ย้อนเวลา อัลเทอร์มาจีบ


(เครดิตรูปจากกระทู้ pantip.com)
อยากไปดูหนังเรื่องนี้ ตั้งแต่รู้ว่าแนวคิดของหนังเป็นเรื่องของยุคที่เพลงอัลเทอร์เนทีพรุ่งเรือง ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูตัวอย่างหนังเลย เห็นแค่รูปโปสเตอร์รูปนี้รูปเดียวเอง

พอได้ดูตัวอย่าง ก็ อืมม น่าจะโอเคนะ ตัดตัวอย่างมาได้น่าสนใจดี

ไปดูวันที่หนังเข้าวันแรกเลย แต่เห็นรอบหนังแล้ว กระแสไม่ค่อยดีรึเปล่านะ ทั้งๆที่น่าจะดีแฮะ รอบหนังน้อยกว่าที่คิดไว้

ได้ดูรอบสี่ทุ่มนิดๆ คนในโรงน่าจะมีสักสิบกว่าคนได้

หรือว่าเราดูรอบดึกไปนะ

พอได้มาคุยกับรุ่นน้องที่ทำงาน ก็พอจะเดาได้ว่า เพราะว่าถ้าคนที่ไม่ได้มีช่วงเวลาของยุคนั้นอยู่ หนังเรื่องนี้ก็ดูไม่น่าสนใจสำหรับเขาเอาซะเลย พูดมาแบบนี้ก็รู้สึกถึงวัยของตัวเอง ฮ่าๆๆ

ยิ่งหนังเจาะจงปีไว้จะๆ ว่าเป็นช่วงปี 2538 ด้วย ช่วงเรียน ม3. พอดี จัดว่าเป็นช่วงที่พีคที่สุดของช่วงชีวิตมัธยมเลยก็ว่าได้ เพราะ ตอน ม.ปลายก็จะเป็นอีกอารมณ์นึง ถึงจะมีความสนุกสนานแต่ก็มีเรื่องของการมองหาแนวทางการเรียนต่อ การเตรียบสอบเข้ามหาลัยไปด้วย เฮฮาได้ไม่เต็มที่เท่าตอน ม.ต้น น่ะ

พอได้ไปดูมาแล้ว อยากเขียนถึงตามนี้

ขอบอกว่า ชอบมากครับ ส่วนตัวแล้วแค่เข้าไปดูหนังเพลินๆ แล้วฟังเพลงประกอบที่เป็นเพลงดังๆในยุคนั้นหลายๆเพลง ผมว่าก็ว่าคุ้มละนะ ตัวหนังเองก็มีเรื่องราวที่สนุกใช้ได้

เรื่องที่เกี่ยวกับการย้อนยุค ย้อนเวลาเนี่ย ถ้าลำดับเหตุการณ์ได้ไม่ดีนี่ ออกมาแย่เลยนะ แต่เรื่องนี้ก็ทำได้โอเคเลย แต่เอาเข้าจริงๆนะ คนเป็นพ่อจะไม่คุ้นหน่อยเหรอว่า ลูกตัวเองน่ะ เหมือนกับคนที่เคยมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันพักนึงน่ะ แต่ถึงคุ้นๆก็คงไม่แบบว่าเดินไปถามลูกว่า “ลูก ลูกย้อนเวลาไปช่วงที่พ่อยังหนุ่มๆใช่ป่ะ” งี้ ก็คงแปลกๆเนาะ

ตอนจบของหนัง เป็นแบบทิ้งไว้ให้คนดูคิดต่อ ผมว่าโอเคเลย ดีกว่าที่ว่าจะเอาแบบสรุปตอนจบว่าใคร อะไร ยังไง

หนังย้อนเวลาไปยุคที่ วัยรุ่นจะจีบกันต้องส่งข้อความทางเพจเจอร์ หรือโทรไปหาที่บ้าน

อารมณ์แบบว่า โทรหาเธอเจอพ่อ เจอแม่รับสายนี่ วัยรุ่นสมัยนี้คงไม่อินนะ ว่ามันอารมณ์ไหน ฮ่าๆๆ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่ที่หวงลูกมากๆแล้วด้วย เพราะเดี๋ยวนี้คงไลน์ ทักแชทเฟซบุ๊ค หรือถ้าโทรหากันก็คงเป็นเบอร์มือถือส่วนตัวอ่ะ

