บันทึกงานคอนเสิร์ตเด็กเทป

คอนเสิร์ตเด็กเทป 06
รูปแบบการฟังเพลงในปัจจุบันเป็นยุคของการฟังเพลงจากไฟล์ดิจิตอล การสตรีมเพลงออนไลน์ หรือการฟังจากการเปิดคลิป Youtube

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้ามาก การฟังเพลงต้องฟังจากจากสื่อบันทึกเสียงอย่าง CD, เทปคาสเซ็ท, แผ่นเสียง ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีเอกลักษณ์ของมัน ทั้งในเรื่องของเครื่องเล่นและเอกลักษณ์ของเสียงที่ออกมา

ในบรรดาสื่อทั้ง 3 อย่างที่ว่ามานั้น ที่มีความแพร่หลาย เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและมีช่วงอายุความนิยมที่ยาวนานที่สุด คงหนีไม่พ้นคาสเซ็ทเทป

เป็นช่วงเวลาที่ การที่เราจะได้ฟังเพลงสักเพลงนึง ต้องหยิบเทปมาใส่เครื่องเล่น เปิดฟังเพลงที่ดังออกมาจากลำโพงที่อาจจะออกมาจากวิทยุเครื่องเล็กๆ เครื่องเสียงมินิคอมโป เครื่องเสียงและลำโพงชุดใหญ่ หรือฟังจากหูฟังของเครื่องเล่นเทปแบบพกพา

ในยุคของ”เทป”เราได้ฟังผลงานของศิลปินมากมาย

กาลเวลาผ่านไป เทคโนโลยีก้าวหน้า รวมไปถึงรูปแบบการฟังเพลงที่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ศิลปินนักร้องหลายๆคนในช่วงเวลาของ “เทป” ก็ห่างหายกันไปตามกาลเวลา ศิลปินนักร้องรุ่นใหม่ๆก็เกิดขึ้นมาสร้างผลงานเพลงให้กับผู้คนผลัดเปลี่ยนกันไปตามยุคสมัย

หลายๆครั้ง ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไป ถึงจะมีเพลงใหม่ๆฮิตๆโดนใจออกให้ฟังกันมาเรื่อยๆ แต่เมื่อถึงจุดนึง หรือเราเกิดไปได้ยินเพลงฮิตๆเก่าๆ ก็ทำให้เราระลึกถึงอะไรหลายๆอย่างในช่วงเวลานั้น“เฮ้ย เพลงนี้”เพลงที่เราเคยฟังตอนเราเรียนมัธยม เพลงที่เราชอบตอนเรียนมหาลัย เพลงนั้นที่เราอัดใส่เทปส่งให้สาวที่เราชอบ เพลงที่ใช้จีบแฟน เพลงนั้นที่เราฟังตอนเราอกหักแล้วก็ทำให้เสียน้ำตา เพลงนั้นที่เราชอบมากเพราะมันตรงกับชีวิตของเรา เพลงนั้นที่เราใช้ประกวดร้องเพลง เพลงที่เคยซ้อมเอาไปแสดงในค่ายลูกเสือ เพลงที่เราแกะเพื่อจะเอาไปเล่นงานโรงเรียน เพลงที่เพื่อนชอบมาเล่นกีตาร์ให้ฟัง ฯลฯ

กาลเวลาผ่านไปแล้ว ผม ณ ตอนนี้คือมนุษย์เงินเดือนที่อีกไม่กี่ปีก็จะมีเลข 4 นำหน้าอายุ

วันนึง News Feed ข่าวบน Facebook ก็โชว์สเตตัสโปรโมทงานคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า “เด็กเทป” ขึ้นมา ผมอ่านรายละเอียดแล้ว ก็ตั้งใจเลยว่าต้องไปงานนี้ให้ได้โอกาสแบบนี้จะมีอีกเมื่อไหร่ไม่รู้ งานคอนเสิร์ตที่รวบรวมศิลปินนักร้องในช่วงที่เรายังวัยรุ่นอยู่ไว้มากมายขนาดนี้

ในยุคของเทปคาสเซ็ทเนี่ย ก็มีศิลปินและแนวเพลงที่หลากหลายนะครับ ดูจากรายชื่อศิลปินที่จะขึ้นเล่นในงานส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่วงการเพลงเป็นยุคอัลเทอร์เนทีฟ ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่ดีช่วงนึงของวงการเพลงบ้านเราเลยล่ะ

