 50 บาท เลยไม่ต้องคิดมาก

สนุกดีครับ ภาษาในหนังสือดูโบราณไปนิด แต่ก็เป็นหนังสือที่แปลไว้ตั้งกะร้อยกว่าปีมาแล้วอ่ะนะ

ในเรื่องหลักมีนิทานเรื่องย่อยๆอยู่ นิทานโบราณแบบนี้อ่านๆไปก็ได้ความสนุก ได้อรรรถทางภาษาอีกอารมณ์นึงเหมือนกันนะครับ เปลี่ยนบรรยากาศการอ่านได้ดีเหมือนกัน

มีคติโบราณหลายๆอันที่ยังใช้ได้ดีในปัจจุบันอยู่เหมือนกัน บางอันก็เวอร์ไป

อ่านเรื่องโบราณๆแบบนี้ แล้วลองนึกภาพเป็นอนิเมะ เวตาลกวนตีนๆ ยั่วโมโหก็ตลกดีเหมือนกันนะครับ ลีลายั่วโมโหของเวตาลนี่อ่านแล้วโมโหขึ้นแทนพระวิกรมาทิตย์เหมือนกันนะ

นิทานเรื่องย่อยที่เวตาลเล่านั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความรักและการหาคู่ หลายๆประโยคอ่านแล้ว คนโสดอายุเยอะๆแบบเราในยุคนี้ อ่านแล้วสะอึก เหมือนมีอะไรมาแทงใจดำ ขำๆเหมือนกันนะครับ
“ลูกหญิงซึ่งมีอายุควรมีคู่ไม่มีคู่ ย่อมเป็นเช่นก้อนอุบาทว์ห้อยอยู่เหนือหลังคาเรือน”

“ชายไม่มีเมียจะมีความสุขอย่างไรได้”

โหดอ่ะ ทำร้ายจิตใจกันเกินไปแล้ว T_T