ความสำคัญของ Driver ที่ผมมองข้ามไป

วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับ Driver ครับ

เราๆท่านๆรู้กันดีอยู่แล้วว่า Computer ที่เราใช้งานอยู่นั้นมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เป็นตัวทำหน้าที่ต่างๆและต้องการไดร์เวอร์ (Driver)ที่ต้องติดตั้งลงไปบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆเหล่านั้นทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการ์ดแลน การ์ดจอ การ์ดเสียง พรินเตอร์ และอื่นๆ

เรื่องที่ผมจะเล่ามีอยู่ว่า ผมเองเวลาลง Windows ทีไร ก็มักจะไม่สนใจเรื่องไดร์เวอร์สักเท่าไหร่ครับ มีแค่ไดร์เวอร์การ์ดจอเท่านั้นที่จะโหลดมาจากเว็บของผู้ผลิต ส่วนอุปกรณ์อื่นๆที่เวลาลงวินโดวส์แล้วมันใช้งานได้ทันทีเพราะแผ่นวินโดวส์มันลงให้พอใช้งานได้อย่างไดร์เวอร์การ์ดเสียงและระบบแลนนั้น ผมเห็นว่ามันใช้ได้ก็คิดว่าคงไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับมัน และก็คิดเช่นนั้นใช้งานแบบนั้นมาตลอด จนมาวันหนึ่ง ก็เกิดเหตุทำให้ผมต้องเปลี่ยนความคิดนั้นโดยบังเอิญ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อลงผมฟอร์แมทล้างเครื่องเพื่อลงวินโดวส์ใหม่แล้วเกิดความผิดพลาดขึ้น ระบบอินเตอร์เนทไม่ทำงานเพราะหาไดร์เวอร์แลนไม่เจอ หลังลงวินโดวส์ใหม่แล้วใช้อินเตอร์เนทไม่ได้นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะครับ เพราะเราไม่สามารถอัพเดทแอนตี้ไวรัส สปายแวร์ และโหลดโปรแกรมจำเป็นหลายๆโปรแกรมมาใช้ไม่ได้

นั่นทำให้ผมต้องลงวินโดวส์ใหม่อีกรอบนึง(เสียเวลาจริงๆ)เพื่อให้การ์ดแลนทำงานได้ เมื่อลงเสร็จ ผมก็เห็นว่าเราควรโหลดพวกไดร์เวอร์ของเมนบอร์ดเก็บไว้ด้วย เผื่อมีปัญหาแบบเมื่อกี้อีกจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงวินโดวส์ใหม่


ผมก็ต้องแงะเคสเพื่อดูรุ่นเมนบอร์ดแล้วจัดการโหลดพวกไดร์เวอร์ชิปเซ็ต แลน และซาว์นการ์ด มาเก็บไว้ในเครื่อง

โหลดเสร็จแล้วจะเก็บไว้เฉยๆก็กระไรอยู่ ฉุกคิดได้ว่า ไดร์เวอร์ที่มาจากผู้ผลิตเมนบอร์ดโดยตรงที่ทำมาเพื่อเมนบอร์ดรุ่นนั้นๆโดยเฉพาะ มันน่าจะดีกว่าเมนบอร์ดจับฉ่ายที่มากับวินโดวส์นี่นะ ว่าแล้วก็ติดตั้งไดรว์เวอร์ทั้งหมดที่โหลดมาได้ใหม่ทั้งหมด แล้วก็ลองดูข้อแตกต่างๆในด้านการใช้งานดู

จากการใช้งานไปสักพัก ส่วนอื่นๆอาจจะไม่เห็นข้อแตกต่างชัดเจนมานัก แต่ที่เห็นจะจะเลยก็คือ ระบบเสียงครับ

ไดร์เวอร์เสียงเดิมๆจะมีแค่ตัวปรับระดับเสียงพื้นฐานที่มีมา แต่ไดร์เวอร์ใหม่ที่ลงแทนอันเก่า มีตัวควบคุมเสียงของ SoundMAXเพิ่มมา ปรับกันสนุกเลยทีนี้ เอาล่ะครับ เห็นอย่างนี้แล้วก็ต้องลองฟังเสียงกันหน่อย ว่ามันจะแตกต่างกันมากแค่ไหน

หน้าตาแผงควบคุมเสียงแบบเดิมๆปรกติทั่วไปที่เราคุ้นเคย

อันนี้เป็นแบบที่มีเพิ่มมาหลังลงไดร์เวอร์ใหม่ครับ (แบบเดิมก็ยังอยู่นะครับ)

อึ้งไปเลยครับ เสียงดีขึ้นจมเลย ดีขึ้นจนรู้สึกได้ และไม่ได้คิดไปเอง โดยเฉพาะการแยกมิติเสียงซ้าย-ขวา ดีขึ้นมากครับ และเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นถ้าใช้หูฟัง เปรียบเทียบเอาจากเพลงหลายๆเพลง หนังหลายๆเรื่องที่มีในเครื่อง มันดีขึ้น ชัดเจนมาก

