พี่น่าจะมีกิจกรรมหรือพบปะผู้คนใหม่ๆบ้างนะครับ

มาจะกล่าวบทไป ถึงช่วงที่เพิ่งมาอยู่ กทม. ใหม่ๆ

ชีวิตดูน่าเบื่อหน่าย และดูซ้ำๆซากๆ

ถึงจะเป็นคนที่ดูเฟรนด์ลี่ เข้ากับคนง่าย แต่ถ้ายังไม่รู้จักกันจะเป็นคนเก็บตัว และสนิทกับคนยาก ไม่ค่อยเข้าหาใครก่อน ดังนั้นนอกจากที่ทำงานแล้ว ก็ติดต่อกับแค่เพื่อนๆที่รู้จักกันอยู่แล้ว ญาติ พี่น้อง เท่านั้นเอง

เป็นคนที่ค่อนข้างปิดตัวเองด้วยล่ะนะ

ชีวิตที่ดูคร่ำเคร่งกับงานและอาจจะดูน่าเบื่อหน่ายเกินไป เพื่อนร่วมงานหลายๆคนจึงเป็นห่วง ก็เลยให้คำแนะนำหลายๆอย่าง

หลายๆครั้งก็ชวนไปนู่นมานี่ แต่ส่วนใหญ่เราก็ปฏิเสธตลอด

ชีวิตที่มีแค่ ที่พัก ที่ทำงาน กับห้างที่อยู่ใกล้ๆ เท่านั้นเอง

บางคนถึงกับบอกว่า พี่ใช้ชีวิตได้น่าเบื่อมาก

มาวันนึงก็ได้มีโอกาสพูดคุยกันเรื่องนี้ เพื่อนที่ทำงานก็ได้ให้คำแนะนำหลายๆอย่าง แต่มีประโยคนึงที่โดดเด่นและชัดที่สุดก็คือ “พี่น่าจะมีกิจกรรมหรือพบปะผู้คนใหม่ๆบ้างนะครับ”

จริงๆก่อนหน้านี้ก็มีหลายๆคนแนะนำอะไรแนวๆนี้มาบ้างแล้วล่ะ พอมาวันนี้ได้ยินตอกย้ำมาอีก ก็เริ่มคิดว่า เราน่าจะทำตามนี้ดูนะ ชีวิตจะได้มีอะไรแปลกใหม่บ้าง

อาจจะออกไปหาเรียนคอร์สเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไปหาสมาคมหรือกลุ่มอะไรสักอย่างเพื่อทำกิจกรรม พบเจอ รู้จักผู้คนใหม่ๆบ้าง ชีวิตจะได้ไม่น่าเบื่อเกินไป และจะได้ผ่อนคลายและพักสมองที่จดจ่ออยู่แต่กับงานที่ทำเสียบ้าง

ก็เป็นความคิดที่ดีแฮะ

ผมลองนึกดูว่าเราสนใจอะไร และน่าจะทำกิจกรรมอะไรได้ ลองคิดหาดูหลายๆอย่าง ก็พอดีช่วงนั้นได้รับคำเชิญชวนเข้ามาใน Inbox ของเว็บพันทิพ เนื่องจากว่าก่อนหน้าได้ไปตอบกระทู้ที่เกี่ยวกับศิลปินญี่ปุ่นวงนึงไว้หลายกระทู้ ทีนี้ เค้ากำลังมีการจะตั้งกลุ่มสำหรับแฟนๆวงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นรวบรวมแฟนๆไว้ด้วยกัน เมื่อมีข่าวสารอัพเดทอะไรก็มาแบ่งปันกัน

ถ้าเป็นเมื่อก่อน อาจจะปฏิเสธ แต่คราวนี้ อ๊ะ ลองดูก็ได้

เข้าไปช่วงแรกๆก็ไม่ได้แสดงตัวอะไรมาก แค่อ่านๆข่าว ไลค์ข่าวที่แชร์มา เท่านั้นเอง

แต่ต้องยอมรับแอดมินของกลุ่มนี้เลยที่สรรหาข่าวมาให้อ่านทุกเช้าของทุกๆวัน น่าทึ่งมาก เพราะข่าวแต่ละนี้ต้องไปค้น ไปหามาแปลเอง บางอันก็เป็นข่าวจากโซเชียลที่ต้องมาประมวลรวมเนื้อหาก่อนแล้วถึงค่อยมาแชร์ในกรุ๊บ

ทำให้กลายเป็นติดกลุ่มนี้ไปเลย มีอะไรมาน่าสนใจมาให้อ่านตลอด

จนวันนึง กลุ่มนี้มีนัดกันไปร่วมกิจกรรมงานดูคอนเสิร์ตของวงในโรงภาพยนต์ กลุ่ม Group ใน facebook นี้จึงถือโอกาสใช้งานนี้เป็นงานพบปะ เป็น Meeting ย่อมๆ ของสมาชิกกลุ่มไปในตัว

จะไปดีไหมนะ?

