บันทึกงาน LIAM GALLAGHER Live in Bangkok

LIAM GALLAGHER Live in Bangkok 01

ในช่วงเวลาที่วงโอเอซิสรุ่งโรจน์ที่สุด ก็ทันนะ แต่ไม่ได้ติดตามวงนี้เท่าไหร่
แต่ก็รู้ว่าเป็นวงร็อคที่ยิ่งใหญ่และดังมากๆ รวมถึงมักจะได้รับรู้ถึงวีรกรรมต่างๆที่นักร้องนำและสมาชิกวงสร้างไว้มาตลอด ตอนนั้นเพลงที่ชอบและรู้จักอยู่มีเพลงเดียวก็คือ Don’t look back in anger แต่ก็ชอบมากๆเลยนะ

จนเมื่อได้มาดูหนัง Supersonic เมื่อปีสองปีก่อนก็เหมือนเป็นคอร์สเร่งรัดให้ได้รู้จักและชื่นชอบบทเพลงบางส่วนอย่างรวดเร็ว คิดว่าเสียดายนะที่ยุคนั้นเราพลาดวงนี้ไป มีความคิดที่ว่า จากนี้ถ้าได้มีโอกาสดูคอนเสิร์ตโอเอซิสสักครั้งก็คงดี

มารู้ทีหลังว่ามันยากละ เพราะพี่น้องทะเลาะกัน วงแตกไปแล้วหลายปี แถมยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมารวมวงกันได้อีก

ความหวังก็ยังมี เพราะคู่พี่น้อง โนลและเลียมต่างคนต่างก็ยังมีงานเดี่ยวอยู่ วันใดวันนึงอาจจะแวะมาแถวนี้ก็ได้

แล้วเมื่อปลายปีที่แล้วก็ โป๊ะเช๊ะ! มีประกาศ  LIAM GALLAGHER Live in Bangkok เราก็ รีบจองตั๋วเลย เอาซะหน่อย เค้ามาถึงที่แล้ว

……………………..

แล้ววันที่ 12 มกราคม 2561 ก็มาถึง
หลังจากเลิกงานก็รีบเดินทางไปไบเทคบางนา ไปถึงเสื้อทัวร์ก็หมดแล้วเพราะเปิดขายตั้งแต่ 5 โมง โดยกว่าผมจะไปถึงงานก็เกือบๆสองทุ่มแน่ะ

บรรยากาศหน้างานก็คึกคักน่าดู มีเครื่องดื่มมึนเมาจำหน่าย มีบูทขายอาหาร จัดกิจกรรมและจำหน่ายสินค้าอยู่พอสมควร

LIAM GALLAGHER Live in Bangkok 02

งานนี้ชาวต่างชาติมาเยอะ ดูคึกคักแบบอินเตอร์ๆหน่อย

วงเปิดเริ่มเล่น 2 ทุ่ม ส่วน เลียมจะ ขึ้นแสดง เวลาประมาณ 3 ทุ่ม

LIAM GALLAGHER Live in Bangkok 03

เซลฟี่หน้างานซะหน่อย อิอิ
…………………….

ตอนผมเข้าไปในฮอลล์ คนยังไม่ค่อยเยอะ ส่วนใหญ่ยังอยู่ข้างนอกกัน ในบริเวณฮอลล์มีเครื่องดื่มมึนเมา ซอฟท์ดริ้ง และป๊อบคอร์น ขายด้วย สามารถเดินไปซื้อระหว่างดูคอนเสิร์ตได้ตลอด

พอเห็นแบบนี้ ผมรู้สึกหวั่นๆใจยังไงไม่รู้

นึกออกไหม คอนเสิร์ตที่มีคนเมาเยอะๆ บางคนเมาแอ๋ตั้งแต่วงเปิดเล่นแล้ว และเป็นคอนเสิร์ตที่ตั้งแต่ประกาศว่าจะจัด ก็มีแต่แฟนๆที่ตั้งหน้าตั้งตาจะไปยั่วโมโหศิลปินด้วยวิธีต่างๆนานา เท่าที่อ่านเจอก็จะมี จะใส่เสื้อทีมแมนยู จะใส่เสื้อวง Blur หรือเสื้อวงอื่นที่เคยมีเรื่องกัน จะไปตะโกนชื่อพี่ชายเค้า จะฯ บลาๆ อะไรก็ตามที่จะยั่วโมโหศิลปินได้น่ะ และก็มีคนทำจริงๆ เยอะด้วย