ความรู้สึกที่มีคือ อยากไปสัมผัสบรรยากาศเก่าๆนะ ศิลปินที่มา เพลงที่จะได้ฟัง รวมถึงคนที่จะมาดูคอนเสิร์ตนี้ ก็น่าจะเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน

นึกย้อนไปอีก สมัยวัยรุ่น เราเป็นเด็กต่างจังหวัด การที่เราจะได้ดูศิลปินที่เราชอบแสดงสดเป็นเรื่องที่ยากมาก ทำได้แค่ดูผ่านโทรทัศน์เวลามีถ่ายทอดงานดนตรีหรืองานคอนเสิร์ตต่างๆเท่านั้น

เวลาเราดูงานคอนเสิร์ตทางทีวีเราก็อยากรู้นะว่า บรรยากาศที่ได้อยู่ในคอนเสิร์ตแบบสดๆนี่จะเป็นยังไงนะ คงมันส์น่าดู เวลาที่เพลงฮิตๆมันส์ๆขึ้นมานี่ คนดูกระโดดกันกระจายอย่างนี้ บร๊ะ! อิจฉาคน กทม.ที่ได้ดูคอนเสิร์ตอะไรแบบนี้บ่อยๆจัง สุดสัปดาห์ก็มีลานเพลิน 7 สีคอนเสิร์ต เวทีโลกดนตรี มีเทศกาลดนตรีอะไรให้ดูอยู่บ่อยๆและสามารถไปดูด้วยตาตัวเองได้

งานนี้คงจะทำให้เราได้ย้อนเอาบรรยากาศที่เราอยากสัมผัสในตอนนั้นกลับมาให้เราได้

……………………………………….

แบบสรุปๆ

หลังงานคอนเสิร์ตจบลง ในเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ผมเดินจาก JJ Mall มาขึ้นรถเมล์แถวรถไฟฟ้าหมอชิต ด้วยความรู้สึกว่าบางอย่างที่เคยอยากทำเมื่อตอนวัยรุ่นได้ถูกเติมเต็มแล้ว

คอนเสิร์ตสนุก มันส์มากกกกกกกกกกกกกกกกก

ขอขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้มีงานคอนเสิร์ตนี้ขึ้น ทั้งผู้จัด ทีมงาน ศิลปินทุกท่าน และคนดูทุกคนที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่จะมีแค่คนยุคนั้นที่มีประสบการณ์ร่วมและผ่านช่วงเวลานั้นด้วยกันมาก่อนเท่านั้นถึงจะสร้างขึ้นมาได้

นี่มันราวกับนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไป เพื่อนำเอาความรู้สึกสนุกแบบนั้นกลับมาให้ได้สัมผัสอีกครั้งเลยทีเดียว

ทั้งความสนุก มันส์ จากงานคอนเสิร์ต บรรยากาศภายในงานและหน้างาน มันได้ฟีลลิ่งแบบย้อนเวลามากๆ รู้สึกเหมือนเรายังเป็นวัยรุ่นอยู่เลยยังไงยังงั้น

เพลงฮิตมากมายที่ศิลปินขึ้นมาบรรเลงขับร้องบนเวที คนดูร้องตามได้กระหึ่มไปทั้งฮอล คงไม่ใช่แค่คนดูหรอกที่ตื้นตันใจ ศิลปินทุกคนที่มาเล่นในวันนี้ ก็คงคิดถึงและตื้นตันใจกับบรรยากาศวันนี้ไม่แพ้กัน แอบเห็นบางคนมีน้ำตาด้วย

มีเรื่องเดียวที่เสียดายเกี่ยวกับงานนี้ก็คือ ถ้าได้แก๊งค์เพื่อนๆสมัยเรียนมัธยมมางานนี้ด้วยกันได้ก็คงจะฟินมากกว่านี้แน่นอน

คอนเสิร์ตเด็กเทป จะเป็นอีกงานที่ผมเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเลยล่ะ

……………………………………….

แบบน้ำๆ

งานคอนเสิร์ตเด็กเทป จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2560 กำหนดการแสดง วงแรกขึ้นแสดงเวลา 15.30 น. กำหนดการจบคอนเสิร์ต 24.00 น.

