หนังสือธรณีนี่นี้ ใครครอง


ธรณีนี่นี้ใครครองเป็นละครที่ผมชอบมากๆเรื่องนึง และถ้ามีละครหรือหนัง เรื่องไหนที่ผมชอบมากๆผมมักจะอยากหาหนังสือของเรื่องนั้นๆมาอ่าน

The Devil wears Prada เป็นน่าจะเป็นเรื่องแรกที่ผมหาหนังสือมาอ่านตามหลังจากดูจบ

ธรณีนี่นี้ใครครองก็เป็นอีกเป้าหมายนึงแต่ก็ลืมไปจนกระทั่งละครถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง เลยนึกได้ว่าอยากอ่านเรื่องนี้ในแบบหนังสือดูว่าจะเป็นยังไง

วันนึงไปเจอในร้านหนังสือโดยบังเอิญ ก็จัดมาซะเลย

แรกๆก็ไม่แน่ใจว่าจะสนุกแบบในละครหรือเปล่า หนังสือเล่มนี้ก็หนาพอสมควร ถ้าไม่สนุกคงทนอ่านจนจบไม่ได้ จะเสียดายเงินเอา

แต่ผิดคาดครับ อ่านสนุกถูกใจมาก วางไม่ลงเลยทีเดียว

เหมือนเรากินอาหารที่เราคิดว่าอร่อยอยู่แล้ว วันนึงได้กินอาหารแบบเดียวกันที่อร่อยเหมือนกันแต่ให้รสชาดที่ต่างออกไป ยังไงอย่างนั้นเลยทีดียว

เหตุการณ์ในหนังสือเรื่องเกิดขึ้นในยุคที่ข้าวมันไก่จานละ สามบาท โอเลี้ยงแก้วละบาทโน่นเลย แต่หลายๆเรื่องที่เป็นปัญหาสังคมโดยเฉพาะเรื่องของระบบราชการนั้น แม้แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แถมยังดูจะแย่ลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ

สำหรับเรื่องนี้แล้ว ผมว่าเรื่องราวในหนังสือสนุกกว่าตอนเป็นละครครับ มันดูสมจริงและตัวละครมีความเป็นมนุษย์มากกว่า

(จากบรรทัดต่อไปนี้จะเป็นเนื้อหาสปอยล์นิดๆ ใครที่คิดจะหาอ่านแล้วไม่อยากเสียอรรถรส อย่าอ่านส่วนที่เป็นตัวเอียงนะครับ)

เวอร์ชั่นละครก็รู้ๆกันว่าต้องทำให้น่าดู ให้ดูสนุกๆ กุ๊กกิ๊กๆ แต่ผมก็ชอบอารมณ์ของตัวละครที่สมจริงๆแบบในหนังสือด้วย ให้อรรถรสที่ต่างไป

อาทิจกับดรุณีนั้น ไม่ได้เกลียดกันแบบน่ารักๆ พ่อแง่แม่งอน แต่เกลียดขนาดที่ว่า ไม่ขอเห็นหน้ากันเป็นเวลาหลายปีเลยทีเดียว

อาทิจในหนังสือ มีท้อๆและเคยคิดจะจากสวนคุณย่า กลับไปหางานทำที่อื่น

ช่วงเหตุการณ์ทองประศรีมาตอแย อาทิจมีลูกต้องข่มใจและแอบปั่นป่วนในความขาวอวบของทองประศรีบ้าง ไม่ใช่ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยแบบในละคร

ผมว่าดรุณีในหนังสือร้ายกาจกว่าในละครมาก

และอาทิจไม่ได้ปล่อยไก่แค่เรื่องกล้วยป่าหรอกนะ 555

มีตัวละครที่คาดไม่ถึงโผล่มาในตอนจบซะงั้น

จุดจบของตัวละครบางตัว ไม่แอปปี้เอนดิ้งแบบในละคร

ฯลฯ

…………………………………..

มีรายละเอียดอีกหลายๆจุดที่ทำให้ชอบธรณีในแบบหนังสือมากๆครับ ถ้าใครชอบดูละครเรื่องนี้ อยากแนะนำให้ได้อ่านแบบนิยายดู สนุกในอีกรสชาดนึง และคิดว่าคุณต้องชอบแน่ๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้น คนเขียนก็ได้แฝงแนวคิดแบบสุดโต่งที่ผมอ่านแล้วไม่ค่อยเห็นด้วยอยู่บางส่วน อาจจะเป็นเพราะเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นเมื่อนานมาแล้ว สังคมในตอนนั้นต่างจากตอนนี้มาก แต่ก็มีแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมที่ร่วมสมัยไว้ด้วย ไม่น่าเชื่อว่าแม้เวลาจะผ่านมาจนถึงตอนนี้ ประเทศเรายังมีปัญหาสังคมเดิมๆที่คาราคาซังแก้ไม่ได้และกลับแย่ๆลงเรื่อยๆเสียอีก ตรงนี้ทำให้หดหู่ใจเหมือนกันนะ

ชอบๆ

ตอนนี้วางเป้าว่าจะหาหนังสือของละครหรือหนังที่ชอบมาอ่านอีก แต่จะเป็นเรื่องอะไร ไว้คงได้มาเขียนลงบล็อกอีกแน่นอนครับ

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น