เมื่อมันมาแนวนี้เนี่ย ก็กลัวนะ ว่าพี่แกจะไม่สบอารมณ์เดินลงเวทีไปดื้อๆ หรือไม่ก็ลงมาหวดกับแฟนเพลงที่ไปทำอะไรห่ามๆ

จากปัจจัยเหล่านี้ ส่วนตัวแล้วไม่หวังว่ามันจะออกมา โอ้โห ประทับใจ ซาบซึ้ง แฮปปี้ ได้ใจอะไรกันมากมายอยู่แล้ว

วงเปิดก็เจ๋งนะ แต่เสียอารมณ์ตรงมีคนเมาตะโกนก่อกวนตลอดเวลาพักเพลง เอาจริงๆบรรยากาศก็ไม่ค่อยดีตั้งแต่ตอนนี้แล้ว ในใจคิดว่าอยากให้มีใครมาลากตัวไป แต่ก็ไม่มีใครมาจัดการอะไรได้  ไม่มีใครยืนใกล้ๆเลย คนเว้นที่ไว้เป็นหลุมโหว่ให้มันยืนโด่เด่อยู่คนเดียว

วงปิดเล่นจบเวลาประมาณ 3 ทุ่ม ระหว่างรอบนเวทีตั้งเครื่องก็ฟังปลุกเร้าไป

สายไปจากกำหนดการณ์เล็กน้อย ประมาณ 3 ทุ่ม 20 นาที ก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย

เค้าเดินขึ้นเวทีมาแล้ว โอ้วว นั่น เลียม กัลลาเกอร์ เดินมาที่ขาไมค์ตรงกลางเวทีแแล้ว ด้วยท่าทางการเดินสุดเท่ห์

Rock n’ Roll Star ขึ้นมา

จากนั้นก็รู้สึกได้ถึงความสั่นสะเทือน ทั้งเสียงกรี๊ด เสียงร้องตาม เสียงตะโกน การกระเพื่อมของฝูงคนที่เต้น ที่กระโดดกันอย่างเมามัน

ในใจตอนนั้นคือ “เฮ้ย! มาแล้วโว้ยยยย คนที่เท่ห์ๆที่เราดูใน Supersonic อ่ะ ตอนนี้เค้ามายืนร้องเพลงอยู่ตรงหน้าเราแล้ว”

ต่อด้วย Morning Glory ที่แบบ ตอนฟังปรกติก็ธรรมดาๆนะ แต่ในได้ดูแสดงสดๆแบบนี้แล้วก็แบบว่า เพลงนี้ทำไมมันมันส์ได้ขนาดนี้วะเนี่ย

หลังเปิดอย่างเมามันส์ด้วยเพลงสมัยโอเอซิส 2 เพลง จากนั้นก็เล่นเพลงจากอัลบัมเดี่ยวของตัวเองบ้าง

เอาตรงๆเลยคือ ผมเอนจอยกับคอนเสิร์ตจนไม่ได้จำว่าลำดับเพลงที่เล่นเป็นยังไง หรือจำไม่หมดว่ามีกี่เพลง แต่เพลงเด่นๆจากอัลบัมเดี่ยวก็มาหมด Wall of glass, For what it worth, Paper Crown, Greedy Sold

จากนั้นก็เล่นเพลงสมัยโอเอซิสอย่าง Some might say, Cigarettes And Alcohol, Slide away

ระหว่างโชว์ เรื่องอื่นในหัวทิ้งไปก่อน ขอเต็มที่ เพลงไหนร้องตามได้ก็ร้องสุดเสียง กระโดด โยกหัว เอาให้สุด

ระหว่างการแสดงก็พบเห็นการขว้างแก้วเบียร์ใส่กัน กับควันบุหรี่พุ่งขึ้นข้างบนเป็นระยะๆ และมีครั้งนึงเบียร์กระเด็นมาโดนหัวผมนิดหน่อย มากับแก้วพลาสติกที่ลอยข้ามหัวไปนิดเดียว