สถานที่ JJ MALL Hall จตุจักร

รายชื่อศิลปินตามลำดับขึ้นแสดง : พอง พอง , NURSERY SOUND , อัยย์ , TNT , STUDENT UGLY , สุกัญญา มิเกล ,SICK CHILD , พราว , สี่เต่าเธอ , อรอรีย์ , YOKEE PLAYBOY , SMILE BUFFALO , เสก โลโซ , PARADOX ,ดาจิม

ผมมาถึงหน้างานเวลาประมาณบ่ายสองโมงนิดๆ นัดรับบัตรที่ซื้อโปรราคาพิเศษกับน้องอีกคนนึง ที่เป็นเพื่อนของน้องที่ทำงาน

ถึงจะเป็นเวลาก่อนงานเริ่มนานพอสมควร แต่บรรยากาศก็เริ่มคึกคักแล้ว คนเริ่มทยอยๆกันมาเรื่อยๆ
คอนเสิร์ตเด็กเทป 01

หน้างานมีบูทขายของพอสมควร มีทั้งบูทขายของที่ระลึกของงานและบูทของศิลปินบางส่วน ผมไปเลือกซื้อของที่ระลึกเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย

คอนเสิร์ตเด็กเทป 08

ของที่ขายก็มี

คอนเสิร์ตเด็กเทป 02

ยาดม ฮ่าๆๆ เป็นสินค้าที่ระลึกที่เข้าท่าและน่าจะมีคนได้ใช้จริงๆแน่นอน อันละ 50 บาท
โปสเตอร์ แผ่นละกี่บาทไม่รู้ จำไม่ได้ ไม่ได้ซื้อมา
สติกเกอร์ แผ่นละ 20 บาท 3 แผ่น 50
เสื้อ มี 2 สี ขาวกับดำ ไซส์ทั่วไป 350 บาท ไซส์พิเศษเท่าไหร่ไม่รู้ จำไม่ได้
(เสื้อตอนนี้สามารถสั่งพรีออเดอร์ได้ที่เพจ คอนเสิร์ตเด็กเทป)

คอนเสิร์ตเด็กเทป 03

อันนี้ไม่คิดว่าจะทำมาขาย มีผ้าเชียร์ด้วย ผมชอบมากเลยอันนี้ ราคา 350 บาท

คอนเสิร์ตเด็กเทป 04

สรุปผมจัด เสื้อสีดำ ผ้าเชียร์ สติกเกอร์ 3 แผ่น กับยาดม 1

หลังจากเพื่อนที่ทำงานมาสบทบอีกสองคน พูดคุยกันสักพัก ก็ถึงเวลาประตูฮอล์เปิด

คนค่อยๆทยอยเข้าไปกัน ยังไม่เยอะเท่าไหร่ ไปกองๆกันหน้าเวทีแบบหลวมๆ

มีวงเปิดขึ้นเล่นวงนึง ก็ไม่ใช่เล่นๆนะวงนี้ แนวเพลงที่เล่นก็ได้ฟีลมันส์ๆอัลเทอร์ๆเข้ากับงานดี เล่นจนสายกีตาร์ขาดไป 2-3 สายเลย

คอนเสิร์ตเด็กเทป 05

ถึงกำหนด 15.30 น. วงแรกขึ้นเล่น วง พอง พอง ที่ตอนนี้นักร้องนำ พอง กว่าเมื่อก่อนพอสมควร ฮ่าๆๆๆ วงที่ขึ้นเล่นช่วงแรกจะเล่นกันประมาณวงละ 20 นาที ได้ประมาณวงละ 4 เพลง เพลงแรกผ่านไป เพลงที่สองผ่านไป พอถึงเพลง “หน้าใสใส” คนดูร้องตามได้กระหึ่มฮอล เอาละเว้ย ฟีลเริ่มมาๆ

วงที่สอง Nursery Sound ก็มากับเพลงฮิตๆ โดยเฉพาะเพลง “หวาน” ที่คนดูร้องตามกันเสียงดังมาก มีการเล่าเรื่องบรรยากาศของการจะทำเพลง การโปรโมทเพลงของศิลปินสมัยนั้นนิดหน่อย ชีวิตที่ต้องอยู่ในห้องเช่าราคาถูกๆ ห้องน้ำรวม ตอนนั้นเช่าเดือนละ 800 บาท เวลาผ่านไป ตอนนี้ต้องไปเช่า ห้องเดือนละ 600 บาท ตึ่งโป๊ะ!

