การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์แบบบ้านๆ

หลายๆครั้งได้มีโอกาสแก้ไขปัญหาและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาคอมพิวเตอร์ให้กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและญาติๆ ซึ่งจริงๆแล้วผมเองก็ไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องคอมพิวเตอร์อะไรมากมายหรอกนะครับ แค่อาศัยว่าอ่านเยอะ และเวลาคอมมีปัญหามักจะพยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองก่อนจะให้ถึงมือช่าง เลยสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้บ้างในบางกรณีที่เป็นปัญหาที่เราเคยเจอมาแล้วและรู้วิธีแก้ แต่ก็มีหลายๆครั้งเหมือนกันที่เราเองไม่รู้จัก สุดท้ายก็ต้องบอกเขาว่าต้องเอาเข้าศูนย์หรือให้ช่างดูแล้วล่ะ

และอีกคำถามที่ถูกถามบ่อยๆก็เห็นจะเป็นเรื่องของการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ ผมเองได้แต่แนะนำไปตามพื้นฐานเท่าที่ความรู้คอมพิวเตอร์อันน้อยนิดในสมองของผมจะอำนวย วันนี้เลยอยากเอามาแชร์กันผ่านทางบล็อกนี้ครับ

ไม่ได้เป็นวิธีที่ลึกลับซับซ้อนหรือเป็นเทคนิคอะไรหรอกนะครับ เป็นเรื่องพื้นฐานๆ บ้านๆ ธรรมดาๆเท่านั้นเอง หลายๆคนคงรู้แล้ว แต่คิดว่าคงมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้

เอาล่ะมาดูกันว่า การดูแลบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์แบบบ้านๆ สไตล์ของผมเองเป็นอย่างไร

ข้อ1 เลยก็คือ ต้องมี UPS
UPS ย่อมาจาก Uninterruptable Power Supply หรือที่เราเรียกๆกันว่าเครื่องสำรองไฟ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน อุปกรณ์ตัวนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องซื้อพร้อมกับเครื่องตอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง แต่เดี๋ยวนี้มักจะถูกลืม ทั้งๆที่อุปกรณ์ตัวนี้มีความสำคัญมากๆในการช่วยยืดอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตามบ้าน นอกจากจะช่วยสำรองไฟเวลาเกิดไฟดับทำให้เรามีเวลาเซฟงานแล้วค่อยปิดคอมพิวเตอร์ ช่วยให้งานที่ทำอยู่ไม่เสียหายจากเครื่องดับแล้ว ยังช่วยเรื่องการปรับกระแสไฟที่จ่ายเข้าคอมพิวเตอร์เราให้มีความสม่ำเสมอ กันไฟตก ไฟกระชาก ที่เป็นสาเหตุทำให้อุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์ของเราเสียหายทีละนิดทีละหน่อย แล้วอยู่ๆวันดีคืนดีก็เสียโดยไม่ทราบสาเหตุ กว่าจะรู้ตัว เมนบอร์ด หรือ ฮาร์ดดิส ซีพียู อาจจะเสียหายเกินเยียวยาไปแล้วก็ได้ แล้วเสียแบบนี้จะซ่อมก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง ความเสียหายคิดเป็นตัวเงินอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ความเสียหายของข้อมูลหรืองานที่เราทำอยู่นั้นอาจจะมีมูลค่ามากกว่าตัวเงินก็ได้

เคยคุยกับช่างซ่ิอมคอมพิวเตอร์ท่านหนึ่ง เค้าบอกว่าปัญหาคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่มักมาจากปัญหาเกี่ยวกับการจ่ายไฟนี่แหละ ยิ่งบ้านใครไฟตก ไฟดับบ่อยๆ คอมก็มักจะมีปัญหาบ่อยๆตามไปด้วย

ดังนั้นก็ขอแนะนำเลยว่า ซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้ทุกครั้ง ยอมเสียเงินซื้อ UPS มาด้วย อย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายเลย

ข้อ2 3-4 ปี ทีก็ต้องเปลี่ยน PSU
ผมเพิ่งเขียนลงบล็อกนี้ไปในบทความ NoNo and PSU เมื่อต้องเปลี่ยนพาวเวอร์ซัพพลาย จะพูดโดยสรุปก็คือ PSU เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรามักจะลืมนึกถึงไป ทั้งๆที่เป็นส่วนที่สำคัญมากๆของคอมพิวเตอร์เช่นกัน ยิ่งใครที่ใช้ตัวถูกๆติดเคสมาแล้ว3-5ปี ควรจะดูอาการของคอมพิวเตอร์ของเราว่ามีปัญหาเรื่องการจ่ายไฟหรือเปล่า ที่ดูออกง่ายๆก็คือเวลาเสียบอุปกรณ์เข้าทางช่อง USB แล้ว คอมพิวเตอร์เริ่มมองเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง หรือเห็นๆหายๆอยู่ตลอดเวลา เสียบอุปกรณ์ทาง USB หลายๆช่องแล้วคอมดับ นี่เป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าเราควรเปลี่ยน PSU ได้แล้ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายแก่อุปกรณ์สำคัญๆอย่างเมนบอร์ด ฮาร์ดดิส ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงกว่าเสียเงินเปลี่ยน PSU

จะซื้อมาเปลี่ยนทั้งทีให้เลือกดูของดีๆหน่อย ตัวละ4-5ร้อยก็ดูไม่น่าไว้ใจ เอาแบบที่จ่ายไฟนิ่งๆราคาอาจจะสูงไปหน่อยเป็นหลักพันแต่ก็เป็นผลดีต่อคอมพิวเตอร์ของเราในระยะยาว

ข้อ 3 เช็คอุณภูมิของอุปกรณ์ภายในเคส
ปัญหาสำคัญอีกอย่างของคอมพิวเตอร์ก็คือเรื่องความร้อน ให้ลองใช้โปรแกรม อย่าง SpeedFan หรือโปรแกรมอื่นๆ เช็คอุณหภูมิของอุปกรณ์ต่างๆดู ถ้าจะให้ดีก็ไม่ควรมีอันไหนเกิน 60 องศา แต่ถ้าต่ำกว่า 50ได้ก็ดี จากนั้นลองมาดูว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้างในการจะลดอุณภูมิภายในให้คอมพิวเตอร์ของเรา ถ้ามีงบหน่อยก็อาจจะติดแอร์ให้ห้องทำงาน หรือเอาแบบบ้านๆง่ายๆที่ผมเองก็ทำอยู่คือแกะฝาด้านข้างของเคสออก แล้วเปิดพัดลมจ่อ ฮ่าๆๆ
นอกจากนี้อาจจะเลือกการเพิ่มพัดลมในเคส ตอนนี้คอมของผมเองก็เพิ่งเพิ่มพัดลมสำหรับเป่าฮาร์ดดิสโดยเฉพาะไปอีก1ตัว ซึ่งก็เห็นผลทันทีครับ ฮาร์ดดิสจากที่เคยร้อนมากๆถึง 50-60 องศาเซลเซียส หลังจากเพิ่มพัดลมเข้าไปตอนนี้ ไม่เคยเกิน50องศาเลย

ถ้ามีงบอาจจะลองหาเคสใหม่ที่มีการระบายอากาศดีๆมาเปลี่ยนก็อาจจะทำให้คอมพิวเตอร์เย็นลงอีกเยอะครับ

สามข้อที่ผ่านเป็นเรื่องเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ เราจะมาดูเรื่องของซอฟท์แวร์กันบ้างครับ

ซอฟท์แวร์ที่ผมมีติดเครื่องไว้สำหรับดูแลคอมของผมก็มี

1. CCleaner
โปรแกรมตัวนี้ไว้ใช้ทำความสะอาด Registry ที่จะช่วยทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราทำงานได้เร็วขึ้น คอมพิวเตอร์ของใครใช้มาหลายปีแล้วยังไม่เคยล้างรีจิสทรี่ให้ลองโหลดโปรแกรมนี้มาลงเครื่องแล้วลองใช้ดู จะเห็นความแตกต่างเรื่องความเร็วโดยรวมของคอมพิวเตอร์ของเราอย่างชัดเจน

