หลังจากเป็นเจ้าของ iPod touch ได้สักพักก็พบว่าเราจำเป็นต้องมีอินเตอร์เนทไร้สายไว้ใช้งานในบ้านซะแล้ว
ตอนแรกที่ซื้อเจ้าไอพอดทัชมาก็คิดว่าจะเอามาใช้งานแบบออฟไลน์ หาโหลดแอพมาเล่นโน่นเล่นนี่ก็โอเคแล้ว แต่ความต้องการของคนเรานี่มันไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ และผมก็พบว่าต่อให้เป็นแอพที่เล่นแบบออฟไลน์ได้ ก็ยังมีการใช้งานเพิ่มเติมในส่วนของการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เนทและโซเชียลเนทเวิร์คได้อีก รวมไปถึงแอพส่วนมากต้องการการเชื่อมต่ออินเตอร์เนทเพื่อให้ใช้งานได้ ดังนั้นผมเองจึงเริ่มมองหาอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเตอร์เนทแบบไร้สายมาใช้สักตัวนึง
จริงๆก็อยากให้ที่บ้านมีระบบ Wireless internet ใช้งานมาตั้งนานแล้วครับ แต่เมื่อก่อนเราไม่มีอุปกรณ์ที่รองรับอินเตอร์เนทไร้สายใช้ในบ้าน เลยยังไม่ได้ติดตั้งใช้งาน ตอนนี้มีอุปกรณ์แล้ว ก็คิดว่าได้เวลาแล้วล่ะ
เมื่อซื้อมาแล้วก็เลยมาเขียนเล่าประสบการณ์สู่กันฟัง เผื่อจะมีประโยชน์กับผู้ที่กำลังมองหา Wireless Router สักตัวอยู่
ก่อนไปซื้อ ก็คิดว่าจะซื้อแบบไหนดี ที่เเห็นมีขายก็จะมีทั้งแบบ Router ธรรมดาๆ ที่ต้องต่อจากโมเด็มอีกต่อนึง กับ แบบ Modem+Router ที่ตัวเดียวเอาอยู่ แล้วก็ตั้งงบประมาณไว้ที่ ไม่เกิน 1500 บาท น้อยกว่าได้ แต่มากกว่าไม่ได้ เพราะมีอยู่เท่านั้นแหละ
ไปเดินดูหลายร้านเลย โดยผมเลือกไปซื้อที่พันทิพเชียงใหม่เพราะใกล้ดี ตามเรทราคาที่ผมมีอยู่ก็มีให้เลือกหลายยี่ห้ออยู่ Asus, TP Link, D link, Belkin ตอนนั้นมีเงินอยู่ 1,500 บาท
สุดท้ายก็เลือกเอาตัวนี้ครับ Belkin ราคา 1,390 บาท
สาเหตุที่เลือกตัวนี้เพราะอ่านจากกล่องเค้าบอกว่าเป็น N300 ที่กระจายสัญญาณได้ดีกว่า ไกลกว่าแบบ N150 แต่ตัวนี้เป็น Routerอย่างเดียวไม่มีโมเด็มในตัว ถ้าเลือกแบบมีโมเด็มในตัวด้วย จะต้องเพิ่มเงินหรือไม่ก็ต้องเลือกเอาอีกยี่ห้อนึงที่ราคาเท่ากันและมีโมเด็มในตัวด้วย แต่ได้ที่ N150 เท่านั้น
ลังเลอยู่นานว่าจะซื้อแบบไหนดี สุดท้ายเอาแบบนี้ดีกว่า อาจจะต้องต่อกับโมเด็มอีกทีดูเกะกะหน่อยแต่ก็แลกกับคุณภาพสัญญาณที่ดีกว่าและราคาถูกกว่า ทั้งๆที่ใจจริงๆก็อยากได้แบบตัวเดียวจบอยู่เหมือนกันแต่มันจะเกินงบไปอยู่ที่ระดับสองพันต้นๆนู่นเลย
จริงๆก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากหรอกครับ N300 N150 อะไรก็ไม่รู้ อาศัยอ่านจากข้างกล่องแล้วก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างว่ามันแตกต่างกันยังไง
มาถึงเรื่องแบบ แบบที่ผมเลือกมานี่เป็นแบบวางแนวตั้ง กับอีกแบบจะเป็นแบบกล่องแนวนอนที่มีเสายื่นออกมาทั่วๆไป
ที่ตัดสินใจเลือกแบบนี้เพราะคิดว่าเหมาะกับพื้นที่อันจำกัดบนโต๊ะคอมของเราครับ เพราะเราต้องมาต่อกับโมเด็มด้วย ถ้าเลือกอีกแบบมาแล้วต้องมาต่อกับโมเด็มอีกตัวด้วยแล้ว คงจะเกะกะโต๊ะน่าดู แบบนี้เอามาวางบนโต๊ะก็หาที่วางได้ง่ายดี
ด้านข้างของตัวที่ผมซื้อมาครับ ถ้าเป็นรุ่นสูงกว่านี้จะตัวใหญ่กว่าและเป็นผิวมัน รุ่นที่ผมซื้อมาผิวเป็นแบบด้านขรุขระๆ ขนาดไม่ใหญ่มากครับ