ศิลปินคนที่ 3 พี่อัยย์ ที่มากับเพลงสนุกๆของเธอโดยเฉพาะเพลง “บอกเค้าว่าเจอฉัน” ที่แบบ เอ้อ เพลงนี้เนี่ย เมื่อก่อนสะใจดีนะ เพลงเนื้อหาแนวๆนี้เดี๋ยวนี้หาฟังยาก พี่อัยย์มาแบบซึ้งๆ น้ำตาจะไหล บอกเพิ่งออกโรงบาลมา หมอบอกไม่ควรใช้เสียง แต่ไม่ได้ งานนี้ยังไงต้องเต็มที่ คิดถึงคนดู คิดถึงบรรยากาศแบบนี้ ออกตัวก่อนเลยว่าเสียงอาจจะไม่เต็มที่ แต่ใจอ่ะเต็มร้อย ก็ได้ใจกันไปครับ แล้วก็มันส์สุดๆ พี่อัยย์ยังเป็นผู้หญิงที่เท่ห์มากๆเหมือนเดิม ตอนนี้คนก็เริ่มทยอยๆมาเรื่อยๆ พอลองหันหลังไปดูคน ก็ตกใจ เฮ้ย คนเยอะนะเนี่ยยย ก่อนจะลงเวที พี่อัยย์มีเดินไปกอดน้องๆนักดนตรีด้วย บอกแทนการกอดคนดูทุกคน อืมมม พี่อัยย์ เนียนนะครับ ^_^

ท่านต่อมา พี่อู๋ ธรรพ์ณธร TNT นี่รอเพลง “ร่ำลา” เลย แล้วก็แน่นอนว่าเพลงนี้คนดูร้องตามได้กระหึ่มทั้งฮอล์เช่นกัน พี่อู๋ยังคงเอกลักษณ์บนเวทีได้ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะมาดยืนร้องเพลงเท่ห์ๆนี่ไม่เปลี่ยนเลย ใส่แว่นกันแดดเท่ห์ๆ และเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์

ต่อมากับ Student Ugly ที่วันนี้มาคนเดียว และไม่ได้เป็น Student แล้ว เป็น Teacher เพราะแต่งตัวเป็นคุณครู ถือไม้เรียวขึ้นมาบนเวทีเลย ฮ่าๆๆ เพลงเร็วก็มันส์ เพลงช้าๆซึ้งๆก็มา “จะรักอยู่หรือเปล่า” นี่ เป็นเพลงที่เกือบลืมไปแล้วว่าเป็นเพลงของ Student Ugly นะเนี่ย แน่นอน คนร้องตามเพลงนี้กระหึ่มเช่นกัน

คนต่อมากับสาวห้าวสุดเท่ห์ พี่มิเกล สุกัญญา เปิดมาก็จัด “ดีๆกันไว้” ให้คนเต้น โดดกันอย่างเมามันส์ แล้วก็เป็นเพลงช้าสุดซึ้ง “รักเธอคนเดียว” ที่ทำคนทั้งฮอล์อินตาม ร้องตามกันได้ทั้งเพลง พี่มิเกลมุขเยอะมาก อำ แซว เค้าไปทั่ว ถ้าพูดมากว่านี้ก็เดี่ยวไมค์โครโฟนแล้ว

ต่อมากับ SickChild เป็นวงที่อยากดูแสดงสดของวงนี้มาก สมัยที่ฟังเพลงของวงเนี่ย ก็ไม่ค่อยได้เห็นวงออกสื่อเท่าไหร่ เพลงที่เล่นก็มาจากชุดแรก ชุดเดียวที่เคยฟัง เพลงมันส์ๆเยอะกว่าเพลงช้า แล้วก็ได้ดูเพลง “First Date” แบบแสดงสดสักที เสียดายไม่มีเสียงนักร้องหญิงมาช่วยร้อง พอมีเสียงผู้ชายอย่าเดียวแล้วฟีลมุ้งมิ้งงุ้งงิ้งน่ารักๆมันลดลงไปนิดหน่อย ไม่งั้นจะพีคกว่านี้ได้อีก

และก็มาถึงช่วงของ วงพราว ก็จัดมาหลายเพลง แต่ที่คนดูร้องกันสนั่นฮอล์นั้นแน่นอนว่าต้องเป็น “เธอคือความฝัน” และ “เพราะ(ฉัน)มีเพียงเธอ” ที่คนกระโดดกันมันส์เลย

