ซื้อของจาก CDJapan กัน

ต่อจากสองบทความก่อนหน้านี้
สร้างบัญชีซื้อของ CDJapan
เพิ่มข้อมูลที่อยู่กับบัตรเครดิตก่อนซื้อของด้วยบัญชี CDJapan

จริงๆถ้าเราทำตาม 2 บทความก่อนหน้านี้มาแล้ว เราก็สามารถสั่งซื้อของกันได้แล้วล่ะครับ

แต่สำหรับตอนที่ 3 นี้จะเป็นการแสดงขั้นตอนตอนสั่งซื้อแบบทีละสเต็ป เป็นตัวอย่างสำหรับคนที่อาจจะยังขาดความมั่นใจ (ฮ่าๆๆๆ)

เริ่มจากตอนนี้ ผมมีของที่อยากซื้อแล้ว เราก็เข้าไปที่เว็บเป้าหมาย CDJapan.co.jp กัน

เข้ามาแล้ว Sign in โดยใช้บัญชีของเราให้เรียบร้อย จากนั้นก็ลองค้นหาของที่เราต้องการจะซื้อ โดยใช้กล่อง Search นั่นเอง

จากรูปข้างบนซึ่งอาจจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ในกล่อง Search ผมพิมพ์ชื่อศิลปินที่ผมต้องการซื้อของลงไป

ตอนที่เขียนบทความนี้ ผมรู้ว่าวง Kamen Rider Girls ที่ผมชอบมากๆ กำลังจะมีอัลบัมรวมฮิตออกมา เลยเข้ามาดูว่า CDJapan เปิด Pre-order รึยัง

พิมพ์ชื่อวงลงไป แล้วกดแว่นขยาย เพื่อทำการค้นหา

ก็จะมีผลการค้นหาขึ้นมา โดยมีสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหานั้นๆ

ข้างบนจะเป็นช่อง filter สำหรับจัดการค้นหาของเรา เช่นเลือกตามประเภทสินค้า (Product Type) เลือกตามเรทราคา (Price range)  ลำดับวันวางจำหน่าย (Released date) จากเก่ามาใหม่, จากใหม่มาเก่า, เพื่อช่วยให้เราค้นหาสินค้าที่ต้องการได้สะดวก

ตรงนี้ในช่อง Sort by ผมเลือก Latest first ไว้ เพื่อให้ของที่จะออกเป็นลำดับล่าสุดแสดงขึ้นมาก่อน

โอเค ในที่สุดก็เจอแล้ว CDJapan เปิดพรีอเดอร์เรียบร้อย ส่วนใหญ่พรีออเดอร์ช่วงแรกๆมักจะยังไม่มีข้อมูลสินค้าอะไรละเอียดนัก ปกก็ยังไม่มี

 

ที่จะออกวางขายมี 2 Type ผมตัดสินใจจะซื้อ Type ที่มี DVD มาด้วย ราคาสูงกว่านิดหน่อย ก็คลิกเข้าไปที่สินค้าที่เราอยากซื้อครับ

หน้าของสินค้านั้นก็จะมีรายละเอียดต่างๆแสดงไว้ ปรกติก็รูปปก CD, DVD หรือ Blu-Ray แต่ตอนนี้สินค้าที่จะซื้อเป็นแบบพรีออเดอร์ ก็เลยยังไม่มีรูปหน้าปก และยังเขียนไว้ว่า Title subject to change  หมายความว่าชื่อสินค้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้

หน้านี้จะแสดง ประเภทสินค้า ชื่อสินค้า ศิลปิน ราคา หน่วยเงินแรกเป็นราคาเงินเยน หน่วยเงินที่สองเริ่มแรกจะเป็น USD เงินดอลล่าห์ โดยเราสามารถเปลี่ยนเป็นเงินบาท (Thai Baht, THB )ได้เพื่อดูราคาคร่าวๆเป็นเงินบาทได้ โดยจะเปลี่ยนแปลงตามเรทอัตตราแลกเปลี่ยนในตอนนั้น

และเมื่อมีการซื้อของราคาอาจจะแตกต่างจากที่แสดงไว้เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจ่ายเงินครับ เช่น การจ่ายเงินโดยใช้ Paypal อาจจะมีอัตราค่าเงินที่แพงกว่าการจ่ายแบบบัตรเครดิตเล็กน้อยครับ

