ซื้อของทางอินเตอร์เนทแบบทุลักทุเล

ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ผู้อ่านบล็อกนี้ทุกท่านทั้งที่ตั้งใจเข้ามาและเผลอเข้ามาโดยบังเอิญมีความสุขกันมากๆ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา
แต่ก็อย่าลืมว่าพรใดๆก็ไม่เท่าเราทำด้วยตัวเอง (ดีแต่บอกคนอื่น ตัวเองทำไม่ได้ 555)

บทความนี้จะมาบอกเล่าประสบการณ์การซื้อของผ่านทางอินเตอร์เนทกันครับ
ก่อนหน้านี้ก็เคยซื้อของทางอินเตอร์เนทมาบ้างแล้วด้วยวิธีการสั่งซื้อทางเว็บหรือส่งอีเมลแจ้งรายการสินค้าแล้วโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารให้ทางร้านหรือเจ้าของสินค้า เมื่อทางร้านได้เงินที่เราโอนไปแล้วจึงจะส่งสินค้ามาให้ทางไปรษณีย์ ซึ่งก็ค่อนข้างเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อนพอสมควร โดยมีขั้นตอนคร่าวๆดังนี้

เริ่มจาก เลือกของจากเว็บนั้นๆบางเว็บมีระบบรถเข็นอยู่แล้วก็ง่ายหน่อย เลือกๆใส่รถเข็ญแล้วเว็บจะคิดจำนวนเงินรวมให้ เราก็กดส่งไป
จากนั้นรออีเมลตอบรับจากทางเว็บว่าได้รับการการสั่งซื้อแล้ว พร้อมกับแจ้งค่าใช้จ่ายโดยรวมมาให้เราพร้อมกับบอกบัญชีธนาคารที่เราต้องโอนเงินไปให้
เมื่อโอนเงินเสร็จเราก็ต้องแจ้งกลับไปทางอีเมลว่าได้โอนเงินแล้วโดยอาจจะต้องบอกรหัสตู้ATMและเวลาโอนไปด้วยเพื่อที่เค้าจะได้รู้ว่ารายการโอนเงินอันไหนเป็นของเรา
จากนั้นรออีเมลตอบรับว่าทางเว็บได้รับเงินแล้ว พร้อมกับส่งสินค้ามาให้แล้ว ตอนนี้ก็รอสินค้าส่งมาที่บ้าน

นี่แค่คร่าวๆนะครับ บางเว็บอาจจะมีขั้นตอนอื่นๆแตกต่างไปบ้าง เช่น บางเว็บไม่ระบบรถเข็น เราต้องจดรายการสินค้าเอง แล้วส่งอีเมลไป บางเว็บจะซื้อของได้ต้องลงทะเบียนก่อนแล้วจึงจะล็อกอินเข้าไปซื้อของได้เป็นต้น แต่โดยรวมหลักๆแล้วก็จะประมาณนี้

เป็นวิธีที่เสี่ยงเหมือนกันเพราะว่าเราโอนเงินไปให้เค้า ก็ไม่รู้ว่าจะได้ของหรือเปล่า ที่โดนเบี้ยวไปก็มีเยอะ แต่เท่าที่ผ่านๆมาผมเองก็ไม่เคยโดนเบี้ยวเลยเพราะว่าจะดูจากเว็บที่ดูน่าไว้ใจ ลองหาข้อมูลจากอินเตอร์เนทว่าเว็บนั้นมีประวัติไม่ดีหรือไม่ กับลองซื้อของทีละน้อยๆก่อน พอดูแล้วว่าไว้ใจได้ค่อยซื้อในจำนวนที่มากขึ้น

ใช้วิธีนี้เรื่อยมา แต่มันก็ใช้ได้กับเว็บที่ขายของในประเทศเท่านั้น หลายๆครั้งเมื่อไปดูเว็บต่างประเทศ ก็จะเห็นว่าเราต้องใช้บัตรเครดิตในการสั่งซื้อของ ไม่ก็ต้องใช้บัญชี Paypal ก็เฉยๆไม่สนใจอะไรเพราะไม่มีเงินจะไปซื้อของเหล่านั้น เพราะของทั้งแพงและยังต้องบวกค่าส่งอีก ไม่มีปัญญาจริงๆ