หลายๆช่วงระหว่างที่ชมการสดงคอนเสิร์ตอยู่ จะมีบางครั้งที่ผมหลับตาลง แล้วปล่อยความคิดให้ย้อนกลับไประลึกถึงความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นกับเพลงนั้นๆ อย่างเพลง “เธอคือความฝัน” เนี่ยเป็นเพลงที่มักจะร้องกันกับเพื่อนๆเวลามีเพื่อนที่เล่นกีตาร์เป็นอยู่ด้วย ทุกครั้งที่ได้เจอกันแล้วมีการเล่นกีตาร์ ก็จะต้องมีเพลงนี้ ไม่ว่าจะเรียนมัธยม มหาลัย เรียนจบทำงานแล้วมาเจอกัน ไปเที่ยวกางเต็นท์ ออกทริป เมื่อถึงเวลาล้อมวงกัน ก็จะมีเพลงนี้เป็นเพลงที่ต้องเล่น ต้องได้ร้องกัน

วงพราวลงก็ต่อด้วย สี่เต่าเธอ ตอนนี้ผมก็มาถึงลิมิต ทั้งปวดฉี่ หิวข้าว เพราะรีบมาเลยไม่ได้ทานอาหารกลางวัน เลยตัดสินใจสละสี่เต่าเธอออกไปเข้าห้องน้ำและหาอะไรกิน เสียดายเหมือนกันเพราะตอนแรกตั้งใจว่าจะดูรวดให้จบ ให้ครบทุกวง แต่ก็ไม่ไหวแล้ว

ผมกลับเข้ามาในฮอล์ก็เป็นช่วง อรรีย์ ขึ้นเล่นเพลงแรกได้สักพัก นี่ตอนนั้นไม่ค่อยได้ฟังเพลงของอรอรีย์เท่าไหร่ พอได้มาดูเล่นสดๆก็แบบ เพลงเจ๋งๆหลายเพลงเลย เป็นนักร้องหญิงที่ดูเท่ห์มากๆคนนึงแห่งยุคนั้นเลยจริงๆ วันนี้ก็ยังเท่ห์เหมือนเดิม

มาถึงช่วงนี้ร่างกายเริ่มงอแง อารมณ์แบบ เหมือนร่างกายมันเรียกร้องให้กลับห้องมานอนพักเถอะ แต่ใจยังอยากดูอยู่

ต่อจากนั้น พี่โป้ YOKEE PLAYBOY ก็ขึ้นเวทีต่อ ขนเพลงฮิตๆมาแสดงอย่างต่อเนื่องเพลงอย่าง “ทำร้าย” “คืนนี้ขอหอม” “อีกแล้ว” ฯลฯ ก็ไม่พลาดที่จะได้ฟัง กับลีลายักย้ายส่ายสะโพกที่เป็นเอกลักษณ์ของพี่โป้นั้นเราก็ได้ชมกันอีกครั้ง ความพริ้วยังคงเดิม เพิ่มเติมคือพุงพี่โป้ ฮ่าๆๆๆ

แล้วก็มาถึงอีกวงนึงที่เมื่อก่อนอยากดูวงนี้แสดงสดมาก Smile Buffalo ที่มากันครบสมาชิกวงเดิมๆ กับลีลาตีกลองไปฉีกยิ้มไปตลอดเวลาของพี่เชษฐ์ก็ยังเหมือนเดิม จัดเพลงฮิตๆอย่าง”สาวชุดดำ” “ไม่รักเธอ” “ฟ้ายังฟ้าอยู่” ฯ และแน่นอนว่าโดดกระจาย แหกปากร้องตามกันกระหึ่มกับ “ดีเกินไป” เล่นเอาใช้พลังงานกันไปอีกเยอะเลย

วงต่อไป พี่เสก โลโซ ตอนนั้นหิวน้ำมากเลยออกมาหาน้ำเปล่าดื่ม ก็ไม่มี มีแต่เบียร์ขาย เค้าบอกให้ออกมาซื้อข้างนอก ข้างนอกก็ไม่มีขายเลยต้องกินน้ำแดงเฮลบลูบอยที่ร้านขายน้ำแทน

