เรื่อยเปื่อยบนดอยสุเทพ-ขุนช้างเคี่ยน หนึ่งปีต่อมา

ทริปนี้เกิดจากความตั้งใจจะไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งเต็มต้นแล้วถ่ายรูปสวยมๆาดูเล่นกับเขาบ้าง เพราะปีที่แล้วไปช้า ดอกร่วงหมดต้นไม่ทันได้ดู ปีนี้เลยอยากแก้ตัวจากปีที่แล้วสักหน่อย

ฤกษ์งามยามดีหลังปีใหม่ เลยขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ขึ้นไปเที่ยวดอยสุเทพอีกสักครั้ง เวลาผ่านไปไว้จริงๆ เผลอแป๊บเดียวผ่านมา 1 ปีแล้วรึนี่

แน่นอนว่าจุดหนึ่งที่ต้องแวะชมก็คือจุดชมวิว ที่ตั้งอยู่เลยสถานีไฟป่าขึ้นมาหน่อย ไปช่วงนั้นอากาศยังดีอยู่ ไม่มีหมอกควันจากไฟป่ามารบกวนทัศนียภาพและบั่นทอนสุขภาพเหมือนช่วงนี้ ทำให้ได้ชมวิวมุมสูงของเมืองเชียงใหม่ชัดเจน สูดอากาศดีๆเข้าปอดได้เต็มที่ อากาศไม่หนาวมากอย่างที่คิด แต่ก็เย็นสบาย เหมาะกับการท่องเที่ยวของชาวสองล้ออย่างเรา

ตอนไปถึงที่จุดชมวิวก็เป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมงโดยประมาณ ตั้งใจไปดูดอกไม้สวยๆแต่ดันมาเอาป่านนี้ ฮ่าๆๆ เพราะดันตื่นสายน่ะครับ คนที่เค้าจะมาดูดอกนางพญาเสือโคร่งส่วนใหญ่จะมาตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้ชมดอกไม้ในตอนเช้าที่มีแดดอ่อนๆ สวยงาม แต่ก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า ก็ดูดอกตอนเย็นๆบ้างก็ได้นี่ เปลี่ยนบรรยากาศ เราต้องแตกต่างจากคนอื่นๆสิ

อากาศเย็นๆ ขี่รถลัดเลาะขึ้นดอยชมวิวแบบนี้ มันเป็นอะไรที่ผมชอบมากจริงๆ

ขี่รถเลยวัดพระธาตุดอยสุเทพไปก่อน เพราะตั้งใจจะไปเที่ยวบ้านแม้ว ขุนช้างเคี่ยนก่อน ขากลับค่อยแวะครับ มาถึงบ้านแม้วแดดแทบจะไม่มีแล้ว แต่ก็ยังพอมีนักท่ิองเที่ยวเดินทางมาเรื่อยๆ ความตั้งใจตอนแรกที่จะมานั่งจิบชาชิลๆก็ต้องล้มเลิกไปครับ เพราะกลัวแดดหมด อยากจะแวะชมวิวอีกหลายที่อยู่

จุดชมวิวครับ มาถึงแค่ตรงนี้ก็กลับละ ไม่ได้ไปเดินเที่ยวข้างในเลย

ขี่รถกลับมาก็มาแวะอีกจุดนึงที่มีดอกนางพญาเสือโคร่งเริ่มบานบ้างแล้ว แต่ยังไม่เต็มต้น และยังไม่บานสะพรั่งทั้งดอยแบบที่ตั้งใจจะมาดูตอนแรก ตอนที่ไปนั้นดอกยังบานแบบกระปลิดกระปรอยอยู่ พลาดอย่างแรงเลยครับที่ไม่หาข้อมูลมาให้ดีๆก่อนว่าดอกมันบานเต็มที่รึยัง แต่กระนั้นแล้ว ความสวยงามก็พอมีให้เห็นบ้าง

ว่าไงเจ้าหมาน้อย

ตรงนี้จะมีบ้านเชิงดอยอยู่สองสามหลัง และมีสวนดอกไม้ปลูกอยู่ด้านล่าง ถ้ามองจากข้างบนลงมาตอนที่ดอกไม้บานสะพรั่งเต็มที่คงสวยน่าดูเลย

แบบบานเป็นทุ่งยังไม่มีให้เห็น แต่อย่างน้อยปีนี้ก็ได้เห็นดอกจริงๆมันล่ะนะ

สีขาวนี่ก็นางพญาเสือโคร่งเหรอ ไม่ได้อ่านป้ายแฮะ

ตอนกลับลงมาแวะจุดตั้งเต็นท์ด้วยครับ คนมาตั้งเต็นท์มานอนเต็นท์กันเยอะเหมือนกันครับ ถ้าใครไม่มีเต็นท์ มาเช่าเอาก็ได้นะครับ เจ้าหน้าที่มีเต็นท์ที่ตั้งไว้แล้วให้เช่านอนกันได้ แถวๆนี้ตอนดอกไม้บานไม่เยอะก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าดู เลยแวะแป๊บเดียว ไม่ทันถ่ายรูปด้วยซ้ำครับ