Point you earn : _% คือ Point ที่เราจะได้รับ เมื่อซื้อสินค้านี้ เปอร์เซนต์ต่างกันไปในสินค้าแต่ละชิ้น ซึ่ง Point นี้เราสามารถสะสมไว้ใช้เป็นส่วนลด มีค่า 1 พอยท์ เท่ากับ 1 เยน ตามที่เคยอธิบายไปแล้ว โดยพอยท์ที่ได้จะเพิ่มเข้ามาที่บัญชีชองเราเมื่อสินค้า Order นั้นทำการจัดส่งแล้ว

Release date : วันที่สินค้าวางขาย

ด้านล่าง ในส่วนของ Shipping Charge Calculator เป็นเครื่องมือช่วยคำนวนค่าส่งของชิ้นนั้นคร่าวๆ จากรูปคือเมื่อเลือกประเทศไทย แล้วกดปุ่ม Calculate จะมีหน้าต่างแสดงค่าจัดส่ง (ยังไม่รวมราคาสินค้า) เรทตามรูปแบบการจัดส่งที่เลือก

เอาล่ะเรารู้ราคาของและค่าจัดส่งแบบคร่าวๆแล้ว เมื่อเราตัดสินใจจะซื้อของแล้ว ก็กดปุ่มรูปรถเข็นสีแดงกันเลย

จะมีหน้าต่างข้อความขึ้นมา ว่าสินค้าที่เราเลือก ถูกเพิ่มเข้าไปในรถเข็นแล้ว

ถ้าเราจะเลือกซื้อของรายการอื่นๆต่อ ก็คลิกกากบาทตรงมุมขวาบนเพื่อปิดหน้าต่างนั้น แล้วก็ไปเลือกสินค้าชิ้นอื่นๆต่อ
จะเห็นว่าตอนนี้ตรงไอคอนรูปรถเข็นด้านบน มีเลข 1 ขึ้้นมา จากเดิมที่เป็น 0 หมายถึงตอนนี้เรามีสินค้าที่เราหยิบใส่รถเข็นเพื่อเตรียมจะซื้อแล้ว 1 ชิ้นนั่นเอง

เมื่อเราพอใจและไม่ต้องการเพิ่มสินค้าแล้ว เราจะเข้าสู่ขั้นตอนการจ่ายเงินกันแล้วครับ โดยเมื่อเราคลิกที่รูปรถเข็น ก็จะเข้ามาที่หน้า Shopping Cart แสดงสินค้าที่เราเลือกไว้

ตรงคอลัมน์ Qty จะมีเลขจำนวนสินค้า เราสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนชิ้นของสินค้ารายการนั้นได้โดยการกด + หรือ หรือถ้าต้องการลบสินค้ารายการนั้นออกจากรถเข็น ก็กด Delete ได้

ในหน้านี้ จะมี Shipping Calcultor เช่นกัน แต่ถ้าเราใช้งานจากหน้านี้ จะเป็นการคำนวณค่าส่ง และมีการรวมกับค่าสินค้า เป็นค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดโดยประมาณของ Order นี้ แยกตามรูปแบบการจัดส่งแบบต่างๆเช่นเคย

ช่วยเราประเมินค่าเสียหายล่วงหน้า ฮ่าๆๆ

จริงๆถ้าไม่มีอะไรแล้ว เราสามารถกด ปุ่มแดง Proceed to Check out เพื่อจะดำเนินการต่อไปได้เลย
ส่วนปุ่ม Add to Existing Order นั้นหมายถึงถ้าเรามี Order ที่สั่งซื้อไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วยังไม่ได้จัดส่งมา เราสามารถเพิ่ม Order นี้ให้จัดส่งมาพร้อมกับ Order ก่อนหน้านี้ได้ แต่อาจจะทำให้กำหนดการจัดส่งเดิมของออเดอร์ก่อนหน้านี้เปลี่ยนแปลงได้ หากต้องรอสินค้าที่เพิ่มใหม่เข้าสต็อก อะไรประมาณนี้ครับ

แต่เดี๋ยวก่อน ตรงข้อความในช่องสีเหลืองๆด้านล่าง แจ้งว่า ตอนนี้ออเดอร์ของคุณ จะได้รับ Point พิเศษตามโปรโมชั่น ถ้าออเดอร์มีราคามากกว่า 5000 เยน (เฉพาะค่าสินค้านะ ค่าส่งไม่เกี่ยว) โดยขาดอีกแค่ 200 เยน