จนมาวันหนึ่งมีเหตุจำเป็นที่จะต้องมีบัญชี Paypal ใว้ใช้งาน ทำให้ต้องศึกษาเรื่องนี้ไว้บ้าง ตอนแรกคิดว่าคงทำ Paypal ไม่ได้แล้วเพราะเราไม่มีรายได้พอที่จะทำบัตรเครดิต แต่สุดท้าย ก็เจอในอินเตอร์เนทเค้าแนะนำว่า เราไม่ต้องมีบัตรเครดิตจริงก็ได้ ใช้บัตร K-Web shopping card ของธนาคารกสิกรไทยเอาก็ได้ ใช้ได้เหมือนกัน ในที่สุดความฝันที่จะซื้อของจากอินเตอร์เนทแบบง่ายๆสะดวกสบายก็จะเป็นจริงแล้ว หลังจากศึกษาจนแน่ใจ พร้อมกับเตรียมเงินบางส่วนไว้แล้วก็ไปเปิดบัญชีกสิกรไทยไว้ บอกเจ้าหน้าที่ธนาคารว่า เปิดบริการ K-Cyber Banking ด้วยนะ อืมม เค้าบอกจะมีอีเมลขั้นตอนการเปิดใช้บริการส่งมาภายใน 24 ชั่วโมง
ทำบัตรเดบิตด้วย แบบที่ออกแบบรูปบนบัตรเองได้ ก็ยังเลือกลายไม่ได้เลยบอกเค้าว่าเอาไว้ก่อน ไว้ได้รูปสวยๆแล้วจะมาพิมพ์รูปทีหลัง

กลับไปบ้านรอวันกว่าๆก็ยังไม่มีอีเมลดำเนินการของบริการ K-Cyber Banking ส่งมา ว่ามันแปลกๆ เลยขี่มอไซด์เข้าไปในเมือง ไปถึงที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่บอก
“ขอโทษจริงๆครับ พอดีคุยกันเพลินเลยลืมทำให้”
อืมม ผมไม่น่าคุยกะเค้ามากไปเลยจริงๆ มากไปจนเค้าลืม เป็นความผิดผมเองที่ถามโน่นถามนี่เค้ามากไป
เอารูปที่เลือกไว้จะเอาไปพิมพ์ลงบัตร รูปที่เอาไปก็ดันความละเอียดต่ำ พิมพ์ออกมาภาพอาจจะแตก ไม่สวยงาม เฮ้อ เลยยังไม่พิมพ์ดีกว่าไว้มาใหม่ก็ได้

เอาล่ะได้อีเมล K-Cyber Banking มาก็ดำเนินการเรียบร้อย สมัคร K-Web shopping Card ต่อ ต้องรอีก 24 ชั่วโมง หรือไงเนี่ย

เอาล่ะพอสมัครผ่าน ก็เอา K-Web shopping Card ไปสมัคร Paypal ต่อ

สมัคร Paypal ก็ต้องใช้ขั้นตอนต่างๆพอสมควร อ่านดูจากอินเตอร์เนทคนอื่นเค้าทำกันง่ายจัง ของผมกว่ามันจะยอมผูกบัตร กว่าจะลองตัดเงิน งงกันอยู่พักใหญ่ ที่แท้ลืมปรับบัตรค่าเงินใน K-Web shopping Card เพราะเราตั้งค่าไว้ที่ 0 เพื่อความปลอดภัย มันเลยตัดเงินไม่ได้ กว่าจะเจอสาเหตุเล่นเอางงตั้งนาน

เล่ามาถึงตรงนี้หลายๆท่านอาจจะงงๆ เรื่องของรายละเอียดในการทำ Paypal กับ บัตรK-Web shopping Card นั้นคงต้องให้ไปหาในกูเกิลเอาเองนะครับ แหะๆเพราะจะเอามาลงในนี้คงยาวแน่ๆ

เอาน่ะ ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าครั้งต่อไปก็คงไม่ทุลักทุเลแบบนี้หรอก