หรือความรู้สึกที่ว่า ไม่ได้เห็นหน้า เห็นหลังคาบ้านก็ยังดีนี่ก็แบบ ฮ่าๆ

ยุคนั้นจะฟังเพลงก็เดินเข้าไปร้านเทป ไม่ดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง วงอะไรใหม่ๆ หรือวงที่เราชอบออกผลงานใหม่รึยัง ในยุคที่อินเตอร์เนทยังไม่แพร่หลาย จะใช้ทีต้องไปใช้ที่ห้องคอมในโรงเรียน ในมหาลัย ที่มักจะต้องรอต่อคิวกันลงชื่อใช้งาน ใช้ได้ทีละชั่วโมงสองชั่วโมงก็ต้องแบ่งให้คิวคนต่อใช้บ้าง แล้วกว่าจะโหลดมาดูหน้าเพจแต่ละหน้าได้ ก็หลายนาที สรุปได้ใช้งานแต่ละทีก็ดูได้ไม่กี่เว็บ ดังนั้นข้อมูลข่าวสารการอัพเดทผลงานใหม่ๆของศิลปินเพลง ส่วนใหญ่ต้องรอดูทีวี หรือฟังวิทยุ ว่าแผงวันไหน ช่วงใกล้ๆออกก็เดินไปดูที่ร้านเทปทุกวันว่ามารึยัง พอเห็นวางที่แผงเท่านั้นแหละ รีบหยิบไปจ่ายตังค์

บางวงที่ฮิตมากๆ คนก็รอซื้อมาก ถ้าเกิดไปช้าคนอื่นซื้อไปหมด ต้องรอของรอบใหม่ เซ็งกันไป

สำหรับศิลปินใหม่ๆที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักของค่ายใหญ่ๆ นอกจากฟังจากวิทยุแล้ว ก็อาศัยร้านเทปเปิดนี่ล่ะ บางทีเดินผ่านร้านแล้วได้ยินเพลงเพราะ เอ้ย เดินเข้าไปถามคนขาย เพลงใครอ่ะ คุยกันไป คุยกันมา ก็ซื้อเทปมาฟัง ได้รู้จักวงใหม่ๆ กลายเป็นแฟนเพลงกันในเวลาต่อมาก็เยอะ

อารมณ์แบบนี้ หาไม่ได้แล้วนะ สมัยนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

อุ่ย เขียนถึงหนังหรือรำลึกความหลังกันแน่ ฮ่าๆๆ

ในหนังมีอะไรหลายๆอย่างให้ได้คิดถึง เทปคาสเส็ท, วอล์คแมน, กล้องฟิลม์, ตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์, เพจเจอร์, ความสำคัญของโปรศัพท์สาธารณะ, สมุดจดเบอร์โทรศัพท์หรือเบอร์เพจ, บัตรจีบ, บลาๆ

ให้อารมณ์คิดถึง และระลึกถึงได้ดีเลยนะ

จะมีติก็คือ เสื้อผ้า หน้าผม ที่ยังดูขัดๆว่ายังไม่ใช่ยุคนั้นเท่าไหร่ ดูเหมือนเด็กแนวๆ อินดี้ๆสมัยนี้มากกว่า กับบทพูดที่ยังดูจงใจและขัดๆอยู่บ้าง

นางเอก น้องใบเฟิร์น ที่ดูจากโปสเตอร์ตอนแรกแล้วไม่นึกว่าเป็นเธอแสดง นึกว่าเป็นคนอื่น ชั่วโมงบินเยอะละ ไม่ติอะไร แต่พระเอกยังดูแข็งๆไปบ้าง แต่ก็ไม่แน่แฮะ อาจจะเพราะตัวบทต้องการให้ออกมาแบบนี้ก็ได้ เพราะเด็กสมัยนี้ การพูดดูเหมือนไม่เป็นธรรมชาติ แต่จริงๆแล้วเป็นธรรมชาติของเค้าตามยุคสมัย ก็อาจเป็นได้

สรุป ด้วยความรู้สึกของคนที่มีช่วงเวลานั้นมา ผ่านยุคนั้นมา ผมจัดให้เป็นหนังที่ชอบมากๆเรื่องนึงเลย ดูไปเจออันนี้ อันนั้น นึกถึงมัน แล้วก็ยิ้มออกมา

ได้ฟังเพลงประกอบฮิตๆ ในช่วงเวลานั้น เพลงที่มีแนวทางว่า เป็นทางเลือกใหม่ ในยุคที่ก่อนหน้านั้น วงการเพลงกระแสหลักมีแต่อะไรที่ซ้ำซาก จำเจ จนทำให้คนฟังเพลงมองหาแนวทางทางใหม่ๆ จนกลายมาเป็นช่วงที่เพลงยุค Alternative ครองเมือง

แต่ทุกอย่างก็มียุคสมัยและช่วงเวลาของมัน #เพลงอัลเทอร์เนทีพก็เช่นกัน แน่ะ! ^_^

ถ้าจะเขียนรำลึกความหลังไปยุคนั้นต่อ เกรงว่าจะกลายเป็นโพสที่ยาวมากๆ ฮ่าๆ พอแค่นี้ก่อน

ถ้าหนังออกแผ่นก็จะซื้อเก็บไว้แน่นอน

แต่สำหรับคนที่ไม่อินกับช่วงเวลานั้น ก็ไม่รู้ว่าถ้าไปดูจะรู้สึกยังไงเหมือนกันนะครับ

หนังกระแสไม่ค่อยดีนะเท่าที่ดู อยากดูในโรงก็รีบไปดูกันนะ

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น