ส่วนด้านล่างก็จะมีสินค้าแนะนำไว้ด้วย

อีก 200 เยน เองก็จะได้ Point โบนัสมาอีกต่างหาก 300 พอยท์แน่ะ แล้วก็พอดีนึกขึ้นมาได้ว่าอยากซื้อที่เก็บหูฟังอยู่แล้ว แต่ไม่อยากสั่งมาเดี่ยวๆเพราะค่าส่งจะเยอะ รอซื้อของค่อยส่งมาพร้อมกัน

เลยต้องออกไปเพิ่มที่เก็บหูฟังที่หมายตาไว้เข้ารถเข็นก่อน เล็งมานานแล้ว สวยงาม ราคาน่าคบหา ยี่ห้อไม่ไก่กา ออดิโอเทคนิก้าเชียวนะเออ

เข้าไปกด Add to cart แล้วกลับมาหน้ารถเข็นอีกที

ตอนนี้ในรถเข็นนี้ก็จะมีสินค้าอยู่ 2 รายการละ ก็เกิน 5000 เยนมาแล้ว ข้อความสีเหลืองก็ยังถามอีกนะ ว่าจะเพิ่มสินค้าให้เกิน 10,000 เยนไหม จะได้พอยท์พิเศษเพิ่มอีกนะคุณ

พอก่อนครับคุณ แค่นี้ก็ตัวเบาแล้ว ฮ่าๆๆ

ว่าแล้วก็กด ปุ่มแดง Proceed to Check out กัน


ในหน้านี้ Order Summary คือหน้าแสดงสรุปข้อมูลของการสั่งซื้อครั้งนี้ทั้งหมดครับ

ตรงนี้เราสามารถใช้ Point ที่เรามีหักเป็นส่วนลดได้ ตรง Redeem Point ก็เข้าไป Edit แล้วทำการพิมพ์จำนวนแต้มที่เราจะใช้ครับ

จะใช้ที่มีทั้งหมดเลยก็ได้ สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรกเราก็สามารถใช้แต้ม 300 Point ที่ได้มาเมื่อเปิด Account ได้เลย ก็เท่ากับลดไป 300 เยน แต่ตอนนี้ของผมมี 106 พอยท์ ยังไม่ใช้ดีกว่า เก็บไว้คราวหน้า

ส่วนด้านล่าง ตรงนี้เราสามารถ Edit ทุกอย่าง ที่เป็นข้อมูลของการสั่งซื้อครั้งนี้ครับ ตรวจสอบข้อมูลให้ดี

Patment Metod : วิธีการจ่ายเงินตรงนี้ก็คือบัตรเครดิต หรือเดบิตที่เราได้ทำการเพิ่มไว้ตอนเตรียมบัญชีนั่นเอง แต่ก็สามารถเพิ่มหรือแก้ไขกันตอนนี้ได้ โดยอาจจะเปลี่ยนไปใช้การจ่ายเงินในรูปแบบอื่นเช่น Paypal  ได้

Shipping Method :  รูปแบบการจัดส่งของมาให้เรา เรทราคาก็ตามที่เราเช็คมาจาก Shipping Calculator นั่นเองครับ แต่ส่วนใหญ่ผมก็เลือกแบบ SAL ที่เป็นแบบถูกสุดมาตลอดนะ แต่แบบนี้ไม่มี Tracking Code ซึ่งก็มีเปอร์เซนต์ที่ของจะหายระหว่างจัดส่งได้ หรือการส่งล่าช้าเป็นเดือนๆ ซึ่งถ้าไม่อยากเสี่ยงก็ให้เลือกแบบที่เราสบายใจและจ่ายไหวดีกว่าครับ

Billing Address : ที่อยู่ในการออกบิล ตอนแรกก็เข้าใจว่าจะมีบิลอะไรส่งไปที่บ้านหรือเปล่า ก็ไม่มีครับ  ตรงนี้ไม่สำคัญเท่า Shipping Address กรณีที่เราไม่ได้ใช้ที่อยู่เดียวกัน

Shipping : ที่อยู่ที่จะส่งของมา ตรวจให้ถูกต้องครับ

ตรงนี้ เนื่องจากของผมมีการสั่งซื้อมาหลายครั้งแล้ว ระบบเลยจำข้อมูลบางอย่างไว้แล้ว ถ้าเป็นกรณีสั่งซื้อครั้งแรก อาจจะมีการให้ยืนยันที่อยู่ ยืนยันบัตรเครดิต เลือกรูปแบบการจัดส่งขึ้นมา ตรงนี้ก็ไม่มีอะไรมากจะคล้ายๆกับตอนที่เรากรอกข้อมูลสร้างบัญชีครับ