เมื่อขั้นตอนทุกอย่างของ Paypal ผ่านหมดแล้ว เกิดอยากลองใช้ Paypal ซื้อของดู อยากลองดูว่ามันจะสะดวกไหม บัญชีเราใช้ซื้อของได้จริงหรือเปล่า ก็ไปเจอของที่ลงตัวทั้งราคาและเงื่อนไขการส่ง และเป็นของที่เราอยากได้อยู่พอดีเลย ส่วนจะเป็นอะไรนั้นจะเอามาเขียนในบทความต่อไป

แต่ Paypal ของผมมีปัญหาครับซื้อของจากเว็บนั้นไม่ได้ ฮ่วย เกิดอะไรขึ้น
มันแจ้งว่าผมได้จ่ายเงินเกินลิมิตต่อวัน ไม่สามารถทำรายการได้
ลิมิตอะไร ใครไปตั้งไว้ตอนไหนล่ะ สงสัยมันเพิ่งทดสอบตัดเงินไป อ่ะ ไม่เป็นไร รออีก 2-3 วันค่อยมาลองดูอีกที
2-3วันผ่านไปมาลองอีกอีกก็เป็นแบบเดิม เอาสิครับ งง งง งง
จะว่ามันตัดเงินจากบัตร Web Shopping Card ไม่ได้เหรอ ก็ไม่ใช่ เพราะมันลองตัดแล้วครั้งนึง
หรือว่าวงเงินลืมปรับ เช็คดูก็ปรับวงเงินแล้ว เอาน่ะลองรออีก 1-2 วันซิ
1-2 ผ่านมา เหมือนเดิม
เอาไงดีละเนี่ย

สุดท้ายเลยลองใช้รหัส Web Shopping Card ซื้อโดยตรง ดู ปรากฏว่าผ่านฉลุย อ่าว
แล้วตกลง Paypal เป็นเฮียอะไรเนี่ย ไม่ได้การ ต้องโวย Paypal หน่อยละ อย่างนี้เราจะมีบัญชี Paypal ไว้ทำไม
ส่งอีเมล ไป Paypal ตอบกลับภายใน 24 ชม.เลย โอ้ ประทับใจจริงๆ แสดงว่าแคร์ลูกค้าดีมาก อย่างนี้ค่อยหายโมโหไปหน่อย โดยเค้าบอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบตรวจความปลอดภัย ซึ่งตรงนี้ก็ชอบใจตรงที่ว่าระบบเข้มงวดดีมาก อย่างนี้ไว้ใจได้แน่ แต่……..

เว็บที่ผมไปซื้อนี่ถ้าไม่ปลอดภัย ก็คงไม่มีเว้บเว็บไหนในโลกนี้ปลอดภัยแล้วครับ(เว็บอะไรเจอกันบทความหน้า) เว็บดังขนาดนั้น ถ้างั้นPaypal คงต้องไปตรวจสอบระบบแล้วครับว่ามีปัญหาอะไรไหม สุดท้ายก็ได้ซื้อของโดยใช้รหัสบัตรเครดิต เรามี Paypal ไว้เพื่อใช้ซื้อของโดยไม่ต้องเปิดเผยรหัสบัตรเครดิต แต่ถ้า Paypal ใช้จ่ายไม่ได้ เราจะมี Paypal ไว้ทำมะเขืออะไรล่ะครับเนี่ย

จะลองซื้อของอย่างอื่น จากเว็บอื่นดูอีก งบก็หมดแล้ว เลยไม่รู้เลยว่าตกลง Paypal ของผมจะใช้ซื้อของได้หรือเปล่า

หยุดบ่นดีกว่า มาดูระยะเวลาในการซื้อของส่งของกันบ้าง แต่คงต้องต่อกันบทความหน้าละครับ บทความนี้ชักจะยาวเกินไปละ
นี่ยาวที่สุดตั้งแต่ทำบล็อกมาเลยมั๊งเนี่ย
บทความหน้ามาต่อกันครับ
…………………………………

บทความที่เกี่ยวข้อง
Review หูฟัง Skype stereo Headset จาก Skype (ตอนจบ)
Review หูฟัง Skype stereo Headset จาก Skype (ตอนแรก)
ซื้อของทางอินเตอร์เนทแบบทุลักทุเล (ต่อ)

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น