รายชื่อเพลงผมอาจจะจำได้ไม่ครบ คือเวลาผมไปดูคอนเสิร์ตถ้ามัวมาพยายามจำอะไรแล้วผมจะเสียสมาธิกับการแสดงบนเวที จะไม่เต็มที่ ตอนนั้นขอเต็มที่ก่อน ผมจะไม่ทำอะไรที่จะมาบั่นทอนความสนุกตรงหน้า ดังนั้นจึงไม่มีรูปหรือวิดีโออะไรเลย เพราะผมเป็นประเภทเน้นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนั้นมากกว่า ไปดูคอนเสิร์ตสดๆ แต่ต้องมาคอยดูจากจอนี่ผมคนนึงล่ะที่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องดี แต่เราก็เห็นว่าคนดูจำนวนมากทำแบบนั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำให้ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ไม่ใช่แค่งานนี้หรอก เดี๋ยวนี้ทุกงานคอนเสิร์ตต้องเจอแบบนี้กันหมด

แต่ก็ถ่ายมามา 1 รูปละกัน เป็นที่ระลึกสักหน่อย ว่าได้ไปดูมา

LIAM GALLAGHER Live in Bangkok 04

แล้วก็มาถึงเพลงฮิตอย่าง Wonder Wall ที่คนร้องตามกันกระหึ่มฮอลล์  เลียมหยุดร้องบางช่วงให้แฟนๆร้องกันเอง ตอนนี้ขนลุกมาก กับปลื้มปริ่มจริงๆ

บางช่วงบางส่วนของการแสดงเนี่ย ในหัวผมมีภาพซ้อนจากหนัง Supersonic ขึ้นมาตลอด ช่วงของเพลง Wonder Wall น่าจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ที่ไหนสักที่ หรือแม้แต่ภาพจากคลิปที่แฟนบอลแมนซิตี้ร้องเพลงนี้กระหึ่มไปทั้งสนามที่เราเคยดูมา

วันนี้ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเพลงนี้ จากการขับร้องโดยออริจินอล “สดๆ” บนเวทีตรงหน้าแล้ว

มันเป็นความรู้สึกที่เจ๋งมากๆนะ

แต่ว่า พอเพลงนี้จบ เลียมก็พูดลาสั้นๆ แล้วก็เดินลงเวทีไปเลย

อ่าว จบละ มองดูนาฬิกา ก็ผ่านมาประมาณ ชั่วโมงกับสิบนาที ก็สั้นไปนิดนะ

นั่นแน่ ต้องมีอังกอร์สิ รอดูๆ

หลังจากมีการตะโกนเรียกกัน ทั้งเรียกชื่อ ตะโกนอะไรอีกก็ไม่รู้ ฟังไม่ออก บางอันฟังดูแล้วก็เหมือนกวนๆมากกว่า ตะโกนชื่อพี่เค้าก็มี และก็ไม่มีวี่แววว่าเลียมจะกลับออกมา สักพักมีคนเดินมาที่กีตาร์ ก็นึกว่าเอาล่ะ เดี๋ยวคงจะออกมาละ แต่ก็ไม่

แล้วแสงไฟก็สว่างขึ้น เป็นสัญญาณว่า คนดูกลับบ้านได้แล้ว เค้าไม่ออกมาแล้ว

LIAM GALLAGHER Live in Bangkok 05

ห๊ะ จบแล้วจริงๆดิ๊

ก็งงๆนิดๆ ตั้งสติแล้วก็รอคนค่อยๆเดินออกกัน

ระหว่างนี้แฟนๆที่อารมณ์ค้างก็มีหลากหลายอารมณ์มาก บ้างตะโกนก่นด่า บ้างก็ร้องเพลงที่หวังว่าจะได้มาฟังในงานแต่ไม่ได้ฟังกลับไปแก้เซ็ง

พอกลับที่พัก ก็รีบกลับไปดูกระแสโซเซียลทันที โดยเฉพาะในแท็กทวิตเตอร์ #LiamGallagherLiveInBangkok ที่ส่วนใหญ่ผิดหวังที่คอนเสิร์ตจบเร็วไป กับไม่ได้ฟังเพลงบางเพลงที่คิดว่าเลียมจะเล่น โดยเฉพาะเพลง Live forever