เติมพลังกับเข้าห้องน้ำเสร็จ มาไม่ทันพี่เสกเพลงแรก เพลง “พันทิพ”

เอาตรงๆก่อนพี่เสกขึ้นนี่มีความกังวลบางอย่างอยู่ รู้สึกกังวลแปลกๆแต่ก็ไม่รู้ว่ากังวลอะไร แต่ก็ไม่มีอะไร วันนี้พี่เสกเล่นมันส์มาก เอนเตอร์เทน พูดเล่น พูดแซวกับคนดูอย่างดี แต่ละเพลงที่ขนมาเล่นก็มันสุดๆ เพลงก่อนเพลงสุดท้ายอย่าง I wanna love you (พี่เสกบอก I wanna Fuck you) พี่เสกก็มันส์จนเหวี่ยงกีตาร์ทิ้ง กับเอาขาไมค์ทุ่มพื้นเวที เอาไมค์เหน็บกางเกง แล้วปิดท้ายด้วย “เราและนาย” จบกันไปอย่างสุดมันส์

คอนเสิร์ตเด็กเทป 07

ช่วงรอวงต่อไป Paradox ขึ้น ระหว่างที่บนเวทีกำลังเตรียมงานกัน ก็คิดในใจ โอย จะไหวไหมเนี่ย ตะกี้ก็ใส่กับพี่เสกเต็มที่ไปแล้ว เหนื่อยแล้ว ไม่มีแรงแล้ว ปวดเมื่อยไปหมด โดยเฉพาะขาเนี่ย ยังไงถ้าไม่ไหวเราก็ยืนดูนิ่งๆก็แล้วกัน คิดอย่างนี้

แต่ว่าพอ “น้องเปิ้ล” ขึ้นมาเท่านั้นแหละ ก็ เอาวะ! มาขนาดนี้ แล้วก็มีแรงฮึดขึ้นมาอีกเฮือกจากไหนไม่รู้ เอนจอยไปกับทั้งโชว์ของ Paradox เลย แล้วก็อย่างที่รู้ๆกันว่าวงนี้มีอะไรมาเล่นกับคนดูเยอะมาก มีว้ากเกอร์ที่แต่งชุดแฟนซีใส่หน้ากากแปลกๆเดินเต็มเวที มีเขวี้ยงของลงมาแจกคนดูได้ตลอดทั้งโชว์ ตุ๊กตาบ้าง ลูกบอล ลูกโป่ง แท่งเรืองแสง ตุ๊กตาเป่าลม ฯลฯ หลายๆเพลงเน้นเพลงเก่าๆสมัยที่ยังเป็นช่วงเทป “ไก่” “นักมายากล” “ฤดูร้อน” “บอลลูน” “มีแต่เธอ” แล้วก็เล่นเพลงที่ไม่ค่อยได้เล่นที่ไหนอย่างเพลง “เสือไบ” ด้วย
ช่วงท้ายๆ พี่สองให้หลานมาเล่นเบสแทน แล้วพี่แกก็ป่วนเวที เอากล่องทิชูชู่ เอาโน่นเอานี้เขวี้ยงลงมาจากเวทีเล่น ถอดเสื้อยืดโชว์ยกทรงที่ใส่มา เอาก็ถอดแขวนไว้ที่ขาไมค์ ฮ่าๆๆๆ

จบพาราด๊อก ผมถามตัวเองว่าจะอยู่ดู ดาจิม ไหม นี่ก็เลยกำหนดเลิกคอนเสิร์ตมาแล้ว กว่าจะถึงดาจิมเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืนร่างกายก็แบบ ทั้งเหนื่อย ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ปวดขามากๆ

แต่ยังไงก็เอาล่ะ อยู่มาจนถึงวงสุดท้ายแล้ว ก็อยู่ให้จบงานกันไปเลย

ตอนนั้นคนบางส่วนเริ่มกลับ เราก็ขยับๆไปข้างหน้าจนเกือบอยู่ติดรั้วหน้าเวทีเลย

พอเพลงขึ้นมา ก็เหมือนเดิม มีพลังขึ้นมาอีกเฮือก โบกไม้โบกมือ ร้องเพลงตามดาจิมกันสนุกเลย ไหนบอกไม่ไหวไง ฮ่าๆๆๆ
น่าเสียดายที่ดาจิมขึ้นเล่นช่วงที่เลยกำหนดเวลาไปแล้ว เลยต้องตัดเพลงออก แน่นอนว่าเพลงปิดท้ายก็ต้องเป็นเพลง “เสือกทำไม” ซึ่งก็เข้ากับสถาการณ์ที่โดนตัดเพลงพอดี “กูไม่อยากกลับบ้านเสือกมาไล่กูทำไม” ฮ่าๆ