ขั้นตอนนี้ควรตรวจสอบทุกอย่างให้ถี่ถ้วน ให้ถูกต้อง เพราะถ้าพลาดไปจะกลับมาแก้ลำบากแล้วครับ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย กดปุ่ม Continue สีส้มได้เลยครับ

มีหน้าต่างขึ้นมาให้ยืนยันว่าจะใช้บัตรเครดิตใบนี้หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ให้กดปุ่มเขียวเพิ่มบัตรใบอื่น ถ้ายืนยัน ก็กดปุ่มส้ม Place Order กันเลย

ทางระบบบัตรเครดิตจะทำการตรวจสอบบัตรเครดิตของเรา ใช้เวลาสักครู่ครับ ในส่วนนี้เมื่อทำการสั่งซื้อครั้งแรก อาจจะมีคำถามถามขึ้นมา อาจจะต่างกันไปตามบัตรที่เราใช้
ส่วนของผมจำได้ว่า ให้ตั้งข้อความต้อนรับ ผมก็พิมพ์ประโยคสั้นๆไป

แล้วจะมาเจอหน้าข้างบน ที่อธิบายขั้นตอนต่างๆตรงนี้ไว้ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งก็เป็นกระบวนการตรวจสอบบัตรของเรานั่นเอง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการยืนยันด้วยรหัส OTP 6 หลัก (One- Time-Password) ที่ส่งมาเป็นข้อความเข้ามาในเบอร์มือถือของเราครับ (เบอร์ที่ผูกกับบัตร) เราก็กดปุ่มส้ม Continue เข้าไป

บัตรที่ผมใช้เป็นบัตรเครดิตของ First Choice ก็จะมีหน้าตาแบบนี้ ซึ่งอาจจะต่างจากของคุณนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าใช้ของเจ้าไหน แต่ที่เหมือนกันคือ จะมีข้อความส่งรหัสยืนยัน เข้ามาในมือถือเบอร์ที่เราผูกกับบัตรไว้ เป็นเลข 6 หลัก กรอกรหัสให้ถูกต้องครับ โดยรหัสยืนยันนี้มีอายุแค่ 12 นาที เราต้องทำการยืนยันรหัสภายในกำหนดนี้เท่านั้น ไม่งั้นก็ต้องเริ่มใหม่ (สามารถคลิก Resend OTP กรณีที่อยากให้ส่งรหัสเข้ามือถืออีกครั้ง)

กรอกเรียบร้อยแล้ว กด Submit

ระบบจะทำการตรวจสอบอีกครั้ง เมื่อยืนยัน เรียบร้อย ก็ Order Completed การสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์! เย้

ตอนนี้ Status Credit Card Approved หมายถึงบัตรเครดิตของเราได้รับการอนุมัติแล้ว ก็คือบัตรของเราสามารถจ่ายเงินให้เขาได้ละ

ถ้าเป็นกรณีที่ใช้ บัตรเดบิต หรือ Paypal อาจจะมีการตัดเงินจากบัญชีทันทีเลย และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้แล้วครับ ดังนั้นก่อนซื้อควรทำการตรวจสอบและตัดสินใจให้ดีๆก่อน แต่กรณีจ่ายด้วยบัตรเครดิตอาจจะพอแก้ไขหรือยกเลิกออเดอร์ได้ในช่วงระยะเวลานึง แล้วแต่กรณีครับ

จะมีอีเมลแจ้งเข้ามาด้วยว่า เราได้รับ Order ของคุณแล้วนะ

จากนี้ก็เหลือแค่รอ CDJapan ดำเนินการ และจัดส่งของมาให้เราแล้วครับ โดยในวันที่ CDJapan ส่งของมา จะมีอีเมลมาแจ้งด้วยว่า เราส่งของ Order นี้ให้คุณวันนี้แล้วนะ

…………………..