2. โปรแกรม Defrag Hardisk
ตอนนี้ที่ผมใช้อยู่ก็คือ My Defrag การดีแฟรกฮาร์ดิสเป็นจัดระเบียบข้อมูลในฮาร์ดดิสให้เป็นระเบียบ ทำให้เมื่อเราเรียกใช้งานข้อมูลก็จะเร็วขึ้น ถ้าเราทำการดีแฟรกและทำความสะอาดรีจิสทรี่เสร็จแล้ว จะทำให้คอมของเราทำงานต่างๆได้เร็วขึ้น ยิ่งถ้าเป็นคอมที่ไม่ได้ทำทั้งสองอย่างเลยมาเป็นเวลานานมากๆแล้ว จะเห็นความแตกต่างเรื่องความเร็วอย่างชัดเจนครับ

3. Anti virus ที่อัพเดทได้
หุหุ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งคิดว่าอะไรให้ผมอย่างเช่น “บ้าเหรอ แอนตี้ไวรัสไม่อัพเดทจะลงไว้ทำไม”
อ่านให้จบก่อนครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า
ครั้งหนึ่งผมเคยไปดูคอมให้เพื่อนผม เค้าบอกว่าคอมเค้าโดนไวรัส และรู้สึกว่าแอนตี้ไวรัสไม่ได้ช่วยอะไรเลย ทำอะไรกับไวรัสก็ไม่ได้ ผมก็เลยดูให้ ดูแล้วก็ฮาไป ก็แอนตี้ไวรัสเครื่องเพื่อนผมมันไม่อัพเดทมานานแล้วน่ะสิครับ ดูๆแล้วคงเนื่องมาจากว่าเพื่อนคงเอาคอมไปลงวินโดวส์ที่ร้านแล้วร้านเค้าก็คงจะลงแอนตี้ไวรัสเถื่อนมาให้โดยที่ไม่รู้ว่าแครกหรือคียที่ใช้มันหมดอายุแล้ว อัพเดทดาต้าเบสของไว้รัสไม่ได้ แล้วเพื่อนก็ใช้แอนตี้ไวรัสที่ไม่อัพเดทมาเป็นปีๆทั้งอย่างงั้นน่ะ มันจะรอดได้ไง

ผมเองตลอดเวลาที่ผ่านมาใช้ Free Antivirus มาตลอดเลยครับ แต่ก่อนใช้ AVG แต่รุ่นหลังๆานี้ AVG มันเพี้ยนๆ ตอนนี้เลยเปลี่ยนมาใช้ Avast ก็พอใจในระดับหนึ่ง แต่ถามว่ามันดีกว่าโปรแกรมดังๆที่คุณก็รู้ว่าโปรแกรมไหนหรือเปล่า ตอบไ้ด้เลยว่าของฟรีมันสู้ของเสียเงินซื้อไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าใช้ของเถื่อนที่มันอัพเดทไม่ได้อยู่ ถ้าไม่ไปซื้อของแท้มาใช้ก็ใช้ของฟรีไปเถอะ

ปิดท้ายด้วยนิสัยอีกอย่างที่ควรทำ เวลาคอมพิวเตอร์มีปัญหาเล็กๆน้อยๆอยากให้ลองค้นหาวิธีแก้ปัญหาและจัดการด้วยเองดูก่อนครับ ถามผู้รู้ ค้นหาดูในกูเกิล ลองอ่านหรือลองถามตามเว็บบอร์ดต่างๆดู วิธีนี้นอกจากจะได้วิธีแก้ปัญหาแล้ว อาจจะได้รู้ถึงสาเหตุและการป้องกันปัญหานั้นๆด้วย ทำให้เรามีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพิ่มและเมื่อเกิดปัญหาเดิมอีกจะได้แก้ไขได้เองได้ โดยความเห็นส่วนตัวแล้วการใช้คอมพิวเตอร์ไม่ควรใช้งานอย่างเดียวมีปัญหาอะไรก็ส่งซ่อมๆ เพราะปัญหาบางอย่างเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราแก้ไขได้เอง ไม่ต้องเสียเวลาและอาจจะเสียเงินเอาไปให้ช่างดูบ่อยๆ

นี่แหละครับ วิธีการดูแลและบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ของผม แบบง่ายๆบ้านๆเลยครับ นอกเหนือจากนี้ผมเองก็ไม่สามารถหรอกครับ ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงสุดท้ายก็คงต้องพึ่งช่างเหมือนกัน

หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อทุกคนครับ

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น