เมื่อจบการแสดงของดาจิม ก็เป็นอันจบ “คอนเสิร์ตเด็กเทป”

คนดูทยอยๆเดินออกจากฮอล์ เวลาที่ย้อนกลับไปในอดีตประมาณ 10 ชั่วโมง ก็วาร์ปกลับมาปัจจุบัน พร้อมกับความเจ็บปวดเมื่อยล้า เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกมากๆ ปลื้มปริ่ม อิ่มเอม ตื้นตันใจมาก ที่ได้มีโอกาสสนุกกับบรรยากาศแบบนี้อีกครั้ง

………………………………….

ข้อติ
ถึงจะเป็นคอนเสิร์ตที่ชอบมากๆแต่ก็มีสิ่งที่อยากให้ปรับปรุงอยู่ เผื่อมีงานครั้งต่อไปจะได้ปรับให้ดีขึ้นอีกครับ

– เรื่องขายเบียร์นั้น เข้าใจและคิดว่าจะขายก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้มีการจัดการขยะที่ดีกว่านี้ครับ กระป๋องเบียร์เกลื่อนพื้นเลย บางที่เป็นกองใหญ่ๆเลย อยากให้มีคนเก็บขยะดูแลให้ทั่วถึงกว่านี้

– การเซ็ทอัพตอนเปลี่ยนวงบางช่วงใช้เวลาค่อนข้างนาน ถ้าทำได้รวดเร็วกว่านี้น่าจะดี แต่ตรงนี้ไม่ซีรียสครับ เพราะเข้าใจว่าแต่ละวงก็มีรายละเอียดของเครื่องดนตรีต่างกัน

-อันนี้สำคัญมาก อยากให้ปรับปรุงเรื่องเสียงของนักร้องที่ส่วนใหญ่ตลอดการแสดง ผมแทบไม่ได้ยินเสียงร้องเลยครับ ประมาณว่าได้ยินเสียงแต่จับใจความเนื้อเพลงไม่ได้ แทบจะเรียกได้ว่าต้องใช้ความรู้สึกต่อเพลงนั้นๆฟังเพลงจากดนตรีเอาเลยก็ว่าได้ ไม่ก็ฟังจากที่คนดูร้องตามกันเอา ดังนั้นพอถึงบางเพลงที่เราไม่เคยฟัง เราจับใจความเพลงที่นักร้องร้องออกมาไม่ได้เลย อยากให้ปรับปรุงตรงนี้มากๆ เพราะอรรรถมันหายไปเยอะเลย เค้าเรียกว่าอะไรนะ เสียงนักร้องโดนดนตรีกลบประมาณนี้รึเปล่า ข้อนี้เป็นข้อที่ควรจะปรับปรุงมากๆครับ

………………………………….

คอนเสิร์ตจบแล้ว อารมณ์ยังไม่จบ ถึงตอนนี้ยังหาเพลงที่ได้ฟังในคอนเสิร์ตมาฟังอยู่เรื่อยๆ บางเพลงเราก็อาจจะลืมๆไปแล้วว่า เมื่อก่อนเราชอบขนาดไหน

สำหรับรูปสวยๆ คลิปวิดีโอบางส่วน ไปดูที่เพจ คอนเสิร์ตเด็กเทป กันได้ น่าจะมีทยอยๆมาให้ชมเรื่อยๆครับ ของผมแทบไม่ได้ถ่ายไว้เลย เพราะเป็นประเภทเน้นเอนจอยกับฟีลลิ่งข้างหน้ามากกว่า

หวังว่าถ้ามีงานหน้า คงได้ไปย้อนเวลามันส์กันอีกนะครับ ชาวเด็กเทป

ปล. 1 ขำเพลงเด็กเทปล้อเลียนเพลงเปิดรายการ 7 สีคอนเสิร์ตมาก ^_^

ปล. 2 เรื่องราคาบัตร ต่อให้ซื้อราคาเต็ม 1,200 บาท ผมยังว่าคุ้มเลย

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น