คิดหนักเหมือนกัน เพราะตอนนั้นเองก็ยังไม่ได้แสดงตัวหรือคุยอะไรกับใครในกลุ่มมากนัก ยังไม่สนิทกับใครเลย ไปแล้วไม่รู้จักใครจะอึดอัดรึเปล่า

ทำให้นึกไปถึงเรื่องเมื่อตอนเรียนมหาลัย ที่ใกล้ๆคณะมีร้านเช่าการ์ตูนอยู่หลายร้าน แต่เราดันเลือกไปเช่าร้านที่อยู่ไกลที่สุด ทั้งๆที่ก็มีร้านใกล้ๆคณะอยู่

รุ่นพี่ก็เลยถามว่า “ทำไมเอ็งไม่เช่าร้านใกล้ๆนี่วะ”

ผมตอบไปว่า “ก็มันไม่คุ้นเคยกันอ่ะพี่”

“ก็ถ้าเอ็งไม่เข้าไปทำความคุ้นเคย แล้วเมื่อไหร่มันจะไปคุ้นเคยกันได้วะ”

เอ้อ ที่พี่เค้าพูดก็ถูกนะ

หลังๆมาบางทีเราก็ไปลองเช่าร้านอื่นที่ใกล้ๆกว่าดู ไม่ถึงกับคุ้นเคยสนิทอะไรกัน แต่ก็สะดวกใจเข้าไปใช้บริการมากขึ้น

ลองไปดูหน่อยก็ได้ อาจจะดีก็ได้นะ ไหนบอกอยากเปิดหูเปิดตา พบปะผู้คน?

ดังนั้นก็เลยตัดสินใจไปงานนี้ดู

เมื่อถึงวันงาน ไปถึงงานแล้ว ก็พบชาวสมาชิกที่คุ้นๆจากในกรุ๊บที่มาร่วมงาน ยืนคุยกันกลุ่มใหญ่หน้าโรงหนัง จะเข้าไปคุยก็เขินๆ อายๆ สุดท้าย ไปลงทะเบียนเสร็จ ไม่กล้าเขาไปทักทายใครเลย แอบไปยืนหลบมุม เล่นโทรศัพท์อยู่คนเดียว โถ่!

ช่วงที่เข้ามานั่งดูคอนเสิร์ต ก็เกร็งๆนะ จะออกท่าออกทางมากก็เกรงใจ เพราะไม่รู้ใครเป็นใครบ้าง คนนั่งข้างๆนั่งข้างหลัง จะยังไงก็ไม่รู้เห็นเค้านั่งนิ่งๆ เราก็เลยไม่ออกอาการมาก ก็นั่งดูจนจบกิจกรรม

ก่อนเลิกงาน มีถ่ายรูปรวมกัน ก็ไปถ่ายกับเขาโดยที่ยังไม่ได้ทักใครสักคน

เฮ้ย งานจบแล้ว จะปล่อยให้จบทั้งอย่างนี้อะนะ แล้วที่ว่าอยากมาหาเพื่อนใหม่คืออะไร? พูดกับตัวเองในใจ

ไม่ได้การละ ถ้างั้นก็ไม่รู้จักใครสักที

พอตอนเดินออกโรงหนังไป เจอสมาชิกบางส่วนที่ยังไม่กลับยังจับกลุ่มคุยกันอยู่ เลยเดินดุ่มๆเข้าไปแนะนำตัว คุยด้วยซะเลย เป็นไงเป็นกัน

ในที่สุดก็ได้คุยกับสมาชิก ได้ทำความรูจักกันพอสมควร ได้คุยกันสักพัก ก็รู้สึกดีนะ แต่ละคนดูเป็นมิตรดี โดนลากไปสัมภาทย์ออกรายการทีวีด้วย หลังจากแยกย้ายกัน ก็เดินไปเซ็นทรัลเวิร์ดต่อกับแอดมินกลุ่ม กับสมาชิกอีกสองคนที่ต้องไปทางนั้นพอดี ได้คุยกันต่ออีกพอสมควร

นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้น ทำให้เริ่มคุ้นเคยกันขึ้นมาอีกนิด และหลังจากนั้นก็มีกิจกรรมตามมาอีกมากมายทั้งในเฟซบุ๊คและการนัดไปดูวง Cover แสดง เจอกันบ่อยๆเข้าก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น ได้มีคนที่พูดคุยกันในเรื่องที่เราสนใจเหมือนกัน

ผมได้เพื่อนใหม่ ได้รู้จักคนเพิ่มขึ้น มีกิจกรรมใหม่ๆทำ จากเรื่องราวครั้งนี้ ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงแนวคิดบางอย่าง จากที่วันๆหมกตัวอยู่แต่ที่พัก ไม่ก็ไปเดินห้างคนเดียว ถ้าเราเปิดใจ เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ชีวิตเราถึงจะมีความเปลี่ยนแปลง

ตอนนั้นรู้สึกดีใจ ที่ไม่แค่เดินออกจากโรงหนังแล้วเดินกลับไปทั้งอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ได้เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ๆ เติมสีสันใหม่ๆให้ชีวิต

วันนี้ ครบรอบ 1 ปีของงานนั้นพอดี

ยินดี และดีใจมากที่ได้รู้จักทุกคนในกรุ๊บ BABYMETAL X THAILAND นะครับ ^_^

การได้เปิดใจ เปลี่ยนความคิดตัวเองเล็กๆน้อยๆครั้งนั้นส่งผลดีๆหลายๆอย่างให้ชีวิตจริงๆนะ อย่างน้อยๆก็เริ่มทำความรู้จักกับคนอื่นได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น