นี่ผมหลงผิดมาตลอดเลยรึนี่ เราไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ของเราอย่างคุ้มค่ามาตลอดตั้งแต่เราได้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มาเลยสินะ ความเคยชินมันบดบังเอาไว้

จริงๆสำหรับบางคนแล้วเนี่ย มันอาจจะจะเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญก็ได้ แต่สำหรับผมที่ชอบฟังเพลงและเล่นหูฟังอยู่แล้ว การที่เราได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเดิมมากบนคอมเครื่องเดิมๆที่เราใช้อยู่มันสำคัญมากๆครับ โดยเฉพาะคนที่ขลุกอยู่ในห้อง Gadget Pantip เป็นประจำอย่างผม

จากนี้ไปเวลาจะลงวินโดวส์ใหม่ก็คงต้องลงไดร์เวอร์ที่มากับเมนบอร์ดโดยตรงแบบนี้ดีกว่า ได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า

เรื่องนี้พอผมไปเล่าให้ใครฟัง เค้าก็มักจะพูดตอบกลับมาทำนองว่า
“คนอื่นเขาก็ทำอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ แกนั้นแหละที่เพิ่งมารู้ตัว”
“ไปอยู่ไหนมานิ คนเค้ารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง”
ฮ่าๆๆๆเขิน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงเอาเรื่องนี้มาเขียนลงบล็อก ก็เพราะว่ามันอาจจะมีประโยชน์กับคนที่กำลังเป็นแบบที่ผมเคยเป็นอยู่ก็ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นความแตกต่างระหว่างก่อนกับหลังเปลี่ยนไดร์เวอร์นั้นก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของแต่ละท่านด้วยนะครับ ถ้าท่านลองทำตามผมแล้วมันแตกต่างกันไม่มากก็อย่าต่อว่าผมล่ะ ^_^ นี่ยังไม่รวมตัวแปรอื่นๆอีกนะครับ เช่น คุณภาพหูฟังที่คุณใช้ ค่า Bitrate ของเพลงที่คุณฟัง (ควรจะเป็น 320 kbps ถ้า128kbps นี่น้อยไปครับ) ก็จะทำให้เห็นความแตกต่างมากขึ้นครับ
รายละเอียดของไฟล์เพลง Mp3 ที่จะปรกฎขึ้นมาเมื่อเอาเมาส์ไปชี้ครับ

ถ้าเป็นไฟล์แบบ 320 Kbps เพลงนึงก็จะมีขนาดไฟล์ประมาณ 7-10 MB

จริงๆถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องเสียงอะไรมาก บทความนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรสักเท่าไหร่เนอะ ในส่วนของอุปกรณ์อื่นๆก็ไม่สังเกตเห็นความแตกต่างอะไรที่ชัดเจนครับ การใช้งานอินเตอร์เนทรู้สึกว่ามันดีขึ้นแต่ก็ไม่เห็นความแตกต่างชัดเจนเลยไม่อยากฟันธง อาจจะคิดไปเองก็ได้

ยังไงยังไงก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์(มั๊ง)สำหรับผู้อ่านนะครับ

ลองเช็คไดร์เวอร์อุปกรณ์ต่างๆของคอมพิวเตอร์ของท่านดูสิครับ ลงตัวที่ถูกต้องอาจจะช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณมีประสิทธิเพิ่มขึ้นได้ วิธีการเบื้องต้นก็คือถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ก็ให้ดูรุ่นของเมนบอร์ด โน้ตบุ๊คก็ดูรุ่นดูรหัสแล้วเข้าไปที่เว็บของผู้ผลิดหรือหาจาก Google โหลดไดร์เวอร์รุ่นล่าสุดมาแล้วก็ลงใหม่แทนอันเดิม ต้องให้แน่ใจด้วยนะครับว่าเป็นไดร์ของระบบไหน เคยมีครั้งหนึ่งผมลงไดร์เวอร์ตั้งนานทำไมลงไม่ได้ แปลกใจ โมโห ดูไปดูมา อ่าว โหลดของ Windows7 มานี่นา เราใช้ XP มิน่าล่ะ ฮ่าๆๆ

เขียนมาซะยาวเลย มีแต่น้ำซะเยอะนะเนี่ย งั้นก็ขอจบบทความไว้เท่านี้ก็แล้วกันครับ

อ่อ ถ้าใครอยากลองทดสอบดูว่า การแยกมิติเสียงของอุปกรณ์ของท่านนั้นเป็นอย่างไร ลองทดสอบดูจากคลิปนี้ก็ได้ครับ

ตอนฟังลองหลับตาฟังดูครับ คนพูดจะเปลี่ยนตำแหน่งเดินไปมา ถ้าเรารู้สึกถึงตำแหน่งที่ต่างกันไปของคนที่พูดอยู่ในคลิป ซ้าย-ขวา ใกล้-ไกล บน-ล่าง(ของผมเองก็ยังแยกไม่ออกตรง บน-ล่าง นะครับ แต่ ซ้าย-ขวา กับ ใกล้-ไกล นี่ชัดเจนมาก)ก็แสดงว่าระบบเสียงที่มีนั้นใช้ได้
(ตกใจเสียงโทรศัพท์กันไหมเนี่ย ^_^)

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น