ขากลับ แวะที่จุดชมวิวอีกครั้ง เพราะเป็นช่วงเวลาอาทิตย์ใกล้ตกดินพอดี นี่แหละครับ จุดประสงค์ของการมาเที่ยวเอาภาคบ่าย เพราะอยากมาดูอาทิตย์ตกตรงนี้ด้วย (จริงๆแล้วไม่ได้คำนวณไว้ครับ มันบังเอิญ) ตอนแรกนึกว่าจะไม่ค่อยมีคนเพราะมันค่ำแล้ว แต่ที่ไหนได้ คนเยอะพอสมควรเลยครับ คนที่ตั้งใจมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่จุดชมวิวตรงนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของกินเล่นอยู่บนนี้ก็ยังไม่กลับกันเลย แถมยังตั้งวงดื่มกันเป็นกลุ่ม เค้าบอกฉลองปีใหม่กัน ถามเค้าก็บอกว่าที่ยังอยู่เพราะรอคนมาดูอาทิตย์ตกนี่แหละ ยังพอมีคนขึ้นมาตลอด ยังพอขายได้
ซื้อของเค้าเสร็จ เค้าก็บอกว่า “สวัสดีปีใหม่นะครับ” พร้อมกับรอยยิ้ม แล้วก็หันกลับไปรวมกับกลุ่มดื่มสังสรรค์ต่อ

หิวอยู่พอดีเลยจัดหมูยอนึ่งราดน้ำจิ้มเผ็ดมาหนึ่งชุด น่าอร่อยดี พอซื้อมาก็นึกได้ว่า ซวยละ กินน้ำจิ้มแบบนี้ เดี๋ยวต้องอยากเข้าห้องน้ำแน่ๆเลย แต่จะไม่กินก็เสียดายและหิวด้วย ก็เลยไม่สนใจละ กินไปชมวิวไป ชิลๆ

ผิดคาดครับ น้ำจิ้มไม่ทำปฎิกิริยาใดๆกับท้องผมเลย หุหุ ไม่ปวดท้องจนจบทริปเลยครับ รอดตัวไป

ตบท้ายด้วยไอติมกระทิอีกหนึ่งถ้วย

อยากตะโกนลงไปว่า “ข้างล่างหนาวไหม”

คนข้างล่างคงตอบกลับมาว่า “อยากรู้ก็ลงมาเองสิ”

สิ่งที่น่ารำคาญตามากๆสำหรับหนุ่มโสดโดดเดี่ยวอย่างเราก็คือพวกที่มาเป็นคู่ๆนี่แหละครับ ชมวิวไปก็ตาร้อนไป ฮึ! แต่ละคู่หวานแหววไม่น้อยหน้ากันเลย กระหนุงกระหนิง หมั่นไส้ (แล้วไปยุ่งกับเค้าทำไมละเนี่ย)

วิวแบบพาโนรามาครับ

ไฮไลท์ที่ตั้งใจไว้อีกอย่างคือ การได้เยี่ยมชมวัดพระธาตุดอยสุเทพตอนกลางคืนครับ ที่ผ่านมาตอนเรียนเคยมาแต่ตอนกลางวัน เคยตั้งใจไว้ว่าอยากมาตอนกลางคืนตั้งนานแล้ว แต่พอมีงานเดินขึ้นดอยทีไรพลาดทุกที คราวนี้สมใจละ

ชมพระธาตุต้องแสงไฟ สวยแปลกตาจากตอนกลางวัน ได้ความสวยงามอีกอารมณ์นึงครับ สีทองอร่ามไปทั่วบริเวณ

พระกำลังทำวัดเย็นพอดีเลยครับ

ไหว้พระประจำวันเกิด

วิวเมืองเชียงใหม่ตอนกลางคืนครับ

หลังจากไหว้พระ เดินชมวัด ชมวิวเป็นที่พอใจแล้ว ก็ขี่รถลงดอยกลับ เป็นอันจบทริป ตอนขี่รถลงดอยมืดๆนี่ก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับ แต่ก็เพลินไปอีกแบบเพราะรถน้อย ไม่ค่อยมีรถสวนรถแซง

ก็เป็นอันว่าปีนี้ได้เห็นดอกจริงๆละ แต่ก็พลาดได้ดูแบบบานสะพรั่งเต็มดอย หลังจากไปเที่ยววันนั้นถัดไปอีกไม่กี่วัน รุ่นน้องก็ไปเที่ยวแล้วถ่ายรูปมา บานเต็มต้น สีชมพูสะพรั่งทั่วบริเวณเลย พอจะไปอีกรอบดอกก็ร่วงหมดอีกแล้ว คงต้องรอแก้ตัวอีกทีปีหน้าก็แล้วกันนะ (อีกละ) นี่แหละผลของการไม่หาข้อมูลและวางแผนก่อนออกไปเที่ยว

ปีหน้าอยากให้มีคนซ้อนมาด้วยจังเลย จะได้ให้มาเป็นนางแบบถ่ายรูปกับดอกสวยๆ คงจะดี (ฝันไปเถอะ)

เนื่องด้วยอุณหถูมิของอากาศด้านบนกับด้านล่างแตกต่างกันอย่างมาก ข้างอากาศเมื่อมืดแล้ว เย็นมากแต่พอลงมาเจออากาศที่ร้อนไม่สมกับเป็นหน้าหนาวเอาซะเลย แถมยังมีผลตกลงมาแป๊บนึงอีก ผลก็คือไข้ขึ้นเลยครับ ต้องซัดพาราก่อนนอนกันเลยทีเดียว ประกอบกับคงเจอฝุ่นระหว่างทางด้วย เล่นเอาเดี้ยงเลยครับ

ฝากไว้อีกปีก็แล้วกันนะ พญาเสือโคร่ง

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น