ผ้าเช็ดตัวกับผ้าเช็ดตีน

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งตอนที่เรียนปีหนึ่ง ผมพักหอพักห้องเดียวกับเพื่อนที่จบโรงเรียนเดียวกันมาอีกสองคน สนิทกันมาตั้งแต่ม1. เพราะเรียนห้องเดียวกันจนจบม.ต้น ผ้าเช็ดตัวที่ผมใช้อยู่เป็นผ้าเช็ดตัวสีชมพู เพราะเหตุใดไม่ทราบได้ ผ้าเช็ดตัวที่ผมใช้ เมื่อใช้ไปสักพักก็มักจะมีรอยเขียวๆ น้ำเงินๆ ขึ้นมาเป็นดวงๆ พูดง่ายๆก็คือเชื้อราขึ้นนั่นเอง จะว่าผมตากผ้าเช็ดตัวไม่แห้งรึก็เปล่า ของเพื่อนๆในห้องทั้งสองคนก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ผมทนใช้อยู่อย่างงั้น เพื่อนรูมเมททั้งสองก็มักจะค่อนแคะ แซว กระแนะกระแน ผมทุกครั้งที่เห็นผมเอาผ้าเช็ดตัวผืนนั้นมาใช้

“เฮ้ย นี่มันผ้าเช็ดตัวหรือผ้าเช็คตีนวะเนี่ย”
“นี่คิงยังจะใจ้อยู่กาผ้าผืนนี้ เดวเชื้อรามันจะติดผิวหนังคิงนาโว้ย”
“ผ้าผืนนี่น่ะ เอาแป๋งผ้าเจ็ดตี๋นเหียเต๊อะคิง”
“สกปรกง่าว”
…………….
และอีกสารพัดที่คำพูดที่สองรูมเมทช่างสรรหามาใช้แซวผมทุกครั้งที่เห็นผ้าเช็คตัวผืนนั้น

ผมเองตอนแรกไม่สนใจ นานๆไป ผ้าผืนนั้นก็เหมือนผ้าเช็ดเท้าอย่างที่เพื่อนมันแซวเข้าไปทุกๆที เชื้อราแพร่กระจายกว้างขึ้นเรื่องยๆ เป็นดวงด่างทั่วผืน สีชมพูอ่อนๆที่เคยสวยงามตอนนี้กลายเป็นสีออกดำๆด่างๆ น่าสยองยิ่งนัก

“เฮ้ย เอาแป๋งผ้าเจ็ดตีนเต๊อะ เจื่อฮา”
เพื่อนมันหยิบผ้าเช็ดตัวผมขึ้นมาดู ผมนอนอยู่บนเตียงชั้นสองมองลงมา และก็คิดได้ว่ามันถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนได้แล้ว
              “อืือ เอาเลย”
เมื่อจบคำพูดของผม ผ้าที่อยู่ในมือเพื่อนก็ร่วงลงสู่พื้นห้อง เปลี่ยนสภาพจากผ้าที่ใช้เช็ดตัว การเป็นผ้าขี้ริ้วที่เอาไว้เช็ดพื้นห้องและเช็ดเท้าไปในทันที แอบอาลัยอยู่หน่อยๆ แต่มันก็สกปรกอย่างที่เพื่อนมันว่าจริงๆ

“มีผ้าเจ็ดตี๋นใจ้แล้วบ่ะ ห้องนี้”
เพื่อนทั้งสองคนดีใจที่ห้องนี้มีผ้าไว้ทำความสะอาดพื้นห้อง มีผ้าเช็ดเท้าใช้ น้ำเสียงของทั้งสองคนเหมือนกับว่าทำภารกิจอะไรสักอย่างสำเร็จ ผมเองติดใจว่าที่ผ่านๆ ตกลงรูมเมททั้งสองมันปรารถนาดีกับสุขภาพเพื่อนร่วมห้อง หรือจริงๆแล้วมันทั้งทั้งสองแค่อยากได้ผ้าเช็ดเท้าใช้กันแน่

น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่านะ ผมว่า

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น