ระหว่างนี้เราสามารถเข้าไปเช็ค Status ของ Order ที่เราสั่งซื้อไปแล้วได้ โดยเข้าไปดูที่ Order Histry ครับ

 

จะมีรายการที่เราเคยสั่งซื้อไว้ แต่ละออเดอร์จะมีหมายเลยออเดอร์อยู่ ที่ขึ้นว่า Shipped คือสินค้าที่ส่งมาแล้วครับ

 

 

เมื่อคลิกที่เลขออเดอร์ ก็จะเป็นการเข้าไปดูรายการของออเดอร์นั้นๆ ตรงนี้จะมีสเตัสย่อยของของแต่ละชิ้นด้วย

 

ส่วนใหญ่จะเป็น Porcessing หมายถึงอยู่ในการดำเนินการ พอของเข้าสต็อคมาเตรียมจัดส่ง ก็จะเป็น In Stock ส่วน On Shipping Process คืออยู่ในขั้นตอนเตรียมการจัดส่ง และอาจมีสเตตัสอื่นๆอีก

ซึ่งระยะเวลาระหว่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ละชิ้นด้วยครับ แต่เท่าที่ผ่านๆมาไม่เกิน 1 อาทิตย์ ของก็จัดส่งแล้ว ที่เร็วสุดที่เคยเจอคือ สั่งของคืนนี้ (เวลาไทย) พออีกสองวันก็มีอีเมล์แจ้งส่งของมาแล้ว

ส่วนระยะเวลาการจัดส่งก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดส่งครับ

ของผมเท่าที่เคยสั่งมาส่วนใหญ่เป็น CD 1-2 แผ่น ส่งแบบ SAL ที่เคยเร็วที่สุดคือมีอีเมลแจ้งส่งของมาวันจันทร์ ของมาถึง วันศุกร์

แต่โดยทั่วๆไปแล้วจะประมาณ ไม่เกิน 10 วันหลังจากได้รับอีเมล

ทั้งหมดนี่คือส่งมาที่ กทม. นะครับ ต่างจังหวัดคงต้องบวกเพิ่มอีก

เคยมีครั้งนึง น้องคนนึงฝากสั่งของ เค้าอยู่เชียงใหม่นู่น กว่าของจะถึงน้องเค้าก็เดือนกว่าๆเลย ไม่แน่ใจว่าช้าเพราะตอนส่งมาไทยหรือระหว่างจัดส่งในประเทศเรานี่ละ เล่นเอาใจคอไม่ดีเลย ฮ่าๆๆ

ก็ต้องลุ้นกันหน่อยครับ สำหรับการส่งแบบ SAL  ถ้าไม่อยากลุ้นก็ลองพิจารณาการส่งแบบอื่นดูครับ

………………….

ฟู่ ก็จบกันไปซักทีครับ หวังว่าบทความชุดนี้คงสามารถช่วยให้ผู้อ่านที่เคยสอบถามกันเข้ามา ช้อปปิ้งออนไลน์สินค้าที่ต้องการจาก CDJapan.co.jp กันได้แล้วนะครับ ^_^

………………….

ส่วนตัวแล้ว รู้สึกดีมากๆครับ กับการได้สนับสนุนผลงานของศิลปินที่เราชื่นชอบ รวมถึงการได้เป็นเจ้าของสินค้าอื่นๆที่หาซื้อยากในบ้านเราครับ

ตอนแรก กะจะซื้อแค่ แผ่น สองแผ่น ก็คงจะหยุดซื้อแล้ว

แต่สุดท้ายก็มาเรื่อยๆครับ แล้วแต่กำลังทรัพย์ของเราด้วย แฮ่ๆ

ในรูปซื้อมาจาก CDJapan.co.jp ทุกชิ้น มีแผ่นเดียวที่ซื้อจากเจ้าอื่นครับ

ด้วยรูปแบบการสั่งซื้อของ ที่เว็บขายของออนไลน์ส่วนใหญ่ก็คล้ายๆกัน เราสามารถปรับเอาขั้นตอนไปใช้กับเว็บสั่งซื้อของออนไลน์อื่นๆได้ด้วยครับ โดยรวมๆก็จะขั้นตอนประมาณนี้ คือ

1. สร้างบัญชี

2.เพิ่มข้อมูลบัตรสำหรับจ่ายเงิน เพิ่มข้อมูลที่อยู่

3.สร้าง Order

4.จ่ายเงิน รอของส่งมา

รายละเอียดอาจจะต่างกันเล็กน้อย แต่ภาพรวมก็ตามนี้ครับ

ผมเองก็เคยไปซื้อของเจ้าอื่นมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ CDJapan นี่ล่ะครับ ไว้ที่เคยสั่งของเจ้าอื่นมาจะเขียนถึงในโอกาสต่อไปครับ

ขอให้มีความสุขกับการซื้อของออนไลน์กันครับ ^_^

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

One thought on “ซื้อของจาก CDJapan กัน

ใส่ความเห็น