หลายๆคนให้ความเห็นว่าเลียมคงไม่สบอารมณ์กับอะไรสักอย่าง เลยรีบจบการแสดง จะเรื่องคนเมา คนขว้างแก้วเบียร์ สาดเบียร์ใส่กัน คนแอบสูบบุหรี่ โดนยั่วโมโห โดนกวนTeen เราก็ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และจากทวิตเตอร์ของเลียมเหมือนจะไม่สมอารมณ์กับระบบเสียงของงาน

สังเกตเหมือนกันว่าระหว่างแสดงแกดูอารมณ์บ่จอย ดูหงุดหงิดๆ บางทีก็เดินไปข้างๆเวทีเหมือนจะไปคุยอะไรกับข้างๆเวที ร้องเสร็จบางเพลงก็เขวี้ยงแทมโบลินลงพื้น และไม่รู้ว่ามันพังรึเปล่า ช่วงหลังๆของคอนเสิร์ตเห็นไม่ใช้แทมโบลินเลย เปลี่ยนมาเขย่ามาราคัสแทน แล้วก็มีเขวี้ยงมาราคัสลงพื้นอีกหลายครั้ง มีชี้ๆไปที่คนดูด้วย ช่วงท้ายๆเอาฮู้ดคลุมหัวร้องเพลง บางช่วงที่เดินๆไปข้างเวทีแล้วหายไปนานจนกลัวว่าแกจะเดินลงเวทีไปเลยซะด้วยซ้ำ

ส่วนตัวแล้ว ผมโอเคกับการแสดงนะ ถึงจะเสีบดายว่าน่าจะเล่นนานกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ถ้าพูดถึงการได้ดูเพลงต่างๆที่เล่น ก็มาเต็มนะ

ถ้าจะมีเรื่องที่ไม่ค่อยโอเคคงเป็นส่วนของพฤติกรรมแย่ๆของคนดูบางส่วนที่กล่าวมา มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเลย ส่วนของการแสดงผมไม่มีปัญหาเลย

สรุปแล้วสำหรับวันนั้น ผมมีความสุข สนุก และไม่คิดว่าเสียดายตังค์แต่ประการใด สาบานว่าไม่ได้สวนกระแสหรือปลอบใจตัวเอง ผมแฮปปี้ดี ตอนเดินกลับหลังจากหายงงแล้ว ผมก็เดินยิ้มออกมา ได้เติมเต็มเรื่องที่อยากทำ สำเร็จไปอีกเรื่องนึง

คิดเรื่อยเปื่อยไปว่า หลังจากนี้จะเป็นเวลาอีกกี่ปีที่เลียมหรือโนลจะแวะมาแสดงที่บ้านเราอีก ด้วยอายุของศิลปินเอง และอายุของแฟนคลับ มันอาจจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว หรือถึงตอนนั้นถ้าเค้ามาอีก เราจะจัดการเวลาและเงินของเราลงตัวจนได้มาดูเค้าไหม ดังนั้นการที่เราไปอยู่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์หายากและดีมากแล้ว

อาจจะเพราะผมไม่ได้ติดตามมาตั้งแต่ช่วงยุครุ่งเรืองหรือคิดเอาไว้ว่าคอนเสิร์ตนี้มันจะต้องเป็นยังไงก่อนมาดู สิ่งที่ผมต้องการก็แค่มาดูเลียมร้องเพลงเท่านั้นเอง แล้วก็นี่เป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวของเค้าอ่ะนะ เพลงที่คนส่วนใหญ่ผิดหวังว่าไม่ได้ฟังเนี่ยก็เป็นเพลงของโอเอซิส ซึ่งตามหลักการรณ์จริงๆแล้วเค้าจะไม่เล่นเพลงโอเอซิสเลยก็ยังได้นะ แต่ก็เล่นไปตั้งหลายเพลง ผมว่าถ้าเค้าไม่เล่นเพลงเด่นๆจากอัลบัมเดี่ยวอย่าง Wall of glass หรือ For what it worth หรือ Paper Crown นี่สิถึงจะน่าโมโห

และสุดท้ายคือ ดีใจที่ครั้งนึงในชีวิต ได้สัมผัสสิ่งที่เค้าเรียกๆกันมาว่า “ความเลียม” นี้กับตัวเอง ^_^

คุ้มค่าแล้วครับสำหรับผม

…………..

อัพเดทเพิ่มเติมจากเพจของผู้จัดงาน
ได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับดราม่าไว้ดังนี้  https://www.facebook.com/theverycompany/posts/750777865108432

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น