เมื่อซื้อมาแล้วก็มาถึงขั้นตอนติดตั้ง ซึ่งก็ไม่มีอะไรยุ่งยากและเข้าใจยากเลย ทำตามคู่มือ ต่อสายตรงนั้นตรงนี้ ลงไดร์เวอร์ของอุปกรณ์จากซีดีแล้วก็ทำตามขั้นตอนที่โปรแกรมบอก เท่านี้ก็ใช้งาน Wireless internet ในบ้านได้แล้ว ง่ายจัง (มีบางรุ่นเค้าบอกว่า CD ไม่ต้อง เสียบปุ๊บลงไดรเวอร์อัติโนมัติตั้งค่าอีกนิดหน่อยก็เล่นได้เลย ยิ่งง่ายเข้าไปอีก)
จริงๆขั้นตอนจะจบลงตรงนี้ก็ได้ แต่ผมอยากเปลี่ยนชื่อเครือข่ายกับพาสเวิร์ดใหม่ เลยต้องงมหาที่เปลี่ยนกันพอสมควรเลยกว่าจะเปลี่ยนได้ แต่ก็แนะนำให้เปลี่ยนนะครับ เพราะเวลาจะเชื่อมต่อก็หาชื่อเครือข่ายได้ง่ายๆ กับพาสเวิร์ดที่เราจำได้ง่ายๆ ทำให้เราสะดวกกว่า
ในที่สุดก็มีระบบ Wireless internet ใช้เสียทีหลังจากรอมานานพอสมควร
ไม่ใช้แค่ใช้งานไอพอดของตัวเองเท่านั้น จากนี้ไปเวลามีแขกมาที่บ้านแล้วถามหาอินเตอร์ไร้สายก็จะได้ให้เค้าใช้งานได้ด้วย เคยมีเพื่อนมาที่บ้าน แล้วถามว่า
“บ้านนายมีไวร์เลสไหม”
“ไม่มีว่ะ”
“อะไรวะ ทำงานผ่านอินเตอร์เนทแท้ๆ บ้านไม่มีไวร์เลส”
“ก็กำลังดูๆอยู่ยังไม่ได้ซื้อ”
หุหุ เพื่อนครับ ตอนนี้บ้านผมมีอินเตอร์เนทไร้สายใช้แล้วนะครับ
หลังการใช้งานแล้วก็รู้สึกว่าใช้งานได้ดีครับ มีช่องเสียบสายแลนไว้สำหรับคอมพิวเตอร์4เครื่องด้วย เสียอย่างเดียวไม่มีสวิทช์ปิด Wireless เวลาอยากใช้งานอินเตอร์ผ่านสายแลนอย่างเดียว แล้วอยากปิด Wireless ก็บอกไว้ก่อนเลยว่าตัวนี้ปิดไม่ได้ครับ แต่ยี่ห้ออื่นมีนะ
ว่าแล้วก็สมใจอยากเสียทีกับเนทไร้สายในบ้าน ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นครับ เมื่อก่อนจะใช้ Wireless ทีต้องไปใช้งานบ้านเพื่อน บ้านญาติ ทั้งที่ตัวเองก็มีอินเตอร์เนทใช้ที่บ้าน แต่มันไม่ไร้สาย
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่กำลังหาซื้อ Wireless router สักตัวหรือเปล่านะครับ เพราะเอาเข้าจริงๆผมเองก็แค่เลือกของที่อยู่ในงบ เหมาะกับพื้นที่ติดตั้งบนโต๊ะของเรา รายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆก็แทบไม่ได้สนใจอะไรเลย ที่ใช้ในการตัดสินก็มีในเรื่องของความแตกต่างระหว่าง N ต่างๆ ตามที่เขียนไว้บนกล่องเท่านั้นเอง ยิ่งตัวเลขเยอะก็ยิ่งดีครับ เท่านั้นเอง อ้อ แล้วที่เลือกแบบมี wireless N ก็เพราะอ่านจากทั้งในอินเตอร์เนทและหนังสือมาว่า ระบบ Wirrless N น่ะใหม่สุดและให้คุณภาพสัญญานที่ดีกว่า ใครเค้าเขียนอะไรมาให้อ่านก็เชื่อเค้าไปซะหมดเลย ถ้าเค้าหลอกก็ไม่รู้ตัวหรอกครับ ฮ่าๆๆ
จากการใช้งานที่ผ่านมาก็ใช้งานได้ดีครับ มีเร็วบ้างช้าบ้างตามคุณภาพสัญญาณอินเตอร์เนทและสิ่งกีดขวาง ในบริเวณบ้านและบริเวณใกล้เคียงระยะรัศมีประมาณ 50 เมตรก็ยังมีสัญญาณใช้งานได้(ทดสอบโดยใช้ ไอพอดทัช) อยู่ในระดับที่น่าพอใจครับ คิดว่าถ้าใช้โน้ตบุ๊คทดสอบน่าจะรับสัญญานได้ดีกว่านี้
ตอนนี้รู้สึกว่าทุกอย่างง่ายขึ้นครับ และรู้สึกว่าใช้เวลากับคอมพิวเตอร์น้อยลงไป เพราะตัดเวลาในส่วนของการใช้งาน Social network ออกไปค่อนข้างเยอะ เพราะไปเล่นบนไอพอดเป็นส่วนใหญ่ เวลาญาติมาทีบ้านก็สามารถใช้งานอินเตอร์เนทได้ แถมอีกหน่อยถ้าผมซื้อโน้ตบุ๊คก็จะได้ใช้งานเน็ทไร้สายได้เลย





Powered by Facebook Comments